หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ปิดการฝึกทหารใหม่อย่างสมเกียรติ

จังหวัดลพบุรี – หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ปิดการฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2569 ผลัด 1 หลังเข้ารับราชการเป็นทหาร และผ่านการฝึกครบ 6 สัปดาห์ ตามที่กองทัพบกกำหนด

พล.ต. สุนทร กำลังมาก เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กระทำพิธีปิดการฝึกทหารใหม่ ประจำปี รุ่นปี 2569 ผลัด 1 แบบรวมการ อย่างสมเกียรติ พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่ ครูฝึกทหารใหม่ดีเด่น และทหารใหม่ดีเด่น ณ หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารสื่อสารที่ 35 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้แก่ทหารใหม่ หลังเข้ามารับราชการเป็นทหาร และผ่านการฝึก มาครบตามระยะเวลาที่กองทัพบกกำหนด รวม 6 สัปดาห์ เพื่อให้ทหารใหม่ ได้รับการฝึกศึกษาในวิชาการทหารเบื้องต้น สำหรับนำไปใช้เข้ารับการฝึกศึกษาในขั้นสูงต่อไป และปฏิบัติตามหน้าที่ของทหารแต่ละหน่วยได้ ตลอดจนเพื่อปรับเปลี่ยนลักษณะท่าทางจากบุคคลพลเรือน ให้มาเป็นทหารโดยสมบูรณ์ มีทัศนคติที่ดีงามต่อกองทัพบกและประเทศชาติ และเป็นทหารต้นแบบในอนาคต ตามที่กองทัพบกกำหนด

โอกาสเดียวกันนี้ ประธานในพิธี ยังได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารใหม่ทุกนายที่ผ่านการฝึก ซึ่งการเข้ามารับใช้ประเทศชาตินั้น ย่อมเป็นที่ยอมรับของสังคม ตลอดจนได้รับการเคารพและศรัทธาจากประชาชนโดยทั่วไป เพราะทหารเป็นผู้มีเกียรติ เป็นผู้มีวินัย จึงขอให้ทหารใหม่ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้มีโอกาสเข้ามารับใช้ประเทศชาติในครั้งนี้

โดยมีหน่วยขึ้นตรง หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษในพื้นที่จังหวัดลพบุรี รวม 3 หน่วย จำนวน 120 นาย เข้ารับการฝึก ประกอบด้วย กองพันปฏิบัติการจิตวิทยา, กองพันทหารสื่อสารที่ 35 และ กองร้อยกองบัญชาการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ สรุปผลการดำเนินการฝึก ทหารใหม่ทุกนายสามารถผ่านเกณฑ์การทดสอบที่กำหนดทุกนาย อยู่ในเกณฑ์ดีมากคิดเฉลี่ย 90 %


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

มทภ.2 ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว “ร.ต. เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” วีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติ

มทภ.2 ลงพื้นที่ศรีสะเกษ เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัว “ร.ต. เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” วีรชนผู้สละชีพเพื่อชาติ

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจครอบครัวของ ร้อยตรี เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย วีรชนผู้สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมี พันโท ณัฐวุฒิ คัมภิรานนท์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

เพื่อเชิดชูเกียรติ สดุดีความกล้าหาญ และแสดงความขอบคุณต่อการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรชนผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่ครอบครัว พร้อมพูดคุยให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด และยืนยันว่ากองทัพบกจะให้การดูแลและช่วยเหลือครอบครัวของวีรชนอย่างเต็มกำลังความสามารถในทุกมิติ

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้เข้าเยี่ยมชมห้องเกียรติยศ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี ความเสียสละ และความกล้าหาญของ ร้อยตรี เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ซึ่งจะคงอยู่ในความทรงจำและความภาคภูมิใจของกองทัพบกและพี่น้องประชาชนตลอดไป

#สดุดีทหารกล้า #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 45 วัน

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบกองพลพัฒนาที่ 3 ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 3 นายอำเภอแม่สาย ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย รับฟังปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน เร่งเสริมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 45 วัน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37, พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, พลตรี สมใจ คิดเกื้อการุณย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3, พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ ที่ปรึกษา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3, นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย, พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน หลังจากได้เริ่มซ่อมแซมเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

โดยแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและปัญหาข้อขัดข้อง ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 2 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนที่ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ชุมชนหัวฝาย พบปะประชาชน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์กีฬาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชา ชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา และติดตามตรวจพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนบ้านหัวฝาย

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมแนวพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนหัวฝาย และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานบริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ รวมถึงตรวจเยี่ยมการทำงานของกำลังพลทหารช่าง พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของให้กับเจ้าหน้าที่ทหารช่าง ชุดช่างจิตอาสา และความคืบหน้าของการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร ลำน้ำสาย

สำหรับการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร แบ่งการดำเนินงานออกเป็นหลายโซน โดยพื้นที่โซน A บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย–เมียนมา ซอยสันลมจอย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งพื้นที่โซน A 4 เจ้าหน้าที่ทหารช่างจิตอาสา ดำเนินการบรรจุและจัดวางกระสอบทราย รวมถึงถุงบิ๊กแบ็คเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แนวป้องกันน้ำ ส่วนโซน B ด้านหน้าอาคารราชพัสดุ พื้นที่โซน B1 มีการอุดช่องว่างระหว่างถุงบิ๊กแบ็คและเสริมความมั่นคงบริเวณด้านข้างอาคาร ขณะที่โซน C ด้านหลังวัดเกาะทราย พื้นที่โซน C 4 ได้ดำเนินการเสริมและจัดวางถุงบิ๊กแบ็คตามแนวพนังอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันภาพรวมการดำเนินงานมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผน ที่กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายในช่วงฤดูฝนนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกำหนด 45 วัน


นที มีเดช รายงาน

ผช.ผบ.ทบ. เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมการใช้งานระบบ CAP-RTA ประจำปี 2569 พัฒนาระบบข้อมูล รวดเร็ว ครบถ้วน ทันเวลา

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมการใช้งานระบบ CAP-RTA ประจำปี 2569 พัฒนาระบบข้อมูล รวดเร็ว ครบถ้วน ทันเวลา สนับสนุนการดูแลกำลังพลที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569 ) เวลา 13.30 น. พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้งานระบบ CAP-RTA ของกองทัพบก ประจำปีงบประมาณ 2569 ให้แก่ผู้ประสานงาน ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว ระดับหน่วย จำนวน 114 หน่วย ณ โรงแรม มิโด เขตประดิพัทธ์ กรุงเทพฯ ซึ่งกรมกำลังพลทหารบก โดยศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว ฝ่ายกำลังพล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้กำหนดให้มีการฝึกอบรม ระหว่างวันที่ 15 – 19 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือกำลังพลที่ปลดพิการทุพลภาพและครอบครัว (ศปปค.) มีภารกิจในการประสานงาน ติดตาม ให้ความช่วยเหลือ และกำกับดูแลการดำเนินโครงการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้แก่กำลังพลกองทัพบกที่ปลดพิการทุพลภาพและครอบครัว รวมทั้งเป็นหน่วยรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ซึ่งระบบ CAP-RTA ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประสานงาน ศปปค. ระดับหน่วย สำหรับใช้ในการบันทึกข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการเสนอโครงการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ฯ เอกสารขอสนับสนุน และการรายงานสถานภาพผู้พิการเป็นต้น การอบรมในครั้งนี้จึงเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ มุ่งให้ผู้ประสานงานสามารถใช้งานระบบ CAP-RTA ได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และทันเวลา อันจะเกิดประโยชน์ต่อกำลังพลที่ปลดพิการและครอบครัว

ในโอกาสนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่าโครงการประกอบอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ฯ เป็นดำริของผู้บัญชาการทหารบกที่มีความห่วงใยความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในพื้นที่ปฏิบัติการต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้กำลังพลกองทัพบกที่ปลดพิการทุพพลภาพและครอบครัว ได้มีโอกาสในการประกอบอาชีพเสริม มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดำรงชีวิตอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ซึ่งกองทัพบกยังคงให้ความสำคัญและถือว่าเป็นบุคคลที่มีความเสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และกองทัพบกจะให้การดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ผบ.ทบ. นำกำลังพล ร่วมพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ผบ.ทบ. นำกำลังพล ร่วมพิธีถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สม เด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (15 มิถุนายน 2569) ณ กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานนำคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลกองทัพบก ร่วมพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยพิธีประกอบด้วย การรับชมวีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ การกล่าวน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณโดยผู้บัญชาการทหารบก และร่วมยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 47 วินาที เพื่อถวายพระเกียรติอย่างสมพระเกียรติ และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตลอดจนร่วมรำลึกถึงพระกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยตลอดพระชนมชีพ

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้นำกำลังพลกองทัพบกน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณและพระกรณียกิจอันเป็นคุณูปการยิ่งต่อประเทศชาติ ซึ่งสะท้อนถึงพระวิริยอุตสาหะ พระเมตตาธรรม และพระปรีชาสามารถที่ทรงอุทิศเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตลอดพระชนมชีพ โดยเฉพาะพระปรีชาสามารถด้านนิติศาสตร์ ทรงก่อตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ต้องขังที่ขาดโอกาส ให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข รวมทั้งทรงมีบทบาทสำคัญในเวทีระดับนานาชาติ ในการผลักดันและยกร่าง “ข้อกำหนดกรุงเทพ” ขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง โดยคำนึงถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้านสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทั่วประเทศ ด้วยพระเมตตาและความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างแท้จริง

ในด้านการทหาร พระองค์ทรงเป็นขัตติยนารีผู้เปี่ยมด้วยความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และมีระเบียบวินัย ทรงดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และทรงปฏิบัติพระกรณียกิจถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยความจงรักภักดี พร้อมทั้งทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาในการปฏิบัติหน้า ที่ อันเป็นต้นแบบแก่กำลังพลกองทัพบกในการยึดมั่นอุดมการณ์แห่งการเสียสละ ระเบียบวินัย และการอุทิศตนเพื่อชาติและประชาชน

ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวว่า แม้วันนี้ ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทย จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดจนพระปณิธานในการสร้างสรรค์สังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และความเสมอภาค จะยังคงเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่คนไทยทุกหมู่เหล่า กองทัพบกจึงมุ่งมั่นสืบสานเจตนารมณ์แห่งการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ยึดมั่นในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนสืบไป

ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บังคับบัญชา กำลังพล และครอบครัวกองทัพบก ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้งแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมทั้งขอเทิดทูนพระเกียรติคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการยิ่ง สถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นประธานพิธีมอบสิ่งของพระราชทานจิตอาสา 904 แก่บุคลากร ปภ.เชียงใหม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีมอบสิ่งของพระราชทานจิตอาสา 904 แก่บุคลากร ปภ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ หมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน 904 แก่บุคลากรในสัง กัดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจจิตอาสาและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องรับรอง ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ ได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ และเชิญสิ่งของพระราชทานวางบนพาน ก่อนมอบหมวกและผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทานแก่ผู้แทนบุคลากรสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยจังหวัดเชียงใหม่ตามลำดับ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมวกและผ้าพันคอจิตอาสา 904 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นสัญลักษณ์แห่งการร่วมทำความดีด้วยหัวใจ สนองพระราชปณิธานโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” อย่างต่อเนื่องต่อไป


นที มีเดช รายงาน

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 18.30 น. พลตรี ธีระ ผดุงสุนทร รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรี วิษณุ วิจิตรพงษา ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางพรศรี ตรงศิริ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธาน มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง ณ ศาลาพิบูลธรรม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการกระบะมุกหน้าพระพิธีธรรม และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายพระกุศล

จากนั้น พระพิธีธรรมจำนวน 4 รูป สวดพระอภิธรรม โดยประธานในพิธีพร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ถวายเครื่องไทยธรรมและทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์และอนุโมทนา ก่อนที่ประธานในพิธีจะกรวดน้ำถวายพระกุศล และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปเป็นลำดับสุดท้าย

การจัดพิธีในครั้งนี้เป็นการน้อมถวายพระกุศลและแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 6,024,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 6,024,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

จากกรณี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 20.30 นาฬิกา หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตเชียงราย จัดกำลังพล 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติ ประมวลกฎหมายยาเสพติด บริเวณ บ้านไทยเจริญ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 17 กระสอบๆ ละ 300,000 เม็ด รวมประมาณ 6,024,000 เม็ด

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เวลา 15.00 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก พร้อมด้วย นาวาเอก ภากร มาเนียม ผู้บังคับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ สถานีเรือเชียงของ บ้านหัวเวียง หมู่ 1 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยมี นาย ประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางทั้งหมดส่ง สถานีตำรวจภูธรเวียงแก่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 399 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 387 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 236,617,954 เม็ด, เฮโรอีน 7.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 4,665.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 264.4 กิโลกรัม และ คีตามีน 977.7 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 55 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 41 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 41,156 ล้านบาท (41,156,786,211 บาท)


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ อยุธยา เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)

อยุธยา – ผู้ว่าฯ เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS)

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมมหาธาตุ อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรี อยุธยา เข้าร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมส่วนกลาง และในส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีนายประพันธ์ ตีบุปผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายก นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

ในการประชุมครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายเร่งด่วน “ACTION 5 PLUS” เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของทุกจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความมั่นคงปลอดภัย การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และการยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในจังหวัดนำนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม บูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทาง “ทำทันที เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชน” อันเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน


สุขุม แก้วกูดั่น อยุธยา

รถบรรทุกปุ๋ย หลุดโค้ง พลิกคว่ำกลางถนน บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ถูกถุงปุ๋ยทับร่างเร่งนำส่งรพ.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.หนองฉาง จ.อุทัย ธานี กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณ สามแยกหนองฉาง ไปทางอำเภอบ้านไร่ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บเป็นชาวพม่า 1 ราย ถูกกระสอบปุ๋ยทับร่างอยู่ จึงรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้ออุทัยธานี พลิกตะแคงคว่ำอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่พร้อมพลเมืองดี ได้ช่วยกันนำถุงปุ๋ยออกจากร่างผู้บาดเจ็บพร้อมประสานรถโรงพยาบาลหนองฉางมารับผู้บาดเจ็บส่งรพ.ส่วนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามสอบถาม เพื่อพูดคุย แต่ไม่สามารถพูดคุยกันได้เนื่องจากเป็นชาวพม่า

ล่าสุดได้สอบถามนายประเสริฐ คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกจ้าง ให้นำปุ๋ยหลายสิบถุงไปส่งให้ลูกค้าทีอำเภอบ้านไร่ โดยมาทั้งหมด 4 คน โดยมีลูกจ้างชาวพม่า 2 คน นั่งอยู่ที่หลังรถ ส่วนด้านหน้ามีตนเอง และลูกจ้างอีกคน พอมาถึงทางโค้งสามแยกหนองฉาง รถเกิดเบรคไม่อยู่ และตนเองก็ได้หักพวงมาลัยเข้าโค้ง ทำให้น้ำหนักของถุงปุ๋ยลื่นมาอยู่รวมกัน จนทำให้เกิดเหตุดังกล่าว


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน