อช.กุยบุรี เร่งเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บหลังคาดว่าถูกยิงขาหลัง พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

อช.กุยบุรี เร่งเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บหลังคาดว่าถูกยิงขาหลัง พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

วันที่ 25 พ.ย. นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าได้ประสาน นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ ทีมแพทย์เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ กร.1 (ป่ายาง) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ลงพื้นที่ค้นหาและเร่งให้การช่วยเหลือช้างป่าตัวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ก่อนใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และกำลังพลเดินสำรวจค้นหาปรากฏว่าพบช้างป่าตัวที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทีมสัตวแพทย์ฯได้วางแผนยิงยาซึมและรอจนยาออกฤทธิ์เพื่อทำการรักษาช้างป่า เบื้องต้นตรวจพบบาดแผลขนาด 0.5 ซม.ที่ขาหลังด้านซ้าย และมีอาการบวมแผลลึกไม่น้อยกว่า10 ซม.ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรอยกระสุนปืน แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีเครื่องตรวจสอบวัตถุโลหะ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งทำการรักษาพร้อมเฝ้าดูอาการตลอดจนช้างเริ่มขยับตัวและเดินได้เอง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและทีมสัตว์แพทย์จึงได้ออกจากพื้นที่ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยฯป่ายาง ค่อยเฝ้าติดตามอาการช้างป่าตัวดังกล่าวต่อไป

นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า จากการลงที่ช่วยเหลือและตามช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทีมงานได้นำโดรนมาบินสำรวจประชากรช้างในพื้นที่ ก่อนพบช้างป่าตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ จึงสั่งการให้หัวหน้าหน่วยป่ายางชุมเร่งติดตามให้การช่วยเหลือช้างตัวดังกล่าว พอเจ้าหน้าที่ติดตามช้างตัวดังกล่าวพอถึงเวลาพบค่ำช้างป่าได้หนีเข้าป่าเจ้าหน้าที่จึงต้องยุติการค้นหา ก่อนรุ่งขึ้นก็จัดเจ้าหน้าที่เร่งติดตามโดยการใช้โดรนบินสำรวจค้นหา และเดินเท้าค้นหาเพื่อให้การช่วยเหลือช้างตัวดังกล่าว จนถึงช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ย.ได้พบช้างป่าตัวที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวบริเวณหอ 2 ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าช่วยเหลือโดยการยิงยาซึม

จากการตรวจสอบช้างป่าตรวจดังกล่าว มีอาการได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายหลัง มีอาการบวม มีเลือดไหลซึมออกมาตลอด โดยทีมสัตวแพทย์ให้ยาซึมจนช้างสงบลง ก่อนทำการเก็บตัวอย่างเลือด และทำแผล พร้อมให้น้ำเกลือ จากการตรวจสอบบาดแผลพบว่าเป็นลักษณะวงกลมเส้นผ่า ศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร คาดว่าจะเป็นรอยกระสุนปืน เนื่องจากทีมเจ้าหน้าที่ไม่มีเครื่องสแกนโลหะ แต่หากมีเครื่องสแกนโลหะจะวินิจฉัยสาเหตุการบาดเจ็บของช้างได้แน่ชัด ก่อนเจ้าหน้าที่ได้ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดปวด วิตามิน ยาวัคซีนบาดทะยัก เข้าทางหลอดเลือดดำที่บริเวณใบหูให้ช้างป่า

โดยหลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามดูอาการของช้างป่าตัวดังกล่าว หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าพิการช่วยเหลือช้างป่าโดยตัวดังกล่าวก็มีโอกาสรอดต่อไปสูง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

เรือนจำกลางนครปฐม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ยกระดับการพัฒนาผู้ต้องขังก่อนและหลังพ้นโทษ

เรือนจำกลางนครปฐม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ยกระดับการพัฒนาผู้ต้องขังก่อนและหลังพ้นโทษ

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานในการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างเรือนจำกลางนครปฐม สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครปฐม และบริษัท ยูไนเต็ด ฟาคห์ จำกัด ณ ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care) เรือนจำกลางนครปฐม

การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ผ่านการจัดทำแผนงาน โครงการ หลักสูตร และกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาพฤตินิสัย การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ตลอดจนการสนับสนุนด้านการจัดหางาน การจ้างงาน และการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีศักยภาพในการกลับเข้าสู่สังคมอย่างมั่นคง

ผู้ร่วมลงนามประกอบด้วย นางเจนจิรา เดชะรัฐ จัดหางานจังหวัดนครปฐม นางสมจิต ขำทวี พนักงานคุมประพฤติชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการคุมประพฤติจังหวัดนครปฐม และนายพงษ์เผ่า มีเผ่าพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูไนเต็ด ฟาคห์ จำกัด

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมโอกาสในการมีงานทำหลังพ้นโทษ อันจะนำไปสู่การลดการกระทำผิดซ้ำและสร้างความมั่นคงให้กับสังคมในระยะยาว


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับบุหรี่เถื่อนคาด่านน้ำเกริ๊ก มูลค่าเปรียบเทียบปรับกว่า 4 แสนบาท

ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ สกัดจับบุหรี่เถื่อนคาด่านน้ำเกริ๊ก มูลค่าเปรียบเทียบปรับกว่า 4 แสนบาท

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองพลหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการร่วมกับ นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราช การจังหวัดกาญจนบุรี (รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าเลี่ยงภาษีจำนวนมาก จากบริเวณชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน

จึงได้สั่งการให้ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พันเอก ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 134 สภ.สังขละบุรี และฝ่ายปกครอง อำเภอสังขละบุรี ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้เข้าไปยังพื้นที่ตอนใน

ในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณ จุดตรวจร่วมน้ำเกริ๊ก ม.8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สังเกตพบรถตู้สงสัย จึงให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ พบ ของกลาง บุหรี่เลี่ยงภาษี จำนวน 45 คอตตอน ซุกซ่อนอยู่บริเวณด้านท้ายรถตู้คันดังกล่าว รวมมูลค่าเปรียบเทียบปรับของสรรพสามิต เป็นเงินกว่า 405,000 บาท

จากการซักถาม ผู้กระทำความผิด ให้การว่า ตนเช่าเหมารถตู้โดยสารไม่ประจำทางเพื่อเดินทางมาท่องเที่ยว บริเวณ บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยซื้อบุหรี่เลี่ยงภาษีดังกล่าวไปฝากญาติของตน แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 พร้อมทั้งนำตัวผู้กระทำความผิดและของกลางทั้งหมดส่ง สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กัมพล ทันเวลา / ทีมข่าวภาคตะวันตก

ตำรวจภูธรภาค 5 รับรางวัลคะแนนรวมสูงสุดลำดับ 1 ของประเทศ หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการปราบปราม และการบังคับใช้กฎหมายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

ตำรวจภูธรภาค 5 รับรางวัลคะแนนรวมสูงสุดลำดับ 1 ของประเทศ หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการปราบปราม และการบังคับใช้กฎหมายความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2568

24 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีหน่วยงานระดับกองบัญชาการถึงสถานีตำรวจได้รับรางวัล 15 รางวัล พิจารณาผลงานเป็นที่ประจักษ์ตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวชื่นชมยกย่องทุกหน่วยที่มุ่งมั่นปราบปรามจนเห็นผล และย้ำว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน และต้องดำเนินการปราบปรามทั้งเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยในชุมชนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการป้องกันตนเองจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้อง เพื่อกอบกู้และรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ
ซึ่งตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับรางวัลดังนี้

  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบัญชาการดีเด่น อันดับ 1 โดย พล.ต.ต.ธนรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบังคับการดีเด่น ได้แก่
    • อันดับ 1 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มี พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 3 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย มี พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดดีเด่น ด้านการดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มูลฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 มี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช. ภ.5 เป็นผู้แทนรับมอบ

ในโอกาสที่ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับรางวัลดังกล่าวจาก ผบ.ตร.นั้นถือว่าเป็นกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจที่พร้อมจะปกป้องประชาชนและสังคมให้ห่างจากยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการในการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และการให้ความรู้แก่เยาวชนและชุมชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้สังคมต่อไป


นที มีเดช รายงาน

มุกดาหารโมเดล !!นอภ.เมือง ผนึกกำลังทหารพราน ปฏิบัติการคุมเข้มซีลชายแดน ตรวจยึดยาบ้า 1.9 แสนเม็ด สกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขงโขง ก่อนทะลักเข้าพื้นที่ตอนใน

