“ยศชนัน” ผนึก วช.–มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่ หนุน “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืน

“ยศชนัน” ผนึก วช.–มช. ขับเคลื่อนนวัตกรรมจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่ หนุน “อากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” เพื่อคุณภาพชีวิตประชาชนภาคเหนืออย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง (อว.), ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.(อว.), นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.(อว.), ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.), นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน “การแถลงนโยบายการสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมในการจัดการ PM2.5 และวิกฤตแบบครบวงจร และพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดและสายน้ำมั่นคง” ณ อาคาร SMC Hub คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดม ศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่เผชิญสถานการณ์ฝุ่นควันเป็นประจำทุกปี รัฐบาลและกระทรวง (อว.) ให้ความสำคัญกับการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย นักวิจัย ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาแนวทางที่ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ กระทรวง (อว.) ยังมุ่งผลักดันการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งระบบติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ระบบวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นควัน ตลอดจนการสนับสนุนนวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นระดับชุมชน” และระบบ “FloodBoy” สำหรับเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) ในฐานะหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้กระทรวง (อว.) ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในระดับนโยบาย ระดับพื้นที่ และระดับชุมชน ผ่านการทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิชาการ และภาคส่วนต่างๆ สำหรับการส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้ วช. ได้สนับสนุนการพัฒนา “ห้องลดฝุ่นระดับชุมชน” ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารสำหรับกลุ่มเปราะบาง รวมถึงระบบ “FloodBoy” ที่ใช้สนับสนุนการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนภัยพิบัติแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ นับเป็นการสะท้อนบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้มีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและงานวิจัย จำนวน 9 ผลงาน จากนักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย

  1. ผลงาน “นวัตกรรมห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบางในภาคเหนือ” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  2. ผลงาน “นวัตกรรมระบบลาดตระเวนชี้เป้าด้วยปัญญาประดิษฐ์เพื่อการตรวจจับไฟป่าด้วยข้อมูลภาพจากอากาศยานไร้คนขับ (UAV-AI Forest Fire Detection System)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Fireman สู้ไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล : รู้ไว-ถึงไว” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พลภัทร เหมวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  4. ผลงาน “นวัตกรรมแพลตฟอร์ม Big Data สนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจแก้ปัญหาฝุ่นควันภาคเหนือ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รัฐสิทธิ์ สุขะหุต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  5. ผลงาน” นวัตกรรมระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมน้ำหลาก FloodBoy” โดย ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  6. ผลงาน “นวัตกรรมโครงการเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำโดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมพลังงานสะอาด : ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฟ้าไพลิน ไชยวรรณ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  7. ผลงาน “นวัตกรรมกลไกป้องกันน้ำท่วมโดยชุมชน” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพงศ์ ตระการศิรินนท์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  8. ผลงาน “นวัตกรรมระบบการเตือนภัยและแนวทางการป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองจังหวัดเชียงใหม่” โดย รองศาสตราจารย์ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  9. ผลงาน “นวัตกรรมแผนที่และข้อมูลความสูงของพื้นที่ความแม่นยำสูงพิเศษจากภาพถ่ายทางอากาศ” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูดินันท์ สิงห์คำฟู จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ถัดมา เป็นพิธีมอบนวัตกรรม จำนวน 2 ผลงาน ดังนี้ ผลงานวัตกรรม “ห้องลดฝุ่นแรงดันบวกควบคู่ระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะด้วยเซ็นเซอร์ สำหรับกลุ่มเปราะบาง” และ ผลงานนวัตกรรม “FloodBoy” ให้กับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 38 หน่วยงาน ในพื้นที่ภาคเหนือ

ทั้งนี้ กระทรวง (อว.) และภาคีเครือข่ายจะเดินหน้าสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมโดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืนต่อไป

กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #วิจัยและนวัตกรรม #อุดมศึกษา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ฟ้าลิขิต กำปั้นเมืองคอนกำชัย ปิดฉากรอบแรก มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1

ฟ้าลิขิต รร.กีฬานครศรีธรรมราช กำปั้นตัวแทน จ.นครศรีธรรมราช ชนะคะแนน เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ จากปทุมธานี ปิดฉากรอบแรกมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 ในรายการมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ที่เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ

วันที่ 23 พ.ค.2569 ที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ ในการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติ ร่วมจัดโดย”เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน และ “เสี่ยอู๊ด” นายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติและโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ยังคงจัดโปรแกรมมวยเด็ดให้แฟนมวยได้ร่วมลุ้นกันสนุกทั้งมวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก และมวยไทย 3 ยก ซึ่งนัดนี้มอบหมายให้โปรโมเตอร์สามารถ ค่ายอดิศร รับหน้าที่ประกบคู่มวยที่ยังคงเน้นความดุเดือด ความสนุก เริ่มถ่ายทอดสดทั่วประเทศทุกวันเสาร์เวลา 17.30-20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27

โดยการแข่งขันมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติสัปดาห์นี้มีผลการแข่งขันดังนี้

  • คู่ที่ 1 มวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลก พิกัด 115 ปอนด์ ( 6 ยก ) “ศึกนวมคู่กำปั้นทองคำ ครั้งที่ 1 นัดที่ 8 กำปั้นวัย 16 ปี ฟ้าลิขิต รร.กีฬานครศรีธรรมราช ตัวแทน จ.นครศรีธรรมราช พบกับนักชกตัวแทน จ.ปทุมธานี เดชานันท์ สิงห์มนัสศักดิ์ ผลคู่นี้ตลอดหกยกต่างเดินแลกหมัดลำตัวสลับใบหน้า แต่ ฟ้าลิขิต ได้เปรียบช่วงชกออกหมัดได้เข้าเป้าชัดเจนกว่าเป็นฝ่ายชนะคะแนนผ่านเข้ารอบ 8 คนเป็นคนสุดท้าย และทำให้ จ.นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดที่ 8 ผ่านเข้ารอบตาม ศรีสะเกษ , สระแก้ว , ร้อยเอ็ด , นครปฐม , สุโขทัย , ชลบุรี และตราดต่อไป โดยรอบ 8 คนสุดท้ายจะเริ่มดวลหมัดในวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69
  • คู่ที่ 2 มวยไทย 3 ยกพิกัด 67 ก.ก. เพชรสกล ลูกเขาขวาง JSP ปะทะตี๋ซ่าจากจีนแผ่นดินใหญ่ หวัง ติง เจี๋ย เริ่มยกแรกนักมวยไทยชาวจีนมาแนวบู๊ดุดันออกอาวุธเข้าใส่ เพชรสกล ทั้งจังหวะถีบตามด้วยหมัดชุด แต่ เพชรสกล สีหน้าสงบนิ่งเดินสาดแข้งขวาสลับศอกสั้นจนเรียกเลือดกำเดาจาก หวัง ติง เจี๋ย ครบ 3 ยก เพชรสกล ลูกเขาขวาง JSP ชนะคะแนนสุดมันส์
  • คู่ที่ 3 มวยไทย 3 ยกพิกัด 55 ก.ก. ยอเซฟ เอลฮูร์ นักมวยไทยชาวโมร็อคโค แลกอาวุธมวยไทยดุเดือดกับ เพชรมณี เพื่อนประตูผี มาตลอดสองยกและยก 3 จากจังหวะวงใน ยอเซฟ ใช้หมัดและศอกสั้นเข้าใส่ เพชรมณี จนออกอาการครบ 3 ยกกรรมการชูมือให้ ยอเซฟ เอลฮูร์ ชนะคะแนน
  • คู่ที่ 4 มวยไทย 3 ยกพิกัด 53 ก.ก. ถังทอง ศิษย์ซ้อบิว นักมวยไทยวัย 16 ปีปะทะ อายูป เอลลัมการี กำปั้นมากประสบการณ์วัย 28 ปีซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมวยไทยแห่งประเทศโมร็อคโค หวลคืนสังเวียนโชว์ความเก๋าเตะตัดพับในจน ถังทอง ศิษย์ซ้อบิว ถึงกับยางแตกลงไปให้กรรมการนับ 10 อายูป เอลลัมการี ชนะน็อคไปในยกที่ 1
  • คู่ที่ 5 มวยไทย 3 ยกพิกัด 62 ก.ก. โจนาธาน เกียรติภัทรพรรณ นักมวยไทยชาวอังกฤษวัย 30 ปี เจอเหลี่ยมมวยนัดมวยไทยดาวรุ่งวัย 19 ปี เพชรชินราช ต.ยืนยง นายกโบ้หนองยางทอย ต้านไม่ไหวพ่ายคะแนนให้ เพชรชินราข
  • คู่ที่ 6 คู่เอกมวยไทย 3 ยกพิกัด 67 ก.ก.ฟ้าสุระ ผู้กองพงษ์ 191 นักมวยไทยจอมเก๋าส์วัย 43 ปีลูกหลานย่าโมออกศึกปะทะนักมวยไทยชาวอังกฤษเจ้าของส่วนสูง 180 ซ.ม.ที่อายุน้อยกว่า ฟ้าสุระ ถึง 15 ปี นัดนี้ตลอด 3 ยก ฟ้าสุระ แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์บนสังเวียน 150 นัดไม่ได้ผ่านมาแบบโชคช่วย แต่สะสมชั้นเชิงและเหลี่ยมมวยที่เหนือชั้นเป็นฝ่ายชนะคะแนนพร้อมเสียงปรบมือจากแฟนมวย ซึ่งเจ้าตัวขอมอบชัยชนะนัดนี้ให้น้องฟ้าใสลูกสาวที่อุ้มขึ้นเวทีมารับการชูมือเป็นผู้ชนะด้วย
  • คู่ที่ 7 มวยไทย 3 ยกพิกัด 58 ก.ก.เทพนคร เหรียญทองยิมส์ ดวลเดือดไฟ้ท์ที่ 3 กับ หิน เหล็ก ไฟ สามชัยวิเศษสุก ก่อนหน้านี้ผลัดกันแพ้ชนะคนละครั้ง นัดนี้ก็ยังคงปะทะกันเดือด สามชัย มวยหมัดบู๊ดุดันเดินลุยใส่ เทพนคร ตลอด 3 ยกและยกที่ 3 กำปั้น หิน เหล็ก ไฟ แผลงฤทธิ์จน เทพนคร ขาสั่นเกือบทรุดแต่ก็ประคองตัวรอดจนครบ 3 ยกกรรมการรวมคะแนนชูมือให้ หิน เหล็ก ไฟ สามชัยวิเศษสุก ชนะคะแนน

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันและนายสรวีร์ ฤทธิชัย ผู้บริหารวันก่อเกียรติ และโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี กล่าวถึงโปรแกรมสัปดาห์หน้าของศึกมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติว่า “ถึงวันเสาร์หน้ามวยรอบสากล ก่อเกียรติมุ่งแชมป์เปี้ยนโลกจะพักการชกกันไปและจะเริ่มรอบ 8 คนสุดท้ายในวันที่ 6 มิ.ย.69 แต่เราก็จัดมวยสากล 6 ยกมุ่งบัลลังก์โลกมาให้ติดตามกันในพิกัด 66 ก.ก.เป็นการพบกันระหว่าง ปูซาน ปราสาทหินพิมาย ก่อเกียรติยิม ทายาท”ยักษ์สุข” ปะทะกำปั้นชาวอิหร่าน มอเซน ธันเดอร์มวยไทย พร้อมมวยไทย 3 ยกอีก 7 คู่ ติดตามกันอย่างมีความสุขเช่นเคยกับมวยไทย SUPER CHAMP พรีเซ็นเต็ดบายวันก่อเกียรติที่ เวทีมวย World Siam Stadium ตะวันนา กรุงเทพฯ นัดต่อไปวันเสาร์ที่ 30 พ.ค. 69 เวลา 17.30 น. – 20.00 น. ทางช่อง 8 กด 27 แฟนมวยสายเดือดต้องไม่พลาด !


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยจัดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล ณ สนาม RSU VISTA GOLF CAUSE ปทุมธานี หารายได้เพื่อพัฒนาวงการพืชสวนไทยและสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคม

สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยจัดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล ณ สนาม RSU VISTA GOLF CAUSE ปทุมธานี หารายได้เพื่อพัฒนาวงการพืชสวนไทยและสร้างสรรค์ประโยชน์สู่สังคม

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 : รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อนำรายได้ไปดำเนินกิจกรรมของสมาคมในด้านต่างๆ อาทิ การสร้างความร่วมมือระหว่างเกษตรกรกับสมาคม การช่วยเหลือกิจกรรมสังคม การจัดงานพืชสวนโลกที่อุดรธานีและนครราชสีมา กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยี การอบรมการผลิตพืชสวน ไม้ดอกไม้ประดับ พืชผักและผลไม้ต่างๆ รวมทั้งช่วยเหลืองานสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยได้รับความสนใจ มีผู้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคึกคัก โดยเสียค่าสมัครทีมละ 30,000 บาท

รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ทางสมาคมฯได้จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลเพื่อหารายได้ในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

นายกสมาคมพืชสวนฯกล่าวถึงการดำเนินงานต่อไปว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงและเป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหา คือ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะมะม่วง สิ่งที่สมาคมจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหา คือ การแปรรูปและหาตลาดใหม่ๆ เพราะขณะนี้ผลผลิตล้นตลาด ถ้าไม่ดำเนินการแก้ไขจะยิ่งทำให้สินค้าเกษตรตกต่ำยิ่งขึ้น “สมาคมจะเข้าไปช่วยในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลไม้ การจัดกิจกรรมและนิทรรศการ

การเปิดตลาดใหม่ๆ นอกจากนี้จะต้องรักษาอาชีพเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ไว้ให้ได้ เพราะปัจจุบันเรามีผู้สูงอายุมากขึ้น สมาคมพร้อมเข้าไปช่วย เปลี่ยนผ่านให้เกษตรกร ชาวสวนหันมาทำเกษตรแม่นยำ เกษตรอัจฉริยะ นำเซนเซอร์ โดรน และเอไอมาช่วยแบ่งเบา เพื่อให้การทำเกษตรเป็นเรื่อง ที่ง่ายและสะดวกกว่าเดิม”

ผู้สนใจสามารถติดต่อสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยได้ที่ 02-940-6578 และ 089-494-5172


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สะเทือนวงการ..!! แพทย์โลก จับตา! รพ.ตำรวจ ผนึกศัลยแพทย์นานาชาติ โชว์ผ่าไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผล

หมอไทยไม่แพ้ชาติใด! รพ.ตำรวจจัดประชุมแพทย์โลก โชว์เทคนิคผ่าไทรอยด์ เปิดฉากประชุมแพทย์โลก “ผ่าไทรอยด์ไร้แผล” รพ.ตำรวจชูเทคโนโลยีล้ำ เปลี่ยนอนาคตการรักษาหมอ“ไพบูลย์” เดันเทคนิคผ่าไทรอยด์ผ่านกล้องไร้แผล สร้างมาตรฐานใหม่วงการแพทย์ทรวมกูรูผ่าไทรอยด์ไร้แผลจากทั่วโลก ท“SCARLESS SURGERY”

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมชัยจินดา 1 ชั้น 20 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท. ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการผ่าตัดไทรอยด์ผ่านกล้องแบบไร้แผลนานาชาติ ครั้งที่ 7 (The 7th International Thyroid NOTES Conference 2026) ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “SCARLESS REFINED INNOVATIVE : Shaping the Future of Thyroid Surgery” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 โดยมีศัลยแพทย์ แพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมการประชุม

พล.ต.ท.ไพบูลย์ฯ เปิดเผยว่า ภายในงานมีการบรรยายและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติ ได้แก่ Raymon H. Grogan MD, MS, FACS, Vidal Fortuny Jordi MD, Gustavo Fernandez-Ranvier MD, FACS, Ram Moorthy MD, Hoon Yub Kim MD, PhD, FACS, Li Hok Nam MD และ Angkoon Anuwong MD, FACS, FRCS(T)

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมด้านการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องระหว่างศัลยแพทย์จากนานาประเทศ โดยมุ่งเน้นเทค นิคการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้องทางช่องปากแบบไร้รอยแผล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางศัลยกรรมสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายทางวิชาการ การสาธิตการผ่าตัด และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อสำคัญ อาทิ Live Surgery : Transoral Robotic-Assisted Total Thyroidectomy (TORT), 4K Live Surgery : Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach, Hands-on Soft Cadaveric Workshop : Transoral Endoscopic Thyroidectomy Vestibular Approach และ Thyroid Ablation Workshop เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาพยาบาลและพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์สู่ระดับสากล

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับการผ่าตัดต่อมไทรอยด์จากหน่วยงานและบริษัทชั้นนำที่เกี่ยวข้อง ”รรท.พตร.กล่าว“


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

(สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) มอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 ดันเมืองแห่งศิลปะ 5 จังหวัด นำคุณค่าทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 : กระทรวงวัฒนธรรม โดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้จัด “พิธีมอบรางวัลการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569” โดย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล โดยมี คณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ศิลปินศิลปาธร ผู้ได้รับรางวัล ร่วมงาน ณ ห้อง ออดิทอเรียม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ

ภายในงาน ได้มีการเสวนา หัวข้อ “ข้อเสนอโครงการกับการพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ” จากผู้แทนคณะกรรมการที่จะร่วมเสวนามี 2 ท่าน ได้แก่ นางลักขณา คุณาวิชยานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาทัศนศิลป์ และนายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาภาพยนตร์ และนิทรรศการการประกวดข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569 พร้อมกันนี้ได้จัดให้มีการแสดงผลงานภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ “Phimai Inspire”

นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของศิลปินและเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ จึงเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งศิลปะ ปี 2569

โดยมีโครงการที่เข้าร่วมการประกวด จำนวนทั้งสิ้น 56 โครงการ ดังนี้

  1. จังหวัดกระบี่ จำนวน 6 โครงการ
  2. จังหวัดเชียงราย จำนวน 18 โครงการ
  3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 12 โครงการ
  4. จังหวัดแพร่ จำนวน 11 โครงการ
  5. จังหวัดราชบุรี จำนวน 9 โครงการ

จากการพิจารณาข้อเสนอโครงการในรอบคัดเลือกและรอบตัดสินโดยคณะกรรมการการพัฒนาศักยภาพเมืองแห่งศิลปะ ซึ่งประกอบไปด้วย คณะผู้บริหารจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยสาขาต่างๆ และวัฒนธรรมจังหวัดจากพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด ได้แก่ นางเกษร กำเหนิดเพ็ชร ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ประธานกรรมการ, นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รองประธานกรรมการ และ กรรมการ ได้แก่ นางปรียา แก้วบำรุง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่, นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, นางแสงเพชร ลำไธสง วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา, นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดแพร่, นางสาวสุริสา นิลนารถ วัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี, นายอรรฆย์ ฟองสมุทร, นายศิริศักดิ์ คชพัชรินทร์, นางลักขณา คุณาวิชยานนท์, รองศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ อินทรชูโต, นายวรรณศักดิ์ ศิริหล้า, ผู้ช่วยศาสตราจารย์หัตถกาญจน์ อารีศิลป, นางกาญจนา ตุ้มกลีบ ผู้อำนวยการสถาบันศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

ทั้งนี้ การคัดเลือกข้อเสนอโครงการได้มีหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ความเป็นไปได้จริงในการดำเนินการและงบประมาณ และความยั่งยืนและการบริหารจัดการ จนได้ผลการตัดสินข้อเสนอโครงการที่ได้รับรางวัล ดังนี้

  • รางวัลยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล โครงการบ้านนอก : เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติในพื้นที่ชนบท(ระยะที่หนึ่ง) จังหวัดราชบุรี โดยนางพรพิไล มีมาลัย จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 900,000 บาท
  • รางวัลดีเด่น จำนวน 5 รางวัล จะได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการ 500,000 บาท ได้แก่
    • 1.โครงการเทศกาลแอนิเมชันนานาชาติ ภูแล 2569 จังหวัดเชียงราย โดย นายรัฐ จำปามูล
    • 2.โครงการอาร์ตบุรี: นิทรรศการ Pop-up และแผนที่ศิลปะดิจิทัลย่านเมืองเก่าราชบุรี จังหวัดราชบุรี โดย นางสาวพัชณาพร วิมลสาระวงค์
    • โครงการแพร่-บ้าน-บ้าน จังหวัดแพร่ โดย นางสาวสลันดา สิระสราญ
    • โครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์บ่มเพาะธุรกิจบนฐานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (KORAT ART-CUBATOR)จังหวัดนครราชสีมา โดย นายอานนท์ บุณยประเวศ
    • โครงการยุคภยนต์ เมืองกระบี่ KRABI MOVING ERA จังหวัดกระบี่ โดย นายกฤษฎา กันณรงค์
  • รางวัลชมเชย จำนวน 3 รางวัล จะได้รับเกียรติบัตร และเงินรางวัล จำนวน 2,000 บาท ได้แก่
    • โครงการ พัฒนาศักยภาพชุมชนสู่เมืองแห่งศิลปะสร้างสรรค์อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ภายใต้แนวคิด LONG art model : เพื่อพัฒนาศิลปินร่วมสมัยจากทุนวัฒนธรรมสู่การสร้างอัตลักษณ์เมืองลอง โดยนายพรรษา ทาปัน
    • โครงการ (แพร่)งทาง พร่างพ(ราย) : โครงการศิลปะบนระเบียงสร้างสรรค์ แพร่-เชียงราย โดยนายอนุสรณ์ ธัญญะปาลิต
    • โครงการ ทุกที่คือแกลเลอรี่ พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ชุมชนและตลาดในจังหวัดเชียงรายให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิตเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์และส่งเสริมความเป็นเมืองศิลปะที่ยั่งยืน โดยนางสาวกีรติ วุฒิสกุลชัย

โดยรางวัลยอดเยี่ยมและรางวัลดีเด่น จำนวน 6 โครงการนี้ จะได้ดำเนินโครงการให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เมืองแห่งศิลปะทั้ง 5 จังหวัด เพื่อนำคุณค่าทางวัฒนธรรมของแต่ละเมืองมาสร้างมูลค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ และสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“อาจารย์เชน” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. หนุนงานวิจัยวัฒนธรรมดนตรี “ท่าสยาม” สร้างคุณค่าวัฒนธรรมไทยสู่สากล

“อาจารย์เชน” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อว. หนุนงานวิจัยวัฒนธรรมดนตรี “ท่าสยาม” สร้างคุณค่าวัฒนธรรมไทยสู่สากล

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 : ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานเปิดการแสดงดนตรีในหัวข้อ “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” การแสดงดนตรีเพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในวาระที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) เฉลิมพระเกียรติครบ 100 ปี ภายใต้โครงการวิจัยดนตรีประจำชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพความเป็นเลิศและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านดนตรี สร้างคนดนตรีและวัฒนธรรมดนตรีให้เป็นวัฒนธรรมนานาชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, รองศาสตราจารย์พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ อธิการบดี มหา วิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ประธานมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ หอประชุมสิริรำไพพรรณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวว่า การวิจัยเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อพัฒนาประเทศ โดยการแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้าในจังหวัดจันทบุรีครั้งนี้ เป็นการต่อยอดงานวิจัยด้านดนตรีสู่การสร้างสรรค์สังคมร่วมสมัย ผ่านการสะท้อนอัตลักษณ์ “ท่าสยาม” เมืองท่านานาชาติที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม พร้อมระบุว่า บท เพลงสามารถสร้างพลัง ความเข้าใจ และความผูกพันในสังคมได้ อีกทั้งการยกระดับบทเพลงท้องถิ่นสู่สากล ถือเป็นนวัตกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญ นอกจากนี้ UNESCO ยังยกย่องสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในวาระครบรอบ 100 ปี พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาและการพัฒนาสังคม ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีถือเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอีกด้วย

ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง (ผวช.) กล่าวว่า มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก (วช.) โครงการ “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” ได้ศึกษามรดกทางดนตรีในพื้นที่ประวัติศาสตร์ และถ่ายทอดคุณค่าของเมืองจันทบุรีผ่านการแสดงของวงไทยซิมโฟนีออร์เคสตรา โดยการแสดงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการบรรเลงบทเพลง แต่เป็นการเล่าเรื่องเมืองจันทบุรีผ่านเสียงดนตรี ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความทรงจำของผู้คนในท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งบนเวทีแห่งศิลปะร่วมสมัย “ดนตรีมีพลังเชื่อมโยงผู้คน สร้างจินตนาการ สร้างความเข้าใจ และหล่อเลี้ยงความผูกพันระหว่างกัน การนำบทเพลงท้องถิ่นมาพัฒนาและนำเสนอในรูปแบบสากล จึงเป็นทั้งการเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรม และการเปิดพื้นที่ให้ศิลปะไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างสง่างาม”

ขณะที่ นายธวัชชัย นามสมุทร กล่าวว่า จังหวัดจันทบุรีมีความโดดเด่นด้านประวัติศาสตร์และความหลากหลายทางวัฒนธรรม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่ช่วยเผยแพร่อัตลักษณ์ของจังหวัดผ่านพลังของดนตรีและศิลปวัฒนธรรม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่

นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข กล่าวว่า โครงการ “ท่าสยาม ท่าเรือนานาชาติจันทบุรี” เป็นการนำงานวิจัยด้านดนตรีมาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อสร้างการเรียนรู้และถ่ายทอดคุณค่าทางวัฒนธรรมผ่านการแสดงดนตรีร่วมสมัย โดยมุ่งหวังให้บทเพลงท้องถิ่นได้รับการยกระดับสู่เวทีนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมไทย

ทั้งนี้ การจัดงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของงานวิจัยด้านศิลปวัฒนธรรมในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ประวัติศาสตร์ และพลังสร้างสรรค์ของชุมชน ผ่านเสียงดนตรีที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมทั้งส่งเสริมการเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

อนุกมธ.กีฬา สว. ชี้สเปก ผู้ว่ากกท.คนใหม่ บริการเก่ง-โปร่งใส ไร้การเมืองแทรกแซง

อนุกมธ.กีฬา สว. ชี้สเปกผู้ว่ากกท.คนใหม่ บริการเก่ง-โปร่งใส ไร้การเมืองแทรกแซง ด้าน “สว.จำลอง” เปรียบกกท.เป็นคนป่วยหนัก ต้องการหมอผ่าตัดใหญ่-แนะกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้นและเป็นสากล

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายชัยธัช เพราะสุนทร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาความคืบหน้าการสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยมีนายมีชัย อินวู๊ด รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยฝ่ายบริหาร นายยุธยา จีนหีต ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ น.ส.ดารินทร์ วิกรานตโนรส ผอ.กองบริหารทรัพยากรบุคคล นายประวิทย์ เมตตา ผอ.ฝ่ายการคลังกองทุน นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเข้าชี้แจง

นายชัยธัชฯ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเพื่อให้บอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณาเห็นชอบสรรหาผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย แม้กระบวนการล่าช้ากว่าแผนประมาณ 2 เดือนจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่ทางอนุกมธ.กีฬาก็อยากให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 หากไม่สามารถแต่งตั้งได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามกระบวนการก็จะมีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเพื่อให้การบริหารงานดำเนินต่อเนื่อง

นายจำลอง อนันตสุข รองประธานอนุกรรมาธิการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า ปัจจุบันการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่ตกอยู่ในภาวะคล้ายคนป่วยหนัก ต้องการหมอมาผ่าตัดใหญ่ ดังนั้นกกท.จะต้องเร่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาซึ่งต้องกำหนดคุณสมบัติให้ชัดเจนและต้องมีความเชี่ยวชาญแต่ละด้านมาเป็นกรรมการสรรหาผู้ว่ากกท.คนใหม่ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเป็นเลิศในการบริหารงานกีฬา

“อาการป่วยแรกคือ เส้นเลือดอุดตัน งบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติที่เปรียบเสมือนเลือดที่ต้องถูกส่งไปหล่อเลี้ยงร่างกาย แต่กลับเกิดอาการอุดตัน ด้วยเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนเกินจำเป็น ทำให้น้ำเลี้ยงไม่ไหลไปสู่ตัวนักกีฬาและบุคลากรทางตรง เราจึงมักได้ยินข่าวสมาคมกีฬาหรือนักกีฬาต้อง สำรองเงินจ่ายไปก่อน หรือ งบตกค้าง นานนับปี ปัญหานี้สร้างความอ่อนแอให้ระบบกล้ามเนื้อ ซึ่งก็คือความพร้อมของนักกีฬา จนบางครั้งกล้ามเนื้อลีบแบนเพราะขาดสารอาหารต่อเนื่อง อีกโรคที่พบคืออาการสายตาสั้นและโฟกัสผิดจุดมองภาพระยะไกลไม่ชัด เช่น การขยายฐานกีฬาเพื่อมวลชนและการสร้างสวัสดิ การระยะยาว แต่กลับไปโฟกัสหนักกับกิจกรรมระยะสั้นหรืองานอีเวนต์บางประเภทที่สร้างความกระปรี้กระเปร่าชั่วคราว การพัฒนาเยาวชนและระบบการคัดกรองสร้างฐานนักกีฬาหน้าใหม่ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอนให้เป็นสากล ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร ทำให้ไทยเริ่มขาดช่วงสายเลือดใหม่ในหลายสมาคมกีฬา โรคต่อมาคือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถูกการแทรกแซงจนขาดเอกภาพ ไม่มีเกราะป้องกันจากขั้วอำนาจทางการเมืองหรือการแทรกแซงในสมาคมกีฬาต่างๆ การบริหารงานหลายครั้งไม่ได้ยึดโยงกับระบบ คุณธรรมและความสามารถ แต่ขึ้นอยู่กับสายสัมพันธ์และขั้วอำนาจในขณะนั้นนโยบายก็เปลี่ยนตามความต้องการผู้บริหารใหม่ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการรักษาตัวระยะยาว ยาที่จ่ายให้คนไข้จึงเปลี่ยนสูตรไปเรื่อยๆ ตามใจหมอคนใหม่“ สว.จำลองฯ กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ ที่ประชุมอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา เสนอให้กำหนดคุณสมบัติผู้สมัครอย่างเข้มข้นโปร่งใสและเป็นสากลเพื่อลดการแทรกแซงทางการเมือง พร้อมเน้นย้ำว่าผู้นำองค์กรควรมีวิสัยทัศน์และความสามารถด้านบริหารจัดการองค์กรและงบประมาณควบคู่กับความรู้ด้านกีฬา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. เสริมสมรรถนะเยาวชนด้านปัญญาประดิษฐ์ จัดอบรมเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร สร้างทักษะสู่การปฏิบัติ

วช. เสริมสมรรถนะเยาวชนด้านปัญญาประดิษฐ์ จัดอบรมเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร สร้างทักษะสู่การปฏิบัติ

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม นายธนกนก หงส์ประสงค์ กรรมการอาวุโสของสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร บุคลากร (วช.) นักเรียน นิสิตและนักศึกษา เข้าร่วม ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน อาคาร วช. 8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปร แกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร เพื่อเสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์แก่นักเรียนและนักศึกษา โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การวางแผนการบิน การออกแบบการแปรอักษร ไปจนถึงการเขียนโปรแกรมควบคุมโดรนอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณการแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสร้างสรรค์ นวัต กรรม

นายธนกนก หงส์ประสงค์ กล่าวว่า สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ร่วมกับ (วช.) จัดกิจกรรม “การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร” ระหว่างวันที่ 22–23 พฤษภาคม 2569 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยด้านการเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกยุคดิจิทัล ซึ่งการอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวนกว่า 30 ทีม จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ร่วม 100 คน โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้านการออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนด้านเทคโนโลยีโดรนของประเทศไทย

ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือคิด ออกแบบ และพัฒนาศักยภาพด้านการเขียนโปรแกรมและเทคโนโลยีโดรนอย่างสร้างสรรค์


ออเดอร์ล้น !! ข้าวหลามในกะลามะพร้าวอ่อน เมนูขนมไทยโบราณ

จังหวัดลพบุรี – ข้าวหลามในลูกมะพร้าว ขนมไทยแนวใหม่ทำง่ายไม่ต้องใช้กระบอกไม้ไผ่ที่เริ่มหายาก และความอร่อยที่เข้าไม่ถึงทุกอนูของขนม “ข้าวหลามในกะลาป้าติ๋ม” ทางเลือกใหม่ขนมไทยโบราณ เริ่มทำขายยังไม่ถึงเดือน ยอดอเดอร์ลูกค้าที่สั่งซื้อวันละ เป็น 100 รายต่อวัน เป็นการสร้างอาชีพ ต่อยอดสร้างรายให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ที่อำเภอเมืองลพบุรี “ข้าวหลามกะลาป้าติ๋ม” หรือข้าวหลามในลูกมะพร้าว เจ้าแรก เป็นเมนูขนมไทยประยุกต์ ที่ดัดแปลงจากการใช้กระบอกไม้ไผ่มาเปลี่ยนมาใส่ในกะลามะพร้าวอ่อนแทน เพิ่มความอร่อยแถมได้รสชาติหอมหวานมันจากกะทิและเนื้อมะพร้าวแท้ๆ เปิดขายไม่ถึงเดือนยอดสั่งซื้อพุ่งกระฉูด กลายเป็นอาชีพหลักไปแล้ว จากเช่าร้านขายริมทางขณะนี้ทำแทบไม่ทัน ต้องขยับขยายเวลา กลับมาทำอยู่ที่บ้านเปิดวอล์คอินลูกค้าตลอดทั้งวัน

นายสรวิชญ์ ปลื้มมาก อายุ 53 ปี ได้คิดค้นสูตรการทำข้าวหลามในลูกมะพร้าวอ่อน เปิดออเดอร์ทดลองขาย ด้วยการนำมะพร้าวพันธุ์ดีมาเป็นภาชนะใส่ข้าวเหนียว ข้าวที่ตั้งชื่อเรียกว่า ”ข้าวหลามกะลา” โดยได้สาธิตวิธีทำโดยเอาข้าวเหนียวดำที่นึ่งสุก มาคลุกเค้ากับเนื้อมะพร้าวอ่อน ถั่วดำ และเผือก แล้วราดด้วยน้ำกะทิที่ปรุงตามสูตรทำเองคลุกเค้าให้เข้ากันจนฉ่ำ แล้วตักใส่ในกะลามะพร้าว ก่อนนำขึ้นไปขึ้นไปย่างบนเตาถ่านในกะลามังสแตนเลสด้วย ความร้อนพอประมาณใช้เวลา 20 นาที จะเห็นน้ำกะทิเดือดปุดๆ อยู่ในกะลานั้นคือสุก พร้อมรับประมาณ ก่อนนำมาโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวถั่วดำ เผือก และข้าวโพด อีกครั้งเพื่อเพิ่มความสวยงาม หอมมัน น่ารับประทาน

นายสรวิชญ์ เจ้าของสูตรข้ามหลามกะลาป้าติ๋ม (ชื่อของแม่) ได้เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ที่มาของข้าวหลามกะลาป้าติ๋ม เป็นเจ้าแรกของจังหวัดลพบุรี ตนเองได้เริ่มทำขายได้เกือบ เดือน โดยได้คิดสูตรขึ้นมาเอง ช่วงแรกไปเช่าหน้าร้านทำขายริมทาง แต่ด้วยได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี บางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด แวะมาซื้อแต่ของหมดก่อน จนต้องคิดปรับกลยุทธให้ลูกค้าที่มาซื้อ ได้กลับไปรับประทานกันได้ทุกคน จึงเปลี่ยนมาทำขายกันอยู่บ้านทั้งหมด 3 ชีวิต ตนเอง แม่ติ๋ม และภรรยา แล้วเปิดหน้าร้านที่บ้านพัก ภายหมู่บ้านสิรัญญา 3 ต.ถนนใหญ่ อ.เมือง โดยทำการประชาสัมพันธ์จากออนไลน์ เปิดวอล์คอินที่บ้านลูกค้าทุกคนมาซื้อแล้วจะได้ของอร่อยไปทุกคน เพราะตนและครอบครัวมีเวลาทำกันแต่เช้าตรู่ทำให้ขณะนี้มีออเดอร์ สั่งซื้อเข้ามาดีมากจนต้องขยายเวลา ทำตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น ให้ทันพร้อมส่ง และยังส่งฟรีให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี นอกจากนี้ยังมีแม่ค้าจากจังหวัดใกล้เคียงสั่งออเดอร์มาเพื่อเอาไปขายต่อหน้าร้าน ซึ่งบางวันต้องใช้ลูกมะพร้าวผลิตทำข้าวหลามกะลา ป้าติ๋มวันละ100 – 200 ลูกต่อวัน ขายราคาลูกละ 35 บาท หรือ3 ลูก 100 บาท ต่อไปคาดจะต้องเพิ่มเป็น 300 ลูก/วัน ปริมาณ และความอร่อยเหมือนเดิม

นายสรวิชญ์ เล่าต่อว่า “ก่อนหน้านนี้ตนกับภรรยา ได้เปิดขายอาหารสุกี้ กับขนมบ้าบิ่นมานานหลายปี จนกระทั่งมีแนวคิดอยากทำขนมดีๆ ให้คนลพบุรีได้กินกัน จึงทำข้าวหลามกะลาที่คิดสูตรเอง ช่วงแรกทำขายแล้วก็มีลูกค้าตอบรับดี จนขยายโอกาสตัวเอง และไม่จำเจสำหรับลูกค้า จึงได้ทำสังขยากะลามะพร้าวอ่อนเพิ่มขึ้นมาอีกเมนู ก็ได้รับการต้อนรับไม่แพ้กันกับข้าวหลามกะลา ซึ่งในไม่ช้าก็จะมีขนมหม้อแกงแกงกะลาอร่อยๆ ให้ลุกค้าได้ชิมลิ้มลองอีกเมนู เพียงจะจำกัดการผลิตให้ได้วันละประมาณ 300 ลูก เพื่อให้ทันออเดอร์ลูกค้าที่ต้องการก่อน อย่างไรก็ตามตนเอง ยังคงคิดที่จะต่อยอด การนำมะพร้าว กะลามะพร้าวติดเนื้อ มาทำเป็นขนมโดยใช้มะพร้าวทั้งลูกต่อไป ไม่ให้เกิดการสูญเปล่า ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เมื่อกินขนมหมดแล้ว กะลามะพร้าวมาทำเป็นกระบวยตักน้ำกินที่บ้านเหมือนสมัยอดีตโบราณที่ผ่านมา …….ร้านข้าวหลามกะละป้าติ๋มหมายเลขโทรศัพท์ 083-9144644


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รวบชายวัย 50 อ้างเป็น ผบช.ภ.1 ย่องบุกรุกบ้านย่านปากน้ำกลางดึก เจ้าของบ้านตื่นมาเจอ เนียนอ้างเป็นตำรวจจับคดียา

รวบชายวัย 50 อ้างเป็น ผบช.ภ.1 ย่องบุกรุกบ้านย่านปากน้ำกลางดึก พอเจ้าของบ้านตื่นมาเจอเนียนอ้างเป็นตำรวจจับคดียา เจ้าตัวรับแค่บุกรุก ปฏิเสธลักทรัพย์

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัว หน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เผยความคืบหน้าจากกรณีชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินสายพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จนมีคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น ดังนี้

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรปราการ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายสมมาตร ทองนวล อายุ 50 ปี ชายที่ปรากฏอยู่ในคลิปและอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้แล้ว

จากการสืบสวนทราบว่า ก่อนหน้าที่คลิปจะถูกเผยแพร่เพียง 1 วัน คือช่วงคืนวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้ก่อเหตุพยายามลักทรัพย์ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ย่านปากน้ำ โดยอาศัยช่วงเวลากลางดึกเข้าไปภายในบ้านพัก ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังนอนหลับ ก่อนเจ้าของบ้านจะตื่นขึ้นมาเห็นผู้ก่อเหตุกำลังพยายามหยิบกระเป๋าเงินภายในห้องนอน จึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น

ระหว่างนั้นชายผู้ก่อเหตุได้อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเข้ามาติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนีเข้ามาในพื้นที่บ้านดังกล่าว ก่อนจะรีบหลบหนีออกจากบ้านพักไป หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ต่อมาในวันที่ 20 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนพบคลิปชายอ้างตัวเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จึงตรวจสอบลักษณะบุคคลและพฤติการณ์ ก่อนเชื่อว่าน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน กระทั่งสืบทราบว่าผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ย่านตำบลบางโปรง จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนเบื้องต้น นายสมมาตรยอมรับว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปจริง ส่วนคดีบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ แต่ในข้อหาพยายามลักทรัพย์ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนาเข้าไปลักทรัพย์แต่อย่างใด

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ชอบแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และมักอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะอาศัยช่วงไม่มีคนอยู่บ้านเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์ แต่หากถูกพบเห็นก็จะอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ทันที