มทบ.37 จัด “วันเยี่ยมญาติทหารใหม่” ผลัด 2/68 สร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจแด่ครอบครัวทหาร!

มทบ.37 จัด “วันเยี่ยมญาติทหารใหม่” ผลัด 2/68 สร้างความเชื่อมั่นและกำลังใจแด่ครอบครัวทหาร!

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 กิจกรรมสุดประทับใจได้เกิดขึ้น ณ ลานหน้า ร้อย.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. โดย พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37/ผู้อำนวยการฝึกฯ ได้ให้เกียรติตรวจเยี่ยม พบปะพูดคุยกับน้องทหารใหม่ ผู้ปกครอง และญาติพี่น้องอย่างใกล้ชิด ในกิจกรรม “เยี่ยมญาติทหารใหม่ ผลัดที่ 2/68” ของหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37

กิจกรรมนี้จัดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์อันอบอุ่น เพื่อให้ครอบครัวคลายความกังวลใจเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของบุตรหลานที่เข้ามารับใช้ชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกครอบครัว และที่สำคัญที่สุดคือการเสริมสร้างกำลังใจให้น้องทหารใหม่ทุกคนได้ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พล.ต. จักรวีร์ฯ ได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการดูแลน้องทหารใหม่เสมือนคนในครอบครัว มั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

ผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สร้างความอบอุ่นใจและความประทับใจให้กับทั้งน้องทหารใหม่และญาติพี่น้องได้อย่างดียิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและห่วงใยที่ทางหน่วยมีให้

#เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน #วันเยี่ยมญาติทหารใหม่ #มทบ37 #กองทัพบก #ทหารใหม่ #เชียงราย #สร้างความเชื่อมั่น #กำลังใจทหาร


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ฮ.สิงหนาท ลงจอดฉุกเฉิน บินกลับ ฉก.สิงหนาทเรียบร้อย

เฮลิคอปเตอร์ หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ค่ายม่อนตะแลง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ ฮ่องสอน ลงจอดฉุกเฉิน หลังบินไปส่งสัมภาระทางทหารให้หน่วยปฏิบัติตามแนวชาย แดนด้านอำเภอขุนยวมและแม่สะเรียง ขณะนี้ตรวจเช็คระบบเสร็จเรียบร้อย กำลังบินกลับที่ตั้ง ฉก.

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 11.00 น. ราษฎรบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แจ้งเหตุพบ เฮลิคอปเตอร์ของ หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท รุ่น เบลล์ 212 จำนวน 1 ลำ ลงจอดฉุกเฉินในที่นาของราษฎรที่เพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จใหม่ ๆ โดยลำแรก ลงที่นาข้าว นายวิศิษฐ์ วิชญพันธ์ ลำที่ 2 ลงที่นาข้าว นายเทพพิทักษ์ ทอผ้าทอง ราษฎร บ.ห้วยต้นนุ่น หมู่ 4 ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สร้างความตกใจให้กับราษฎรในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท ชี้แจงว่า ชุดปฏิบัติการบินกองทัพบก (ชปบ.ทบ.ฉก.สิงหนาท )ได้ดำเนินการส่ง สป. สนับสนุน ฉก.ทพ.36 ด้วยอากาศยาน ฮท.212/033 ตามวงรอบประจำเดือน พื้นที่ อ.ขุนยวม/อ.แม่สะเรียง จ. เกิดเหตุฉุกเฉิน ฮท.212/033 หลังจากจบภารกิจพื้นที่ อ.ขุนยวม กำลังมุ่งหน้าไป อ.แม่สะเรียง ในขณะบิน MASTER CAUTION ไฟกระพริบ จึงดูที่ CAUTION PANEL ไม่พบไฟ caution light show ต่อมาประมาณ 10 วินาที MASTER CAUTION LIGHT ILLUMINATE และ XMSN OIL PRESS ILLUMINATE และเครื่องวัด XMSN OIL PRESSURE เข็มตกต่ำกว่าย่านปกติ และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ นักบินจึงติดสินใจลงจอดฉุกเฉินตามกฏการบิน LAND AS SOON AS POSSIBLE บริเวณทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น ปัจจุบันอากาศยานลงจอดปลอดภัย อยู่ในระหว่างดำเนินการหาสาเหตุ โดยทางหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท จึงชี้แจงต่อประชาชนโดยทั่วไป และที่อยู่ในพื้นที่ว่า ไม่ต้องเป็นห่วง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาและคาดว่าจะสามารถแก้ไขได้ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท แจ้งว่า ขณะนี้ ฮ.ท.เบลล์ 212 ที่ลงจอดฉุกเฉินกลางทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ช่างเครื่องประจำเฮลิคอปเตอร์ได้ทำการตรวจสอบกรณีไฟกระพริบ MASTER CAUTION LIGHT ILLUMINATE และ XMSN OIL PRESS ILLUMINATE และเครื่องวัด XMSN OIL PRESSURE และช่างเครื่องได้แก่ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังบินขึ้นจากทุ่งนาบ้านห้วยต้นนุ่น กลับที่ตั้งหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท บ้านม่อนตะแลง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เรียบร้อยแล้ว ด้วยความปลอดภัย

สำหรับเฮลิคอปเตอร์ ที่มาสนับสนุนภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท มาจากกองบินจังหวัดลพบุรี เป็น ฮ.รุ่น เบลล์ 212 มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาหลายสิบปี โดยเป็น ฮ.ที่มาทดแทน ฮท.1 หรือฮิ้วอี้ เฮลิคอปเตอร์สมัยสงครามเวียดนามที่ไทยได้รับสนับสนุนจากอเมริกา ซึ่งปัจจุบัน ฮท.1 ได้ถูกยกเลิกการใช้ไปแล้ว และส่ง ฮ.เบลล์ 212 มาทดแทน
ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์ Bell 212 เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง 2 ใบพัด 2 เครื่องยนต์ ที่ผลิตโดยบริษัท Bell Helicopter มีชื่อเล่นว่า “Twin Huey” และมีความสามารถในการบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 14-15 ที่นั่ง ถูกนำไปใช้ในหลากหลายภารกิจ เช่น การขนส่งกำลังพล การสนับสนุนธุรการ การค้นหาและกู้ภัย และการส่งกลับสายแพทย์

ภารกิจของ ฮ. รุ่นเบลล์ 212 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีหลากหลายภารกิจ ไม่ว่าจะเป็น การลำเลียง สป.และยุทธภัณฑ์ทางทหาร ให้แก่หน่วยทหารที่ประจำการตามฐานที่มั่นตามแนวชายแดน การช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติ เช่นการลำเลียงเครื่องอุปโภค และบริโภคสนับสนุนให้แก่ราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยที่เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านถูกตัดขาด รวมไปถึงการสนับสนุน ทีมกู้ชีพฉุกเฉิน Sky Docter บินรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินไปรักษา เนื่องจากผู้ป่วยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลกันดาร หากลำเลียงผู้ป่วยด้วยทางบก จะไม่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ทันเวลา



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

ปฏิบัติการ “เติมไออุ่น” จากใจทหาร มทบ.32 คลายหนาวให้ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง

ปฏิบัติการ “เติมไออุ่น” จากใจทหาร มณฑลทหารบกที่ 32 คลายหนาวให้ผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบาง ถึงหน้าบ้าน ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32/ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 /ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันประจำอำเภอ (ชุดที่1) และจิตอาสาภัยพิบัติ มณฑลทหารบกที่ 32 ลงพื้นที่ ปฏิบัติการ “ส่งต่อไออุ่น” ด้วยการมอบผ้าห่มกันหนาว ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยติดเตียง แรงงาน รายวัน ในพื้นที่ ตำบลหนองหล่ม อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหนาว และเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยของทหารต่อพี่น้องประชาชน โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของกลุ่มผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่มีร่างกายอ่อนแอและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการช่วยเหลือจึงได้จัดเตรียมผ้าห่มคุณภาพดี ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันการเจ็บป่วยที่อาจเกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงอย่างรวดเร็ว


นที มีเดช รายงาน

“ร.8 พัน.1” เปิดค่ายเยี่ยมญาติทหารใหม่ สร้างกำลังใจ คลายความคิดถึงให้น้องเล็กของกองทัพบก

“ร.8 พัน.1” เปิดค่ายเยี่ยมญาติทหารใหม่ สร้างกำลังใจ คลายความคิดถึงให้น้องเล็กของกองทัพบก

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2568 ที่หน่วยฝึกทหารใหม่ ร.8 พัน.1 โดย พ.ท.จิรพงศ์ จะรอนรัมย์ ผบ.ร.8 พัน.1 ให้หน่วย จัดกิจกรรมเยี่ยมญาติและพบปะทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวและผู้ปกครองได้มาเยี่ยมทหารใหม่อย่างใกล้ชิด เสริมสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุตรหลานที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ชีวิตทหาร พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัวว่า ทหารใหม่ทุกนายได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุดภายในหน่วย อีกทั้งยังช่วยคลายความคิดถึงและความกังวลใจของญาติได้เป็นอย่างมาก ทุกครอบครัวสามารถพูดคุย สอบถาม และรับรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ ตลอดจนการฝึกของทหารใหม่อย่างตรงไปตรงมา

บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัวและทหารใหม่ได้อย่างงดงาม เสียงหัวเราะ น้ำตาแห่งความคิดถึง และกำลังใจดีๆ ที่ครอบครัวมอบให้ คือพลังสำคัญที่ช่วยเติมแรงใจให้ทหารใหม่ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงและเข้มแข็ง สถานที่ ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ ร.8 พัน.1 ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย


ภาพ/ข่าว : ร.8 พัน.1

นบ.ยส.24 โดย หน่วยเรือโพนพิสัย นรข.เขตหนองคาย จับกุมขบวนการค้ายาบ้า พร้อมตรวจยึด ยาบ้า จำนวน 548,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.หนองคาย

นบ.ยส.24 โดย หน่วยเรือโพนพิสัย นรข.เขตหนองคาย จับกุมขบวนการค้ายาบ้า พร้อมตรวจยึด ยาบ้า จำนวน 548,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.หนองคาย

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 กองทัพบก โดย ทภ.2/นบ.ยส.24 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ท.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) นร.โพนพิสัย นรข.เขตหนองคาย (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย บริเวณ ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หน่วยจึงจัดกำลังพล เฝ้าตรวจเพื่อป้องกัน และสกัดกั้นการกระทำผิดบริเวณดังกล่าว

ครั้นเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 68 เวลา 01.30 น. ตรวจพบเรือแล่นมาจาก สปป.ลาว เข้ามาเทียบท่าฝั่งไทย บริเวณ บ.หัวหาด ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย และมีบุคคลต้องสงสัยจากฝั่งไทย ขนย้ายวัตถุบางอย่างลงจากเรือขึ้นมาวางไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ เมื่อบุคคลต้องสงสัยพบเห็นเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องสงสัยที่อยู่บนเรือจึงได้รีบกลับขึ้นเรือแล่นเรือข้ามกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงสามารถจับ กุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่ฝั่งไทยไว้ได้ 1 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติด (ยาบ้า) 2 กระสอบ จำนวน 548,000 เม็ด ปัจจุบันได้นำของกลางทั้งหมดมาไว้ที่ นร.โพนพิสัย เพื่อทำบันทึกจับกุม และตรวจนับโดยละเอียด จากนั้นจะนำส่ง พงส.สภ.โพนพิสัย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


นบ.ยส.24 ภาพ/ข่าว

สุดคึก ! “แกะดำ Music Festival ครั้งที่ 2” มันสนั่นเขาค้อ นักท่องเที่ยวทะลัก–เศรษฐกิจท้องถิ่นสะพัด

เพชรบูรณ์ – สุดคึก! “แกะดำ Music Festival ครั้งที่ 2” มันสนั่นเขาค้อ นักท่องเที่ยวทะลัก–เศรษฐกิจท้องถิ่นสะพัด

ค่ำคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 บริเวณไร่ B.N. เขาค้อ แน่นขนัดไปด้วยคลื่นมหาชน หลัง “แกะดำ Music Festival ครั้งที่ 2” เทศกาลดนตรีสุดฮิตยกทัพศิลปินดังเปิดเวทีท่ามกลางอากาศเย็นสบายราว 20 องศา ดึงนักท่องเที่ยวแห่ขึ้นเขาค้อจนคึกคักทั้งพื้นที่

งานปีนี้จัดหนักจัดเต็มด้วยไลน์อัพระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็น PUN, Violette Wautier, Num Kala, Bedroom Audio, BANK Preeti, Klear, UrboyTJ, จ๊ะ นงผณี และ Lomosonic สร้างความมันสะเทือนลั่นกลางลานคอนเสิร์ต ผู้ชมบางส่วนปูเสื่อปิกนิกนั่งชิลรับลมหนาว ขณะที่หน้าเวทีแน่นเอี๊ยดไปด้วยแฟนเพลงที่กระโดดสุดตัวตามจังหวะ แสงสี–เสียงกระหึ่มผสานบรรยากาศบนเขาค้อ กลายเป็นภาพประทับใจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

นอกจากความบันเทิงแล้ว เทศกาลยังช่วย กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน อย่างชัดเจน ทั้งโซนอาหาร ร้านค้า สินค้าท้องถิ่น รวมถึงที่พักในอำเภอเขาค้อที่ถูกจับจองกันจนเต็ม ผู้ประกอบการต่างยิ้มออก ระบุงานดนตรีครั้งนี้ช่วยสร้างรายได้สะพัดช่วงปลายปี

เพิ่มดีกรีความตื่นเต้น ผู้ร่วมงานทุกคนที่ซื้อตั๋วยังได้สิทธิ์ ลุ้นทองคำมูลค่ากว่า 100,000 บาท โดยใช้หมายเลขหลังบัตรเป็นรหัสนำโชค สร้างสีสันและความฮือฮาให้กับงานอย่างมาก
โดยภาพรวม “แกะดำ Music Festival ครั้งที่ 2” ถือเป็นงานที่ผสมผสานเสียงเพลง การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ส่งให้เขาค้อกลับมาเป็นจุดหมายสุดฮอตที่ทั้งสนุก คึกคัก และสร้างพลังเศรษฐกิจให้จังหวัดเพชรบูรณ์แบบเต็มสูบ


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

กฤตพัฒน์ จุลไสย ร่วมแสดงความยินดี พลโท เสกสรรค์ เสืออิ่ม ในโอกาสรับตำแหน่ง เจ้ากรมสรรพกำลังกลาโหม

เมื่อวันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พลโท เสกสรรค์ เสืออิ่ม เจ้ากรมสรรพกำลังกลาโหม ให้การต้อนรับ “ผู้สื่อข่าวอาวุโส” กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผอ.สำนักข่าว นสพ.ชัยสมรภูมิ/ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย)/ที่ปรึก ษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา เข้าร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้ากรมสรรพกำลังกลาโหม

โดยมี พันเอก ดร.ศรัณยู วิริยเวชกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน(องค์การมหาชน), ว่าที่ ร.ต.ธนัท ชัชวาลย์ พิธีกร-นักนักแสดง, ผอ.องค์ กรสัมพันธ์ มูลนิธิตำรวจไทยนานาชาติ ร่วมยินดี ณ ห้องรับรองกรมสรรพกำลังกลาโหม อาคารสำนักงานปลัดกลาโหม (ศรีสมาน) อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี


ร่วมอวยพรวันเกิด คุณชัชวาลล์ คงอุดม ครบรอบ 82 ปี

เมื่อวัน พฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมร) ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารและความั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา/ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย) นำคณะเข้าร่วมอวยพร คุณชัชวาลล์ คงอุดม หรือ (พี่ชัช เตาปูน) สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้ใหญ่ที่ “เปี่ยมด้วยน้ำใจ-คุณธรรม โอกาส “วันคล้ายวันเกิด” ครบรอบ 82 ปี กับบรรยากาศอบอวลด้วยความสุข-ความอบอุ่นที่ท่านมอบให้กับญาติ-มิตรทุกคนที่เข้าร่วมอวยพร

โดยมี อาจารย์ ณพวุฒิ จุลไสย เลขานุการประจำกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร,และอนุกรรมาธิการคณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสาร และการโทรคมนาคม-วุฒิสภา, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต สส.สระบุรี 2 สมัย, มงคล นฤนาทดำรงค์ อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ร่วมอวยพร ที่บ้านพักย่านเตาปูน เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ


นายก อบจ.นครปฐม นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพ่อ

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม นำข้าราชการ และประชาชน ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพ่อ

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรม อุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายวีรวิชญ์ สะสมทรัพย์ และนายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย, ประธานสภาฯ, รองประธานสภาฯ, สมาชิกสภา, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้า ราชการ, เจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม,ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ อบต.ทุ่งน้อย และผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชนตำบลทุ่งน้อย ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

น้ำขึ้นไม่หยุด บ่อเลี้ยงกุ้งสองพี่น้องจมบาดาลกว่า 200 ไร่

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ว่าปัจจุบันมีการระบายน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูพลเทพที่อัตรา 150.23 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำลดลง 0.40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาในอัตรา 149.77 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 0.11 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือประตู +6.45 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตร ระดับน้ำท้ายประตู +5.58 ม.รทก. ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับถนนพระพันวษา 2 เซนติเมตร (ระดับต่ำสุดในเขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี 5.60 เมตร) ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเพิ่มขึ้น 5 เซนติเมตร คลองจระเข้สามพัน ระบายน้ำในอัตรา 43.24 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำลดลง 6.34 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คลองระบายใหญ่สองพี่น้อง ระบายน้ำในอัตรา 70.19 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น 8.38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปริมาณน้ำรวมสถานี T 13 บริเวณสะพานวัดท่าเจดีย์ระบายน้ำในอัตรา 451.83 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การระบายน้ำเพิ่มขึ้น 9.46 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำ 7.36 เมตร คงที่ สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.96 เมตร (ระดับตลิ่ง 6.40 เมตร) อ่างเก็บน้ำกระเสียวมีปริมาณน้ำ 242 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 3 ล้านลูกบาศก์เมตร (ปริมาณความจุอ่าง 299 ล้านลูกบาศก์เมตร) คิดเป็น 80.97 % ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยได้แผ่ขยายวงกว้างมากขึ้นทำให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุมชน 477 หมู่บ้าน 21,153 ครัวเรือน

ด้านที่อยู่อาศัย บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 10 อำเภอ 2 เทศบาลเมือง 78 ตำบล 31 ชุมชน 554 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับผลกระทบ 21,963 ครัวเรือน โดยได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว

ด้านพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รวบรวมความเสียหาย และการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านพืช ในพื้นที่ช่วงการเกิดภัยตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ถึงวันที่ยังไม่สิ้นสุด ในพื้นที่อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภอดอนเจดีย์ อำเภอสองพี่น้อง อำเภอสามชุก และอำเภอหนองหญ้าไซ ที่ขอรับความช่วยเหลือมายังจังหวัดสุพรรณบุรี เกษตรกรรวม จำนวน 190 ราย พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายรวม จำนวน 1,226.50 ไร่ วงเงินช่วยเหลือรวม จำนวน 1,891,190 บาท (หนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นหนึ่งพันหนึ่งร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) ซึ่งที่ประชุม ก.ช.ภ.จ. มีมติให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ (อุทกภัย) ด้านพืช เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568

ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย และได้รับผลกระทบ จำนวน 5 อำเภอ 64 ตำบล 31 ชุมชน 477 หมู่บ้าน 21,153 ครัวเรือน ประกอบด้วย อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี อำเภออู่ทอง และอำเภอศรีประจันต์

ทางด้านนายวันชัย ทิตยวงศ์ อายุ 61 ปีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม ตำบลบาง ตาเถร อำเภอสองพี่น้อง เปิดเผยว่าปีนี้น้ำมาเร็วและเยอะมากสองรอบก่อนหน้าไม่แรงเท่าไหร่แต่รอบที่สามนี่ขึ้นเยอะและเร็วมากจนป้องกันไม่ทันทำให้บ่อกุ้งเสียหายจับกุ้งยังไม่ทันหมดน้ำก็มาท่วมแบบกระทันหันจนตั้งตัวไม่ทันป้องกันไม่ได้ ทำให้เกิดความเสียหายบางส่วนคิดเป็นเงินก็หลายแสนบาท ตนเลี้ยงกุ้งขาวปนกุ้งก้ามกรามไว้ประมาณ 10 ไร่ลงทุนไร่ละ สองหมื่นกว่าบาท ราคากุ้งก็ไม่ดียังมาเจอภัยธรรมชาติอีก พื้นที่ใกล้เคียงกับยังมีน้องชายและเพื่อนบ้านที่เลี้ยงกุ้งขาวกุ้งก้ามกรามอีกหลายราย บางรายไม่ทันได้จับกุ้งแม่แต่ตัวเดียวก็มาถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด แต่ละรายลงทุนกันหลักหลายแสนถึงหลักล้าน อยากจะฝากถึงรัฐบาลขอให้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งด้วยถึงแม้ไม่ได้เงินแต่ก็ขอให้ช่วยเป็นพันธุ์กุ้งก็ได้

นอกจากนี้การใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั้ง 5 อำเภอที่ถูกน้ำท่วมบ้าน ถนนในหมู่บ้านรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ต้องใช้เรือ ภายในบ้านต้องของขึ้นที่สูงบางบ้านแทบจะไม่มีที่ นอน หลายรายต้องอพยพขนย้ายรถราทรัพย์สินต่างๆออกมากางเต็นท์นอนอยู่ริมถนนได้รับความเดือดร้อนลำบาก


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี