ก้าวแรกแห่งการรับใช้ชาติ

มทบ.31 เปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ มอบธงประจำหน่วยฝึก สร้างขวัญกำลังใจและความภาคภูมิใจแก่ ”น้องเล็กของกองทัพบก“

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมมอบธงประจำหน่วยฝึกทหารใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญ ลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความเป็นหนึ่งเดียว และความสามัคคีของกำลังพลภายในหน่วย ณ อาคารอเนกประสงค์ ค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จังหวัดนครสวรรค์

ในการนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารใหม่ โดยเน้นย้ำถึงการปรับตัวจากชีวิตพลเรือนสู่การเป็นทหารอาชีพ การมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมถึงการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อปลูกฝังอุดมการณ์และสร้างความภาคภูมิใจในการรับใช้ประเทศชาติ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 และคณะผู้บังคับบัญชา ยังได้พบปะพูดคุยกับทหารใหม่อย่างใกล้ชิด สอบถามความเป็นอยู่ การปรับตัวในการฝึก พร้อมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ทุกนาย ให้มีความมุ่งมั่น อดทน และตั้งใจฝึกอย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นทหารที่มีคุณภาพ พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ การเปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างกำลังพลที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัย อันจะเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติและดูแลประชาชนต่อไปในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

รองเสธ.นทพ. ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน ตรวจติดตามแผนงานปี 69 พร้อมส่งมอบโครงการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตชาวขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.36 สนภ.3 นทพ.) ต้อนรับคณะผู้บังคับบัญชา ในโอกาสตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดน


15 พ.ค.69 พล.ต. พิสุทธิ์ มณฑานุช รองเสธนาธิการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ นพค.36 สนภ.3 นทพ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในเขตพื้นที่ ต.ขุนยวม และ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยมี เสธ.สนภ.3 นทพ. และ ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ. ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยมการดำเนินงานยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เข้าตรวจติดตามโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและสร้างระบบสุขาภิบาลที่ดี ส่งเสริมอาชีพ และส่งมอบความสุขให้ชุมชน

นอกจากการตรวจงานโครงสร้างพื้นฐาน พล.ต. พิสุทธิ์ มณฑานุช ยังได้เป็นประธานใน พิธีส่งมอบโครงการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน ให้กับชุมชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเยี่ยมชมและสนับสนุนการดำเนินงานของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านแม่สะเป่เหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้เสริม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เน้นย้ำมาตรฐานและประโยชน์ของประชาชน

รองเสธ.นทพ. ได้ให้คำแนะนำและแนวทางในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการ ถูกต้องตามระเบียบ ปฏิบัติตามมาตรฐานที่หน่วยกำหนดอย่างเคร่งครัด คุณภาพที่ยั่งยืน เพื่อให้สิ่งก่อสร้างและโครงการต่างๆ มีอายุการใช้งานยาวนาน ประชาชนเป็นศูนย์ กลาง มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญ ชาการทหารพัฒนา ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

นบ.ยส.35 สกัดรถต้องสงสัย ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

ที่ พื้นที่รอยต่อ อ.ภูซาง จ.พะเยา กับ อ.เทิง จ.เชียงราย นบ.ยส.35 สกัดรถต้องสงสัย ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

(เมื่อคืนนี้) เวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. 69 กองบังคับการสกัดกั้นที่ 4 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จัดชุดปฏิบัติการสกัดกั้นที่ 13 และ 14 บูรณาการกำลังร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด (ชั่วคราว) บริเวณ ทางหลวงชนบท 1155 หน้าเทศบาลตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ต่อมาได้มีรถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์ด เอฟเวอร์เรส สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงใหม่ เมื่อเจอด่านตรวจจึงกลับรถพยามหลบหนีทำให้เสียหลักตกลงข้างทาง ส่วนคนขับรถอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบขั้นต้นในรถคันดังกล่าว พบถุงกระสอบคาดว่าจะเป็นยาเสพติดให้โทษหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ประมาณ 15 กระสอบ จึงทำการตรวจยึดรถคันดังกล่าวพร้อมของกลางภายในรถ

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเทิง พบเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ บรรจุยาบ้าประมาณกระสอบละ 250,000 เม็ด รวมกว่า 4 ล้านเม็ด ซึ่งปัจจุบันทางเจ้าหน้าตำรวจร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จะดำเนินการขยายผลต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองพลพัฒนาที่ 3 ตรวจความพร้อม กำลังพล ยุทโธปกรณ์เคลื่อนย้ายสนับสนุน อ.แม่สาย รับมือฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก

กองพลพัฒนาที่ 3 พร้อมด้วยหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เคลื่อนย้ายสนับสนุน อำเภอแม่สาย องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น ซ่อมพนังบิ๊กแบ็ค ปราการกั้นลำน้ำสาย รับมือฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กองพลพัฒนาที่ 3 และหน่วยทหารช่างของกองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมกำลังพลและเครื่องมือช่าง ในการสนับสนุนการซ่อมแซมผนังกั้นน้ำแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และได้ทำการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและเหตุภัยทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียง ราย ซึ่งเทศบาลตำบลแม่สายได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการรซ่อมแซมพนังบิ๊กแบ็ค (Big Bag) ซึ่งเป็นปราการสำคัญในการกั้นลำน้ำสาย

โดย พลตรี สมใจ คิดเกื้อการุญ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 เป็นประธานตรวจสภาพความพร้อม กำลังพลและยุทโธปกรณ์ ก่อนการเคลื่อนย้าย ไปปฏิบัติงานปรับปรุงและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร แม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการจากหน่วยในพื้นที่ หน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ประกอบด้วย กำลังพลทหารช่างและจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 60 นาย

พร้อม ยุทโธปกรณ์ รถยนต์บรรทุก ขนาด 1 ตัน จำนวน 3 คัน, รถยนต์บรรทุกเทท้าย จำนวน 6 คัน, 5 ตัน , รถยนต์บรรทุกลากจูง จำนวน 3 คัน รถบรรทุก เชื้อเพลิง จำนวน 1 คัน, รถโกยตัก จำนวน 6 คัน และ รถตักบรรทุก จำนวน 1 คัน รวม 20 คัน ณ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย เริ่มปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 – 28 มิถุนายน 2569 รวม 45 วัน

ซึ่ง กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันภัยเชิงรุก จึงได้ มอบหมายให้ กองพลพัฒนาที่ 3 พร้อมด้วยหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลแม่สาย ซ่อมแซมพนังบิ๊กแบ็ค (Big Bag) เดิมที่ชำรุด ซึ่ง นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียง ราย ได้ขอรับการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกรกลจากกองทัพภาคที่ 3 สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

ซึ่ง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์พายุฝนที่อาจเกิดขึ้น และได้มีข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยมอบหมายให้เทศบาลตำบลแม่สาย และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ เป็นหน่วยรับผิดชอบ งบประมาณในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าขนย้ายเครื่องจักรกล เบี้ยเลี้ยงกำลังพลผู้ปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการซ่อมแซมพนักกั้นน้ำชั่ว คราวกึ่งถาวร ทั้งนี้ หากงบประมาณปกติไม่เพียงพอให้พิจารณาใช้จ่ายจากงบประมาณงบกลางหรืองประมาณเงินสะสมของหน่วยงาน พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกลจากกองทัพภาคที่ 3


นที มีเดช รายงาน

ทบ. รับมอบเงิน 5,000,000 บาท จากธนาคารออมสิน เพื่อนำไปช่วยเหลือกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

ทบ. รับมอบเงิน 5,000,000 บาท จากธนาคารออมสิน เพื่อนำไปช่วยเหลือกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชา และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรอง 211 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.ต. ตรีพจน์ โพธิสอน หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตกองทัพภาคที่ 1 รับมอบเงิน จำนวน 5,000,000 บาท จากธนาคารออมสิน โดยมีผู้บริหารธนาคารออมสิน นำโดย คุณทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และคุณวชิรา การสุทธิ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งการมอบเงินในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปช่วยเหลือกำลังพลกองทัพบกที่ปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย – กัมพูชา

โดยมอบให้ครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิต 30 ครอบครัว ครอบครัวละ 35,500 บาท รวมเป็นเงิน 1,065,000 บาท, กำลังพลที่ทุพพลภาพ 7 นาย รายละ 75,000 บาท รวมเป็นเงิน 525,000 บาท, กำลังพลที่บาดเจ็บสาหัส 1,230,000 บาท และกำลังพลที่บาดเจ็บมาก 2,180,000 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,000,000 บาท

การมอบเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจชายแดนไทย – กัมพูชา ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการส่งมอบกำลังใจแก่ทหารและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มความสามารถ



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ผบ.ทบ. หารือ ผบ. USARPAC เสริมความร่วมมือทางทหาร ในการประชุม LANPAC 2026 ณ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

ผบ.ทบ. หารือ ผบ. USARPAC เสริมความร่วมมือทางทหาร ในการประชุม LANPAC 2026 ณ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ผู้บัญชาการทหารบก เข้าร่วมการประชุมกองกำลังทางบกภาคพื้นแปซิฟิก (The Land Forces Pacific: LANPAC) เป็นวันที่สาม โดยในช่วงเช้าได้มีการหารือแบบทวิภาคีกับ พลเอก Ronald P. Clark ผู้บัญชาการกองกำลังทางบกสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก (The United States Army Pacific: USARPAC) เพื่อกระชับความร่วมมือทางทหาร

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะพัฒนาการฝึกและการศึกษาเพิ่มเติม นอกเหนือจากการฝึกร่วม-ผสมภายใต้รหัส Cobra Gold และ Hanuman Guardian ที่มีการยกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยยังได้หารือถึงการฝึกในอนาคต เช่น การปฏิบัติการรบในพื้นที่ป่า (Jungle Warfare) อีกทั้งกองทัพบกยังมีแผนเสริมสร้างหน่วย Stryker ซึ่งได้รับการชื่นชมและพร้อมสนับสนุนจากฝ่ายสหรัฐฯ

ในช่วงบ่าย ผู้บัญชาการ​ทหารบก ได้เข้าร่วมชมการฝึกสาธิตของหมวดปืนเล็กเข้าตีทางยุทธวิธีด้วยกระสุนจริง พร้อมการใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และการต่อต้าน UAV รวมถึงการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์สำคัญ เช่น ระบบจรวดหลายลำกล้อง (High Mobility Artillery Rocket System: HIMARS) ซึ่งสะท้อนขีดความสามารถของกองทัพบกสหรัฐฯ ภายใต้กองกำลังทางบกสหรัฐประจำภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

การประชุม LANPAC 2026 ครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยและสหรัฐฯ ทั้งในด้านการฝึก การศึกษา และการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพล เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีพลวัตและความท้าทายเพิ่มมากขึ้น



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 4,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 4,000,000 เม็ด ในพื้นที่ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.20 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 4 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) ทำการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นชั่วคราว เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ หน้าเทศบาลตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ต่อมาเมื่อ เวลา 22.45 นาฬิกา ตรวจพบรถยนต์ ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่น เอฟเวอร์เรส สีแดง หมายเลขทะเบียน จก ๘๑๖๙ เชียงใหม่ ขับเข้ามายังบริเวณจุดตรวจฯ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ ได้พยายามกลับรถเพื่อหลบหนี แต่ได้เกิดอุบัติเหตุเสียหลักตกข้างทาง (ห่างจากจุดตรวจฯ ประมาณ 200 ม.) ส่วนคนขับรถยนต์ได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบฟางสีรุ้ง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) กระสอบละ ประมาณ 250,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น ประมาณ 4,000,000 เม็ด

ต่อเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางเข้าตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนทราบ ณ กองบังคับการกองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรเทิง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

***สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 358 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 350 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 216,077,849 เม็ด, เฮโรอีน 6.5 กิโลกรัม, ไอซ์ 4,005.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 256.3 กิโลกรัม และ คีตามีน 437.7 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 50 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 38 ศพ ซึ่งหาก ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 36,874 ล้านบาท (36,874,544,145 บาท)


นที มีเดช รายงาน

อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน “Kick-off สินค้า ไทยช่วยไทย ลดจริง คุ้มจริงถูกจริง” ลดราคาสูงสุดกว่า 58 เปอร์เซ็นต์

อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน” Kick-off สินค้า ไทยช่วยไทย เปิดจุดขาย ที่อำเภอภูเพียง ทุกวันศุกร์ และรถพุ่มพวงวิ่ง จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ถึงหน้าบ้านทั่วทั้ง 7 ตำบล “ลดจริง คุ้มจริง ถูกจริง” ถึงหน้าบ้าน ลดราคาสูงสุดกว่า 58 เปอร์เซ็นต์

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอภูเพียง หมู่ที่ 3 ถนนหนองเต่า-น้ำแก่นกลาง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน บรรยากาศชุ่มเย็นของพายุฝน จุดขายสินค้า ไทยช่วยไทย ของ อำเภอภูเพียงอยู่ใต้อาคารที่ว่าอำเภอภูเพีง สินค้าที่ขายจุดนี้จะเป็นสินค้า OTOP สินค้าของชุมชน

โดย นายพงษ์ศิลป์ ผาลา นายอำเภอภูเพียง เป็นประธานเปิดกิจกรรม” Kick-off “ การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมให้เข้าถึงสินค้าที่มีคุณ ภาพในราคาประหยัด พร้อมด้วย นางณัฐนันท์ วงศ์นันท์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง นายฐิติกร เชียงวงค์ ปลัดอำเภอสำนักงานอำเภอ ได้ดำเนินการจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง โดยนำสินค้าอุปโภค บริโภค ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาพิเศษมาจัดจำหน่าย ให้ประชาชนในพื้นที่ 7 ตำบล ของอำเภอภูเพียง ได้เลือกซื้อถึงหน้าบ้านในรูปแบบตลาดเคลื่อนที่ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง

โดยอำเภอภูเพียงมีเครือข่ายรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการ เริ่มจำหน่ายสินค้าครั้งแรกใน วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 สินค้าลดราคาสูงสุดกว่า 58 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง เครื่องปรุงรส จะมีรถพุ่มพวง ที่ประชาชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรายการ นำไปขายให้ชุมชนบริเวณตลาดของหมู่บ้าน หน้าประตูบ้าน จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนราชการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทุกแห่งกำนันทุกตำบลผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านและผู้เข้าร่วมกิจกรรมตามนโยบายของรัฐบาล

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการลดภารกิจค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพ ของประชาชน โดยการนำสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาถูกไปจำหน่ายให้ประชาชนอย่างทั่วถึง กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย จึงร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ไปรษณีย์ไทย กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินการนำสินค้าไทยช่วยไทย ไปจำหน่ายในพื้นที่หมู่บ้านและอำเภอ ผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวงเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ (CSR) พัฒนามอบสิ่งของให้ โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม ชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ (CSR) พัฒนามอบสิ่งของให้ โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อศุกร์วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 3 และคณะชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ (CSR) ณ โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์

โดย แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 ได้มอบสิ่งของให้ รร.ชุมชนบ้านนากล่ำ เครื่องกรองน้ำ, ตู้น้ำดื่ม, เครื่องฉายจอโปรเจคเตอร์, ลำโพง, ทวี, พัดลม, อุปกรณ์เครื่องเขียน, สมุด และหนังสือเรียน รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ จำนวน 44 คน

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะชมรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 เยี่ยมการตรวจรักษาประชาชนของ ชุดแพทย์เคลื่อนที่จาก โรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก

พร้อมทั้งร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด โรงอาหารของ โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ เพื่อรับการเปิดเทอม “ Back to school “ พร้อม มอบอาหารกลางวันให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง และ กิจกรรมมอบ “ศาลาน้ำดื่มให้กับโรงเรียน” ให้แก่โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ ด้วย โดยมี ผู้บริหาร คณะครูอาจารย์โรงเรียนชุมชนบ้านนากล่ำ ผู้นำชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มณฑลทหารบกที่ 35, จิตอาสากองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 2 ร่วมเป็นเกียรติต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการฝึกทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ประจำปี 2569

แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดการฝึกทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ประจำปี 2569

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกทบทวนหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ประจำปี 2569 เพื่อเสริมสร้างความพร้อมและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่ระดับชุมชน ณ บ้านปางค้อ ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ได้ตรวจเยี่ยม ติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการฝึกจัดตั้งและทบทวนหมู่บ้าน อพป. เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที โดยมี พลตรี กฤติ พันธะสา เลขานุการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมปฏิบัติภารกิจและติดตามการดำเนินงานตามแผนงานโครงการอย่างใกล้ชิด

โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ได้มอบธงสัญลักษณ์หมู่บ้าน อพป. พร้อมคู่มือการปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่ชุดครูฝึกและวิทยากร ให้แก่นายอำเภอทองแสนขัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 ได้เดินทางไปยังสนามยิงปืน เพื่อรับชมการฝึกยิงปืนลูกซองด้วยกระสุนจริงของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างทักษะ ความพร้อม และความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการรักษาความปลอดภัยของชุมชนและการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ


นที มีเดช รายงาน