ชาวบ้านพัทยาประท้วงการก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์

ชลบุรี – ชาวบ้านพัทยาประท้วงการก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์ วอนผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มจุดยูเทิร์นลดอุบัติเหตุ

ช่วงเย็นวันที่ 25 มิ.ย.66 มีรายงานว่า ชาวบ้านประชาชนชาวเมืองพัทยา ที่อาศัยเส้นทางถนนเทพประสิทธิ์ ได้ออกมารวมตัวกันบริเวณกองอำนวยการรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้คัดค้านโครงการการก่อสร้างเกาะถนนเทพประสิทธิ์ ปากซอย 13 ถนนเทพประสิทธิ์ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

นายอนุศิษฐ์ ทรงกรานต์ ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า ในการรวมพลังประท้วงโครงการการก่อสร้างเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์ครั้งนี้ เนื่องจากทำให้จุดยูเทิร์นน้อยลง ถนนแคบลง ไม่สะดวกต่อวิถีชาวบ้าน และทำให้เกิดอุบัติเหตุกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงผู้ใช้ถนนเส้นดังกล่าว ทั้งนี้ ชาวบ้านผู้คัดค้านจึงรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอต่อหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาเพิ่มจุดยูเทิร์นและปรับแก้ให้สะดวกและปลอดภัยต่อการใช้ถนน

ก่อนจะทั้งหมดจะรวมตัวที่ปากทางถนนเทพประสิทธิ์ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ไม่เห็นด้วยต่อโครงการ โดยมีการชูป้าย “ไม่เอาเกาะกลางถนนเทพประสิทธิ์” พร้อมกล่าวชี้แจงถึงปัญหาในด้านต่างๆ ต่อสาธารณชน จึงขอให้เมืองพัทยาฟังความเดือดร้อนประชาชนด้วย

มีรายงานด้วยว่า นายยอดชาย พึ่งพร สส.เขต 9 ชลบุรี ได้เดินทางมาร่วมลงนามรายชื่อในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก่อนเผยว่า การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอน หากชาวบ้านมายื่นเรื่องร้องเรียนกับตนเอง ก็จะประสานงานตามแนวทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อไปด้วย


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน
ขอบคุณ เก่ง ณ สงขลา

‘สวนน้ำรามายณะพัทยา’ จัดโปรโมชันรับหน้าฝน

ชลบุรี – “สวนน้ำรามายณะพัทยา” ปลุกกระแสการท่องเที่ยว จัดโปรโมชันรับหน้าฝน เปิดดีลสุดคุ้ม

มีรายงานว่า “สวนน้ำรามายณะ พัทยา” แจกความสนุกแบบไม่มีพัก ด้วยการคัดสรรแคมเปญแรงต้อนรับหน้าฝนให้ชุ่มฉ่ำ พร้อมให้นักท่องเที่ยวทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์มิติใหม่เหนือความคาดหมายในทุกทริปแห่งการเดินทางตลอดหน้าฝนนี้

ทั้งนี้ “สวนน้ำรามายณะ พัทยา” จัดโปรโมชันทั้งลดทั้งแจกโดนใจทุกข้อเสนอ เริ่มกันที่หากว่าฝนไม่หยุดตกขณะที่คุณอยู่ในสวนน้ำฯ ทางสวนน้ำรามายณะ มีของขวัญและตั๋วให้ฟรีสำหรับการมาเที่ยวครั้งต่อไป และที่สำคัญตั๋วฟรีสามารถนำมาใช้ครั้งต่อไปเมื่อไรก็ได้

พร้อมจัดโปรแบบกลุ่ม “ซื้อเยอะ คุ้มกว่า” เริ่มต้นเพียง 600 บาท โดยบัตรเข้าสวนน้ำ 4 ใบ คนละ 650 บาท เพียง 2,599 บาท, บัตรเข้าสวนน้ำ 6 ใบ คนละ 630 บาท เพียง 3,779 บาท บัตรเข้าสวนน้ำ 8 ใบ คนละ 610 บาท เพียง 4,879 บาท และบัตรเข้าสวนน้ำ 10 ใบ คนละ 600 บาท เพียง 5,999 บาท

นอกจากจะได้รับดีลสุดคุ้มแล้ว ‘สวนน้ำรามายณะ พัทยา’ ยังพาเหรดกิจกรรมมากมาย รายล้อมด้วยธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นธรรมชาติสวยงาม พร้อมด้วยโซนต่างๆ หลากหลายรูปแบบความสนุก โดยเปิดบริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ ) ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและโปรโมชั่น ได้ทาง www.ramayanawaterpark.co.th


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
ศูนย์ข่าวพัทยา รายงาน
ขอบคุณ เก่ง ณ สงขลา

นรข. จัดกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน

นรข. จัดกิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก 26 มิถุนายน

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 09.30 น. ที่หน้ากองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบ ร้อยตามลำแม่น้ำโขง พลเรือตรีสมาน ขันธพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบ ร้อยตามลำแม่น้ำโขง นำกำลังพล กล่าวปฏิญาณตนเพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งตรงกับ 26 มิถุนายน ของทุกปี

“วันต่อต้านยาเสพติด” มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน และถูกประกาศใช้มาแล้ว 30 กว่าปี โดยเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2530 โดยสมาชิกได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันต่อต้านยาเสพติด” และใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันสำหรับประเทศไทยเอง ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขานรับแนวทางต่อต้านยาเสพติดร่วมกับประชาคมโลก จึงได้กำหนดใช้วันต่อต้านยาเสพติดโลก และจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดมาตั้งแต่ พ.ศ.2531

โดยสนับสนุนให้ภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติดให้ประชาชนได้ตระหนักและรับรู้ร่วมกัน ยุทธศาสตร์ “พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด” ได้กลายเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติที่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ใช้กำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนแนวทางป้องกันยาเสพติดทั้งในระดับครอบครัว สถานศึกษา และสังคม โดยมีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ


เทพข่าวร้อน/เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

เชิญร่วมงานแถลงข่าว “ประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จ.ชัยนาท”

“มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023” สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแห่งปี ภายใต้คอนเซปต์ “The Unlinited” จักรวาลไร้ขีดจำกัด ยกระดับคุณค่าผู้หญิงไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับความงามในทุกรูปแบบ ค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามแนวคิดหลัก 5 ด้าน ได้แก่

  1. LEADERSHIP (ความเป็นผู้นำ) : มีความสามารถในการส่งต่อแรงบันดาลใจ และนำพาคนอื่น ๆ ไปสู่เป้าหมายร่วมกัน
  2. INSPIRATION(แรงบันดาลใจ) : มีความสามารถในการกระตุ้นให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเอง และสร้างสรรค์สิ่งใหม่
  3. MOTIVATION (แรงจูงใจ) : มีความสามารถในการส่งเสริมให้สู้ฝ่าความยากลำบาก และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
  4. INNOVATION (สร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม): มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา นำวัตกรรมใหม่ ๆมาใช้ เพื่อสร้างความสำเร็จที่แตกต่าง และ
  5. TEAMWORK (มุ่งทำงานเป็นทีม): มีความสามารถในการร่วมมือในการสร้างความสำเร็จของตัวเองและทีมเวิร์คได้อย่างดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นพลังบวกของหญิงไทยให้ก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ และมุ่งหน้าไปสู่จุดสูงสุดของ “จักรวาลของความสำเร็จ” นั่นคือการเป็น Miss Universe Thailand 2023

ปีนี้เป็นปีแรกในการหาสาวงามที่มาจากทุกภาคทั่วไทย ซึ่งเป็นผู้ที่คว้าชัยจากแต่ละจังหวัดแล้วมาแข่งขันในรอบระดับประเทศบนเวที Miss Universe Thailand 2023 สำหรับเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 CD (City Directors) ผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ชัยนาท 2566” (Miss Universe Thailand Chai Nat 2023) โดยได้มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวผู้เข้าประกวดพร้อมสปอนเซอร์ ในวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ เอวา ไทรวี่ สตูดิโอ นนทบุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดีจังฮู้… ทรู-ดีแทค สุราษฏร์ฯ เมืองคนดี เพิ่มกระแส “ฟินทะลุจอ”

ดีจังฮู้…ทรูชูจุดแข็ง เข้าใจชาวใต้ ด้วยคุณภาพสัญญาณดีกว่า ผู้นำทัวริสต์ซิมอันดับหนึ่ง และสัญญาณที่เข้าถึงแรงงานข้ามชาติอย่างเท่าเทียม ยกขบวนโรดโชว์ Better Together Festival พร้อม ‘นาย-ใบเฟิร์น’ ส่งมอบมหัศจรรย์ความสุขของการรวมทรู ดีแทค ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

