มุกดาหาร # James เจมส์ เรืองศักดิ์ แห่ดาวยิ่งใหญ่ ตระการตา วัดสองคอน

การดำเนินงาน โครงการดังกล่าว เป็นการ ดำเนินงาน ภายใต้ การท่องเที่ยว ของกลุ่มจังหวัดสนุกที่มี เป้าหมาย สำคัญ เพื่อกระตุ้น สำคัญเพื่อกระตุ้นการเดินทาง เชื่อมโยง ของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาว ต่างประเทศ ให้เข้ามา ในจังหวัด มุกดาหาร ซึ่งเป็นแนวทาง หนึ่ง ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ชุมชน และเพื่อ ยกระดับ ประเพณี ท้องถิ่น ของชุมชน ให้มีความ โดดเด่น น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ณ สักการสถานพระมารดาแห่งมรณสักขีสองคอน บ้านสองคอน ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่ดาว วัดสองคอนบ้านสองคอน ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร สำหรับการจัดงาน ประเพณีแห่ดาว วัดสองคอน ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นประเพณี หนึ่ง ที่แสดงถึงความเชื่อความศรัทธา ของชาวคริสต์ นิกายโรมัน คาทอลิก ที่มีต่อองค์พระเยซูคริสต์ซึ่งในคืนวันคริสต์มาส วันที่พระองค์ ได้เสด็จ ลงมา ประ สู ติ ยังพื้นพิภพ ได้เกิด ปาฏิหาริย์ ขึ้น บนท้องฟ้า มีดวงดาว เปล่งรัศมี สว่างทั่วท้องฟ้า ดวงดาว จึงเปรียบเสมือน เป็นสัญลักษณ์ การมาบังเกิด ของพระเยซูเจ้า เป็นประเพณี ทรงคุณค่า สามารถ พัฒนา ต่อยอด เป็นกิจกรรม ทางการท่องเที่ยวโดยในงานก็มีศิลปินนักร้องนักแสดง “เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ให้เกียรติมาร่วมเปิดงานพร้อมมอบด้วงดาวให้ท่านผู้ว่าฯ

ซึ่งงานแห่ดาวเพื่อตอบสนอง ความต้องการ ทั้งนักท่องเที่ยว กลุ่มชาวคริสต์นิกาย โรมัน กลุ่มชาวคริสต์นิกาย โรมัน คาทอลิก และนักท่องเที่ยวทั่วไป ในพื้นที่เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยง ทั้ง 3 จังหวัด คือที่ชุมชน ท่าแร่ จังหวัด สกลนคร ชุมชนหนองแสง จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะ บ้านสองคอน ตำบล โป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร ที่เป็นที่ตั้ง ของโบสถ์คริสต์ สร้างแบบ สถาปัตย์ กรรมสมัย ใหม่ ที่มีความสวยงามและใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้

จัดงาน โครงการ พัฒนา การตลาด กิจกรรม และประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมหลักประเพณีแห่ดาววัดสองคอนประจำปี 2562 นะสักการสถานพระ มารดา แห่งมัสการ สักที สองคอน บ้านสองคอน ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร อำเภอหว้านใหญ่ ได้รับ การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2562

จากจังหวัด มุกดาหาร เพื่อใช้ในการ ดำเนินงาน โครงการ พัฒนาการ ตลาด กิจกรรม ในงานประกอบด้วย การจำหน่ายสินค้า OTOP พื้นเมืองเทศกาลอาหารเด่นประจำเทศกาล คือ ไก่งวงอาหารเด่นขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นคือหมูหันแก่งกะเบาและปลาน้ำโขงขบวนรถม้าชมวัดสองคอน การประกวดธิดาดาวขบวนแห่ดาวพร้อมประดับตกแต่งไฟบริเวณรอบและภายในสักการสถานฯอีกทั้งยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่แสดงถึงงานประเพณีแห่ดาววัดสองคอนลอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์ ด้านการท่องเที่ยว จังหวัดมุกดาหาร โดยมีเป้าหมาย เพื่อกระตุ้น การเดินทาง เชื่อมโยงของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้เข้ามา ในจังหวัดมุกดาหาร เพิ่มมากขึ้น ส่งเสริม ให้เกิดการ เดินทาง ท่องเที่ยว เชื่อมโยง ระหว่าง กลุ่มจังหวัด สนุกเข้าไป ยังแหล่ง ท่องเที่ยว และประเพณี สำคัญของกลุ่มจังหวัดสนุกสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ทั้งนี้ เพื่อให้การ จัดงานครั้งนี้ ยิ่งใหญ่ มากขึ้น

อำเภอหว้านใหญ่จึงได้ ร่วมกับ องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด มุกดาหาร องค์การบริหารส่วนตำบล โป่งขาม ดงหมู จัดงาน ประเพณี แห่ดาว วัดสองคอน ประจำปี 2562 ระหว่าง วันที่ 25 ถึง 27 ธันวาคม 2562 ที่วัดสองคอน ตำบลป่งขามอำเภอหว้านใหญ่จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม และอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของชุมชนให้เป็นมรดกแก่อนุชนรุ่นต่อไป.


พวงเพขร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

มุกดาหาร # จัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ

จังหวัดมุกดาหาร จัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2562 เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยพิบัติที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น ที่บริเวณหน้าศูนย์บริการแขวงทางหลวงมุกดาหาร อำเภอเมืองจังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิด ” งานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ” ประจำปี 2562 เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชน ให้ตระหนักถึงความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และภัยพิบัติที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้น โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำองค์กรในท้องถิ่น ตลอดจนนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562 กำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็น ” วันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ” เนื่องจากเป็นวันที่เกิดภัยพิบัติรุนแรงของประเทศก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินทั้งในประเทศ และนานาชาติเป็นจำนวนมาก มีบุคคลสำคัญได้รับความสูญเสีย ซึ่งควรถือเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความตระหนัก และสร้างจิตสำนึกต้นความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์เสริมสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย และกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสูญเสียจากภัยพิบัติที่เกิดจากธรรมชาติ และภัยพิบัติที่มนุษย์ก่อให้เกิดขึ้น

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ตระหนักถึงความปลอดภัยตั้งแต่ในระดับชุมชนจนถึงระดับองค์กร และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งทุกภาคส่วนต่างมีส่วนร่วมกันในการพัฒนาเปลี่ยนแปลง ทั้งสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของชุมชน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย ลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงใหม่ และลดความเสี่ยงเดิม นำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพในการเตรียมความพร้อมรับมือ และฟื้นคืนกลับจากสาธารณภัยอย่างรวดเร็ว

เนื่องในโอกาส “งานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ” เวียนมาบรรจบครบรอบปี ในวันที่ 26 ธันวาคม ศกนี้ ผมขอวิ่งวอนให้ทุกฝ่าย และทุกคนมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันอย่างจริงจังและยั่งยืน และเตรียมพร้อมอยู่เสมอในการ ที่จะรับมือกับอุบัติภัยต่าง ๆ พร้อมทั้งขออาราธนาคุณพระศรีร้ตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบั้นดาลประทานพรให้พี่น้องชาวไทยทุกคน ประสบแต่ความสข ความเจริญ แคล้วคลาดจากอบัติภัยทั้งปวงตลอดไป.


Cr.ณัฐกร เทพรังศิริกุล
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

“ป่อเต็กตึ๊ง” ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน ห่วงใยประชาชนในเทศกาลปีใหม่

“ป่อเต็กตึ๊ง” ร่วมกับภาครัฐ-เอกชน ห่วงใยประชาชนในเทศกาลปีใหม่ รณรงค์เมา ง่วงอย่าขับ ขี่ไปกลับสวมหมวกกันน็อก เตรียมพร้อมช่องทางแจ้งเหตุแม่นยำฉับไวกับแอป ป่อเต็กตึ๊ง1418

วันที่​ 27 ธันวาคม 2562​ ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิ ห่วงใยประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และภาคีเครือข่าย อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และ กรุงเทพมหานคร ฯลฯ

ปล่อยคาราวานทีมบรรเทาสาธารณภัย มอบสติ๊กเกอร์รณรงค์ “เมา ง่วงอย่าขับ ขี่ไปกลับสวมหมวกกันน็อก” นำหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนออกตรวจรักษาแก่ประชาชนแก่ผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ณ สถานีรถไฟหัวลำโพง พร้อมกับประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุใหม่ “แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418” แอปแรกในไทย ที่สามารถติดตามการช่วยเหลือได้ทันท่วงที พร้อมทั้งจัดทีมกู้ชีพ ร่วมให้ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชน

แอปป่อเต็กตึ๊ง 1418 เป็นช่องทางใหม่ ที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัยในยุคดิจิทัล ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (อุบัติเหตุ อุบัติภัยทั่วประเทศ) และเป็นแอปพลิเคชันแรกในไทย ที่สามารถแจ้งเหตุพร้อมส่งพิกัดสถานที่อัตโนมัติ และสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือได้แบบทันท่วงที รวมถึงการโทรสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ที่ง่ายดาย ด้วยรูปแบบการใช้งานที่เรียบง่าย เข้าถึงทุกฟังก์ชันได้อย่างสะดวก ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานในภาวะฉุกเฉินติดต่อเราได้อย่างรวดเร็วที่สุด และแม่นยำที่สุด

ทั้งนี้ หากท่านใดพบ ประสบเหตุฉุกเฉิน  ต้องการความช่วยเหลือ ท่านสามารถแจ้งเหตุผ่าน แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๋ง 1418 ทุกที่ ทั่วประเทศ ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ Playstore และ App Store ที่ www.1418help.com 

สวัสดีใหม่ 2563 ท่องเที่ยวสุขสันต์วันหยุดยาวนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนทุกท่าน “เมา ง่วง อย่าขับ​ ขี่ไปกลับ สวมหมวกกันน็อก” 

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

หมอโอ๊ค-โอปอล์ เข้าแจ้งความ ปอท. เอาผิดเพจขายอาหารเสริมและยาลดน้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน

วันที่​ 27 ธ.ค.62​ : ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี​ (ปอท.)​ : นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล หรือ หมอโอ๊ค​ พร้อมด้วยนางปณิสรา อารยะสกุล หรือ โอปอล์ ภรรยา นำหลักฐานภาพเพจเฟซบุ๊กที่มีคนนำภาพไปปลอมบัญชีแอบอ้าง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการขายอาหารเสริมไม่ได้มาตรฐาน เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./ โฆษก บก.ปอท.,พ.ต.ท.ภีมทศ เกตุเทศ รอง ผกก.3 บก.ปอท.,ร.ต.อ.เปตอง ด่านปรีดา รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่แอบอ้างนำภาพไปหลอกลวงผู้อื่น

หมอโอ๊คและโอปอล์ บอกว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม​ 2562​ ที่ผ่านมา มีคนไปพบว่ามีภาพของพวกตน ปรากฎโฆษณาขายสินค้าทางช่องทางต่างๆ ในโซเชียลมีเดียทั้งในเพจเฟสบุ๊ค,อินสตาแกรม และเว็ปไซต์ ต่างๆ โดยแอบอ้างว่าหมอโอ๊คเป็นนักวิจัยผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและลดน้ำหนัก ใช้ภาพแอบอ้างเป็นหมอโอ๊ค คอยตอบคำถามกับคนที่สนใจซื้อสินค้า และให้ความรู้ทางสุขภาพ เพื่อให้ดูเหมือนเป็นสินค้าของตนเองและมีตัวจริงมาตอบ

ซึ่งหลังจากทราบเรื่อง ก็รีบแจ้งรายงานไปทางเฟซบุ๊กว่าเป็นบัญชีปลอม แต่ปรากฎว่าไม่กี่วันต่อมา ก็มีบัญชีใหม่กลับมาหลอกลวงขายสินค้าแบบเดิมอีก ซึ่งจากการตรวจสอบพบมีเว็บไซต์แบบนี้มากถึง 15 เพจ ที่เปิดให้บริการ และปลายทางของแต่ละเว็บไซต์จะเชื่อมต่อให้ไปสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เชื่อว่ากลุ่มขบวนการขายสินค้าเหล่านี้ทำเป็นขบวนการ ทั้งนี้หากใครที่หลงเชื่อซื้อสินค้าเหล่านี้ไปแล้ว ก็แนะนำให้เข้าแจ้งความกับตำรวจในท้องที่ ให้ดำเนินคดีเอาผิดให้ถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ บอกว่า กรณีดังกล่าวไม่เพียงเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิว เตอร์ชัดเจน ยังเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนด้วย หลังจากนี้ก็จะรับเรื่องไว้ดำเนินการสืบสวน เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอท.ได้ตรวจสอบพบว่าเว็บไซด์ที่ใช้รูปหมอโอ๊คเป็นพรีเซ็นเตอร์ลดความอ้วน และเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย เป็นเว็ปไซด์​ที่มาจากประเทศรัสเซีย ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ จะได้ทำการเสนอ กระทรวง ดีอีเอส.ปิดกั้นต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สตม. ปล่อยแถว ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่​ 2563​”

วันที่​ 27 ธ.ค.62 เวลา 15.00 น.​ณ ลานหน้าอาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อสกัดกั้น ป้องกันปราบปราม คนต่างด้าวที่ไม่พึงประสงค์ ที่จะเข้ามาก่ออาชญากรรมอันเป็นภัยต่อความมั่นคง ตลอดจนระดมกวาดล้าง จับกุม ปราบปรามขบวนการและผู้กระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​ นี้

พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ เปิดเผยว่า “ในช่วงที่ผ่านมา ได้มีเหตุเกี่ยวกับกลุ่มคนต่างด้าว และกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย หรือเข้ามาก่ออาชญากรรมประเภทต่างๆ หรือเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อประชาชนคนไทยหรือประเทศชาติ กลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสแฝงตัวเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว เพื่อก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชน

ตนจึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด สตม. โดยเฉพาะกองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ออกระดมกวาดล้างอาชญากรรมประเภทต่างๆ โดยเน้นไปยัง แหล่งที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยเป็นจำนวนมาก ในแต่ละพื้นที่รับผิดชอบทั่วกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงการสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์หลบหนีเข้าเมือง,การอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด,การกระทำความผิดที่มีโทษทางอาญา​ และผู้ที่มีหมายจับศาลไทยหรือหมายจับต่างประเทศ โดยให้ปฏิบัติให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนั้น ให้รวบรวมผลการปฏิบัติพร้อมทั้งรายงานหน่วยให้ทราบต่อไป

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง​ มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ​ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศาลอาญา รับฟ้องคดีเรื่องผู้ถือหุ้นฟ้องกรรมการทั้งชุดของบริษัท IFEC ในข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

วันที่ 26 ธันวาคม 2562 : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องคดีดำที่ 1364/62 เรื่องผู้ถือหุ้นฟ้องกรรมการทั้งชุดของบริษัท IFEC ในข้อหาปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม (ตราประทับปลอม) ผิด พรบ.หลักทรัพย์ฯ ว่าคดีมีมูล ให้นัดพร้อมสอบคำให้การจำเลย และกำหนดวันสืบพยาน ในวันที่ 8 มีนาคม 2563 เวลา 9.00 น. เป็นเหตุให้กรรมการทั้งคณะอาจจะต้องประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี

อนึ่งกรรมการชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกร้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการ เนื่องจากถูกกล่าวอ้างว่ามีที่มาอันไม่ชอบด้วยกฏหมาย อีกทั้งการเข้ามาเปลี่ยนแปลงกรรมการของบริษัทย่อยอย่างไม่ชอบก็ถูกศาลประทับรับฟ้องไว้หมดแล้วเช่นกัน นอกจากนี้กรรมการชุดนี้ยังมีผู้ถือหุ้นหลายรายร้องเรียนอีกหลายประเด็น เช่นการไปเพิกถอนคดีของกรรมการเองจากที่ถูกบริษัท​ IFEC ฟ้องมาก่อนหน้านี้​ และคดีมีมูล เมื่อมาเป็นกรรมการแล้วก็ใช้ตราประทับดังกล่าวไปถอนคดี ซ้ำร้าย ขณะนี้กลับไม่จ่ายเงินเดือนพนักงานกว่า 5 เดือนแล้ว ถูกเจ้าหน้าที่แรงงานเรียก​ และออกหมาย รวมทั้งถูกพนักงานแจ้งความ จากการจดแจ้งต่อประกันสังคม ว่าพนักงานลาออก ทั้งๆที่ไม่ได้ลาออกกว่า 40 ราย และยังมีการยกเลิกกรมธรรม์ประกันสุขภาพของพนักงานโดยใช้ตราประทับที่ถูกหาว่าปลอมดังกล่าวอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ยังถือว่าจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ จัดกิจกรรมรณรงค์ ปีใหม่ปลอดภัย เมาไม่ขับ

วันที่​ 26 ธันวาคม 62 ณ สถานีขนส่งหมอชิต​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายทวีปวินท์ หนูบำรุง ผู้จัดการฝ่ายบุคคลและธุรการ พร้อมด้วยนายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุ “ปีใหม่ปลอดภัย เมาไม่ขับ” พร้อมกับประชาสัมพันธ์ช่องทางการแจ้งเหตุใหม่ “แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง 1418” แอปแรกในไทย ที่สามารถติดตามการช่วยเหลือได้ทันท่วงที พร้อมทั้งจัดทีมกู้ชีพ ร่วมให้ความรู้ด้านการช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ประชาชน โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

แอปป่อเต็กตึ๊ง 1418 เป็นช่องทางใหม่ ที่ตอบโจทย์ประชาชนทุกช่วงวัยในยุคดิจิตอล ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (อุบัติเหตุ อุบัติภัยทั่วประเทศ) และเป็นแอปพลิเคชันแรกในไทย ที่สามารถแจ้งเหตุพร้อมส่งพิกัดสถานที่อัตโนมัติ และสามารถติดตามสถานะการช่วยเหลือได้แบบทันท่วงที รวมถึงการโทรสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ที่ง่ายดาย ด้วยรูปแบบการใช้งานที่เรียบง่าย เข้าถึงทุกฟังก์ชันได้อย่างสะดวก ไม่ซับซ้อน เพื่อให้ผู้ใช้งานในภาวะฉุกเฉินติดต่อเราได้อย่างรวดเร็วที่สุด และแม่นยำที่สุด

ทั้งนี้ หากท่านใดพบ ประสบเหตุฉุกเฉิน  ต้องการความช่วยเหลือ ท่านสามารถแจ้งเหตุผ่าน แอปพลิเคชัน ป่อเต็กตึ๋ง 1418 ทุกที่ ทั่วประเทศ  ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ววันนี้ทั้งในระบบ Playstore และ App Store ที่ www.1418help.com 

สวัสดีใหม่ 2563 ท่องเที่ยวสุขสันต์วันหยุดยาวนี้​ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และภาคีเครือข่าย ขอเชิญชวนทุกท่าน “เมา ง่วง อย่าขับ​ ขี่ไปกลับ สวมหมวกกันน็อก” 

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“คิม ไทยแลนด์” หอบเอาทุเรียนหมอนทองทุบ จยย.ฮาเลย์ เดวิดสัน ที่ซื้อมาขี่ปีเดียวซ่อมไป 4 ครั้ง ประท้วงผู้บริหารไม่จริงใจ

“คิม ไทยแลนด์” หอบเอาทุเรียนหมอนทองทุบ จยย.ฮาเลย์ เดวิดสัน ที่ซื้อมาขี่ปีเดียวซ่อมไป 4 ครั้ง ประท้วงผู้บริหารไม่จริงใจ

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.62 เวลา 12.00 น. ที่สี่แยกราชประสงค์​ : สื่อมวลชนทั้งไทย-เทศ​ จำนวนมากมารอนายอุเทน เหลืองแสงทอง อายุ 42 ปี ฉายา”คิม ไทยแลนด์”นักธุรกิจป้ายโฆษณาย่านสมุทรปราการ ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮาเลย์ เดวิดสัน ทะเบียน 8 กน 6611 กรุงเทพมหา นคร ติดป้ายประกาศข้อความภาษาไทย จีน อังกฤษ แสดงความไม่พอใจผู้บริหารของฮาเลย์ ประเทศไทยที่ไม่มีความจริงใจต่อลูกค้าผู้บริโภค จยย.ฮาเล่ย์ฯ คันนี้ตนซื้อมาใช้เป็นคันที่ 3 ในชีวิต ซื้อมือหนึ่งป้ายแดงมาจากศูนย์ AAS ฮาเลย์ฯ ประเทศไทย เมื่อวันที่​ 10 มิ.ย.61 ในราคา 2,866,000 บาทก่อนเอามาตกแต่งเพิ่มรวมแล้วประมาณ 3 ล้านบาท

ขี่ออกทริปแรก 7​ ก.ค.61 ไปนครนายก ขาไปมีอาการกลิ่นไหม้ รถวิ่งไม่ออก พอขากลับระหว่างทางเครื่องยนต์ได้ดับและมีควันมากออกมาจากท่อต้องจอดพักหยุดครึ่งชั่วโมง ก่อนจะสตาร์ทกลับบ้านได้ต้องให้ทางศูนย์มารับไปตรวจสอบเลขไมล์วิ่งได้ 300 ก.ม.

ทริปครั้งที่สอง​ 14 ต.ค.61 ไปปากช่อง ขี่ถึงสระบุรี รถมีกลิ่นไหม้แล้วเร่งไม่ขึ้น จนดับกลางถนน ระยะเลขไมล์ตอนนั้น 1,500 ก.ม.โทรเรียกรถฉุกเฉินของทางศูนย์ฯ มารับกลับไปตรวจสอบ เช็คระยะที่ 1,000 ไมล์หรือ 1,600 ก.ม. ในครั้งนี้ ได้แจ้งตัวแทนจำหน่ายว่า”หากรับรถครั้งนี้แล้วยังมีปัญหาอีก จะไม่ขอรับรถคันดังกล่าวอีกต่อไป

ทริปครั้งที่สาม 27 ต.ค.61 ไปจันทบุรี ก่อนถึงที่พัก 50 ก.ม. รถมีอาการกลิ่นไหม้เร่งเครื่องไม่ขึ้น แล้วดับกลางถนนใหญ่ โทรหาช่าง ช่างบอกขับต่อเข้าที่พักได้ ก่อนถึงที่พัก 5 ก.ม.รถได้ดับอีกครั้ง ครั้งนี้ต้องจอดรถ 3-4 ชั่วโมง ไม่สามารถสตาร์ทติดได้ จึงต้องโทรให้ทางศูนย์ฯ นำรถมารับรถกลับไปตรวจสอบ

หลังจากนั้นได้ร้องเรียน สคบ.การเจรจาตกลงกันไม่ได้ จึงยื่นเรื่องฟ้องศาลแพ่ง ระหว่างสืบพยาน​ ลูกชาย ป่วยต้องเข้ารักษาตัวใน รพ.ด้วยปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ต้องใช้เวลาไปดูแลจนไม่สามารถไปศาลได้ คดีจำหน่ายสารบบโดยไม่มีคำตัดสิน

โดยทางศูนย์ฯ นำรถคันนี้ที่มีปัญหาไปทำการทดสอบขับขี่จากเชียงใหม่มา กทม. มีใบตรวจสอบการเดินทางทั้งไปและกลับยืนยันว่าสมบูรณ์ทุกอย่างและได้นำรถส่งมอบคืน เมื่อ 27 พ.ย.62 ต่อมาวันที่ 14 ธ.ค.62​ ที่ผ่านมา ได้นำรถออกมาล้างเพื่อเตรียมเดินทาง ได้พบเห็นคราบน้ำมันรั่วซึมที่ด้านข้างของตัวเครื่อง จึงได้แจ้งให้ทางศูนย์ฯ มารับรถไปซ่อมศูนย์ฯ วิภาวดี วันรุ่งขึ้นตามไปสอบถามช่างบอกว่าเป็นการรั่วซึมที่เครื่องยนต์ เกิดจากการประกอบไม่ดีของศูนย์ฯ พัทยา นายคิมฯ ระบุเหตุผลการใช้ทุเรียนทุบฮาเลย์ฯ เพื่อเป็นการประท้วงผู้บริหารศูนย์ฯ และฮาเลย์ฯ ประเทศไทยที่ไม่มีความจริงใจกับลูกค้าผู้บริโภคด้วยหลายเรื่อง เช่น

  1. ได้ส่งเอกสารจดหมายมาให้ไปรับรถที่ซ่อมเสร็จภายใน 3 วัน ทั้งที่ตนได้มีการทวงถามทางผู้จัดการไปก่อนหน้า 10 วัน โดยทางผู้จัดการยังให้คำตอบสาเหตุที่เสียไม่ได้
  2. กรณีที่ได้นำรถคันที่มีปัญหาไปทดสอบขี่จากเชียงใหม่มา กทม. แล้วมีจดหมายเอกสารแจ้งมาว่าตัวรถที่ทดสอบสมบรูณ์และไม่มีปัญหาใดๆ แล้ว แต่สุดท้ายเมื่อยอมรับคืนมา กลับมีอาการน้ำมันรั่วซึมที่ตัวเครื่องอีก จึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนจะนำรถกลับไปส่งซ่อมอีกครั้ง
  3. มีการพูดคุยกับผู้จัดการศูนย์ฯ และตัวแทนฮาเลย์ฯ ประเทศไทย ได้มีการตกลงโดยวาจาว่าถ้าหากเปลี่ยนรถคันใหม่ให้ จะต้องเพิ่มเงิน 150,000 บาท โดยที่ตนตกลงยินดีที่จะเปลี่ยน แต่สุดท้ายวันเวลาผ่านไป สรุปไม่ได้เปลี่ยนคันใหม่ให้ โดยมีสาเหตุว่าตัวรถยังสามารถซ่อมได้

จึงเป็นที่มาของการที่​ นายคิม ไทยแลนด์ต้องเอาทุเรียน​ (เลียนเสียง”ทุเรศ”)มาทุบ จยย.ฮาเลย์ฯ รถเจ้าปัญหาคันนี้ เพื่อประท้วงและประจานในความไม่จริงใจของผู้บริหารฯ ต่อผู้บริโภคตัวเขาในวันนี้เวลาเที่ยง สถานที่ใกล้เคียงบริเวณสี่แยกราชประสงค์

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊กอู๊ด” ขอบคุณสื่อฯ ที่ไม่ลืมกัน เดินหน้าทำงานเชิงรุกต่อไป​ จากกรณีที่มีผู้สื่อข่าวสอบถามถึงฉายา “อู๊ดข่าวดอง”

วันที่​ 27 ธ.ค.62 เวลา 11.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.: พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. เปิดเผยถึงความรู้สึกหลังทราบฉายา “อู๊ดข่าวดอง” จาก “ฉายาตำรวจ ปี 2562” โดยสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ว่า “ขอขอบคุณที่พี่น้องสื่อมวลชน ยังให้ความสนใจและไม่ลืมกัน โดยทุกเสียงของพวกท่านที่ลงคะแนนมา ถือเป็นกระจกสะท้อนในการปฏิบัติงานของผมในปีนี้

เพื่อนำไปสู่การปรับปรุง ให้เกิดมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดียิ่งขึ้นไป แต่อยากเรียนให้ท่านทราบว่า นอกจากงานบริการที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับผิดชอบนั้น ยังมีงานด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นงานเชิงรุก มุ่งปราบปรามคนต่างชาติที่กระทำผิดในประเทศไทย รวมถึงคนต่างชาติที่กระทำผิดจากที่อื่นและใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนตัว เพื่อไม่ให้เมืองไทยเป็นสวรรค์ของอาชญากร โดยการปฏิบัติงานของเรานั้น ส่วนมากจะเป็นการขยายผลการจับกุม

จึงไม่สามารถแถลงผลงานได้ทันทีทันใดเหมือนหน่วยอื่นๆ เช่น การจับกุมเครือข่าย Call Center เราต้องใช้เวลาในการขยายผลเพื่อจะจับกุมกวาดล้างให้หมดทั้งเครือข่าย จึงอาจจะใช้เวลาในการสาวไปถึงต้นตอของหัวหน้าขบวนการ อย่างไรก็ดี ตนได้ย้ำให้ทุกหน่วยงาน ออกปฏิบัติงานเชิงรุก ออกตรวจพื้นที่ จับกุมกวาดล้างทุกอาทิตย์ เพื่อเน้นการเผยแพร่ผลงานของกองบังคับการทุกหน่วย ทั่วประเทศไทย และให้เกียรติทุกหน่วยงานที่ได้เข้ามาให้ความร่วมมือในการขยายผลจนนำไปสู่การจับกุม

เพราะตำรวจทั่วประเทศนั้น มีเครือข่ายเดียวกัน ทุกคนขึ้นตรงต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นข้าราชการของแผ่นดิน ทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินเหมือนกัน ในการแถลงผลการจับกุมทุกอาทิตย์นั้น ตนถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ปฏิบัติงาน เมื่อพวกเขามีขวัญกำลังใจมากขึ้น ผลงานก็จะออกมาดี ประโยชน์ก็ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ในการแถลงผลการปฏิบัติงานทุกอาทิตย์นั้น ตนมีเจตนาดี ที่อยากให้ผู้ปฏิบัติงานจริงได้มีส่วนร่วมในการแถลงข่าว การรายงานผลการจับกุมด้วยตนเอง และให้ข้อมูลแก่พี่น้องสื่อมวลชนด้วยตนเองอีกด้วย

สุดท้ายนี้ ก็อยากจะเรียนพี่น้องสื่อมวลชนว่า ตนยังเดินหน้าปฏิบัติงาน ด้วยความมุ่งมั่น และปฏิบัติการเชิงรุก และพยายามปรับปรุงให้ สตม.เป็นหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตร. เตรียมพนักงานสอบสวนเอาท์ดอร์ (outdoor) ดูแลคดีจราจร แยกรถกีดขวางการจราจร

พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการในเรื่องปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะเมื่อมีอุบัติเหตุรถชนกัน ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง รีบถ่ายรูป ถ่ายคลิปวีดีโอ เก็บพยานหลักฐาน เพื่อรีบนำรถที่กีดขวางการจราจรออกจากผิวการจราจร เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้รถติดขัด โดยได้เตรียมการ นำพนักงานสอบสวนเอาท์ดอร์ (outdoor) ที่มาดูแลคดีจราจร สามารถปฏิบัติงานได้เลย

รวมไปถึงการเมาแล้วขับ จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับ ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้กับเด็กและเยาวชน ที่พิสูจน์ได้ว่า เมาแล้วขับ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุเพื่อป้องปราบปัญหาการสูญเสียที่จะตามมา ลดสถิติอุบัติเหตุ อีกด้วย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​