ตำรวจ ตม. ร่วมกอ.รมน.และจัดหางาน บุกจับแรงงานไม่มีใบอนุญาต

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีม นายวีรเดช พลสวัสดิ์ จัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรีม พ.ต.ท. ธนพล จันทร สว.ตม.จังหวัดสุพรรณบุรีม น.ส.สุกัญญา ถมยา แรงงานจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งการให้ ร.ต.อ.สุรพล ชูช่างม ร.ต.อ.สรวิญช์ สืบใหม่ รอง สารวัตร ตม.ม พ.ต.ชาญศิลป์ ศักดามาศม ร.อ.ไกรศร อ่ำเกิด นายทหารประจำ สน.ปรมน.มทบ 17ม ทหาร กอ.รมน.สุพรรณบุรีม เจ้าหน้าที่จัดหางาน และเจ้าหน้าที่แรงงาน จังหวัดสุพรรณบุรี สนธิกำลัง เข้าตรวจค้นสถานที่ก่อสร้างบ้าน หมู่ 2 ตำบลหนองบ่อ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีคนต่างด้าวไม่ทราบสัญชาติทำงานอยู่บริเวณหลังดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงพบคนต่างด้าว 6 คน กำลังทำงางานอยู่ในบริเวณบ้านหลังดังกล่าว จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบหนังสือ เดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง จากการตรวจสอบพบว่าคนต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ทราบว่าเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดเท่ากับวันหมดอายุของใบอนุญาตทำงางาน) จำนวน 3 ราย และไม่มีเอกสารใดๆ 1 ราย

จากการสอบถามแรงงานผ่านล่าม ทราบว่าแรงงานทั้งหมดทำงานอยู่กับนายจ้างชื่อนาย จรินทร์ เนตรดี บ้านอยู่กรุงเทพ ฯ โดยได้ค่าตอบแทนวันละ 300 บาท/วัน ทำงานได้ประมาณ 3 วัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแรงงานทั้งหมด เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งคอก ดำเนินคดี

พร้อมกันนี้ก็จะสืบสวนติดตามตัวนายจรินทร์ เนตรดี ซึ่งเป็นนายจ้างของคนต่างด้าวผู้ถูกจับ กุมในข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามมาตรา มีบทกำหนดโทษตามมาตรา 102แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าว 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 จนกว่าคดีจะถึงที่สุด


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

กิจกรรมรณรงค์ วันงดสูบบุหรี่โลก โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

กิจกรรมรณรงค์ วันงดสูบบุหรี่โลก โรงพยาบาลนครปฐม ประจำปี 2569

วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนคร ปฐม เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์ วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 พร้อมด้วย แพทย์หญิงอุษณีย์ พูลวิวัฒน์ชัยการ รองผู้อำนวยการ พญ.พรรณนภา อุดมโชติพฤทธิ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรเป็นบุคคลต้นแบบในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ณ ลานคุณธรรม โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

จนท.ศคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เด็ก 7 ขวบ ถูกไฟดูดริมสระน้ำ บ้านพลูวิลล่าดังชะอำ ผู้ประกอบการเผยดูแลมาตลอด

เพชรบุรี – จนท.ศคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เด็ก7ขวบถูกไฟดูดริมสระน้ำ บ้านพลูวิลล่าดังชะอำ ผู้ประกอบการเผยดูแลมาตลอด

จากกรณี นายอภิชัย เอี่ยมจันทร์ อายุ 44 ปี น.ส.หทัยชนก ทรัพยะประภา อายุ 31 ปี สองสามี-ภรรยา นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เดินทางเข้าร้องเรียนกับ ว่าที่ ร.ต. รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยเหลือหลังจากครอบ ครัวเช่าพูลวิลล่าแห่งหนึ่งในอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แล้วลูกถูกไฟดูดขณะเล่นน้ำอยู่ในสระน้ำโชคดีที่ผู้เป็นพ่อช่วยขึ้นมาได้ทันรอดตายอย่างหวุดหวิด เหตุเกิดเมื่อ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ 30 พ.ค. ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้มอบหมายให้ นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี สั่งการให้ สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการพลูวิลล่าสอบสวนข้อเท็จจริง ไกล่เกลี่ย ผู้ประกอบการกับผู้เสียหาย ณ บ้านพักพูลวิลล่า ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

จากการตรวจสอบ พบว่า บ้านพักพลูวิล่าดังกล่าว ปัจจุบันได้ยื่นขออนุญาตสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมกับทางอำเภอชะอำและอยู่ระหว่างการออกใบอนุญาต วันเกิดเหตุบุตรสาว 7 ปีของผู้เสียหายได้เดินเข้าไปบริเวณกำแพงริมสระว่ายน้ำ ซึ่งช่องทางดังกล่าวไม่สามารถเดินผ่านได้เป็นทางแคบๆ และมีแท่นปูนสำหรับปล่อยม่านน้ำลงสระตั้งอยู่ และโคมไฟที่ติดอยู่กับกำแพงกั้นอยู่ บุตรสาววัย 7 ปี ได้พยายามเดินผ่านช่องแคบริมกำแพงดังกล่าว ประกอบกับบุตรสาวของผู้เสียหายตัวเปียกน้ำในสระเมื่อเดินไปชนกับโคมไฟจึงทำให้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุผู้ประกอบการบ้านพูลวิลล่า (คุณแอนผู้จัดการบ้านพูลวิลล่า ) ได้ให้การช่วยเหลือทางผู้เสียหาย โดยติดต่อโรงพยาบาลเพื่อนำตัวบุตรสาวของผู้เสียหายเข้ารับการรักษา โดยเริ่มทำการรักษาที่โรงพยาบาลชะอำ ภายหลังได้ย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยผู้ประกอบการได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการ รักษาพยาบาล ค่าเดินทาง และค่าที่พักสำหรับผู้ปกครอง ในระหว่างที่บุตรสาวของผู้เสียหายต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ค่าตรวจคลื่นหัวใจที่โรงพยาบาลธนบุรี ได้คืนเงินค่าเช่าบ้าน เงินประกันค่าเช่าบ้าน ให้กับผู้เสียหาย เต็มจำนวน รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 30,000 บาท โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการและผู้เสียหา ได้มีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายที่ สภ. ชะอำ

ซึ่งผู้เสียหายยื่นข้อเสนอมา 2 ข้อ 1.ให้ผู้ประกอบการชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 200,000 บาท โดยจะไม่ติดใจเอาความใดๆ ทั้งสิ้น 2.ให้ผู้ประกอบการชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 150,000 บาท พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้าจนกว่าบุตรสาวของผู้ร้องจะหายเป็นปกติ ทางผู้ประกอบการเห็นว่าจำนวนค่าเสียหายดังกล่าวเป็นจำนวนที่สูงเกินไป ประกอบกับผู้ประกอบการได้ให้ความช่วยเหลือและชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เสียหายตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนพอสมควรแล้ว จึงเสนอค่าเสียหายให้กับผู้เสียหาย จำนวน 30,000 บาท พร้อมกับรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้เสียหายในภายภาคหน้า (หากมี) จนกว่าบุตรสาวของผู้เสียหายจะหายเป็นปกติ แต่ผู้เสียหายไม่ยอมรับข้อเสนอ และผู้ประกอบการจะพิจารณาในเรื่องจำนวนค่าเสียหายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายต่อไป

น้องแอน ผู้ดูแลบ้านพลูวิลล่า เปิดเผยว่า ทางบ้านพักต้องขอมาชี้แจงว่า ทางเราได้ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ดูแลตั้งแต่เบื้องต้นวันแรกที่เกิดเหตุ เริ่มเข้าทำการรักษาที่ ร.พ ชะอำ หลังจากนั้นได้ทำการย้ายโรงพยาบาลมาแอดมิดที่โรงพยาบาลหัวหิน ซึ่งทางบ้านพักก็เป็นผู้ติดต่อและประสานกับโรงพยาบาลเพื่อเช็คคุณหมอ ตั้งแต่วันที่ 13-15 พค. ทางบ้านไม่คิดค่าบ้านพักที่เกิดเหตุ ได้คืนค่าบ้านที่ลูกค้าเข้าพักเป็นจำนวนเงิน 3,000 ได้โอนคืนพร้อมค่าประกันบ้านรวมยอด 6,000 บาท ทางเราได้ดูแลค่าที่พักสำสำหรับผู้ปกครอง วันที่ 13 และ14 พ.ค. 2 คืน
รวม 3,376 บาท, วันที่ 15 พ.ค ค่ารักษาพยาบาล ร.พ หัวหินและค่าเดินทาง 5,000 บาท, ค่าโรงพยาบาลธนบุรี 1,764 บาท, ค่าโรงพยาบาลธนบุรีของคุณพ่อ 8,714 บาท, วันที่ 17 พ.ค
ตรวจคลื่นหัวใจ ร.พธนบุรี 7,347 บาท ซึ่งทางเราติดตามและสอบถามค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องพบหมอโดยไม่ได้เพิกเฉย แค่ทางลูกค้าแจ้งค่าใช้จ่ายมา ทางบ้านพักรีบโอนให้ทันที ถึงแม้ ว่าทางลูกค้ายังไม่ได้ส่งบิลค่ารักษาหรือเอกสารค่าใช้จ่ายมาให้ เพราะทางเราคิดว่า อยากช่วยดูแลเยียวยาลูกค้าให้ดีที่สุด ส่วนคลิปวีดีโอที่ลูกค้าเขาเอาไปลงทางบ้านพักเป็นผู้ส่งให้ลูกค้าเองเพื่อให้คุณหมอใช้พิจารณาประกอบการรักษาผู้ป่วย
Ann Ann Pool Villa


///////////// บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ เพชรบุรี อัญเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์ ถวายสักการะ พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร เนื่องในวันวิสาขบูชา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผู้ว่าราช การจังหวัดเพชรบุรี อัญเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์ ถวายสักการะ พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร เนื่องในวันวิสาชบูชา

วันที่ 31 พ.ค.69 ณ มณฑลปลูกต้นพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร วัดถ้ำแจง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์ ถวายสักการะ พระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร เนื่องในวันวิสาชบูชา โดยมี รองผู้ว่าราชการจัวงหวัดเพชรบุรี นายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี ข้าราชการ พนัก เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ถวายความเครารพเบื้องพระยายายาลักษายาลักยาลักษณ์ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ถวายรูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เข้ารับพระราชทานพุ่มดอกบัวประดิษฐ์ ก่อนอัญเชิญพุ่มดอกบัวประดิษฐ์ไปยังโต๊ะหมู่ ณ มณฑลพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร จุดธูปเทียนบูชาพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตรประจำจังหวัด กล่าวคำสักการะพระศรีมหาโพธิ ทศมราชบพิตรประจำจังหวัด ก่อนนำ ผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้เข้าร่วมพิธีเดินประทักษิณ รอบพระศรีมหาโพธิทศมราชบพิตร จำนวน3รอบ


////////บรรณรต จ.เพชรบุรี

จากเหตุการณ์ น้ององุ่น อายุ 7 ปี หายตัวไป กลับพบเป็นศพที่สวนยางพารา หมู่ 4 ต.ปรังเผย อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ตร.เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ล่าสุด กรณีจากเหตุการณ์ น้ององุ่น อายุ 7 ปี หายตัวไปแล้วมาพบ เป็นศพได้เสียชีวิตจากการถูกฆ่าอย่าง อำมหิตโหดเหี้ยมและทารุณ ที่บริเวณกลางสวนยางพารา หมู่ 4 ต.ปรังเผย อ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว เมื่อ 2 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบ จุดที่พบศพ น้ององุ่น และพื้นที่โดยรอบ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ขนาดที่ชายต้องสงสัยซึ่งถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำยังคงให้การปฏิเสธ

ทางด้าน พ.ต.อ. สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.อ. มานะ สำราญวงศ์ ผกก. สืบจังหวัดกาญจนบุรี ได้เชิญตัว นางมะยาน แม่ของน้ององุ่นผู้เสียชีวิต มาสอบปากคำจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ขอเก็บไว้เป็นความลับกลัวว่าผู้ต้องหาจะไหวตัวทันแล้วหลบหนี ได้พุ่งเป้าไปคนที่สนิทคุ้นเคยกันในหมู่บ้าน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ บุคคลที่อยู่ใกล้เคียงรวมทั้ง พระทั้ง4 รูป ที่ประจำอยู่วัดทิโค้ง และเด็กวัดอีก 2 คน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร มาสอบสวนปากคำ รวบรวมพยานหลักฐาน เก็บทุกประเด็น

ตร.กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกาญจนบุรี ได้เก็บร่องรอย ตรวจคาบลายนิ้วมือทุกอย่าง ที่จะโยงถึงตัวคนร้ายได้ เพื่อไปตรวจสอบ อย่างละเอียด เพื่อหาวัตถุพยานลายนิ้วมือ เก็บน้ำลายผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเพื่อไปตรวจหาดีเอ็นเอของคนร้าย เบื้องต้นจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ น้ององุ่น พบร่องรอยมีการทำร้ายร่างกาย อย่างทารุณ อวัยวะเพศฉีกขาด คาดว่าน่าจะโดนข่มขืน ก่อนลงมือฆ่า บ่งบอกถึงพฤติกรรมคนร้าย เป็นคนใจคออำมหิตโหดเหี้ยม จนเกินมนุษย์

จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่รู้จักน้ององุ่นว่า น้ององุ่นผู้ตายเป็นเด็กที่น่ารักรู้จักสัมมา คารวะดี เป็นเด็กดี ก่อนเกิดเหตุได้นำเงินแบงค์ 20 มา 2ใบ มาซื้อขนมในร้านของตัวเอง หลังจาก นั้นมาทราบข่าวทีหลังว่าน้ององุ่นได้หายตัวไป จนมารู้ข่าวว่าได้เสียชีวิตไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะเร่งรีบ สืบสวนสอบสวน บุคคลที่ต้องสงสัย พยานบุคคล เก็บวัตถุพยาน พยานหลักฐาน เพื่อนำตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว


วันแม่แห่งชาติ จิตอาสาพัฒนาเพื่อเป็นพระราชกุศล พระบรมราชินีนาถ ครบ 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569

วันแม่แห่งชาติ จิตอาสาพัฒนาเพื่อเป็นพระราชกุศล พระบรมราชินีนาถ ครบ 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 หมู่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 8:30 น. ทำความสะอาดกวาดวัดและตัดหญ้าข้างทางและแม่น้ำคูคลองที่ส่งกลิ่นเหม็นทำความสะอาดตัดต้นไม้ต้นหญ้าให้สวยงามนำถังขยะไปทิ้งไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็นกับประชาชน นำโดยร้อยตำรวจโทพิพัฒน์ เกตุดี ประธานชุมชนบ้านไผ่หนองหมู่ที่ 7 โดยมี นาย พีรพัฒน์ จำหลัดพงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้างอำเภอนครหลวง นำคณะกรรมการและลูกบ้านในหมู่ 7 ร่วมกันพัฒนาเป็นพระราชกุศลในวันแม่แห่งชาติกว่า 50 คน


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

นายอำเภอบางละมุง นำพสกนิกรชาวอำเภอบางละมุง ถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่มและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

นายอำเภอบางละมุง นำพสกนิกรชาวอำเภอบางละมุงถวายเครื่องราชสักการะวางพานพุ่มและจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2569

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณอาคารโดมเอนกประสงค์โรงเรียนเมืองพัทยา 2 อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ครบ 4 รอบ วันที่ 3 มิถุนายน 2569

โดยมี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ข้าราชการ คณะผู้แทนองค์กร หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาสมาคม ชมรม และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยพิธีการเริ่มตั้งแต่ในเวลา 18.00น. พสกนิกรทุกหมู่เหล่านำพานพุ่มเงินพุ่มทองถวายต่อหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีตามลำดับจนครบทุกหน่วยงาน

จากนั้น นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุงประธานในพิธี ถวายเครื่องราชสักการะพานพุ่มทอง-พานพุ่มเงิน เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ พร้อมจุดเทียนมหามงคลถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งในการนี้นายอำเภอบางละมุง กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ พร้อมกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีจอมราชา


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน

นายพิบูลย์​อ​ั​ฑ​ฒ​์​ หฤหรรษ์​ปราการ​ “สมาชิกวุฒิสภา” อัญเชิญแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

อัญเชิญแจกันดอกไม้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า นายพิบูลย์​อ​ั​ฑ​ฒ​์​ หฤหรรษ์​ปราการ​ “สมาชิกวุฒิสภา” (รองประธานกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา) และ (รองประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา) ศิษย์เก่า (อำนวยศิลป์รุ่น 56 ฉลองกรุง)

ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก. ภ.จว. เชียงใหม่ จัดกิจกรรมสภากาแฟเวียงเจ็ดลิน ครั้งนี้ 5

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2569 เวลา 07.00-09.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนาแก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียง ใหม่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย เขียวจักร์ ผทค.ตร.รรท.รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ. มนัสชัย อินทร์เถื่อน ผกก.กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่, ผกก.สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์และ หัว หน้าส่วนราชการ ในพื้นที่เวียงเจ็ดลินเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง ในงานกิจกรรม“สภากาแฟเวียงเจ็ดลิน จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 5/2569”

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนประชาสัม พันธ์ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม และโครงการต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่เวียงเจ็ดลิน จัง หวัดเชียงใหม่ อันเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี และต่อยอดความร่วมมือเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรมการอำนวยความสะดวกการจราจรและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน

โดยมีนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ บริเวณลานต้นสัก ที่ทำการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง
จังหวัดเชียงใหม่


คิดได้ไง? ห้ามรถไฟเข้าเมืองแก้จุดตัด… หรือสร้างปัญหาใหม่?

หลายคนคงงงว่าทำไม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จึงผุดไอเดียห้ามรถไฟวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ทั้งที่ทั่วโลกกำลังพยายาม “ดึงคนขึ้นระบบราง” เพื่อลดรถติด ลดมลพิษ และลดต้นทุนขนส่ง แต่ไทยกำลังคิดจะ “กันรถไฟออกจากเมือง” เพื่อแก้ปัญหา “จุดตัดทางรถไฟ?”

1. แนวคิดที่ “ชวนอึ้ง!”

กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแนวทางการลดขบวนรถไฟทั้งรถโดยสารและรถสินค้าเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน ภายใน 3 เดือน สายตะวันออกให้รถไฟจอดแค่สถานีลาดกระบัง แล้วต่อแอร์พอร์ตลิงก์หรือรถเมล์ ขสมก.เข้าเมือง ส่วนสายใต้และสายตะวันตก ให้จอดที่สถานีตลิ่งชัน แล้วต่อรถไฟฟ้าสายสีแดงหรือรถเมล์ส่วนรถสินค้าจะให้เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สถานีขนถ่ายสินค้าชานกรุงเทพฯ แล้วไปใช้รถบรรทุกเล็กขนเข้าเมืองแทนขบวนรถสินค้าอื่นที่จำเป็นต้องเข้าเมือง อนุญาตให้วิ่งเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ส่วนขบวนรถน้ำมันจะห้ามไม่ให้เข้าเมือง ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมจะหาทางสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระเพิ่มขึ้นฟังเผินๆ เหมือนเป็นระเบียบมากขึ้น แต่คำถามคือ… “ผู้โดยสารรถไฟจะเดือดร้อนไหม?”

2. แก้ปัญหา… หรือสร้างปัญหาใหม่?

การแก้ปัญหาตามแนวทางของ รมว.คมนาคม จะทำให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นดังนี้

(1) ผู้โดยสารรถไฟจะลำบากกว่าเดิมจากเดิมนั่งยาวเข้าเมืองได้ ต่อไปจะยุ่งยากกับการเชื่อมต่อ สำหรับคนชรา คนป่วย เด็ก คนมีครรภ์ หรือคนมีสัมภาระ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย

(2) รถไฟฟ้าไม่ได้พาไปทุกที่ทั้งแอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงอาจไม่มีเส้นทางผ่านแหล่งทำงาน สถาบันการศึกษา สถานพยาบาล หรือสถานที่อื่นๆ ตามที่ผู้โดยสารรถไฟต้องการ ทำให้เขาต้องต่อรถเมล์ มอเตอร์ไซค์ หรือแท็กซี่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน อีกทั้ง แอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าสายสีแดงก็มีขบวนรถน้อย ต้องรอนาน

(3) รถบรรทุกจะกลับมาแน่นถนนแทนที่จะใช้รถไฟขนสินค้าเข้ามา กลับต้องเปลี่ยนเป็นรถบรรทุกเล็กวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน คำถามคือ… นี่เรากำลัง “ลดปัญหาจราจร” หรือกำลัง “เพิ่มรถบนถนน?”

(4) ต้นทุนขนส่งอาจสูงขึ้นการเปลี่ยนถ่ายสินค้าหลายต่อจะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และสุดท้ายต้นทุนเหล่านั้นจะถูกผลักไปที่สินค้า ทำให้ประชาชนต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น

3. ทางแก้ที่ดีกว่า… มีไหม?ตอบว่ามี เช่น…

(1) เข้มงวดวินัยจราจร ใครที่ฝ่าไม้กั้นต้องถูกลงโทษอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยจนเคยตัว

(2) ติดตั้งสัญญาณไฟแบบ Count Down ให้คนรู้ว่าเหลือเวลาอีกกี่วินาทีก่อนไม้กั้นจะปิดถนน

(3) ติดตั้งป้ายแจ้งเวลารถไฟจะมาถึง ช่วยลดการเสี่ยงติดค้างอยู่บนราง

(4) ปุ่มหยุดฉุกเฉิน (Emergency Button) หากรถติดค้างบนราง ประชาชนแจ้งหยุดรถไฟได้ทันที

(5) ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางด้วยเลเซอร์ (Laser Detector) ถ้ามีรถหรือคนค้างอยู่บนราง ระบบจะแจ้งเตือนโดยอัตโนมัติ

(6) เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง และบางซื่อ-หัวหมาก ซึ่งจะช่วยลดจุดตัดได้เป็นอย่างดี นี่ต่างหากคือการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

4. สรุป

(1) การแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดสำหรับรัฐบาล อาจกลายเป็นการสร้างภาระให้ประชาชนมากที่สุด

(2) ถ้าปัญหาเกิดขึ้นที่จุดตัดทางรถไฟ สิ่งที่ต้องแก้คือ “จุดตัด” ไม่ใช่ “รถไฟ”

(3) เมืองใหญ่ทั่วโลกพยายามทำให้คน “เข้าถึงระบบรางง่ายขึ้น” แต่เรากำลังทำให้การขึ้นรถไฟ “ยุ่งยากขึ้น”

(4) การแก้ปัญหาที่ดี ไม่ใช่การทำให้ระบบที่ประชาชนใช้อยู่ “หายไป” แต่คือการทำให้ระบบนั้น “ปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

(5) ประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการ “กันรถไฟออกจากเมือง” แต่เขาแก้ด้วยการทำให้ “ระบบรางกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมือง”


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์