เทศบาลบ้านกรูด จัดกิจกรรมการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน การทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด

เทศบาลบ้านกรูด จัดกิจกรรมการถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน การทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09:00 น.ที่ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศ มนตรีตำบลบ้านกรูด เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอก ไม้จันทน์และจัดพวงหรีด) โดยมีนางสาวพนิดา ชูแข นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ กล่าวรายงานการจัดโครงการ พร้อมด้วยคณะบริหาร ประธานสภาและสมาชิกสภาเทศบาล รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการทุกส่วนกอง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ พนักงานเทศบาล และผู้ร่วมกิจกรรม เข้าร่วมพิธีเปิด และได้รับเกียรติจาก นางสาวจีรวรรณ สุขผล ครูโรงเรียนบางสะพานวิทยา และนางสาววิไล ปักษี ปราชญ์ชุมชน เป็นวิทยากรบรรยาย

โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย กิจกรรมที่ 2 การถ่ายทอดภูมิปัญญาจากผู้รู้เพื่อพัฒนารักษาและสืบสานที่ยั่งยืน (กิจกรรมการทำดอกไม้จันทน์และจัดพวงหรีด) ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 29 – 30 เมษายน 2569 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุ จำนวน 40 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุมีอาชีพ สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด อีกทั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ ประสบการณ์ในการฝึกประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อนำไปต่อยอดในการเพิ่มอาชีพและรายได้แก่ผู้ร่วมกิจกรรม



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

นายก อบจ.นครปฐม มอบเงินอุดหนุนตำรวจภูธร จ.นครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

นายก อบจ.นครปฐม มอบเงินอุดหนุนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อจัดทำโครง การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบเงินอุดหนุนตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อจัดทำโครงการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด CCTV (AI) ในเขตความรับผิดชอบของสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ช่วยป้องปรามอาชญากรรม บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งความหรือดำเนินคดีต่างๆ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

“ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม

“ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” รอง ผบช.ภ.7 พร้อม ผบก.ภ.จว.นครปฐม นำคณะเยี่ยมตำรวจทุพพลภาพ สภ.ดอนตูม มอบเงิน-สิ่งของ สร้างขวัญกำลังใจ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม, คุณปุญภา อุปพงษ์
ประธานแม่บ้าน ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.สภ.ดอนตูม,
พ.ต.ท.สมยศ ทรัพย์จรัสแสง รอง ผกก ป.สภ.ดอนตูม, พ.ต.ท.ทักษิณ ทองดี สว.อก.สภ. ดอน ตูม, ว่าที่ พ.ต.ต.สมองค์ ใจสำรวม สวป.สภ.ดอนตูม, คุณสุธาสินี ตุมรสุนทร, คุณกิ่งแก้ว ศุภผล, คุณนิยม ฆ้องรัตนพรชัย สมาชิกแม่บ้าน ภ.จว.นครปฐม และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.นครปฐม ร่วมตรวจเยี่ยม ด.ต.วรรณลภย์ บุญพันธ์ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ดอนตูม ข้าราชการฯตำรวจสังกัด ภ.จว.นครปฐม ที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน เพื่อตำรวจที่ทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่”

ในการนี้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7 ได้มอบเงินสวัสดิการข้าราชการตำรวจ จำนวน 5,000 บาท และคุณปุญภา อุปพงษ์ ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้มอบเงินช่วยเหลือจากสมาคมแม่บ้านตำรวจ จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้นำเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็นมามอบให้แก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ และคณะกรรมการธรรมมาธิบาลจังหวัด ก.ธ.จ. ลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตรวจโครงการสะพานข้ามทางรถไฟ หลังชาวบ้านร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

ประจวบคีรีขันธ์ – ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ และคณะกรรมการธรรมมาธิบาลจังหวัด ก.ธ.จ. ลงพื้นที่ จ.ประจวบฯ ตรวจโครงการสะพานข้ามทางรถไฟ หลังชาวบ้านร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

วันอังคารที่ 28 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม ชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอทับสะแก จังหวัดประ จวบคีรีขันธ์ นางสาววรพรรณ เลิศไกร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 4 ในฐานะประธานกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ก.ธ.จ.) ครั้งที่ 1/2569

โดยมี นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก น.ส.ปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก นายสุวัฒน์ สมะตะ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ก.ธ.จ.) หัวหน้าแขวงทางหลวงชนบท ตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน โดยได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงทางหลวงชนบทประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด นายอำเภอทับสะแก และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการสอดส่องโครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีมติให้บรรจุโครง การดังกล่าวไว้ในแผนการสอดส่องของ ก.ธ.จ. เพิ่มเติม พร้อมกำหนดแผนลงพื้นที่ในระยะต่อไป รวมถึงการนำเสนอผลการสอดส่องโครงการตามแผนปฏิบัติงาน จำนวน 7 โครงการ และการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชน กรณีการก่อสร้างถนนสายเพชรเกษมช่วงหัวหิน–ปราณบุรี และเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชนที่มีลักษณะทิ้งร้าง ซึ่งที่ประชุมมีมติรับไว้พิจารณาและเร่งรัดหาแนวทางแก้ไข

ในช่วงบ่าย คณะกรรมการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณจุดเสี่ยงสะพานเกือกม้าข้ามทางรถไฟทางคู่ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอทับสะแก ได้แก่ บริเวณหน้าเทศบาลตำบลทับสะแก จุดกลับรถหมู่ที่ 1 ตำบลนาหูกวาง จุดกลับรถหน้าโรงเรียนบ้านดอนทราย และจุดกลับรถบ้านโคกตาหอม หมู่ที่ 9 ตำบลอ่างทอง เพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาและรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน หมู่ที่ 9 ตำบลอ่างทอง เพื่อตรวจสอบสภาพการดำเนินงานจริง และนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาแนวทางฟื้นฟูหรือปรับปรุงโครงการให้สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

รพ.ศุภมิตรจับมือรพ.เอสเฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ยกระดับการรักษา คืนเวลา คุณภาพชีวิตที่ดี แก่ประชาชน

สุพรรณบุรี – โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณบุรี จับมือ โรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ประกาศพันธมิตรทางการแพทย์เฉพาะทาง ยกระดับการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อสู่มาตรฐานระดับประเทศ เพื่อประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ภายใต้แนวคิด “Supamitr and S Spine Health Network” คืนเวลา คุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเพิ่มเวลาแห่งความสุขให้มากขึ้น

พญ.ษธิวี สุขารมณ์ (หมอจูน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณ บุรี เปิดเผยว่า โรงพยาบาลศุภมิตร “ศุภมิตร มิตรดีที่คุณ อุ่นใจ” ผู้นำด้านบริการสุขภาพในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ร่วมมือทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างเป็นทางการร่วมกับโรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ (S Spine & Joint Hospital) โดยมีนายแพทย์ดิตถพงษ์ บุญอำพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ มาบรรยายให้ความรู้ทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ซึ่งมีผู้บริหาร ทีมแพทย์ โรงพยาบาลศุภมิตร สุพรรณบุรี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติและประชาชนให้ความสนใจทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ มาร่วมรับฟังการบรรยายจำนวนมาก

สำหรับความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคกระดูกสันหลังและข้อ ประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงสามารถเข้าถึงบริการผ่าตัดเฉพาะทางระดับประเทศ ความสำคัญของความร่วมมือ สำหรับโรคปวดหลังและหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบมากที่สุดในประชากรวัยทำงาน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ประชากรกว่า 80% มีโอกาสเผชิญกับอาการปวดหลังในช่วงหนึ่งของชีวิต ในขณะที่ผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการรับการผ่าตัดเฉพาะทางยังคงต้องเดินทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อรับบริการในกรุง เทพมหานคร ซึ่งก่อให้เกิดทั้งภาระค่าใช้จ่ายการสูญเสียเวลาและะความล่าช้าในการรักษาที่อาจส่งผลต่อการฟื้นฟูในระยะยาว

ซึ่งความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลศุภมิตรและโรงพยาบาล เอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ในครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ด้วยการนำเทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบ Minimally Invasive Endoscopic Spine Surgery มาให้บริการในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นครั้งแรก เทคนิคดังกล่าวมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ แผลผ่าตัดขนาดเล็กไม่เกิน 1 เซนติเมตร ลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว สามารถกลับบ้านได้ภายใน 1 วันหลังผ่าตัด

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของโรงพยาบาลเอส เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนาและต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการวินิจฉัยและรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุของปัญหา ควบคู่กับการนำเทคโนโล ยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ในการดูแลผู้ป่วย จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการรักษาเฉพาะทาง และได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วยมากกว่าแสนราย พร้อมทั้งได้รับรางวัลระดับโลกและการยอมรับในระดับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการรักษาและความเชื่อมั่นจากผู้รับบริการ

สำหรับโรงพยาบาลศุภมิตรเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของจังหวัดสุพรรณบุรี ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูงแก่ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางครบถ้วน เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง และการบริการที่ครบวงจร โรงพยาบาลศุภมิตรมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางการดูแลสุขภาพระดับภูมิภาค ภายใต้วิสัยทัศน์ “คืนเวลา คุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อเพิ่มเวลาแห่งความสุข”


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

โรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้

ที่สนามกอล์ฟ มณฑลทหารบกที่ 13 จังหวัดลพบุรี นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ พร้อมด้วย นายแพทย์ เมธี วงศ์เสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ตอลดจน คณะกรรมการที่ปรึกษาโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี ร่วมกัน เปิดการแข่งขัน กอล์ฟการกุศล เพื่อจัดหารายได้จัดตั้งกองทุน “ บ้านดารารัตน์และช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ ”

ซึ่งบ้านดารารัตน์ เป็นบ้านพักสำหรับคนไข้ ที่ต้องรอการฉายแสง เนื่องจากผู้ป่วยโรคมะเร็งในรายที่ต้องฉายแสง ต้องฉายแสงต่อเนื่องกันอย่างน้อย ประมาณ 4-8 สัปดาห์ บ้านดารารัตน์ จะช่วยให้ผู้ป่าย และญาติผู้ป่วยไม่ต้อง เสียเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปกลับภูมิลำเนา ระหว่างรอการฉายแสง

การแข่งขัน กอล์ฟการกุศล เพื่อผู้ป่วยมะเร็งผู้ยากไร้ในครั้งนี้ มีทีมนักกีฬากอล์ฟ จากหน่วยงานต่าง เข้าร่วมทำการแข่งขันรวามทั้งสิ้น 39 ทีม ซึ่งผู้ชนะการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากเรืออากาศเอกสมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวนการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากนายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ และ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากคณะกรรมการโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี

ขณะที่ประเภททีม จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ และประเภทบุคคล OVER ALL LOW GROSS จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จาก นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ครอบครัว 5 ชีวิตเพชรบูรณ์ สุดรันทด ย่าผ่าตัดสมอง พ่อป่วยมะเร็งหูดับ ลูก 3 คนต้องเก็บเหรียญโปรยทานประทังชีวิต

ครอบครัว 5 ชีวิตเพชรบูรณ์สุดรันทด ย่าผ่าตัดสมอง พ่อป่วยมะเร็งหูดับ ลูก 3 คนต้องเก็บเหรียญโปรยทานประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ พบครอบ ครัวผู้ยากไร้จำนวน 5 ชีวิต อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 ตำบลวังโป่ง มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก ขาดรายได้และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ

ครอบครัวดังกล่าวมี น.ส.เกสรา เหลาอ่อน อายุ 15 ปี นักเรียนที่กำลังจะขึ้นชั้น ม.4 อาศัยอยู่ร่วมกับย่าและพ่อ รวมถึงน้องอีก 2 คน โดยมีสมาชิกครอบครัว ได้แก่ นางยุพา เหลาอ่อน อายุ 59 ปี ผู้เป็นย่า ซึ่งเคยผ่าตัดสมองและสูญเสียการมองเห็นตาซ้าย ไม่สามารถทำงานได้, นายเสกสรร เหลาอ่อน อายุ 38 ปี ผู้เป็นพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว อีกทั้งหูดับทั้งสองข้าง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ขณะที่เด็กทั้ง 3 คน ได้แก่ น.ส.เกสรา ด.ญ.ณัฐวรา อายุ 13 ปี และ ด.ช.ณัฐนนท์ อายุ 6 ปี ต้องใช้ชีวิตอย่างอดๆ อยากๆ หลังแม่แยกทางไปตั้งแต่ยังเล็ก โดยทั้งครอบครัวมีรายได้เพียงเดือนละ 1,000 บาท จากญาติที่ส่งมาให้ ซึ่งแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

น.ส.เกสรา เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ต้องการเพียงโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากไม่มีเงินซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนใหม่ หลังต้องเลื่อนชั้นพร้อมกับน้องๆ อีกทั้งแต่ละวันมีเงินไปโรงเรียนเพียง 20 บาท บางวันก็ไม่มี ส่วนค่าอาหารต้องอาศัยหยิบยืมจากเพื่อนบ้าน
“หนูอยากเรียนให้จบ ม.6 แล้วออกไปทำงานเลี้ยงครอบครัว” น.ส.เกสรา กล่าว พร้อมระบุว่า หากมีงานบวชที่วัด จะพาน้องๆ ไปเก็บเหรียญโปรยทาน เพื่อหาเงินซื้ออาหาร บางครั้งได้เพียง 40-100 บาท ใช้ประทังชีวิตไปวันๆ ด้านย่าของเด็กๆ เผยว่า ปัจจุบันมีเงินติดตัวเพียง 60 บาทเท่านั้น และไม่สามารถออกไปทำงานได้เนื่องจากสภาพร่างกาย

ล่าสุด นายศทพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการมอบข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น พร้อมเร่งหาแนวทางช่วยเหลือระยะยาว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวดังกล่าวยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคม ทั้งเสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และอาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมช่วยเหลือได้ที่ น.ส.เกสรา เหลาอ่อน บ้านเลขที่ 87 หมู่ 13 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ 76240 หรือโอนเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารออมสิน เลขที่ 020-332-801867 ชื่อบัญชี น.ส.เกสรา เหลาอ่อน หรือโทรศัพท์ 098-729-9473


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

“ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์” ปีที่ 5 ผู้ว่าฯ พาน้องช้อป เตรียมเปิดเทอม เติมรอยยิ้มเด็กกลุ่มเปราะบาง

“ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์” ปีที่ 5 ผู้ว่าฯ พาน้องช้อป เตรียมเปิดเทอม เติมรอยยิ้มเด็กกลุ่มเปราะบาง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาเมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์ พาน้องช้อป รับเปิดเทอม” ปีที่ 5 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น โดยมี นายวิศิษฐ์ เบญจพิทักษ์กุล และ นายสมพงษ์ หอมสนิท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ให้มีความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ โดยเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นด้วยตนเอง ผ่านการจับคู่กับหัวหน้าส่วนราชการที่ร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด สร้างทั้งความอบอุ่นและความมั่นใจให้กับน้องๆ

สำหรับโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้นโยบายพัฒนาคนทุกช่วงวัยของรัฐบาล และแนวทาง “เพชรบูรณ์พอเพียง” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมกับเครือข่ายทีม พม. หนึ่งเดียว ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการเป็นกลุ่มเป้าหมายจากฐานข้อมูล TP Map, Thai-QM และ MSO Logbook ซึ่งได้รับการดูแลมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีการสนับสนุนงบประมาณรายละ 2,000 บาท แบ่งเป็นจากภาครัฐ 1,000 บาท และภาคเอกชน 1,000 บาท เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้เลือกสิ่งของที่จำเป็นอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการ เสริมสร้างความสุขให้เด็กๆ อาทิ การเล่นเครื่องเล่นในโซนเด็ก และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน โดยได้รับการสนับสนุนชุดอาหารจากภาคเอกชน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก
โครงการ “ทีมเพชรบูรณ์ช่วยแชร์ พาน้องช้อป รับเปิดเทอม” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ในการสร้างโอกาสทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ตร.สภ.โชคชัย สอบสวน ผู้ก่อเหตุชาวจีนปล้นร้านทอง ใน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย

ตร.สภ.โชคชัยสอบสวน ผู้ก่อเหตุชาวจีนปล้นร้านทอง ใน ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ สภ.โชคชัย อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา บรรยากาสภายในห้องสอบสวน เต็มไปด้วยความตึงเครียด ผู้ก่อเหตุปล้นร้านทอง ถูกแยกสอบ พร้อมด้วยล่ามแปลภาษา ซึ่งเป็นหญิงนั่งทางด้านซ้ายของผู้ก่อเหตุ สีหน้าของผู้ก่อเหตุดูค่อนข้างเครียด เบื้องต้นผู้ก่อเหตุได้ให้การกับ ตร.ฝ่ายสอบสวนว่า ได้ถูกหลอกให้มาซ่อมโดรน ในเมืองไทยค่าจ้าง ลำละ1,300,000 บ.แต่ยังไมได้ทำงาน เงินที่มีอยู่ก็ใช้ไปจนเกือบหมด จากการท่องเที่ยว ทั้งสองจึงขับรถไปเรื่อย จึงก่อเหตุปล้นร้านทองดังกล่าว โดย ใช้ ของแข็งคล้ายค้อน ทุบกะจก แล้ว กวาดแหวนทอง จำนวน 44 วง ต่างหู 24 วง รวมมูลค่า ประมาณ 800,000 บ. แล้วขับรถเก๋งสีขาว หลบหนีเข้า กทม. จึงถูก ตร.สน.ประเวทจับได้

ในเวลาต่อมาวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โชคชัยจังหวัดนครราชสีมา ควบคุมตัว 2 ผู้ต้องหาชาวจีน คือนาย ซู จิน เทา อายุ27ปี และนายซอง ฮาวหลง อายุ 19 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในร้านทองที่เกิดเหตุ ต.ด่านเกวียน อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

บรรยากาสการทำแผน ค่อนข้างตรึงเครียด โดยผู้ต้องหาทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวพาชี้จุดเกิดเหตุสำคัญภายในร้าน ทั้งจุดที่ใช้ของแข็งทุบตู้กระจก และจุดที่กวาดทรัพย์สิน โดยมีประชาชนจำนวนมากมามุงดู อย่างใกล้ชิด


กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา/รายงาน

มทบ.37 กระทำพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ

มทบ.37 กระทำพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ

เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 10.00 น. พล.ต.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผบ.มทบ.37 เป็นประธานพิธีส่งทหารกองประจำการซึ่งรับราชการครบกำหนดและจะปลดออกจากกองประจำการ ณ หน้า บก.มทบ.37 โดยผู้แทนพลทหารได้กล่าวความรู้สึกและปฏิญาณตนจากนั้น คณะผู้บังคับบัญชา ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณ และ ผบ.มทบ.37 กล่าวให้โอวาทแก่ ทหารที่จะปลดจากกองประจำการ ให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ประกอบอาชีพสุจริต ประหยัด อด ออม และสร้างสรรค์คุณประโยชน์ แก่ประเทศชาติ เป็นกองหนุนที่ดีและพร้อมกลับมารับใช้ราชการ เมื่อชาติต้องการ

โดยท้ายที่สุดได้จัดวงดุริยางค์ นำขบวนทหารที่จะปลดประจำการ เดินผ่านคณะผู้บังคับบัญชาบรรดาผู้ปกครองและญาติมิตรทั้งสองฝั่งถนนที่มาร่วมแสดงความยินดี สร้างความปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจและเป็นเกียรติยศอย่างยิ่ง #เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน#


นที มีเดช รายงาน