“ปรเมศวร์” เปิดเวทีใหญ่ริมชายหาด ชู 3 เป้าหมาย 33 นโยบาย คนร่วมฟังแน่น

ช่วงเย็นวันที่ 6 มิถุนายน 2569 บริเวณชายหาดพัทยากลาง กลุ่ม “เรารักพัทยา” จัดเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย เรารักพัทยา” นำโดย นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2 พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมรับฟังนโยบายกันอย่างคึกคักจนเต็มพื้นที่ชายหาด

โดยมีบุคคลสำคัญทางการเมืองในจังหวัดชลบุรี รวมถึงกลุ่มนักการเมืองทั้งในและนอกพื้นที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองพัทยา รวมถึงประชาชนทั่วไป ต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ก่อนเริ่มการปราศรัย ทางทีมงานได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมกิจกรรมติดสติกเกอร์รูปหัวใจบนบอร์ด “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” เพื่อร่วมแสดงความเห็นว่านโยบายใดได้รับความสนใจมากที่สุด ซึ่งพบว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก

นโยบายที่ได้รับความสนใจจากประชาชน อาทิ “Festival City” เมืองมาตรฐานแห่งการจัดเทศกาล สร้างรายได้ตลอดทั้งปี, การเปิดพื้นที่จัดบูธฟรีทุกเทศกาลเพื่อสร้างรายได้ให้คนพัทยา, การยกระดับผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล, พลิกโฉมนาเกลือเป็นย่านสร้างสรรค์พลังเศรษฐกิจ, อนุรักษ์ประมงพื้นบ้านและสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น, เดินหน้าสนามกีฬาภาคตะวันออกให้สำเร็จ, สร้างศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด 30 ไร่, ดูแลคนทำงานกลางคืน, เมืองคนทำงานออนไลน์ “อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้” รวมถึงการผลักดันเมืองพัทยาสู่ Wellness Destination รองรับนักเดินทางทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ถูกหยิบยกขึ้นมานำเสนอภายในงาน เช่น เด็กพัทยาต้องว่ายน้ำเป็น, การก่อสร้างเตาเผาขยะแห่งที่ 2 ของเมืองพัทยา, เที่ยวอุ่นใจมีประกันภัยนำร่องเกาะล้าน, ทวงคืนพื้นที่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลแรงงานและผู้ประกอบอาชีพกลางคืนในพื้นที่เมืองท่องเที่ยว

บรรยากาศการปราศรัยเริ่มขึ้นหลังเวลา 18.00 น. โดยเปิดเวทีด้วยการนำเสนอผลงานของผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต พร้อมนำเสนอแนวคิดและแรงบันดาลใจของทีมคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมทำงานทางการเมือง ก่อนเปิดโอกาสให้ตัวแทนแต่ละเขตขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนเมืองด้วยผลลัพธ์ ไม่ใช่คำสัญญา”

  • ผู้แทนเขต 1 กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่นาเกลือ ควบคู่กับการดูแลวิถีชีวิตคนในชุมชนดั้งเดิม
  • ส่วนเขต 2 ซึ่งได้กล่าวถึงแนวคิดการอยู่ร่วมกันของคนในเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยเน้นว่าพื้นที่เมืองพัทยาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม รวมถึงประชาชนหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงต้องผลักดันให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างบรรยากาศเมืองที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับทุกชุมชนอย่างเท่าเทียมกัน
  • ขณะที่เขต 3 ซึ่งดูแลทั้งพื้นที่ฝั่งเมืองและเกาะล้าน ได้กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปา RO บนเกาะล้าน ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงการหาเสียง ส่วนเขต 4 เน้นเรื่องกีฬา พื้นที่ออกกำลังกาย การพัฒนาสาธารณูปโภค และการสร้างพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนท้องถิ่น

ต่อมา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยนำเสนอนโยบาย “3 เป้าหมาย 33 นโยบาย” พร้อมกล่าวย้ำแนวทางการทำงานของทีมเรารักพัทยาว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง และทุกกลุ่ม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนเมืองพัทยา “ทีมเรารักพัทยาทำงานอย่างอิสระ เราสามารถทำงานร่วมกับทุกพรรค ทุกทีม และทุกคนได้ เพราะคนที่สั่งเราได้ มีเพียงประชาชนและทีมนโยบายเท่านั้น เราใช้ผลงานเป็นคำพูด” นายปรเมศวร์ กล่าวบนเวที

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดสดผ่านเพจ “สายตรงพี่เบียร์ พัทยา” ให้ประชาชนติดตามรับฟังนโยบายแบบเรียลไทม์ โดยสโลแกนหลักของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือ “Better Pattaya ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” โดยหลังจบการปราศรัยยังมีประชาชนนำดอกไม้มามอบให้กำลังใจทีมผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหมายเลขผู้สมัครของกลุ่มเรารักพัทยา ประกอบด้วย

  • นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 2
  • ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา
    • เขต 1 หมายเลข 2-7
    • เขต 2 หมายเลข 13-18
    • เขต 3 หมายเลข 13-18
    • เขต 4 หมายเลข 13-18

ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา

นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน


พิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6/2569 ณ จังหวัดสกลนคร

พิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6/2569 ณ จังหวัดสกลนคร

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 2 ได้เป็นประธานในพิธีปิดการฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 ณ อาคารอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 29 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร

สำหรับหลักสูตรจิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 2) รุ่นที่ 6 ประจำปี 2569 นั้น ได้ดำเนินการฝึกอบรมรวม 18 วัน (ตั้งแต่ห้วงวันที่ 18 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2569) โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ภายหลังจากผ่านการศึกษาฯ จะมีภารกิจเพิ่มขึ้นในการเสียสละตนเป็นแกนหลักร่วมกับประชาชนจิตอาสา เพื่อทำหน้าที่จิตอาสา ในการสร้างความรักความสามัคคี และจัดกิจกรรมเทิดทูนสถาบันหลักของชาติควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานปกติในหน่วยงานด้วย

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #จิตอาสา904


พรพิพัฒน์ รายงาน

ชมรมศิษย์เก่า ม.เชียงใหม่จ.ลพบุรี จัดกิจกรรมรับน้องรถไฟประจำปี 2569

จังหวัดลพบุรี – ชมรมศิษย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดลพบุรี จัดกิจกรรม “รับน้องรถไฟ” ประจำปี 2569 ประเพณีเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สืบทอดมากว่า 60 ปี ณ สถานีรถไฟลพบุรี

วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.40 น. ที่ สถานีรถไฟลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราช การจังหวัดลพบุรี อดีตศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัส 35 คณะรัฐศาสตร์และรัฐประ ศาสนศาสตร์ และคณะกรรมการชมรมฯ ศิษย์เก่า มช. จังหวัดลพบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรพจน์ เสรีรัฐ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรวัฒน์ พัสระ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมประเพณีรับน้องรถไฟ ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดมายาวนานของมหาวิทยาลับเชียงใหม่ เป็นปีที่ 62 โดยขบวนรถพิเศษโดย สาร ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ และเดินทางมาถึงสถานีรถไฟลพบุรี ในเวลา 17.40 น. ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่รถไฟขบวนพิเศษจอด บรรยากาศกิจกรรม “รับน้องรถไฟ” 2569 ที่สถานีรถไฟลพบุรี เป็นไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน โดยมีทั้ง พี่ๆศิษย์เก่า ร่วมกับศิษย์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจำนวนมากร่วมทำกิจกรรม กล่าวต้อนรับ ร่วมร้องเพลงประจำมหาวิทยาลัย

สำหรับการ “รับน้องรถไฟ” เป็นประเพณีการต้อนรับนักศึกษาใหม่ของ มหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ ที่จัดขึ้นในทุก ๆ ปีจนเป็นเอกลักษณ์ สืบต่อกันมายาวนาน ซึ่งปีนี้กิจกรรมรับน้องรถไฟจัดขึ้นเป็นปี ที่ 62 ขบวนรถไฟจะเป็นรถไฟขบวนพิเศษโดยสารสำหรับ มหาวิทยาลัยเชียง ใหม่ โดยเฉพาะ เพื่อต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่รั้วมหาลัย โดยเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพงกรุงเทพฯ และมุ่งหน้าสู่สถานีปลายทางที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ โดยจะมีการจอดพักที่สถานีรถไฟลพบุรี สถานีรถไฟนครสวรรค์ สถานีรถไฟพิษณุโลก สถานีรถไฟลำปาง และปลายทางที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งจะมีพี่ๆ ศิษย์เก่านำน้ำดื่มขนมอาหารให้น้องๆ ได้อิ่มอร่อยตลอดเส้นทาง เป็นบรรยากาศอบอุ่นที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของมหาวิทยาลัยเชียง ใหม่

จากจุดเริ่มต้น… ประเพณีรับน้องรถไฟ มากกว่าการเดินทาง คือความผูกพันที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นเกิดขึ้นจากการต้อนรับขบวนรถไฟของนักศึกษาแพทย์รุ่นที่ 1 ที่มาเรียนที่เชียงใหม่เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2503 จากนั้นจึงได้ถือปฎิบัติที่รุ่นพี่จะไปรอรับรุ่นน้อง หรือขึ้นรถไฟไปรับรุ่นน้องเดินทางมาพร้อมกัน ซึ่งเป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ประเพณีรับน้องรถไฟได้สืบต่อกันมา ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือ การเสริมสร้างความสามัคคี ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นปี ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดรถขบวนพิเศษสำหรับมหาวิทยา ลัยเชียงใหม่โดยเฉพาะ เพื่อสืบสานประเพณีการรับน้องรถไฟของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้คงอยู่สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ระทึกกลางแยก! กระบะป้ายลาวชนจักรยานยนต์เจ็บ เสยสนั่นแยกเมืองใหม่ คาดแย่งสัญญาณไฟ

มุกดาหาร – ระทึกกลางแยก! กระบะป้ายลาวชนจักรยานยนต์เจ็บ เสยสนั่นแยกเมืองใหม่ คาดแย่งสัญญาณไฟ

เมื่อเวลาประมาณ 18:00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยกเมืองใหม่ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและร้อยเวรสอบสวนเร่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ หมายเลขทะเบียนหมวดจังหวัดสะหวันนะเขต สปป.ลาว สภาพด้านหน้ารถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่กลางถนน และมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ (ยังไม่ทราบชื่อ) เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคือ “ท้าวลอย” ชาว สปป.ลาว เดินทางมาพร้อมกับครอบครัวโดยกำลังมุ่งหน้าไปเลือกซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าแม็คโคร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดง รถจักรยานยนต์ได้ขับมาจากฝั่งโรงเรียนเมืองใหม่ ในขณะที่รถกระบะของท้าวลอยขับมาจากฝั่งสถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) ก่อนจะเกิดการเฉี่ยวชนกันอย่างรุนแรงกลางแยก

ล่าสุด: ทางด้านร้อยเวรสอบสวนเจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่บันทึกภาพเก็บหลักฐาน และเตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกดังกล่าว เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เครดิตข่าว: ข่าวสาธารณะ
รายงานโดย: วีระชัย บทมาตย์

ปกครองดงหลวง บุกจับผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายย่อย ยึดยาบ้า 369 เม็ด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

มุกดาหาร – ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวงเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในพื้นที่บ้านโคกยาว ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 369 เม็ด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายประสิทธิชัย สุวรรณไขศรี นายอำเภอดงหลวง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้นายหมวดตรีชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่บ้านโคกยาว หมู่ 7 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้าของกลางจำนวน 369 เม็ด จากการตรวจสอบเบื้องต้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาในความผิดฐาน “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรดงหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวงยังคงเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้องในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในชุมชน


ผู้สื่อข่าว : จ.มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ

พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด

พระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ช่วยเหลือเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราช ทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ของมูลนิธิชัยพัฒนาแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีมอบ ณ หอประชุมอำเภอเสลภูมิ ตำบลขวัญเมือง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

ในการนี้ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 จำนวน 325,350 กิโลกรัม แก่ราษฎรและเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อปี 2568 จำนวน 4,560 ราย เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงที่มาของการขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวว่า ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อเดือนตุลาคม 2568 พบว่านาข้าวของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง จึงได้ประสานไปยังมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อดำเนินการขอพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติดังกล่าว

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 คุณภาพดีของมูลนิธิชัยพัฒนาแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย อันเป็นการช่วยฟื้นฟูอาชีพ สร้างขวัญกำลังใจ และเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถเริ่มต้นการเพาะปลูกในฤดูกาลใหม่ได้อย่างมั่นคง ด้วยเมล็ดพันธุ์อันทรงคุณค่าและเป็นสิริมงคลยิ่ง

มูลนิธิชัยพัฒนา #ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ #เมล็ดพันธุ์ข้าว


พรพิพัฒน์ รายงาน

ทภ.2 ย้ำชายแดนไทยยังปกติ ไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน สกัดข่าวลือสร้างความแตกตื่น ทหารเฝ้าระวัง 24 ชม. ชี้ แชร์ข้อมูลเท็จผิดกฎหมาย

ทภ.2 ย้ำชายแดนไทยยังปกติ ไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน สกัดข่าวลือสร้างความแตกตื่น ทหารเฝ้าระวัง 24 ชม. ชี้ แชร์ข้อมูลเท็จผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 แหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าฝ่ายทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนกว่า 200 คัน พร้อมอาวุธ RPG ล็อตใหม่ และกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดแนวชายแดนไทย ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ยังไม่พบความเคลื่อนไหวดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ คาดว่าการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวอาจมีเจตนาสร้างความสับสนและความตื่นตระหนกให้กับประชาชน จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เป็นหลัก

แหล่งข่าวยืนยันว่า กองทัพไทยได้ติดตามสถานการณ์ตลอดแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด มีระบบเฝ้าตรวจและติดตามความเคลื่อนไหวที่มีประสิทธิภาพ หากมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล ยุทโธปกรณ์ หรือรถถังของฝ่ายใดในพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่จะสามารถตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ได้ทันที โดยทุกความเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

แหล่งข่าวกองทัพภาคที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงฤดูฝนเช่นปัจจุบัน การเคลื่อนย้ายรถถังจำนวนมากเป็นไปได้ยาก เนื่องจากรถถังเป็นยุทโธปกรณ์ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก หากต้องเคลื่อนย้ายเป็นระยะทางไกลเกินกว่า 30 กิโลเมตร จำเป็นต้องใช้รถลำเลียงขนส่ง เนื่องจากการขับเคลื่อนด้วยตัวเองเป็นระยะทางยาวอาจส่งผลกระทบต่อระบบล้อ ช่วงล่าง และระบบอาวุธของรถถังได้

“ฝากถึงเพจและผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์บางรายที่นำภาพเก่าหรือภาพที่ผ่านการตัดต่อมาเผยแพร่ โดยบางกรณีพบว่าเป็นภาพรถถังของฝ่ายไทยที่ถูกนำไปสลับกับภาพของอีกฝ่าย จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและตื่นตระหนก ขอย้ำว่าหากพบการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือการตัดต่อภาพที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และสร้างความเสียหายต่อธารณะ อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด“

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน โดยกำลังพลตามแนวชายแดนยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันใช้วิจารณญาณก่อนแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานทางการ


พรพิพัฒน์ รายงาน

ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฎคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณบันไดทางขึ้นด้านล่างปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง กรณีปรากฎคลิปวิดีโอทหารกัมพูชาในสื่อสังคมออนไลน์บริเวณบันไดทางขึ้นด้านล่างปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

ตามที่ได้ปรากฏคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่าทหารกัมพูชาได้นำกำลังพลเจาะทางขึ้นพื้นที่บริเวณปราสาทคนา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในลักษณะหยั่งเชิง ดูลาดเลา และพยายามเข้าใกล้การวางกำลังของฝ่ายไทยนั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องว่า ปัจจุบันพื้นที่บริเวณปราสาทคนาอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทย โดยได้มีการวางกำลังทหารเข้าควบคุมพื้นที่และภูมิประเทศสำคัญไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จากผลการปฏิบัติการ ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ทำลายกระเช้าลำเลียงกำลังพลและสิ่งอุปกรณ์ ตลอดจนได้เผาทำลายบันไดไม้จากจุดด้านบน ที่ฝ่ายไทยยึดครองลงไปถึงจุดพักกลาง เป็นระยะทางประมาณ 250 เมตร

สำหรับบันไดไม้ที่ยังคงเหลืออยู่ เป็นช่วงจากจุดพักกลางลงไปจนถึงต้นทางบันไดด้านล่าง ระยะทางประมาณ 200 เมตร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา และบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชา ที่ใช้ควบคุมเส้นทางขึ้นลงในพื้นที่ ดังนั้น คลิปวิดีโอที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์จึงเป็นการบันทึกภาพบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชาเอง โดยยังไม่ปรากฏหลักฐานหรือภาพยืนยันว่ามีกำลังพลทหารกัมพูชาเคลื่อนที่ขึ้นมาบนพื้นที่หน้าผาด้านบนซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม หน่วยเฉพาะกิจ ที่รับผิดชอบพื้นที่ได้ดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงอย่างเข้มงวด โดยได้ติดตั้งลวดหนามตลอดแนวขอบหน้าผา จัดวางจุดเฝ้าตรวจ และจัดสร้างที่มั่นดัดแปลงที่มีความแข็งแรง พร้อมสามารถปฏิบัติการตอบโต้ได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรืออธิปไตยของประเทศ

กองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและส่งต่อข้อมูลข่าวสาร โดยติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนาย ซึ่งยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท และปฏิบัติภารกิจด้วยความเข้มแข็งในการพิทักษ์รักษาอธิปไตยของชาติ คุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ตลอดจนดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

#กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน

กองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านไผ่หนอง จ.พระนครศรีอยุธยาให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพติด และให้กำลังใจผู้บำบัดยาเสพติด

อยุธยา – กองทุนแม่ของแผ่นดิน บ้านไผ่หนอง ให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพติด และให้กำลังใจผู้บำบัดยาเสพติด

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ ที่ทำการกองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านไผ่หนอง หมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หมู่บ้านป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภายใต้กองทุนแม่ของแผ่นดินและชุมชนล้อมรักษ์ Community Based Treatment and x (CBTx) โดยใช้ชุมชนบำบัด โดยการนำของนายพีรพัฒน์ จำรัสพงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.ท่าช้าง/ฝ่ายปกครองหมู่ที่ 7 คณะกรรมการหมู่บ้าน/ประธานคุ้มบ้าน, กรรมการคุ้มบ้าน, เจ้าหน้าที่ อสม.และทีมงาน

กิจกรรมในสัปดาห์นี้ นายศุภกร อนันตรักษ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง
ได้พูดคุยให้ความรู้เรื่องโทษของยาเสพติด ให้กำลังใจผู้บำบัด, นายอนุพงษ์ นาจรัส พัฒนาการอำเภอนครหลวง ได้ประชาสัมพันธ์การเตรียมความพร้อมในการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์และให้กำลังใจผู้บำบัด, นายสุเทพ บุญแจ้ง ประธานกองทุนแม่ของแผ่นดินภาคที่ 1 และนายเอกพล ที่ปรึกษา พูดคุยให้กำลังใจผู้บำบัด, นายสืบพงษ์ ศรพรหม กำนันตำบลท่าช้าง ได้เข้าร่วมกิจกรรมและประชาสัมพันธ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดืการให้ผู้บำบัดทราบนายณรงค์ ประทุมเกษ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าช้าง ได้พูดคุยให้ความรู้กับผู้บำบัด, นางเบญจวรรณ ไชยคชบาล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ฯ ตัวแทนสถานประกอบการ ร่วมทำกิจกรรมได้พูดคุยและให้กำลังใจผู้บำบัด เจ้าที่ที่ตำรวจ สภ.ท่าช้าง เข้าร่วมทำกิจกรรม ตัวแทนสถานประกอบการเข้าร่วมทำกิจกรรม, นายพีรพัฒน์ จำรัสพงษ์ ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดอยุธยา ได้แนะนำและให้ความรู้กับผู้บำบัด ทีมงาน อสม., ชรบ.และคณะกรรมการ บริการด้านสุขภาพ ตรวจสุขภาพเบื้องต้น วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก หมู่บ้านไผ่หนอง มีผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดยาเสพติด รวมทั้งสิ้น 14 ราย ชาย 13 ราย หญิง 1ราย

วันนี้มีผู้บำบัดมาทั้งหมด 12 ราย ชาย 11 ราย หญิง 1 ราย ไม่มา 3 ราย ผลการตรวจไม่พบสารเสพติด จำนวน 10 ราย พบสารเสพติด จำนวน 2 ราย โดยจะนัดตรวจอีกครั้งวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การเรียนรู้ ict ต.ท่าช้าง หมู่ที่ 7 ต.ท่าช้าง เวลา 10:00 น. หลังกิจกรรมบำบัดได้ร่วมมอบอุปกรณ์ในการส่งเสริมอาชีพหลังจากผ่านการบำบัดยาเสพติด โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทาง ป.ป.ส.


สุขุม แก้วกุดั่น อยุธยา

รองนายกฯ พร้อมด้วย ปลัด อบจ.โคราช รับมอบโล่เกียรติยศ “หน่วยงานดีเด่น – บุคคลดีเด่น” ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก กระทรวง พม.

รองนายกฯ พร้อมด้วย ปลัด อบจ.โคราช รับมอบโล่เกียรติยศ “หน่วยงานดีเด่น – บุคคลดีเด่น” ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก กระทรวง พม.

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายวีระชาติ ทุ่งไผ่แหลม รองนายก อบจ.นครราชสีมา รับมอบโล่ บุคคลดีเด่น ด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประจำปี 2569 พร้อมด้วย #นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัด อบจ.นครราชสีมา รับมอบรางวัล หน่วยงานดีเด่น จังหวัดต้นแบบ และสถาบันศึกษาต้นแบบด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จาก นายนิกร โสมกลาง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ประธานในพิธีฯ ภายในงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ เพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงาน และจังหวัดที่มีความมุ่งมั่นและความพยายามในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ กรุงเทพมหานคร


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน