ทลายขบวนการลอบขนอะโวคาโดเถื่อนข้ามแดน ! ศุลกากรสกัดรถบรรทุกกลางดึก ยึดของกลางมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จ.เลย

เลย – เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎ หมายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถตรวจยึดอะโวคาโดนำเข้าจากต่างประเทศจำนวนมาก พร้อมรถบรรทุกของกลาง บริเวณพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท หลังไม่สามารถแสดงเอกสารการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเข้มงวดในการปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนายเอกวุฒิ นาเอก ผู้อำนวยการกองสืบสวนและปราบปราม และนางสาวกัญญณัฐ พิพัฒน์กิจไพศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนและปราบปราม ได้มอบหมายให้นายพิภัทร์ สิริจำรัสสกุล ผู้อำนวยการส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 และ ร.ต.อ.ธนวิน ทัตธนนันท์ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. เจ้าหน้าที่ศุลกากรหน่วยสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม นำโดยนายสมชาย โชคเฉลิมวงศ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝปป.สคศ.ศภ.2 เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรท่าลี่ และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชท่าลี่ ร่วมกันตรวจค้นรถบรรทุกกระบะเสริมข้าง ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว-เทา บนถนนหมายเลข 2013 บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโคกงาม ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

ผลการตรวจค้นพบอะโวคาโดบรรจุลังจำนวนมาก บรรทุกมาเต็มคันรถ มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ น้ำหนักรวมประมาณ 1 ตัน มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยผู้ครอบครองไม่สามารถนำเอกสารการนำเข้าหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าสินค้าดังกล่าวเข้าข่ายเป็นของอันพึงต้องริบตามพระราชบัญ ญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และผู้เกี่ยวข้องอาจมีความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎ หมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงได้ตรวจยึดสินค้าและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง ก่อนนำส่งด่านศุลกากรท่าลี่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป

กรมศุลกากรยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเป็นธรรมทางการค้า และป้องกันผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง


ภาพ/ข้อมูล : กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร

จ.เลย – ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
ผู้สื่อข่าว โทร. 098-869-9888

ระทึกกลางดึก ! หญิงชาวลาวดิ่งสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 สูญหายต่อหน้าคนขับรถตู้

มุกดาหาร – เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางดึกบนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) เมื่อหญิงชาวลาววัย 33 ปี ตัดสินใจกระโดดลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณตอม่อที่ 11 ในเขต สปป.ลาว เจ้าหน้าที่สองฝั่งโขงสนธิกำลังเร่งค้นหาแต่ยังไม่พบตัว

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทางการลาวได้รับแจ้งเหตุมีคนกระโดดสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 2 จากการสอบสวนเบื้องต้นจากท้าว สีทอง บัวลาดพาสี คนขับรถตู้โดยสารชาวลาว ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียว ให้การว่า ได้รับผู้ประสบเหตุมาจากสนามบินนครพนม เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว

ตลอดเส้นทางหญิงคนดังกล่าวไม่มีท่าทีผิดปกติแต่อย่างใด จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงบริเวณกลางสะพาน หญิงรายนี้ได้บอกกับคนขับว่ามีอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ ขอให้จอดรถชั่ว คราว ทันทีที่รถจอดสนิท หญิงคนดังกล่าวกลับเปิดประตูและวิ่งตรงไปยังราวสะพาน ก่อนจะตัดสินใจกระโดดลงสู่แม่น้ำโขงอย่างรวดเร็ว ต่อหน้าต่อตาคนขับรถตู้ซึ่งพยายามวิ่งตามไปคว้าตัวแต่ไม่ทันการณ์

หลังเกิดเหตุ คนขับรถตู้ได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝั่ง สปป.ลาว ก่อนจะมีการประสานงานมายังเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ทำให้หน่วยงานกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ร่วมกันนำเรือออกตรวจการณ์และเร่งค้นหาในลำน้ำโขงบริเวณจุดเกิดเหตุทันที อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมและยังไม่พบร่างของผู้สูญหาย เนื่องจากกระแสน้ำโขงที่ไหลเชี่ยวและเป็นช่วงเวลากลางคืน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการค้นหา

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทางฝั่ง สปป.ลาว อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริง พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อวางแผนปูพรมค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องต่อไป


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

ตร.คืนทรัพย์กว่า 14 ล้านบาท โกดังชายแดนหลังตรวจสอบ ไม่พบเอี่ยวกระทำผิดกฎหมาย

ตร.คืนทรัพย์กว่า 14 ล้านบาท โกดังชายแดนหลังตรวจสอบ ไม่พบเอี่ยวกระทำผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมกันตรวจยึด เงินสดและทองคำมูลค่ารวมกว่า 14 ล้านบาท ภายในโกดังเก็บสินค้าในพื้นที่ชายแดน อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ก่อนสรุปผลการตรวจสอบไม่พบความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดตามกฎหมาย และส่งมอบทรัพย์สินคืนให้เจ้าของครบถ้วน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้บูรณาการกำลังร่วมเข้าตรวจสอบโกดังเก็บสินค้าเลขที่ 438 หมู่ 8 ตลาดเมืองใหม่ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ โดยพบนางเนง เอส (Miss Neng Et) สัญชาติกัมพูชา และนายทองคำ บุญสง่า สัญชาติไทย แสดงตนเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินดังกล่าว ประกอบด้วยเงินสดประมาณ 11,031,150 บาท และทองคำรูปพรรณจำนวน 33 รายการ มูลค่าประมาณ 3,326,900 บาท ภายหลังการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สินตามขั้นตอนของกฎหมาย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลจากโทรศัพท์ พยานบุคคล รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับบุคคลทั้งสองราย โดยผลการตรวจสอบไม่ปรากฏข้อมูลที่เชื่อมโยงกับฐานความผิด หรือพบสิ่งต้องสงสัยอื่นใด จึงเชื่อได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาจากการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจค้าขายโดยชอบด้วยกฎหมาย

กระทั่งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ ได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์ สินที่ตรวจยึดไว้คืนแก่เจ้าของทรัพย์สิน คือ นางเนง เอส และนายทองคำ บุญสง่า ณ สภ.ภูสิงห์ โดยเจ้าของได้รับทรัพย์สินคืนครบถ้วนตามจำนวนที่ตรวจยึดไว้ ทั้งนี้ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย


พรพิพัฒน์ รายงาน

พิธีเปิดศึกวันรวมน้ำใจไทนครพนม เวนิส บขส. แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย

นครพนม – พิธีเปิดศึกวันรวมน้ำใจไทนครพนม เวนิส บขส.แชมป์โลกขวัญใจชาวไทย

เมื่อ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 น. ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานเปิดงาน “มวยการกุศลเพื่อกองทุนสวัสดิการเวนิส บขส.” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมนักข่าวภูมิภาคจังหวัดนครพนม ร่วมกับชมรมนักมวยเก่าจังหวัดนครพนม และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีว่าที่ร้อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร, นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม เขต 3, ทนายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ นักกีฬา ผู้มีจิตศรัทธา และประชาชน เข้าร่วมงานฯ ณ เวทีมวยชั่วคราวจังหวัดนครพนม ลานพนมนาคา บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม

ในการจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนจัดตั้ง “กองทุนสวัสดิการเวนิส บขส.” เพื่อช่วยเหลือ นายประเวศ พลเชียงขวาง หรือ “เวนิส บขส.” อดีตแชมป์มวยสากลโลก รุ่นฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) ขวัญใจชาวไทย ผู้มีภูมิลำเนาอยู่บ้านโคกสว่าง ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญทางวงการกีฬาไทยและผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและจังหวัดนครพนม ในระดับนานาชาติปัจจุบัน เวนิส บขส. มีอายุ 76 ปี และประสบภาวะเจ็บป่วยตามวัย จำเป็นต้องได้รับการดูแลด้านสวัสดิการและค่ารักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง คณะผู้จัดงานจึงได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นกลไกในการดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงด้านสวัสดิการให้แก่อดีตแชมป์โลกผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ รวมถึงเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูและการตอบแทนคุณความดีของบุคคลผู้สร้างเกียรติประวัติให้กับวงการกีฬาไทย

ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ‘เวนิส บขส.’ ถือเป็นบุคคลต้นแบบของวงการกีฬาไทย เป็นผู้สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวนคร พนมและคนไทยทั้งประเทศ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือด้านสวัสดิการแก่ผู้ที่เคยสร้างคุณูปการให้แก่ชาติแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนและประชา ชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเสียสละ ความมุ่งมั่น และการเชิดชูเกียรติประวัติของบุคคลผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเมือง


ภาพ/ข่าว เทพข่าวร้อน & เพลิงพระกาฬ

สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

กระแสแรงเกินคาด ! นักท่องเที่ยวแห่จองสิทธิ์เยี่ยมชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ทะลุเป้า สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ชายแดน

กระแสแรงเกินคาด! นักท่องเที่ยวแห่จองสิทธิ์เยี่ยมชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ทะลุเป้า สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ชายแดน

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนเข้าชมพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และยุทธภูมิ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ว่า ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศ หลังเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเพจอย่างเป็นทางการ โดยมียอดจองสิทธิ์เข้าชมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้

สำหรับการเปิดลงทะเบียนรอบแรกในวันที่ 6 มิถุนายน เปิดรับจำนวน 1,000 สิทธิ์ ปรากฏว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าชมมากกว่า 1,200 ราย สะท้อนถึงความสนใจของประชาชนที่ต้องการเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แห่งใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ขณะที่การเปิดลงทะเบียนในวันที่ 7 มิถุนายน ซึ่งกำหนดรับนักท่องเที่ยวจำนวน 1,500 สิทธิ์ ล่าสุดมียอดจองแล้วกว่าพันราย และยังคงมีผู้สนใจทยอยลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเต็มจำนวนภายในเวลาอันใกล้

ทั้งนี้ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ผสมผสานคุณค่าทางประวัติ ศาสตร์ โบราณคดี และเรื่องราวของยุทธภูมิชายแดนไว้อย่างน่าสนใจ เปิดโอกาสให้ ประชาชน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์จากสถานที่จริง พร้อมสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติและ ทัศนียภาพของพื้นที่ชายแดนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ยังเป็นการ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่นำ สินค้าเกษตรอาทิ ทุเรียน และพืชผัก สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆมากมาย ในพื้นที่มาวางจำหน่าย

#กองทัพภาคที่2 #RTA #ปราสาทตาควาย #เนิน350 #ประวัติศาสตร์


Cr. บุรีรัมย์ ทันข่าว

พรพิพัฒน์ รายงาน

“ปรเมศวร์” เปิดเวทีใหญ่ริมชายหาด ชู 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย คนร่วมฟังแน่น

ช่วงเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง กลุ่ม “เรารักพัทยา” จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย เรารักพัทยา” นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมรับฟังนโยบายกันอย่างคึกคักจนเต็มพื้นที่ชายหาด

โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี รวมถึงกลุ่มนักการเมืองทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยา รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ก่อนเริ่มการปราศรัย ทางทีมงานได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมติดสติกเกอร์รูปหัวใจบนบอร์ด “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” เพื่อร่วมแสดงความเห็นว่านโยบายใดได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งพบว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

นโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน อาทิ “Festival City” เมืองมาตรฐานแห่งการจัดเทศกาล สร้างรายได้ตลอดทั้งปี, การเปิดพื้นที่จัดบูธฟรีทุกเทศกาลเพื่อสร้างรายได้ให้คนพัทยา, การยกระดับผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล, พลิกโฉมนาเกลือเป็นย่านสร้างสรรค์พลังเศรษฐกิจ, อนุรักษ์ประมงพื้นบ้านและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น, เดินหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออกให้สำเร็จ, สร้างศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด 30 ไร่, ดูแลคนทำงานกลางคืน, เมืองคนทำงานออนไลน์ “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้” รวมถึงการผลักดันเมืองพัทยาสู่ Wellness Destination รองรับนักเดินทางทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอภายในงาน เช่น เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น, การก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 ของเมืองพัทยา, เที่ยวอุ่นใจมีประกันภัยนำร่องเกาะล้าน, ทวงคืนพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลแรงงานและผู้ประกอบอาชีพกลางคืนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว

บรรยากาศการปราศรัยเริ่มขึ้นหลังเวลา 18.00 น. โดยเปิดเวทีด้วยการนำเสนอผลงานของผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต พร้อมนำเสนอแนวคิดและแรงบันดาลใจของทีมคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมทำงานทางการเมือง ก่อนเปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละเขตขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเมืองด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่คำสัญญา”

  • ผู้แทนเขต 1 กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่นาเกลือ ควบคู่กับการดูแลวิถีชีวิตคนในชุมชนดั้งเดิม
  • ส่วนเขต 2 ซึ่งได้กล่าวถึงแนวคิดการอยู่ร่วมกันของคนในเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเน้นว่าพื้นที่เมืองพัทยาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม รวมถึงประชาชนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงต้องผลักดันให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างบรรยากาศเมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน
  • ขณะที่เขต 3 ซึ่งดูแลทั้งพื้นที่ฝั่งเมืองและเกาะล้าน ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปา RO บนเกาะล้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงการหาเสียง ส่วนเขต 4 เน้นเรื่องกีฬา พื้นที่ออกกำลังกาย การพัฒนาสาธารณูปโภค และการสร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนท้องถิ่น

ต่อมา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยนำเสนอนโยบาย “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” พร้อมกล่าวย้ำแนวทางการทำงานของทีมเรารักพัทยาว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง และทุกกลุ่ม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเมืองพัทยา “ทีมเรารักพัทยาทำงานอย่างอิสระ เราสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรค ทุกทีม และทุกคนได้ เพราะคนที่สั่งเราได้ มีเพียงประชาชนและทีมนโยบายเท่านั้น เราใช้ผลงานเป็นคำพูด” นายปรเมศวร์ กล่าวบนเวที

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจ “สายตรงพี่เบียร์ พัทยา” ให้ประชาชนติดตามรับฟังนโยบายแบบเรียลไทม์ โดยสโลแกนหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ “Better Pattaya ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” โดยหลังจบการปราศรัยยังมีประชาชนนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจทีมผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหมายเลขผู้สมัครของกลุ่มเรารักพัทยา ประกอบด้วย

  • นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2
  • ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา
    • เขต 1 หมายเลข 2-7
    • เขต 2 หมายเลข 13-18
    • เขต 3 หมายเลข 13-18
    • เขต 4 หมายเลข 13-18

ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา

นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน


พิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6/2569 ณ จังหวัดสกลนคร

พิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6/2569 ณ จังหวัดสกลนคร

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 ได้เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 29 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร

สำหรับหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 นั้น ได้ดำเนินการฝึกอบรมรวม 18 วัน (ตั้งแต่ห้วงวันที่ 18 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569) โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายหลังจากผ่านการศึกษาฯ จะมีภารกิจเพิ่มขึ้นในการเสียสละตนเป็นแกนหลักร่วมกับประชาชนจิตอาสา เพื่อทำหน้าที่จิตอาสา ในการสร้างความรักความสามัคคี และจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันหลักของชาติควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานปกติในหน่วยงานด้วย

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #จิตอาสา904


พรพิพัฒน์ รายงาน

ชมรมศิษย์เก่า ม.เชียงใหม่จ.ลพบุรี จัดกิจกรรมรับน้องรถไฟประจำปี 2569

จังหวัดลพบุรี – ชมรมศิษย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรม “รับน้องรถไฟ” ประจำปี 2569 ประเพณีเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สืบทอดมากว่า 60 ปี ณ สถานีรถไฟลพบุรี

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.40 น. ที่ สถานีรถไฟลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราช การจังหวัดลพบุรี อดีตศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัส 35 คณะรัฐศาสตร์และรัฐประ ศาสนศาสตร์ และคณะกรรมการชมรมฯ ศิษย์เก่า มช. จังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพจน์ เสรีรัฐ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พัสระ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมายาวนานของมหาวิทยาลับเชียงใหม่ เป็นปีที่ 62 โดยขบวนรถพิเศษโดย สาร ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ และเดินทางมาถึงสถานีรถไฟลพบุรี ในเวลา 17.40 น. ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่รถไฟขบวนพิเศษจอด บรรยากาศกิจกรรม “รับน้องรถไฟ” 2569 ที่สถานีรถไฟลพบุรี เป็นไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน โดยมีทั้ง พี่ๆศิษย์เก่า ร่วมกับศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจำนวนมากร่วมทำกิจกรรม กล่าวต้อนรับ ร่วมร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย

สำหรับการ “รับน้องรถไฟ” เป็นประเพณีการต้อนรับนักศึกษาใหม่ของ มหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ ที่จัดขึ้นในทุก ๆ ปีจนเป็นเอกลักษณ์ สืบต่อกันมายาวนาน ซึ่งปีนี้กิจกรรมรับน้องรถไฟจัดขึ้นเป็นปี ที่ 62 ขบวนรถไฟจะเป็นรถไฟขบวนพิเศษโดยสารสำหรับ มหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ โดยเฉพาะ เพื่อต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่รั้วมหาลัย โดยเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงกรุงเทพฯ และมุ่งหน้าสู่สถานีปลายทางที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ โดยจะมีการจอดพักที่สถานีรถไฟลพบุรี สถานีรถไฟนครสวรรค์ สถานีรถไฟพิษณุโลก สถานีรถไฟลำปาง และปลายทางที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะมีพี่ๆ ศิษย์เก่านำน้ำดื่มขนมอาหารให้น้องๆ ได้อิ่มอร่อยตลอดเส้นทาง เป็นบรรยากาศอบอุ่นที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของมหาวิทยาลัยเชียง ใหม่

จากจุดเริ่มต้น… ประเพณีรับน้องรถไฟ มากกว่าการเดินทาง คือความผูกพันที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเกิดขึ้นจากการต้อนรับขบวนรถไฟของนักศึกษาแพทย์รุ่นที่ 1 ที่มาเรียนที่เชียงใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2503 จากนั้นจึงได้ถือปฎิบัติที่รุ่นพี่จะไปรอรับรุ่นน้อง หรือขึ้นรถไฟไปรับรุ่นน้องเดินทางมาพร้อมกัน ซึ่งเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ประเพณีรับน้องรถไฟได้สืบต่อกันมา ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ การเสริมสร้างความสามัคคี ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นปี ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดรถขบวนพิเศษสำหรับมหาวิทยา ลัยเชียงใหม่โดยเฉพาะ เพื่อสืบสานประเพณีการรับน้องรถไฟของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้คงอยู่สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ระทึกกลางแยก! กระบะป้ายลาวชนจักรยานยนต์เจ็บ เสยสนั่นแยกเมืองใหม่ คาดแย่งสัญญาณไฟ

มุกดาหาร – ระทึกกลางแยก! กระบะป้ายลาวชนจักรยานยนต์เจ็บ เสยสนั่นแยกเมืองใหม่ คาดแย่งสัญญาณไฟ

เมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยกเมืองใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและร้อยเวรสอบสวนเร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ หมายเลขทะเบียนหมวดจังหวัดสะหวันนะเขต สปป.ลาว สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ (ยังไม่ทราบชื่อ) เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคือ “ท้าวลอย” ชาว สปป.ลาว เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวโดยกำลังมุ่งหน้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง รถจักรยานยนต์ได้ขับมาจากฝั่งโรงเรียนเมืองใหม่ ในขณะที่รถกระบะของท้าวลอยขับมาจากฝั่งสถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) ก่อนจะเกิดการเฉี่ยวชนกันอย่างรุนแรงกลางแยก

ล่าสุด: ทางด้านร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่บันทึกภาพเก็บหลักฐาน และเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกดังกล่าว เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เครดิตข่าว: ข่าวสาธารณะ
รายงานโดย: วีระชัย บทมาตย์

ปกครองดงหลวง บุกจับผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายย่อย ยึดยาบ้า 369 เม็ด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่บ้านโคกยาว ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 369 เม็ด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายประสิทธิชัย สุวรรณไขศรี นายอำเภอดงหลวง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้นายหมวดตรีชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่บ้านโคกยาว หมู่ 7 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าของกลางจำนวน 369 เม็ด จากการตรวจสอบเบื้องต้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดงหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวงยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในชุมชน


ผู้สื่อข่าว : จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