วันที่ 25 มิถุนายน 2566 : ทรู คอร์ปอเรชั่น ชูภาพเทเลคอม เทคคอมปานี ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุกคนและทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นในทุกวัน เดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งกว่าจากการรวมทรูดีแทค ด้วยกิจกรรมโรดโชว์ นำพรีเซ็นเตอร์คู่ใหม่ “นาย-ใบเฟิร์น” ลงใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรียกกระแสความฟินทะลุจอไปทั่วเมือง จากวิดีโอโฆษณาออนไลน์ซีรีส์ 5EP ในแนวมัลติเวิร์ส ที่ใหม่และแปลกตา เพิ่มความผูกพันของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ทรู พร้อมสานต่อแนวคิด Better Together ชีวิตดีกว่า เมื่อมีกันและกัน ชู 3 สิ่งที่ดีกว่าซึ่งเป็นความโดดเด่นของทรูในภาคใต้ คือ

1.เครือข่ายที่ดีกว่า
2.แพ็กเกจทัวริสต์ซิม สัญญาณแรงกว่า ทั่วถึงแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้
3.ตอบโจทย์เพื่อนแรงงานข้ามชาติในภาคใต้ได้ตรงใจกว่า

พร้อมนำสิทธิพิเศษที่เหนือกว่า ยกขบวนสินค้าที่ครบกว่า คุ้มกว่า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงชีวิตดิจิทัล และ5G ที่ดีที่สุด ด้วยสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังราคาพิเศษ แพ็กเกจที่ดีที่สุด ครบ คุ้ม ได้เยอะแบบไม่เคยมีมาก่อน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนใต้ รวมถึงเน็ตบ้านที่แรงคุ้มยิ่งกว่า และดิจิทัลโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะจาก TrueX พร้อมคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกจากทรูวิชั่นส์

นายฐานพล มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หลังการควบรวมกิจการระหว่าง ทรู และดีแทค ภายใต้ชื่อ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำ เทเลคอม-เทคโนโลยี ที่มุ่งนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุกคนและทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นในทุกวัน สำหรับภาคใต้ ทรูนำเอาความโดดเด่นและแตกต่าง ที่เข้าใจชาวใต้ ด้วยคุณภาพสัญญาณดีกว่า ผู้นำทัวริสต์ซิมอันดับหนึ่ง และสัญญาณที่เข้าถึงแรงงานข้ามชาติอย่างเท่าเทียม ตอกย้ำด้วยแคมเปญ Better Together Festival ที่รวมเอาความโดดเด่นของการรวมกันของทรูและดีแทค เพื่อสร้างสิ่งที่ดียิ่งกว่า และคุ้มค่ากว่าให้ลูกค้าของเรา มามอบในพื้นที่ภาคใต้ ที่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทรูจะช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนการประกอบการ และผู้ใช้บริการทรูในภาคใต้มีชีวิตที่ดีขึ้น”

: จุดแข็งทรูในภาคใต้

ทรูในภาคใต้มีจุดแข็งที่พร้อมให้บริการลูกค้า คือ
1.เครือข่ายที่ดีกว่า คุณภาพสัญญาณของภาคใต้ดีขึ้นด้วยการใช้สัญญาณโรมมิ่งทรู ดีแทค ทำให้พื้นที่การใช้งานครอบคลุมมากขึ้น รองรับการใช้งาน ครอบคลุมถึง 1,081 ตำบล 100 อำเภอใน 14 จังหวัดภาคใต้ ลูกค้าทั้งแบรนด์ทรูและดีแทคได้รับประโยชน์จากคุณภาพเครือข่ายที่ดีขึ้น และสามารถเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยบริการ 5G บนคลื่น 2600 MHz และความครอบคลุมของเครือข่าย 4G / 5G ที่ดีขึ้นบนคลื่น 700 MHz ทั่วประเทศ

2.ทัวริสต์ซิม สัญญาณแรงกว่า ทั่วถึงแหล่งท่องเที่ยวภาคใต้ ซิมสำหรับนักท่องเที่ยวของทรูและดีแทค ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคใต้ ใช้งานดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง กับสัญญาณโรมมิ่ง นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถโรมมิ่ง 5G คลื่น 2600 MHz ใช้งานทั้ง 4G และ 5G พร้อมทั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi มากขึ้นใน 10 ที่เที่ยวภาคใต้ ถ่ายรูปสวย ได้ฟิล เช่น เกาะสมุย เกาะเต่า เขื่อนเชี่ยวหลาน สุราษฎร์ธานี เกาะหลีเป๊ะ สตูล หมู่เกาะสิมิลันภูเก็ต เสม็ดนางชี พังงา เกาะรอก กระบี่ หมู่เกาะช้างเผือก ระนอง เกาะยาวใหญ่ พังงา บ้านไร่ไออรุณ ระนอง บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช

3.เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียมให้แรงงานข้ามชาติ ชายแดนพม่า ทรูได้เห็นถึงปัญหาและความต้องการใช้งานโมบายล์อินเทอร์เน็ต ของเพื่อนแรงงานข้ามชาติ ในภาคใต้ การใช้ชีวิตทำงานในไทย ความเหงาเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มีเพียงมือถือ ที่เป็นตัวช่วยคลายความเหงา ไว้เล่นโซเชียล ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่การโทรกลับบ้านเพื่อให้คลายความคิดถึงครอบครัว และมีกำลังใจสู้ต่อเพื่อคนที่บ้านที่รออยู่ข้างหลัง

ในปีที่ 2565 ผ่านมา แรงงานข้ามชาติที่เป็นลูกค้าดีแทค มีปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น 39% โดยการใช้งานดาต้าจากเกมเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 39% เป็น 63% ทรูจึงยกระดับคุณภาพสัญญาณการใช้งานในชุมชนแรงงานข้ามชาติ และแบรนด์ดีแทคยังมีซิมเพื่อชาวเมียนมา และกัมพูชา บริการดีแทคแอป และคอลเซ็นเตอร์ภาษาเมียนมา กัมพูชา ให้เพื่อนแรงงานข้ามชาติในภาคใต้ ใช้งานได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

นางสาวทิพยรัตน์ แก้วศรีงาม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการจัดการระดับภูมิภาค บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การรวมกันของทรู ดีแทค เป็นการรวมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับมาตรฐานประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าทั่วประเทศกว่า 50.5 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการดูแลและให้บริการลูกค้า โดยได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยในการวิเคราะห์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ลูกค้าได้ตรงใจมากขึ้น ทั้งการนำเสนอสินค้าบริการ การมอบสิทธิพิเศษ ตลอดจนช่องทางการเข้าถึง O2O ผ่านการผนึกพลังทั้งออฟไลน์ในเครือทั่วประเทศและออนไลน์แบบ 24 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้าจะได้สัมผัสสุดยอดประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และไร้รอยต่อในทุกจุดบริการ รวมทั้งยกระดับบริการหลังการขายที่นำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทำให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น

กิจกรรม Better Together Festival ที่สุราษฎร์ธานีและในภาคใต้ ในครั้งนี้ เราต้องการนำเอาประโยชน์จากการใช้บริการของทั้งแบรนด์ทรูและดีแทค ที่เพิ่มมากขึ้นมามอบให้ผู้ใช้บริการในภาคใต้ ได้สัมผัสประสบการณ์ ชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อเรามีกันและกัน โดยได้จัดแพ็กเกจและสิทธิพิเศษมาเอาใจคนใต้ ตลอดเดือน ก.ค.66”

#TrueXdtacBetterTogether#TruedtacXNineBaifern #BetterTogetherFestival #ชีวิตดีกว่าเมื่อมีกันและกัน #ย้ายค่ายมาเพื่อชีวิตที่ดีกว่า #trueXdtac5Gที่ดีกว่า #นายใบเฟิร์น


Cr. #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย
สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.หิมาลัย” ชี้ “หยก” ยังมีทางเลือก หากไม่อยากใส่เครื่องแบบ แนะให้เรียน กศน. /Home School เป็นสิทธิและเสรีภาพทางการศึกษา

“ดร.หิมาลัย” ชี้ ” หยก”ยังมีทางเลือก หากไม่อยากใส่เครื่องแบบ แนะให้เรียน กศน.- Home School เป็นสิทธิและเสรีภาพทางการศึกษา “ระบบการศึกษาไทยทุกวันนี้เปิดกว้างพร้อมให้เลือกแนวทางของตนเองได้ “

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2566 :ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เล่าถึงประเด็น เสรีภาพทางการศึกษา ผ่านรายการ ‘คุยกับ ดร. หิมาลัย’ โดยระบุว่า… เรื่องของเสรีภาพในสถานศึกษา ซึ่งนำเอาน้องหยกมาเป็นกรณีศึกษา ซึ่งเราก็จะรู้จักเขาในมุมของนักต่อสู้ ที่แสดงออกตามความเชื่อความคิดของตัวเอง ที่โดดเด่นที่สุดก็คือการต่อสู้ในการเรียกร้องเพื่อการต่อต้านมาตรา 112 น้องหยกมีการต่อสู้ที่ชัดเจนและรุนแรง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างรวดเร็ว

สำหรับเรื่องสิทธิเสรีภาพในโรงเรียน ซึ่งน้องหยกย้อมผมไปเรียนแต่งตัวไปรเวทตามสบายไปเรียน และเลือกเข้าเรียนเฉพาะวิชาที่ตัวเองชอบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ ที่น้องหยกกำลังเรียกร้องนั้นมันมีความถูกต้องหรือว่ามีความเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน ในปี 2559 นั้นเคยมีงานวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีการทำวิจัยว่าการแต่งเครื่องแบบนักเรียนนั้นมีผลต่อการเรียนอย่างไร ซึ่งก็ได้ผลออกมาว่าการแต่งเครื่องแบบนักเรียนนั้นจะเพิ่ม การเข้าเรียนของนักเรียนในระดับชั้นมัธยม ในขณะเดียวกันนั้นก็เพิ่มการอยู่ในห้องเรียนของครูในระดับประถม นักเรียนเมื่อใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วจะมีการเข้าเรียนที่ตรงเวลามากขึ้น การตั้งใจเรียนก็มีมากขึ้นและการส่งเสียงรบกวนในห้องเรียนนั้นก็มีน้อยลง เครื่องแบบนักเรียนนั้น เป็นแบรนด์เนมที่ราคาถูกที่สุดในโลก การใส่เครื่องแบบ นักเรียนนั้นจะได้รับความเอาใจใส่จากบุคคลรอบข้าง เมื่อใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วสังคมรอบข้างจะช่วยกันดูแล สังเกตได้ว่าเมื่อใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วและมีปัญหา ก็จะมีผู้ใหญ่เข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไรมีอะไรให้ช่วยหรือไม่

ถ้าเราไม่อยากใส่เครื่องแบบนักเรียนนั้นเราก็ยังมีทางเลือกเช่นการเรียน กศน. การศึกษานอกโรงเรียน การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งเราไม่ต้องแต่งเครื่องแบบเลย ก็แค่แต่งชุดให้สุภาพในการเข้าห้องสอบ หรือเลือกเรียนในระบบ Home School ทางเลือกเหล่านี้น้องหยกก็สามารถเลือกที่จะเรียนได้

เรื่องของหยกนั้น ยังมีกรณีเรื่องของผู้ปกครองอีกด้วย ซึ่งถ้าบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้ปกครองของน้องหยกนั้นไม่ใช่ผู้ปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย การมอบตัวของน้องหยกก็ย่อมจะไม่ถูกต้องตามไปด้วย หากการมอบตัวของนักเรียนที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งนักเรียนตัวสำรองคนอื่นๆต้องมีสิทธิที่ได้เข้าเรียนตามกฏกติกาและระเบียบของสถาบันการศึกษา

ทั้งนี้ขอเป็นกำลังให้กับทางสมาคมผู้ปกครองและคณะผู้บริหาร ครู อาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ที่ดำเนินการในขั้นตอนอย่างเหมาะสมเกิดผลดีต่อทางโรงเรียน และต่อเยาวชนที่ตกเป็นข่าว ต้องขอชื่นชมทุกๆท่านที่มีความอดทน อดกลั้น เป็นอย่างดี

#หิมาลัย ผิวพรรณ #หยก #เครื่องแบบนักเรียน #เสรีภาพทางการศึกษา #ผู้ปกครอง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. จับมือ จ.ศรีสะเกษ และเครือข่ายวิจัยภูมิภาคฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” มุ่งพัฒนาทุเรียนภูเขาไฟด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. จับมือ จ.ศรีสะเกษ และเครือข่ายวิจัยภูมิภาคฯ จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” มุ่งพัฒนาทุเรียนภูเขาไฟด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วันที่ 24 มิถุนายน 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดศรีสะเกษ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมให้กับชุมชน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธาน ซึ่งมี นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ คุณปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร แห่งกรมส่งเสริมการเกษตร ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รศ.ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ พร้อมด้วย ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ และเกษตรกรในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) มีภารกิจสำคัญในการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน นับเป็นงานที่สําคัญของ (วช.) ที่ได้ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาคทั้ง 4 ภูมิภาค ในการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นตามนโยบายรัฐบาล เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ (วช.) เชื่อมโยง บูรณาการความร่วมมือในการจัดตั้ง “ศูนย์วิจัยชุมชน” ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในการให้ชุมชน สังคม ได้เข้าถึงงานวิจัย ได้นําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้และเชื่อมโยงในการพัฒนาการประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ช่วงเวลาที่ผ่านมา เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนไปแล้ว 11 แห่ง และในครั้งนี้เป็นการเปิดตัวศูนย์วิจัยชุมชนแห่งที่ 12 ได้แก่ ศูนย์วิจัยชุมชน “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่ทุเรียนภูเขาไฟเป็นหลัก จะเป็นประโยชน์กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการขนาดย่อม ในการได้รับองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมทั้งการสร้างบุคลากรในพื้นที่เพื่อทําหน้าที่เป็นวิทยากร และผู้ชํานาญการงานบริการวิชาการแก่ศูนย์วิจัยชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้เข้าถึงงานวิจัย นําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ร่วมกับชุมชน สามารถพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ให้ชุมชนเข้มแข็งและเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จังหวัดศรีสะเกษ มีความยินดีที่ได้รับเกียรติจาก (วช.) และ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลือกจังหวัดศรีสะเกษในการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ถือเป็นศูนย์วิจัยชุมชนแห่งที่ 12 ของเครือข่ายวิจัยฯ โดยทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มมีการปลูกอย่างจริงจัง ในปี พ.ศ.2531 และได้ผลผลิตครั้งแรก ในปี พ.ศ.2537 จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่สามารถปลูกทุเรียนได้ผลดี โดยเฉพาะพื้นที่อําเภอกันทรลักษ์ และอําเภอขุนหาญ ที่มีทุเรียนติดอันดับความนิยมของประเทศ อันเป็นผลมาจากการปลูกในพื้นที่ภูเขาไฟโบราณที่มีธาตุอาหารสําคัญ สภาพภูมิอากาศไม่ชื้น ทำให้เนื้อทุเรียนแห้งพอดี นุ่มเหนียว เส้นใยละเอียด มีกลิ่นหอมเฉพาะ ไม่ฉุนมาก รสชาติมันค่อนข้างหวาน ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค จนถูกเรียกว่า “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”

คุณปาลลิน พวงมี ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร แห่งกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร มีบทบาทในการนำองค์ความรู้จากการวิจัยไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ ในภาพรวมของการปลูกทุเรียนในประเทศ ประมาณ 1,300,000 ไร่ นอกจากภาคตะวันออกและภาคใต้ จังหวัดศรีสะเกษถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่มีการขยายตัวของพื้นที่มากที่สุด กว่า 20,000 ไร่ แต่ถ้านับเรื่องคุณภาพของทุเรียนของจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นที่หนึ่งในประเทศ มากกว่าทุเรียนจากภาคตะวันออกและภาคใต้ กรมส่งเสริมการเกษตรมีความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานของทุเรียน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ รองประธานเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า (วช.) ได้มอบหมายให้ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดําเนินกิจกรรมการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน เพื่อส่งเสริมการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ แก้ปัญหาของชุมชน หรือเพิ่มศักยภาพรายได้ของชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิต รวมทั้งสร้างบุคลากรในชุมชนให้มีความรู้ สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชนหรือพื้นที่นั้นๆ ในปัจจุบันเครือข่ายวิจัยภูมิภาค: ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนแล้ว จํานวน 11 แห่งในจังหวัดต่างๆ ของภูมิภาค การจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “ทเุรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ในครั้งนี้ เป็นการจัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชนแห่งที่ 12 ซึ่งทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สําคัญของจังหวัด สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ได้

รศ.ดร.ประกาศิต อานุภาพแสนยากร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ร่วมกับ (วช.) และเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดตั้งศูนย์วิจัยชุมชน “เรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เข้าถึงงานวิจัย นําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ร่วมกับชุมชนในการพัฒนาและส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ให้ชุมชนเข้มแข็งและเกิดการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สําคัญของจังหวัดศรีสะเกษ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑม์วลรวม (GDP) ของจังหวัด อีกทั้งจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างที่สามารถปลูกทุเรียนได้ผลดี จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 15,110 ไร่ เกษตรกรรวม 2,350 ครัวเรือน ให้ผลผลิตแล้ว 5,750 ไร่ (คิดเป็น 38%) ยังไม่ให้ผลผลิต 9,360 ไร่ (คิดเป็น 62%) ปลูกในพื้นที่ภูเขาไฟโบราณแถบเทือกเขาพนมดงรัก มีดินชนิดหินบะซอลต์เป็นดินเหนียวสีแดง มีคุณสมบัติระบายน้ำได้ดีและมีธาตุอาหารที่สําคัญ คือ ฟอสฟอรัสสูง เอื้อประโยชน์ให้เนื้อทุเรียนแห้งพอดี นุ่มเหนียว เส้นใยละเอียด มีกลิ่นหอมเฉพาะไม่ฉุนมาก รสชาติมันค่อนข้างหวาน โดยปลูกในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ รวม 5,596 ไร่ (คิดเป็น 98%) ของผลผลิตทุเรียนทั้งหมดของจังหวัดศรีสะเกษ เกษตรกรนิยม ปลูกพันธุ์หมอนทอง ชะนี และก้านยาว และจังหวัดศรีสะเกษได้ทําการจดบันทึกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเป็นทุเรียนที่อัตลักษณ์เฉพาะ คือ “เนื้อทุเรียนเหนียวนุ่ม กรอบนอกนุ่มใน เส้นใยละเอียด กลิ่นหอมละเมียด เมล็ดลบี เปลือกบาง” เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างมาก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. โชว์ผลสำเร็จ NRCT Open House 2023 เปิดบ้านชี้แจงกรอบการวิจัย “ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ปี 67

(วช.) เปิดบ้านชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2567 พร้อมแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House 2023 “วิจัยและนวัตกรรมในประเด็นท้าทายของประเทศ” เพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรับข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนในปี 2567 ระหว่างวันที่ 19–27 มิถุนายน 2566

วันที่ 24 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรมด้านการจัดการความรู้การวิจัยและถ่ายทอดเพื่อการใช้ประโยชน์ประจำปีงบประมาณ 2567 และการแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม NRCT Open House 2023 “วิจัยและนวัตกรรมในประเด็นท้าทายของประเทศ” เพื่อชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ประจำปีงบประมาณ 2567 ของ (วช.) และแนวทางการเขียนและพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรมและการยื่นขอทุน (วช.) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานเปิดการประชุมฯ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และผ่าน (VDO Conference) ด้วยระบบ Zoom การถ่ายทอดสด (Live Streaming) ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ภายใต้กระทรวง (อว.) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมุ่งเน้นผลสำเร็จจากการวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ทั้งมิติด้านวิชาการ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน และด้านนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนสำคัญของประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การจัดงานชี้แจงกรอบการวิจัยและนวัตกรรม ปี 2567 และการแถลงผลสำเร็จจากการวิจัยและนวัตกรรม NRCT Open House ระหว่างวันที่ 19–27 มิถุนายน 2566 ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่หก จะเป็นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสร้างการรับรู้ รวมถึงการแนะนำการเขียนข้อเสนอทางการวิจัยในประเด็นด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน จะเห็นได้ว่าการพัฒนาที่ผ่านมาได้สร้างการเปลี่ยนแปลง ทำให้โลกต้องเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพลดลง พลังงาน ขยะมูลฝอย ขยะพลาสติก และปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ทำให้ทั่วโลกต่างตระหนักต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและเรียกร้องให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างจำกัดและให้เกิดประโยชน์มากที่สุดรวมถึงสามารถใช้ได้อย่างทั่วถึงกับประชากรโลกทุกคน จึงมีการเสนอคำว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่ทุกประเทศจะต้องตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน รวมทั้งจากที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ “COP26” ณ เมืองกลาสโกว์สหราชอาณาจักร เมื่อปี ค.ศ.2021 ว่า “ไทยพร้อมยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ด้วยทุกวิถีทาง เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ.2050” ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับแผนและกลยุทธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เกิดการบูรณาการกันระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

จากปัญหาดังกล่าวทำให้ (วช.) ตระหนักจึงจัดทำกรอบการวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อการยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาท้าทายและปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ.2566–2570 และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ระยะ 5 ปี พ.ศ.2566–2570 ดังนี้

  1. แผนงาน P15 (S2) พัฒนาและเร่งแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการบริโภคอย่างยั่งยืน และการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม
  2. แผนงานP16 (S2) พัฒนานโยบายและต้นแบบเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้วิทยาศาสตร์ การวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่อง “หมุดหมายในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) ในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” และตามด้วยการเสวนา เรื่อง “แนวทางการเขียนและพิจารณาข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2567” จากผู้ทรงคุณวุฒิ ของ (วช.) ประกอบด้วย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา,ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์, ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา, ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์, รศ.ดร.สุธา ขาวเธียร, รศ.ดร.อำนาจ ชิดไธสง

นอกจากนี้ยังมีนำเสนอวีดิทัศน์แนะนำการใช้งานระบบ NRIIS โดยนายเอนก บำรุงกิจ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ น.ส.ศยามล ไชยปุรณะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ประมวลผล และบูรณาการข้อมูลสารสนเทศ และการแถลงผลสำเร็จจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย น.ส.กรรณิกา ดุรงคเดช ผู้อำนวยการภารกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเขียนข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม โดย ศ.ดร.สุวลักษณ์ สาธุมนัสพันธุ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศ. ดร.พีระพงศ์ ทีฆสกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินการโครงการ และแนวทางในการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามกรอบการวิจัยและนวัตกรรมที่ (วช.) ประกาศรับข้อเสนอในแต่ละปี

สำหรับการเปิดรับสมัคร วช. จะเปิดรับตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2566 โดยนักวิจัยต้องยืนยันการเข้าร่วมทำวิจัยในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 18 สิงหาคม 2566 เวลา 18.00 น.ส่วนหน่วยงานต้นสังกัดของนักวิจัย ต้องรับรองข้อเสนอการวิจัยและนวัตกรรม ในระบบ NRIIS ภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2566 เวลา 18.00 น. การประกาศผลการพิจารณา วช. จะประกาศผ่านเว็บไซต์ www.nrct.go.th และ https://nriis.go.th


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จนท.ป่าไม้ ตรวจพบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าสงวนแห่งชาติ พบถูกตัดโค่นกว่า 300 ต้น คาดทำเป็นขบวนการ.. โร่แจ้งความเอาผิด

เพชรบุรี – จนท.ป่าไม้ตรวจพบการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าสงวนแห่งชาติ พบถูกตัดโค่นกว่า 300ต้นคาดทำเป็นขบวนการโร่แจ้งความเอาผิด

วันที่ 25 มิถุนายน 2566 นายอรุณ สิงห์โต ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรีเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พบ.1 (ยางชุม) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้แก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจป่าสงวนแห่งชาติ ป่ายางน้ำกลัดเหนือและป่ายางน้ำกลัดใต้ บริเวณพิกัด โชน 47 P 576758 E 1437538N หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ ม.4 ต.พุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุพบเป็นป่าสงวนแห่งชาติฯ ในพื้นที่บ้านห้วยกวางจริง ม.4 ต.พุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน ขณะเจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 ราย อายุประมาณ 40-45 ปี อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนเห็นเจ้าหน้าที่ได้ทิ้งรถและวิ่งหลบหนีเข้าป่า ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะสภาพเก่า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ 1 คัน, รถจักยานยนต์สีดำ ป้ายทะเบียน กยฉ-253-เพชรบุรี 1 คัน, เลื่อนยนต์ 1 ตัว, เลื่อนมือ 1 อัน, มีด 1 เล่ม, จอบ 1 ด้าม, กระล่อนน้ำมัน 2 กระล่อน ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

พบพื้นที่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเป็นบริเวณกว้าง พบต้นติ้ว, ต้นประดู่, ต้นรัง, ต้นสมอน, ต้นเป็นไม้, ต้นมะค่าแต้, ต้นอ้อยช้าง, ต้นตะแบก, ต้นงิ้วป่า ถูกตัดโค้นเหลือแต่ตอประมาณ 300 ต้น กระจายอยู่ทั่วทั้งบริเวณพื้นที่ป่าเป็นจำนวนวนมาก ท่อนไม้ที่ถูกตัดแล้วจำนวนมากถูกนำออกนอกพื้นที่ไปแล้ว ท่อนไม้บางส่วนได้มีการนำมากองอยู่บริเวณที่เกิดเหตุเตรียมขนย้ายออกจากพื้นที่ป่า ตรวจสอบพื้นที่พบต้นไม้ถูกตัดโค่น ร่วม 6 จุด คำนวณเนื้อที่ความเสียหายกว่า 156 ไร่

เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และคาดว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลัง หรืออาจทำกันเป็นขบวน การ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พบ.1 (ยางชุม) ได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดทั้ง2รายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///// บรรณรต

นครนายก จัดพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระกุศล สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566

นครนายก – พิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระกุศล สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566

วันที่ 26 มิถุนายน 2566 ที่วัดอุดมธานี พระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และทำบุญตักบาตรถวายพระกุศล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 96 พรรษา 26 มิถุนายน 2566 โดยมี พระราชพรหมคุณ เจ้าคณะจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระมุนีนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก (ธรรมยุต) พร้อมพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์และออกรับบิณฑบาต นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมพิธีดังกล่าว

สมเด็จพระอริยวงษาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระนามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ ฉายา อมฺพโร เป็นสมเด็จพระสังฆราชไทยพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงเริ่มดำรงตำแหน่งในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 และทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต แม่กองงานพระธรรมทูต และนายกสภามหาวิทยาลัยมหามุฏราชวิทยาลัย ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2470 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก
084-9090415