มุกดาหารโมเดล!! นอภ.เมือง ผนึกกำลังทหารพราน ปฏิบัติการคุมเข้มซีลชาย แดน ตรวจยึดยาบ้า 1.9 แสนเม็ด สกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขงโขง ก่อนทะลักเข้าพื้นที่ตอนใน

เมื่อ วันที่ 25 พ.ย.68 เวลา 14.00 น. ที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 อ.เมือง จ.มุกดาหาร นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ. ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 พร้อมด้วย กอ.รมน., ตชด.234 ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดา หาร ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 190,000 เม็ด ซึ่งการดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล “Quick Big Win รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ : ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว สู่เป้าหมายอันยิ่งใหญ่” ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

โดยเมื่อเวลา 24 พ.ย.68 เวลา 12.00 น. ได้รับทราบจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่าจะมีการลักลอบทำผิดกฎหมาย โดยการนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยจึงได้จัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พื้นที่จุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง ตามภาพข่าว บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ.นาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ครั้นเวลา 1730 เจ้าหน้าที่ที่ทำการเฝ้าตรวจได้ตรวจการณ์พบ เรือหาปลาต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นเรือมาจากฝั่ง สปป.ลาว มายังฝั่งไทย ขับวนเลียบตลิ่งไปมามีกระสอบสิ่งของต้องสงสัยอยู่บนเรือ ใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่ จากนั้นเรือลำดังกล่าวได้แล่นเข้ามาจอดตรงพื้นที่ และมีบุคคลบนเรือ ทำการยกสิ่งของขึ้นมาบนฝั่ง แล้วรีบขับเรือกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว หน่วยจึงเฝ้าสังเกตุการณ์ แต่ไม่มีบุคคลมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ จึงเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ พบเป็น ยาบ้า บรรจุแพคอยู่ในกระสอบทั้ง 2 กระสอบจำนวน 190,000 เม็ด จึงได้ดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ. 2105 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า จังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการตามวาระแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น โดยในปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมยาบ้าตามแนวชายแดนได้สูงถึง 30 ล้านเม็ด สำหรับการจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด จึงได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ทั้งปกครอง ทหาร และตำรวจ ทำการ “ซีนชายแดน” (Seal) ปิดล้อมพื้นที่อย่างแน่นหนา

ทางด้าน ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีจากเดิมที่ขนล็อตใหญ่หลักล้านเม็ด มาเป็นรูปแบบ “กองทัพมด” คือทยอยนำเข้าทีละ 1-2 แสนเม็ด มาพักคอยไว้ตามจุดต่างๆ ตามแนวชายแดน เมื่อรวบรวมได้ครบจำนวนจึงจะให้นักบินมารับเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนักในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

พรพิพัฒน์ รายงาน

มทภ.2 จับมือ ผอ.สนภ.5 นทพ. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานสร้างถนนยุทธวิธี เสริมความมั่นคงชายแดน จ.ศรีสะเกษ

มทภ.2 จับมือ ผอ.สนภ.5 นทพ. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานสร้างถนนยุทธวิธี เสริมความมั่นคงชายแดน จ.ศรีสะเกษ

พลโท วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้างานก่อสร้างถนนยุทธวิธี เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ โดยมี พลตรี ณัฐพงศ์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 5 พร้อมด้วย พันเอก รณชัย เวียงวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ร่วมคณะลงพื้นที่ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของชุดหน่วยช่างพัฒนา สนับสนุนภารกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้แนวทางในการพัฒนาการก่อสร้างให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้มอบพระเครื่องเป็นขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลหน่วยช่างพัฒนา สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และกำลังพลของกองกำลังสุรนารี ที่ปฏิบัติหน้าที่ในโครงการดังกล่าว


พรพิพัฒน์ รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 2” เยี่ยมให้กำลังใจทหารกล้า ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิดและอบอุ่น

“แม่ทัพภาคที่ 2” เยี่ยมให้กำลังใจทหารกล้า ผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิดและอบอุ่น

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยได้พูดคุยสอบถามอาการและให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งรับฟังความต้องการความช่วยเหลือด้านต่างๆของกำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานกับทางโรงพยาบาลและหน่วยต้นสังกัดของกำลังพล ให้ดูแลด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิการ และความเป็นอยู่ของกำลังพลอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้ฟื้นตัวกลับสู่ปกติได้โดยเร็วที่สุด

การเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยของแม่ทัพภาคที่ 2 ที่มีต่อกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ และเป็นกำลังใจสำคัญให้แก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง


ทหารพรานจับมือกับปลัดหญิง สนธิกำลังยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ทิ้งริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร ก่อนขับเรือหางยาวข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อบ้าน

มุกดาหาร – ทหารพรานจับมือกับปลัดหญิง สนธิกำลังยึดยาบ้า 190,000 เม็ด ทิ้งริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร ก่อนขับเรือหางยาวข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อบ้าน

เมื่อเวลา 24 พ.ย.68 เวลา 12.00 น. ที่จังหวัดมุกดาหาร ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 จึงบูรณาการร่วมกับ มว.ท.ธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (สิงห์เมืองมุก) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง

ได้รับทราบจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่าจะมีการลักลอบทำผิดกฎหมาย โดยการนำเข้าสิ่งของผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หน่วยจึงได้จัดชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พื้นที่จุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง ตามภาพข่าว บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง บ.นาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

ครั้นเวลา 17.30 น.เจ้าหน้าที่ที่ทำการเฝ้าตรวจได้ตรวจการณ์พบ เรือหาปลาต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นเรือมาจากฝั่ง สปป.ลาว มายังฝั่งไทย ขับวนเลียบตลิ่งไปมามีกระสอบสิ่งของต้องสงสัยอยู่บนเรือ ใกล้กับจุดที่เจ้าหน้าที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่ จากนั้นเรือลำดังกล่าวได้แล่นเข้ามาจอดตรงพื้นที่ และมีบุคคลบนเรือ ทำการยกสิ่งของขึ้นมาบนฝั่ง แล้วรีบขับเรือกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว

หน่วยจึงเฝ้าสังเกตุการณ์ แต่ไม่มีบุคคลมาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของ จึงเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ พบเป็น ยาบ้า บรรจุแพคอยู่ในกระสอบทั้ง 2 กระสอบจำนวน 190,000 เม็ด จึงได้ดำเนินการขนย้ายมายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ. 2105 เพื่อดำเนินการตรวจสอบและตรวจนับอย่างละเอียด พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21

สตช. มอบโล่ 15 กองบัญชาการ – สถานีตำรวจ ปราบยาเสพติดดีเด่น จับ ยึด ขยายผล อายัดทรัพย์ เด็ดขาด – ผบ.ตร. ยกย่องผลงาน กำชับขยายผลรายใหญ่ รายย่อยไม่ละเว้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มอบโล่ 15 กองบัญชาการ – สถานีตำรวจ ปราบยาเสพติดดีเด่น จับ ยึด ขยายผล อายัดทรัพย์ เด็ดขาด – ผบ.ตร. ยกย่องผลงาน กำชับขยายผลรายใหญ่ รายย่อยไม่ละเว้น

วันนี้ (24 พฤศจิกายน 2568) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ. ตร.) เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดดีเด่น ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมีหน่วยงานระดับกองบัญชาการถึงสถานีตำรวจได้รับรางวัล 15 รางวัล พิจารณาผลงานเป็นที่ประจักษ์ตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ณ ห้องสารสิน อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร. กล่าวชื่นชมยกย่องทุกหน่วยที่มุ่งมั่นปราบปรามจนเห็นผล และย้ำว่า ปัญหายาเสพติดเป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของประชาชน และต้องดำเนินการปราบปรามทั้งเครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยในชุมชนอย่างจริงจัง ควบคู่ไปกับการป้องกันตนเองจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยขอให้ยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้อง เพื่อกอบกู้และรักษาศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. /รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ทั้งในด้านการปราบปราม การขยายผลยึดทรัพย์ และการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

โดยหน่วยที่ได้รับรางวัล 15 รางวัล แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้

  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบัญชาการดีเด่น จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
    • อันดับ 1 : ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.ธนรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 2 : ตำรวจภูธรภาค 4 โดน พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 3 : ตำรวจภูธรภาค 3 โดย พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานระดับกองบังคับการดีเด่น จำนวน 3 รางวัล ได้แก่
    • อันดับ 1 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มี พ.ต.อ.ชินเดช ดีแท้ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 2 : ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช มี พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เป็นผู้แทนรับมอบ
    • อันดับ 3 : ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย มี พ.ต.อ.รัฐพล น้อยช่างคิด รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลระดับสถานีตำรวจดีเด่น จำนวน 4 รางวัล ได้แก่
    • สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี มี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ มี พ.ต.อ.บุญเลิศ นาคทั่ง ผกก.สภ.ทองแสนขัน เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรบางสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี มี พ.ต.ท.สุริยัน เพชรช่วย สวญ.สภ.บางสวรรค์ เป็นผู้แทนรับมอบ
    • สถานีตำรวจภูธรบ้านแก้ง จ.ชัยภูมิ มี พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ จิโรจธนพงษ์ สว.สภ.บ้านแก้ง เป็นผู้แทนรับมอบ
  • รางวัลหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานตามเป้าหมายตัวชี้วัดดีเด่น จำนวน 5 รางวัล ได้แก่
    • ดีเด่นด้านการจับกุมยาเสพติดข้อหาร้ายแรง ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 8 มี พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบช.ภ.8 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการจับกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเปรียบเทียบกับเป้าหมายตามตัวชี้วัด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 4 มี พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รอง ผบช.ภ.4 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการดำเนินคดีฐานความผิดสมคบสนับสนุนช่วยเหลือหรือพยายามต่อจำนวนการจับกุมคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล มี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นด้านการดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มูลฐานความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 5 มี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 เป็นผู้แทนรับมอบ
    • ดีเด่นผลการดำเนินดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินคดียาเสพติด ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 7 มี พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย รอง ผบช.ภ.7 เป็นผู้แทนรับมอบ

ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปราบปรามยาเสพติดนั้น จำเป็นที่จะต้องทำงานอย่างมุ่งมั่นมานะ เสียสละ เพราะต้องมีการวางแผนและการหาข่าวเป็นเวลานาน ซึ่งรางวัลที่ ผบ.ตร. ได้ตั้งใจมอบให้นั้น ถือว่าเป็นกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจที่พร้อมจะปกป้องประชาชนและสังคมให้ห่างจากยาเสพติด รวมถึงการดำเนินการในการนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด และการให้ความรู้แก่เยาวชนและชุมชน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งให้สังคมต่อไป


ผอ.ประชาสัมพันธ์เขต 4 บุกพื้นที่ มอบนโยบาย “PRD4-FAST” เข้มยกระดับงานสื่อรัฐ เน้นซื่อสัตย์–รับผิดชอบ–บริการประชาชน–ทำงานทันเวลา

เพชรบูรณ์ – ผอ.ประชาสัมพันธ์เขต 4 บุกพื้นที่ มอบนโยบาย “PRD4-FAST” เข้มยกระดับงานสื่อรัฐ เน้นซื่อสัตย์–รับผิดชอบ–บริการประชาชน–ทำงานทันเวลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศ ไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ นางพิศมัย เลิศอิทธิบาท ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมให้กำลังใจและมอบนโยบายการทำงานแบบเข้มข้น โดยมี นายธีระชัย มังกรทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์ นางสุวัฒนา พันธ์ภูมิ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเพชรบูรณ์ ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของหน่วยงานในพื้นที่

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผอ.เขต 4 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนนโยบาย PRD4-FAST “เร็ว แรง น่าเชื่อถือ” เพื่อยกระดับคุณภาพงานประชาสัมพันธ์ของรัฐในพื้นที่ โดยประกอบด้วย

  • F – FAITHFUL : ซื่อสัตย์ โปร่งใส น่าเชื่อถือ
  • A – ACCOUNTABILITY : รับผิดชอบรอบด้าน
  • S – SERVICE MIND : มีจิตบริการเพื่อประชาชน
  • T – TIMELINESS : ทำงานทันเวลา เที่ยงตรง รวดเร็ว

ทั้งนี้ ได้กำชับให้พัฒนาคุณภาพรายการ เพิ่มจำนวนผู้ฟังวิทยุและช่องทางสื่อสารของสถานี พร้อมประชาสัมพันธ์รายการเด่นอย่างต่อเนื่อง รายงานข่าวสารภารกิจสำคัญของรัฐบาลและจังหวัดให้ครบถ้วน รวมถึงติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ ยังสั่งการให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์และสถานีวิทยุกระจายเสียงฯ ทำงานประสานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสื่อสารของรัฐในพื้นที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะเดียวกัน ผอ.เขต 4 ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเผยแพร่ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และงานที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง และต่อเนื่อง


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน