ผบ.กองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย – เมียนมา ด้านแม่สอด จ.ตาก และมอบของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบ ชายแดนไทย – เมียนมา ด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และมอบของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่บ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย หน่วยเฉพาะกิจราชมนู หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการ และผู้นำหมู่บ้าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ชายแดนไทย–เมียนมา บริเวณ ท่าข้าม บ้านแม่โกนเกน ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ หลังเกิดเหตุการปะทะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ บ้านนิลละป่าน ฝั่งประเทศเมียนมา ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้าน และจากสถานการณ์ ยกระดับการกวาดล้าง กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ (สแกมเมอร์) บริเวณอาคารนิลละป่าน จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติที่หวาดกลัวต่อสถานการณ์ จำนวนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เตรียมการหลบหนีข้ามแม่น้ำเมย เข้ามายังฝั่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงปักหลักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ประเทศเมียนมา

โดยในครั้งนี้ พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้สั่งการให้หน่วยในพื้นที่ ได้เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพล และยุทโธปกรณ์ เตรียมการปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement หากมีการละเมิดการรุกล้ำอธิปไตยของไทย และยังประสาน ฝ่ายปกครอง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมการรองรับสถานการณ์หากเกิด ชาวต่างชาติ หลบหนีมายังฝั่งไทย เพื่อคัดกรอง และ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนการลงพื้นที่ บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และวัสดุซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายจากวิถีกระสุน จากการสู้รบของฝั่งประเทศเมียนมา ตามแนวชายแดน

ซึ่งปัจจุบัน กองกำลังนเรศวรยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถ

#กองกำลังนเรศวร #หน่วยเฉพาะกิจราชมนู #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่35 #ติดตามสถานการณ์ชายแดน #ช่วยเหลือประชาชน


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ที่อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 พันเอก ธรรมรัตน์ เหรียญทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายทหาร มอบหมายให้ พันตรี สมสกุล ทรงศรี รองหัวหน้าฝ่ายการข่าวกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกิจกรรมลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 7 ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์

เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และรณรงค์ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้กับฝ่ายปกครองอำเภอชนแดน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำเกษตรกร จำนวน 55 คน ได้รับทราบแนวทางการดำเนินงาน การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และรับฟังปัญหาพื้นที่ เพื่อร่วมมือบูรณาการในการแก้ปัญหาต่อไป


ทบ. รับมอบความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ทบ. รับมอบความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (27 พฤศจิกายน 68) เวลา 11.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก กองทัพบกดำเนินการรับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้รับมอบความช่วยเหลือ ดังนี้

  1. คุณทวิท สิงห์ปลอด ที่ปรึกษาโรงงานผู้ผลิตขนมปังโกลด์เบรด บริษัท เอ็นซีเอสโกลด์เบรด จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ มอบขนมปังโกลด์ 150,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 1,500,000 บาท
  2. คุณนันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด และคณะ มอบถุงนอน 200 ถุง, ยาทาป้องกันเชื้อรา น้ำกัดเท้า 500 ชิ้น และ Pampers สำหรับผู้ใหญ่ 100 แพ็ค
  3. คุณไปรยา ไทยชาติ ผู้บริหาร บริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัด และคณะ มอบเครื่องดื่มสมุนไพรพญานาค และพญานาคพร้อมท์ พร้อมด้วยเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่า มากกว่า 2,000 ขวด
  4. คุณอินทิรา ฉิวรัมย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง และคณะ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่สำคัญและมีความจำเป็นจำนวนมาก

กองทัพบก ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นพลังน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ในความห่วงใยในครั้งนี้ ทั้งนี้ กองทัพบกจะรีบดำเนินการนำไปมอบให้กับประชาชนที่กำลังประสบความเดือดร้อนในพื้นที่ต่างๆ อย่างเร่งด่วน และทั่วถึงทุกพื้นที่ต่อไป



แผนกแถลงข่าว
กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,500,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,500,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 กองกำลังผาเมือง โดย กองบังคับการควบคุมผาดำ หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ สถานีตำรวจภูธรไชยปรา การ และ ชุดปฏิบัติการสุนัขทหาร ทำการจัดตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ ด่านตรวจผาหงส์ บ้านผาหงส์ ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ผลการปฏิบัติ สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย (ช.1, ญ.1) พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1,500,000 เม็ด พร้อมรถยนต์ (กระบะตู้ทึบ) จำนวน 1 คัน

และเมื่อเวลา 11.05 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทน ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้น จึงได้นำของกลางทั้ง หมดส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรไชยปราการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด กกล.ผาเมือง ณ วันที่ 27 พฤศจิกายนต์ พ.ศ.2568

ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 106 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 110 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 49,568,307 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 845 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 15 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพ มหา นคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 8,231.4 ล้านบาท (8,281,478,125 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #พิทักษ์อาณารักษาชายแดน #กองกำลังผาเมือง #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

สุดระทึก!! ชุดปฏิบัติการทางน้ำกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 ร่วม ดำน้ำค้นหา สาวใหญ่ ก่อเหตุกระโดดสะพาน จมสูญหาย

สุดระทึก ชุดปฏิบัติการทางน้ำกองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 ร่วม หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญญสถาน ดำน้ำค้นหา สาวใหญ่ ก่อเหตุกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ลงแม่น้ำน่าน จมสูญหาย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กองพลทหารราบที่ 4 ได้รับแจ้งมีบุคคลกระโดดลงเเม่น้ำน่าน ที่บริเวณสะพานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จึงได้จัดกำลังพลสนับสนุนร่วมกับหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญญสถาน รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมชุดปฏิบัติการใต้น้ำ เร่งค้นหาร่างผู้สูญหาย

ต่อมาในเวลา 14.00 น. กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 จัดกำลังพลชุดกู้ภัยทางน้ำ ร่วมกับ มูลนิธิปราสาทบุญสถาน จังหวัดพิษณุโลก ทำการดำน้ำค้นหาบุคคลสูญหาย จากการกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ แม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก การค้นหา เป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จากจุดกระโดดสะพานพระราชวังจันทน์ ผลการปฏิบัติไม่พบผู้สูญหาย ทีมกู้ภัยจึงยุติการปฏิบัติการค้นหาทางน้ำ เวลา 18.00 น.

ต่อมาสามีผู้สูญหายมาถึงที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นาง อ. ( นามสมมติ ) อายุ 47 ปี ภูมิลำเนา อยู่ ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย นายสมชาย (นามสมมุติ) สามี กล่าวว่า นาง อ. เป็นภรรยา มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาทำความสะอาดตามโรงแรม และ บ้านพักต่างๆ สาเหตุการจบชีวิตในครั้งนี้คาดว่า เครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากรับเหมาทำความสะอาดโรงแรมแห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองพิษณุโลก และ ผู้ว่าจ้างไม่ยอมจ่ายเงินกว่า 40,000 บาท นางอ. จึงได้ตัดสินใจกู้เงินนอกระบบมาจ่ายให้ลูกน้องจำนวน 5 คน และ ถูกแก๊งหนี้นอกระบบข่มขู่ ทวงถาม จนนำทรัพย์สินที่บ้านไปขายมาใช้หนี้ก็ไม่พอ ครั้งนี้ นาง อ. จึงตัดสินใจจบชีวิตตนเอง

นายสมชาย (นามสมมุติ) สามี กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจ นาง อ. (ภรรยา) มาโดยตลอด และจะช่วยกันทำงานเพื่อใช้หนี้ใช้สินให้หมด ไม่ต้องคิดมาก ถ้าถามว่ามีปากเสียงทะเลาะกันไหม ยอมรับว่ามี ส่วนใหญ่เวลาที่ นาง อ.(ภรรยา) เมาสุราเท่านั้น

เบื้องต้นชุดปฏิบัติการใต้น้ำกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน จำนวน 5 นาย กองร้อยลาดตระเวนระยะไกลที่ 4 กองพลทหารราบที่ 4 จำนวน 9 นาย ใช้เวลาค้นหาประมาณ 4 ชั่วโมง เบื้องต้นยังไม่พบร่างผู้สูญหาย และยังค้นหาอย่างต่อเนื่อง


นที มีเดช รายงาน

บุ๋ม ปนัดดา ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้วิกฤตหนักสุด ระดมอาหาร-น้ำดื่ม ส่งกำลังใจภาคใต้

บุ๋ม ปนัดดา ลุยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้วิกฤตหนักสุด ระดมอาหาร-น้ำดื่ม ส่งกำลังใจภาคใต้

วันที่ (26 พฤศจิกายน 2568) เวลา 21.30 น. ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี มูลนิธิองค์กรทำดี ได้เดินทางให้การช่วยเหลือและได้จัดเตรียมอาหารน้ำดื่มเพื่อบริจาคในอำเภอเมืองหาดใหญ่ รวมถึงจังหวัดสตูลและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้

บุ๋ม ปนัดดา ได้เปิดเผยว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ เนื่องจากอำเภอหาดใหญ่เป็นพื้นที่กว้างทำให้การช่วยเหลือลำบาก และยังมีการตัดกระแสไฟฟ้า ประชาชนที่ยังติดอยู่ในบ้านยังมีอีกจำนวนมาก ผู้ประสบภัยแต่ละคนมีความต้องการค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ทีมบริหารจัดการค่อนข้างจะลำบากเช่นเดียวกัน และในทุกครั้งที่มีวิกฤตเราจะเห็นพลังน้ำใจของคนไทย และนั่นทำให้เป็นพลังสำคัญที่มูลนิธิเดินหน้าต่อไปได้ ทุกครั้งที่มีวิกฤตไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่จังหวัดไหนภาคไหนก็ตามเราจะได้เห็นอีกหนึ่งมุมของคนไทย รวมพลังกันเข้ามาช่วยในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ และการช่วยเหลือของผู้ประสบภัยไม่สามารถที่จะรอได้เราต้องเร่งมือทำให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมบริจาคเข้ามาเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

สุดท้ายนี้ยังได้ส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยไม่ว่าจะเป็น จังวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และในทุกจังหวัดของภาคใต้ ขอให้ทุกคนอดทนและสู้ เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องการช่วยเหลือทุกคนอย่างทั่วถึงและเต็มที่ อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือหลังจากน้ำลดในส่วนของโรงเรียนและจุดต่างๆขอให้ทุกคนสู้อดทนและผ่านมันไปด้วยกัน

ทหารมีไว้ทำไม #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


นที มีเดช รายงาน

นศ.วปอ.กว่าพันห้าร้อยคน ดูงานปกป้องรักษาอธิปไตย

จังหวัดลพบุรี – สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นำคณาจารย์ และนักศึกษา วปอ.และหลักสูตรต่าง ๆ กว่า 1,500 คน ศึกษาดูงานด้านการปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ ของหน่วยทหารในพื้นที่ จ.ลพบุรี

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ แหล่งสมาคมหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี พลเอก สิทธา มหาสันทนะ ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พร้อมด้วย พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ได้นำคณาจารย์นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 รวมถึง คณะสมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และ หลักสูตรต่างๆ ของกองทัพบก และกองทัพอากาศ อีกหลายสถาบัน อาทิ วิทยาลัยเสนาธิการทหาร หลักสูตรเสนาธิการทหารบก หลัก สูตรเสนาธิการทหารอากาศ หลักสูตรวิทยาลัยการทัพบก หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ และสำนักศึกษาทางทหารรวมกว่า 1,500 คน เดินทางเข้าศึกษาดูงานด้านการทหารของกองทัพบก และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมด้วย นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวให้การต้อนรับ และร่วมบรรยายสรุป พร้อมตอบข้อซักถาม เกี่ยวกับจังหวัดลพบุรี และภารกิจของหน่วยทหารรบพิเศษ ให้คณะได้รับฟัง

โอกาสเดียวกัน ยังได้นำคณะเข้ารับชมการสาธิต การปฏิบัติการทางทหารของหน่วยรบพิเศษ ณ สนามกองพลรบพิเศษที่ 1 ค่ายเอราวัณ อาทิ การปฏิบัติการรบพิเศษ ทั้งทางอากาศ และ ภาคพื้นดิน อาทิ การยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การช่วยเหลือตัวประกัน ร่วมกับอากาศยานของศูนย์การบินทหารบก ตลอดจนรับชม การใช้สื่อการแสดง เพื่อสร้างความรู้รักสามัคคี และเทิดทูนสถาบัน ของวงดนตรีกองทัพบก SMILE ARMY โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และการแสดง Static display เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารรบพิเศษการปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษ ซึ่งถือว่าเป็นเขี้ยวเล็บ ที่สำคัญยิ่งของหน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพไทย โดยได้รับความสนใจและเป็นที่ชื่นชอบของคณะเป็นอย่างมาก

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย คณะยังได้เดินทางไปยัง ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายภูมิพล ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี เพื่อรับชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ และการสาธิตการยิงปืนใหญ่ โดยมี พลตรี สมศักดิ์ นุตพันธุ์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารปืนใหญ่ ให้การต้อนรับ พร้อมนำชมการปฏิบัติการของเหล่าทหารปืนใหญ่ และอำนาจการยิงปืนใหญ่ชนิดต่างๆ ที่ผลิตโดยศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์อำนวยการป้องกันประเทศและพลังงานทหาร รวมถึง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน ของหน่วยทหารปืนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ในการปฏิบัติงานร่วมกับอากาศยานที่ใช้ในกองทัพบก ของศูนย์การบินทหารบก ทั้งด้านการป้องกันแนวชายแดน และงานด้านการบรรเทาสาธารณภัย ในการช่วยเหลือประชาชนจากเหตุภัยพิบัติต่างๆ อีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สภากาชาดไทย มอบถุงยังชีพประชาชนลพบุรีกว่า 500 หลังคาเรือนจากผลกระทบน้ำท่วม

จังหวัดลพบุรี – สภากาชาดไทย มอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งพบว่ามีจำนวนกว่า 500 หลังคาเรือน และจะสำรวจให้การช่วยเหลืออีก

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2568 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการมอบถุงยังชีพ ของสภากาชาดไทย โดยสำนัก งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี กาชาดจังหวัดลพบุรี ซึ่งก่อนที่จะเริ่มพิธีได้มีพิธีการยืนไว้อาลัยต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ซึ่งเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และเป็นการแสดงความจงรักภักดี โดยถุงยังชีพดังกล่าวได้มอบให้กับผู้นำชุมชุนของ 3 อำเภอประกอบด้วยอำเภอเมืองลพบุรี อำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง

โดยมีบ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวน 539 ชุด เพื่อที่ผู้นำชุมชนจะได้นำถุงยังชีพที่ได้รับจากสภากาชาดไทยไปมอบต่อให้กับประชาชน ทั้งนี้เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนและยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ ซึ่งได้มีการจัดกำลังจิตอาสาพระราชทานจากศูนย์การบินทหารบกมาให้การช่วยเหลือในการจัดส่งถุงยังชีพในครั้งนี้ด้วย

สำหรับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่จังหวัดลพบุรีในปีนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นน้ำที่ทางกรมชลประทานได้ประสานกับทางจังหวัดลพบุรี เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเกษตรที่เป็นนาข้าวที่ได้เก็บเกี่ยวแล้วรับน้ำจากประตูระบายน้ำต่าง ๆ จากเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท มายังทุ่งลพบุรี ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปริมาณน้ำไม่ให้ไหลลงไปทางจังหวัดตอนล่างที่มีน้ำท่วมขังมาเป็นเวลานานแล้ว โดยมีบ้านเรือนประชาชนในบางพื้นที่ของ 3 อำเภอที่อยู่ในพื้นที่ราบต่ำได้รับผลกระทบดังกล่าวตามไปด้วย

นอกจากจะได้รับถุงยังชีพในครั้งนี้แล้วทางจังหวัดลพบุรีก็จะได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เพื่อที่จะได้นำเสนอขอเงินเยียวยาตามที่ทางรัฐบาลกำหนดมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในขั้นตอนต่อไป ขณะที่สถานการณ์น้ำของจัง หวัดลพบุรีในปัจจุบันปริมาณน้ำที่ท่วมขังอยู่เริ่มที่จะลดระดับลงบ้างแล้ว


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวประจำปี 2568 ของจังหวัดลำพูน

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่ งานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวประจำปี 2568 ของจังหวัดลำพูน วันแรกของการจัดงานเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมงานจำนวนมาก ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568) เวลา 18.00 น. ณ พื้นที่เอกชนบ้านแม่สารป่าแดด ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 โดยมีนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราช การจังหวัดลำพูน, นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, หัวหน้าสำนักงานจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำพูน, เหล่ากาชาดจังหวัดลำพูน, ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมอย่างคึกคักท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น

รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน กำหนดจัดงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2568 ณ พื้นที่เอกชนบ้านแม่สารป่าแดด อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์เมืองลำพูน ผู้ทรงก่อตั้งนครหริภุญไชย มาแล้วกว่า 1,300 ปี ซึ่งในปีนี้จัดภายใต้การแสดงความอาลัยถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจังหวัดลำพูน มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ให้สอดรับกับช่วงเวลาของการไว้อาลัยพระองค์ท่าน โดยเฉพาะกิจกรรม ณ เวทีกลาง ภาคค่ำ และบูธนิทรรศการต่างๆ

สำหรับการจัดงานดังกล่าวยังคงเป็นการส่งเสริมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดลำพูน ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าไว้เป็นของฝาก ของที่ระลึก ของขวัญ ในช่วงปีใหม่ พ.ศ.2569

ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน ยังมีกำหนดการ ดังนี้

  • วันที่ 28 พฤศจิกายน: พิธีเปิดงานฯ ,กิจกรรมเปิดตัวผู้เข้าประกวดนางสาวลำพูน ปี 2568 และการประกวดมิสเตอร์ลำพูนประจำปี 2025
  • วันที่ 29 พฤศจิกายน: การประกวดหนูน้อยลำพูน ประจำปี 2568
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน: การแสดงของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • วันที่ 1 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนลำพูนพัฒนา และกิจกรรม “พื้นที่สร้างสรรค์…ทูบีนัมเบอร์วันลำพูน”
  • วันที่ 2 ธันวาคม : การประกวดราชินีแห่งความงามลำพูน (Queen of beauty Lamphun) ประจำปี 2568
  • วันที่ 3 ธันวาคม : การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านและสตรีแม่บ้าน
  • วันที่ 4 ธันวาคม : การแสดงวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์
  • วันที่ 5 ธันวาคม : การแสดงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการเดินแบบผ้าไทยการกุศล “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดา – แห่งไหมไทย”
  • วันที่ 6 ธันวาคม : การประกวดนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 รอบตัดสิน)
  • และวันที่ 7 ธันวาคม : การแสดงของนักเรียนโรงเรียนในสังกัดจังหวัดลำพูน, การหมุนวงล้อออกรางวัลสลากกาชาดการกุศลจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568

ภายในงานยังมีนิทรรศการสืบสานพระราชปณิธานตามรอยพ่อ นิทรรศการรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และนิทรรศการเกี่ยวกับพระนางจามเทวี ภายใต้โครงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การจัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด กิจกรรมจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด ภายใต้โครงการธงฟ้า ราคาประหยัดลดค่าครองชีพ ปีงบประมาณ 2569 จังหวัดลำพูน โดยมีการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาพิเศษ และกิจกรรมส่งเสริมการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าชุมชน และสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น จำนวนกว่า 10 ร้านค้า จากผู้ประกอบการพื้นที่จังหวัดลำพูน

และสำหรับไฮไลท์หนึ่งในปีนี้ คือ กิจกรรมเดินแบบ “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระ มารดาแห่งไหมไทย” ในงานสักการะพระนางจามเทวี และงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ณ เวทีกลางของงาน โดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบผ้าไทย “ร้อยดวงใจชาวหละปูน เทิดทูนพระมารดาแห่งไหมไทย” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแบบอย่างสำคัญในด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไหมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยร่วมอนุรักษ์และสืบสานผ้าไทยให้ดำรงไว้คู่แผ่นดิน จนได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระมารดาแห่งไหมไทย”

โดยการเดินแบบผ้าไทยในปีนี้ จะประกอบไปด้วยผ้าไทย 2 ประเภท ได้แก่

1.ชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ “จากรากเหง้าวัฒนธรรม สู่ความสง่างามร่วมสมัย” เพื่อนำเสนอเครื่องแต่งกายตามแบบไทยที่เป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้ที่ร่วมชมกิจกรรมในวันนั้นได้สัมผัสถึงความสง่างามของเครื่องแต่งกายไทยตามแบบพระราชนิยม ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี-พันปีหลวง ได้พระราชทานชื่อชุดทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย (1) ชุดไทยเรือนต้น, (2) ชุดไทยจิตรลดา, (3) ชุดไทยอมรินทร์, (4) ชุดไทยบรมพิมาน, (5) ชุดไทยดุสิต, (6) ชุดไทยจักรี, (7) ชุดไทยศิวาลัย, ชุดไทยจักรพรรดิ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 ชุด จะถูกสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนของจังหวัดลำพูน และ

2. ชุดผ้าลำพูน “ถิ่นภูษา ผ้าลำพูน” เพื่อนำเสนอเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบและตัดเย็บจากผ้าลำพูนที่หลากหลาย ทั้งผ้ายกดอกที่เป็นทั้งไหมและฝ้าย ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก ผ้าพิมพ์ลาย และผ้าชนเผ่า รังสรรค์ให้มีความสวยงาม ร่วมสมัย มีสไตล์ โดยยังคงกลิ่นอายของวัฒนธรรมล้านนาและอัตลักษณ์ลวดลายของผ้าลำพูน ในธีม “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ซึ่งจะสวมใส่และถ่ายทอดความงดงามโดยหัวหน้าส่วนราชการทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ภาคีภาคเอกชน กลุ่ม องค์กร สมาคม และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ ลำพูน กล่าวให้กำลังใจและโอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดน จ.ลำพูน 36 นาย ก่อนไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัย จ.สงขลา

รองผู้ว่าฯ ลำพูน กล่าวให้กำลังใจและให้โอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน จำนวน 36 นาย ก่อนเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุทกภัยน้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา

วันนี้(วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568) เวลา 10.00 น. ณ บริเวณด้านหน้า ศาลากลางจังหวัดลำพูน นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน, นางศุกลรัตน์ จันทร์มณี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน ตลอดจนคณะหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้กำลังใจและให้โอวาท แก่กำลังพลกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลำพูน จำนวน 36 นาย ก่อนเดินทางไปอำเภอหาด ใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอุกทกภัยน้ำท่วม

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชา ชนที่ประสบอุทกภัย และมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องให้กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจากกองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดต่างๆ ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจังหวัดลำพูนได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมและคัดเลือกกำลังพลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรคประจำตัว มีระเบียบวินัยดีเยี่ยม และที่สำคัญคือมีจิตอาสาพร้อมเสียสละเพื่อประชาชน พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวให้โอวาทและเน้นย้ำถึงแนวปฏิบัติว่า ขอให้ทุกคนปฏิบัติงานด้วยความเข้มแข็ง อดทน ระมัดระวัง รักษาความปลอดภัยของตนเองและดูแลประชาชนเสมือนคนในครอบครัว ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการไปปฏิบัติหน้าที่ แต่คือการนำน้ำใจของชาวลำพูนไปช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้

โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้ร่วมมอบเงินสนับสนุน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ จากสมาคมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูนจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและปฏิบัติภารกิจของกำลังพลครั้งนี้อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน