เริ่มแล้ว ! โร้ดโชว์ WorldSkills Thailand เวทีแข่งขันและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต

เริ่มแล้ว! โร้ดโชว์ WorldSkills Thailand เวทีแข่งขันและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 13.30 น. นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน WorldSkills Thailand : สร้างทักษะแห่งอนาคต ขับเคลื่อนประเทศไทย (WorldSkills Thailand : Shaping Future Skills, Driving Thailand Forward) เพื่อสร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านฝีมือแรงงานในระดับสากล ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยหลังจากการเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวว่า ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานในวันนี้ ขอชื่นชมทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตอกย้ำว่าประเทศไทยในฐานะสมาชิก WorldSkills พร้อมจะสนับสนุนภารกิจต่างๆ และขับเคลื่อนการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นภายในประเทศ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี อุตสาห กรรม และเศรษฐกิจโลก งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยมีวัตถุประสงค์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติและบทบาทของ WorldSkills Thailand ในการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตของประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การแข่งขันฝีมือแรงงานสากล ยกระดับศักยภาพผู้เข้าแข่งขันไทยผ่านเวทีการแข่งขันที่มีมาตรฐานนานาชาติ เป็นการเตรียมความพร้อมสู่การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานระหว่างประเทศสมาชิก รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายนานาชาติอีกด้วย

นายสมาสภ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย (1) กิจกรรมแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ สาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม (WorldSkills Thailand Welding Invitational) จากตัวแทน 3 ประเทศที่จะเข้าร่วมแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 ในเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ ไทย ไต้หวัน และติมอร์-เลสเต กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมพิเศษสุดๆ ที่ทุกคนจะได้เห็นถึงความสามารถของช่างเชื่อมที่เป็นเยาวชนตัวแทนของประเทศไทย มาประลองฝีมือกับคู่แข่ง ก่อนที่จะไปแข่งขันจริงในระดับนานาชาติ รวมถึงจะได้เห็นการจำลองเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติอีกด้วย, (2) กิจกรรมประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ด้านการแข่งขันฝีมือแรงงาน WorldSkills Thailand Roadshow ได้แก่ การสาธิตการแข่งขันสาขาการบูรณาการระบบหุ่นยนต์ สาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ และสาขาเมคคาทรอนิกส์ และ (3) กิจกรรมฝึกอบรมยกระดับฝีมือแรงงาน หลักสูตรการเขียนโปรแกรม PLC ด้วย CODESYS

“จะเห็นได้ว่าทักษะอาชีพที่จัดขึ้นภายในงาน ล้วนแล้วแต่เป็นทักษะแห่งอนาคตที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งไทยและต่างประเทศ จึงเชิญชวนประชาชน เยาวชนและแรงงานร่วมกิจกรรรมระหว่างวันที่ 17–20 มิถุนายนนี้ เพื่อเป็นเวทีในการเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และมุ่งมั่นพัฒนาทักษะฝีมือของตนเองให้ดีที่สุด” อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ททท. ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประกาศจับมือ Eastern & Oriental Express ผู้ให้บริการรถไฟลักชูรีระดับโลก สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเมืองไทยในมิติใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเติบโตจากจุดแข็งด้านธรรม ชาติ วัฒนธรรม และการบริการที่ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ในยุคที่พฤติ กรรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึง KPI ชี้วัดความสำเร็จของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน คือ “คุณค่าเชิงประสบการณ์” ที่ได้รับ และ “มูลค่า” ที่กระจายสู่เศรษฐกิจและชุมชนอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเล็งเห็นถึงการยกระดับการท่องเที่ยวทางรางให้เป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตอบโจทย์แนวคิดดังกล่าวนี้ โดยใช้การเดินทางโดย “รถไฟ” เพื่อประตูแห่งประสบการณ์ ที่จะเปลี่ยนระยะทางให้กลายเป็นคุณค่าทางความรู้สึก และเปลี่ยนเส้นทางคมนาคมให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่มีความหมาย เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสประเทศไทยในมิติที่แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น

ซึ่งแนวทางของ ททท.นี้ สอดรับกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูงของรัฐบาล และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงนโยบายและกฎระเบียบใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบรางของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่า ททท. จึงได้นำทีมหารือร่วมกับ Mr. Gary Franklin กรรมการผู้จัดการ Belmond Trains บริษัทในเครือ LVMH ผู้ให้บริการรถไฟลักชัวรีระดับโลก Eastern & Oriental Express เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูงของประเทศ ไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยโครงการดังกล่าวมุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มผู้มีรายได้สูงจากทั่วโลก โดยมีแผนนำร่องที่จะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี–หัวหิน–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ภายในปี 2570

ททท. เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ส่งเสริมการขายสินค้าบริการท่องเที่ยว ควบคู่ เสน่ห์ไทย กับ 5 Must Do ตลอดจนช่วยกระจายการเดินทางและรายได้สู่เมืองรองและภูมิภาคของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

#AmazingThailand #HealingIsTheNewLuxury #EasternAndOrientalExpress


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

กองทุน FTA เดินหน้าปั้น 13 โครงการเกษตร จัดอบรมเข้ม “MOU-Driven Advanced Project” ยกระดับข้อเสนอโครงการสู่การแข่งขันการค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรม การบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรฯ กล่าวว่า กองทุน FTA เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า ให้สามารถปรับโครงสร้างการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนาคุณภาพสินค้า และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี งบประมาณ พ.ศ.2569 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน FTA (ขั้นสูง) ด้วยพลังขับเคลื่อน MOU : MOU-Driven Advanced Project” ระหว่างวันที่ 17–19 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมุ่งใช้องค์ความรู้จากหน่วยงานภาคีเครือข่าย MOU จำนวน 14 หน่วยงาน ร่วมบ่มเพาะและพัฒนาข้อเสนอโครงการทั้ง 13 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา พัฒนาศักยภาพ หนุนเสริม และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดการค้าเสรี รวมทั้งพัฒนาศักยภาพเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย ให้สามารถจัดทำข้อเสนอโครงการที่มีคุณภาพ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA โดยมอบหมายให้นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการ สศก. เป็นประธานในพิธีเปิด

โอกาสนี้ นายครองศักดิ์ สงรักษา รองเลขาธิการ สศก. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน FTA (ขั้นสูง) ด้วยพลังขับเคลื่อน MOU : MOU-Driven Advanced Project” ว่า การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 70 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาคีเครือข่าย MOU และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรของกองทุน FTA แล้ว โดยตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้าร่วมจะได้รับการเสริมความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่หลักเกณฑ์และขั้นตอนการขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA บทบาทของภาคีเครือข่าย MOU ในฐานะ “พี่เลี้ยง” การวิเคราะห์ความคุ้มค่าโครงการ การบริหารความเสี่ยง การจัดทำแผนธุรกิจ การบริหารต้นทุน สภาพคล่อง และการทำความเข้าใจบริบทการค้าโลกภายใต้ FTA

สำหรับไฮไลต์สำคัญของการอบรม คือกิจกรรม Project Matching หรือการจับคู่โครงการที่มีศักยภาพ ระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันให้ข้อคิดเห็น พัฒนา และปรับปรุงข้อเสนอโครงการให้มีความชัดเจน ครบถ้วน และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของกองทุนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติและนำเสนอโครงการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้ข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการมีความพร้อมในทางปฏิบัติ

การดำเนินกิจกรรมมีโครงการที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพและจับคู่กับหน่วยงานภาคีเครือข่าย จำนวน 13 โครงการ ครอบคลุม 11 ชนิดสินค้าเกษตร ครอบคลุมทั้งกลุ่มสินค้าอาหารและโปรตีน กลุ่มพืชเศรษฐกิจและพืชเฉพาะถิ่น กลุ่มข้าวและเกษตรอินทรีย์ รวมถึงกลุ่มเกษตรปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม อาทิ ไข่ผำอัจฉริยะ โคเนื้อคุณภาพสูง หอมหัวใหญ่ ปลานิลชีวภาพ ลำไยพรีเมียมคาร์บอนต่ำ ข้าวอินทรีย์ กาแฟ ถั่วเหลือง ผักปลอดภัย และปาล์มน้ำมันลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งสะท้อนศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในการปรับตัวรับการแข่งขันทางการค้า และต่อยอดสู่การพัฒนาสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่ม

“การอบรมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการให้ความรู้เรื่องการเขียนโครงการ แต่เป็นกระบวนการบ่มเพาะและยกระดับข้อเสนอโครงการของเกษตรกรให้มีข้อมูลรองรับ มีความคุ้มค่า มีแผนธุรกิจ และมีความพร้อมเข้าสู่การพิจารณาขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FTA อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเครือข่าย MOU ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงร่วมเติมเต็มองค์ความรู้ทั้งด้านการผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ เพื่อให้โครงการสามารถตอบโจทย์การแข่งขันทางการค้าและสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรได้จริง” นายครองศักดิ์ฯ กล่าว

ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดหวังจากการอบรม คือผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาข้อเสนอโครงการให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ และมีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสให้โครงการที่มีศักยภาพได้รับการสนับสนุนจากกองทุน FTA ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และภาคเกษตร เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเกษตรไทย สร้างรายได้ ความมั่นคง และความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรไทยในระยะยาว


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปลื้มกระแสตอบรับ ‘แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026’ @ ระยอง คึกคักต่อเนื่อง สร้างโอกาสอาชีพและรายได้ให้คนไทย”

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยบรรยากาศการจัดงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026” ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง ได้รับความสนใจจากประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานมีผู้เข้าชมงานอย่างต่อเนื่อง เข้ารับคำปรึกษาและศึกษาข้อมูลจากธุรกิจแฟรนไชส์ชั้นนำที่เข้าร่วมกว่า 40 แบรนด์

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโอกาสทางอาชีพและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับประชาชน ผ่านธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีระบบบริหารจัดการพร้อมดำเนินธุรกิจ สามารถเริ่มต้นได้ง่ายและลดความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พนักงานประจำ และผู้ที่กำลังมองหาอาชีพเสริมหรือธุรกิจของตนเอง

ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถพูดคุยกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์โดยตรง พร้อมรับข้อมูลการลงทุน รูปแบบการบริหารจัดการ และแนวทางการสร้างรายได้จากธุรกิจแฟรนไชส์ในหลากหลายประเภทธุรกิจ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม การศึกษา การบริการ และค้าปลีก นอกจากนี้ หลายแบรนด์ยังนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะภายในงาน ทั้งส่วนลดค่าแฟรนไชส์ แพ็กเกจลงทุนราคาพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากสถาบันการเงินที่เข้าร่วมสนับสนุน

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ Franchise Talk เวทีแบ่งปันประสบการณ์จากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้ถ่ายทอดแนวคิด เทคนิคการบริหารธุรกิจ และแนวทางการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสในการเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมั่นว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดระยองซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2026” ได้จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง พบกับธุรกิจแฟรนไชส์คุณภาพ โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายภายในงาน

SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์ #แฟรนไชส์สร้างอาชีพ Road show2026


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย (ผวช.) คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) จัดแถลงข่าวเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยจากการเข้าร่วมประกวด “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้ (วช.) ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทยกว่า 150 ผลงาน จาก 59 หน่วยงาน เข้าร่วมประกวดในนามประเทศไทย และสามารถคว้ารางวัลประกอบด้วย เหรียญทอง 100 รางวัล เหรียญเงิน 37 รางวัล และเหรียญทองแดง 14 รางวัล แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์ไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก” โดยมีผู้แทนผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที Shanghai 2026 ร่วมเสวนาดังนี้

  • ผลงานระดับนักวิจัย
    • ผลงานเรื่อง “AntiMicro Tray™ นวัตกรรมวัสดุพอลิแล็กติกแอซิด (PLA) ดัดแปรด้วยกระบวนการอัดรีด” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • ผลงานเรื่อง “LOBSTER POWER: ระบบเลี้ยงกุ้งมังกรอัจฉริยะในระบบหมุนเวียนน้ำ (Smart RAS)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รชนิมุข หิรัญสัจจาเลิศ จากมหาวิทยาลัยบูรพา
    • ผลงานเรื่อง “ไอเฮียร์ยู: ระบบฝึกฟื้นฟูการได้ยินอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก เสือสีนาค จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    • ผลงานเรื่อง “วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีน สำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม” โดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • ผลงานระดับเยาวชน
    • ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมเส้นข้าวโอ๊ตไข่ผำ BigBite” โดย นายจิรายุ ชูทรัพย์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ
    • ผลงานเรื่อง “การพัฒนานาโนอิมัลชันเจลที่บรรจุสารสกัดเปลือกมังคุดสำหรับการสมานบาดแผล” โดย นางสาวอภิชญา โลจนอรรคพงศ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
    • ผลงานเรื่อง “แคนโนว่า – นวัตกรรมแคนไทย สู่การพัฒนาวัฒนธรรมดนตรี 3500 ปีของเอเชีย และสากลโลก”โดย เด็กชายภัทรพล วนิชวัฒนะ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
    • ผลงานเรื่อง “แผ่นรองที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง” โดย นายณัทพงศ์ธัญธร ตรีวัฒนา จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม

การจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศักยภาพของนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย ที่พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างเข้มแข็ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค มีพิธีเปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศิลปะมวยไทยเข้ากับการแสดง Stage Dance ร่วมสมัย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), กรมพลศึกษา, กระ ทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ในการนี้ ดร.ปัญญา หาญลำยวง อุปนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมี นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในฐานะตัวแทนคณะทำงานและผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย คณะกรรมการ คณะทำงาน และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ประกอบด้วย นายสุรัตน์ จรณโยธิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา, พลตรีรินธนธ์ ปุณโณทก เลขานุการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), ดร.ดารณี ลิขิตวรศักดิ์ กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศ ไทย), คุณชัญญ์ญาณ์ ธำรงวินิจฉัย ผู้จัดการใหญ่กิจกรรมการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน), คุณเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานบริษัท สยามอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด, คุณฉัตรชัย เล่งอี้ คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายปณิธาน หงส์ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยและกีฬาไทย สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา, นายนิธิพงศ์ กิมาวหา หัวหน้างานมาตรฐานและติดตามประเมินผลกีฬามวย ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายวันกล้า ขวัญแก้ว กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), นายสุธน วิชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา, นายอดุลยชาติ ขันธมะ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา และคุณธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

โดยนางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ ได้เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับศิลปะมวยไทย และมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์เผยแพร่มรดกภูมิ ปัญญาของชาติผ่านรูปแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน การทำงานเป็นทีม ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมไทย สำหรับรูปแบบการชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศนี้ นางสาวรินทร์ลิตาระบุว่า จะใช้เกณฑ์คะแนนด้านทักษะความสามารถ 70 คะแนน ร่วมกับคะแนน Popular Vote อีก 30 คะแนน (ซึ่งกำหนดให้ 1 Like เท่ากับ 1 คะแนน และ 2 Share เท่ากับ 1 คะแนน) ในส่วนของรูปแบบการแสดงของแต่ละทีมในวันนี้ จะแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 ช่วงอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ช่วงนำเข้า ความยาว 1 นาที, ช่วง Step Dance ผสมผสานการไหว้ครูและท่ามวยไทย ความยาว 2 นาที และช่วงแดนซ์ประยุกต์ ความยาว 2 นาที รวมเวลาการแสดงทั้งหมดต้องไม่เกิน 5 นาที หากเกินเวลาที่กำหนดจะถือว่าผิดกติกาและไม่ได้รับการพิจารณาตัดสิน

ทั้งนี้นางสาวรินทร์ลิตาได้กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินคือการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการนำศิลปะมวยไทยมาเป็นแกนหลักในการออกแบบการแสดงร่วมกับการเต้นสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายหรือสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในวงกว้างได้

นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้จัดเตรียมรางวัลสำหรับผู้ชนะในแต่ละรุ่น รวมมูลค่าเงินรางวัลตลอดการแข่งขันกว่า 500,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท, รางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท, รางวัล Popular Vote เงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับทีมที่ไม่ได้รางวัล ทีมละ 5,000 บาท โดยทุกทีมที่ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัลจาก ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประ เทศไทย) บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและกองเชียร์ที่มาร่วมชมการประชันความสามารถของเยาวชนไทยในรอบชิงชนะเลิศอย่างเนืองแน่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศอ.จอส.พระราชทานจ.เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ตำบลป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่าในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าให้เป็นไปตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ. 2566–2570 ที่ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อข้อสั่งการจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาพื้นที่คลองแม่ข่าในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด ทั้งด้านการจัดการน้ำเสีย การจัดการสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน

ภายหลังการประชุมได้มีข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการสำรวจและตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณคลองแม่ข่าและคลองแม่ข่าน้อยในเขตพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบพื้นที่ชุมชนริมคลองโดยคำนึงถึงภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์ของประชา ชน รวมถึงการจัดทำแผนขุดลอกคลองแม่ข่าในพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตามผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติม โดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาคลองแม่ข่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

สารหนูในสาละวินยังเกินค่ามาตรฐาน

กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวิน ครั้งที่ 4 พบสารหนูในแม่น้ำสาละวินยังเกินมาตรฐาน ขณะที่ลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยผลการรายงานของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา จังหวัดแม่ ฮ่องสอน ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 พบค่าสารหนู (As) ในแม่น้ำสาละวินบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง อำเภอแม่สะเรียง ถึงบ้านสบเมย อำเภอสบเมย ยังคงเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด ขณะที่ลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่ สะเรียง ถึงบ้านสบเมย หมู่ 4 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย (SAL08 – SAL13) พบค่าสารหนู (As) เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร)

สรุปผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา จากการเก็บตัวอย่าง ครั้งที่ 4 ดังนี้

  1. บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง (SAL08) มีค่า 0.040 มก./ล.
  2. รอยต่อระหว่างพื้นที่อำเภอสบเมย-อำเภอแม่สะเรียง มีค่า (SAL09) มีค่า 0.040 มก./ล.
  3. ท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL10) มีค่า 0.043 มก./ล.
  4. หย่อมบ้านปู่ทา ม.6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL11) มีค่า 0.053 มก./ล.
  5. หย่อมบ้านพะละอึ ม.4 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL12) มีค่า 0.051 มก./ล.
  6. บ้านสบเมย ม.4 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL13) มีค่า 0.047 มก./ล.

สำหรับโลหะหนักชนิดอื่น ได้แก่ แคดเมียม (Cd) ทองแดง (Cu) นิกเกิล (Ni) โครเมียม (Cr) สังกะสี (Zn) ปรอท (Hg) แมงกานีส (Mn) และตะกั่ว (Pb) ผลการตรวจวัดในแม่น้ำสาละวินพบว่ามีค่าไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด ด้านลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาละวินส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ทั้งนี้ ที่จุดตรวจวัดแม่น้ำยวม (YUA01) ยังโลหะหนักที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน พบค่าสารหนู มีค่า 0.016 มก./ล. ตะกั่ว มีค่า 0.069 มก./ล. (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร) และแมงกานีส มีค่า 1.5 มก./ล. (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร)

กรมควบคุมมลพิษ จะดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษhttps://www.pcd.go.th/



นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

วอนนายกรัฐมนตรี สั่งแก้ไขซ่อมสร้างถนนไปแม่สามแลบ

แม่ฮ่องสอนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ออกมาวิงวอนให้นายกรัฐมตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หันมามองและแก้ปัญหาทางหลวงชนบท สาย มส.3004 บ้านแม่สามแลบ และแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 หลังราษฎรในพื้นที่จำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ได้รับผลกระทบจากการเดินทางในฤดูฝนเนื่องจากถนนมีแต่โคลนเลน

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเปิดเผยต่อสถานการณ์ การสัญจรบนถนนที่เชื่อมกันระหว่างบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย – บ้านห้วยโผ อ.แม่สะเรียง ระหว่างทางหลวงชนบท สาย มส.3004 บ้านแม่สามแลบ – ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 บ้านห้วยโผ ซึ่งเมื่อฝนตกลงมา ถนนมีแต่โคลนเลน ดินถล่มปิดทับเส้นทาง ผิวถนนลื่น รถปกติที่ไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จะไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า ความไม่เท่าเทียม ของถนนในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อ บุคลากรส่วนราชการ ราษฎรในพื้นที่ นี่คือชีวิตคุณครูชายแดนของข้าราชการไทย และพนักงานลูกจ้างชายแดน สาละวิน ของ ต.แม่สามแลบ ทั้งครู หมอ บุคลากรท้องถิ่น. ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ ฯลฯ ที่ต้องเผชิญ ความไม่เท่าเทียม เรื่องสวัสดิการ เสี่ยงทั้งภัยสงครามชายแดน ภัยพิบัติ อุทกภัยตามฤดูกาล แทนที่จะได้ทวีคูณ เหมือน 3 จังหวัดชายแดนใต้… มีแค่เบี้ยเสี่ยงภัยตามอนาถา.!

ของวิงวอนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม ถนนสายนี้รับผิดชอบโดยกรมทางหลวงชนบท ถนนทางหลวงชนบทสาย มส.3004 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 – บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอให้เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชนด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และส่วนงานราชการทุกส่วน ในการสัญจรด่วนครับ โดยทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และต้องการถนนมาตรฐานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีร่องระบายน้ำ นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าว


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

หน่วยทหาร บรรทุกน้ำแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน สถานศึกษา เขตเทศบาลนครพิษณุโลก และเตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย ออกช่วยเหลือ

หน่วยทหาร บรรทุกน้ำแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน สถานศึกษา เขตเทศบาลนครพิษณุโลก และเตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย ออกช่วยเหลือ

จากสถานการณ์หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก มีปัญหาจากระบบประปาการจ่ายน้ำอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำเพื่อดำรงชีวิตของประชาชน นั้น ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และสำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทาน กองทัพภาคที่ 3 จึงได้บูรณาการหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ให้ความช่วยเหลือตามการร้องขอจากหน่วยงานหรือประชาชน

โดยล่าสุด ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร เหตุน้ำประปาในพื้นที่โรงเรียนไม่ไหลจากการซ่อมแซมท่อประปา ทำให้ระบบน้ำของหอพักนักเรียนขาดแคลนน้ำใช้ ขั้นวิกฤต ซึ่งมี นักเรียนพักประจำที่หอพัก กว่า 520 คน ซึ่ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้สนับสนุนกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย รถบรรทุกน้ำจาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 39 และร้องขอหน่วยช่วยประสานไปยังหน่วยทหารข้างเคียงภายในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ช่วยสนับสนุนเข้าช่วยเหลือโดยด่วน

ต่อมา กองพันสารวัตรทหารที่ 31 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 5 เที่ยว ส่วนเทศบาลนครพิษณุโลก สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 2 เที่ยว จากนั้นกองพันทหารสื่อสารที่ 23 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว

ขณะเดียวกัน กองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลจิตอาสาพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์บรรทุกน้ำ 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว บำเพ็ญประโยชน์บรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคให้กับครู นักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ต่อจากนั้นกองพันทหารม้าที่ 9 กองพลทหารราบที่ 4 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว และสถานีดับเพลิง สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 2 เที่ยว

และกองพันทหราราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการ “การตรวจสภาพความพร้อมการเตรียมการช่วยเหลือประชาชน” เพื่อเตรียมการด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ณ สนามหญ้า กองพันทหราราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณโลก


นที มีเดช รายงาน