“เครือข่ายกาวิละ” ร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต บูรณาการทุกภาคส่วน ซ้อมแผนรับมือโรคลมร้อนในเชียงใหม่

“เครือข่ายกาวิละร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต” บูรณาการทุกภาคส่วน ซ้อมแผนรับมือโรคลมร้อนในเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 อำเภอเมือง จัง หวัดเชียงใหม่ ได้จัดโครงการ “เครือข่ายกาวิละร่วมใจ ผสานใจสู้ภัยจากความร้อนวิกฤต” โดยบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ จัดการอบรมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุโรคลมร้อน (Heat Stroke) พร้อมทั้งพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิ ภาพ

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ที่ทันสมัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริงในการดูแลผู้ป่วยจากความร้อน ตลอดจนปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดัชนีความร้อนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งทดสอบระบบการส่งต่อ ตามแนวทางChiang Mai Heat Stroke Fast Track ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

โดยรูปแบบการดำเนินการอบรมในครั้งนี้ เป็นทั้ง การอบรมภาคทฤษฎีในสถานที่ (On-site) และ การถ่ายทอดสดในรูปแบบออนไลน์ผ่านระบบ Zoom เพื่อให้เครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยมีการเสวนาวิชาการจำนวน 5 หัวข้อสำคัญ ได้แก่

  • Heatstroke in Critical Aspect
    บรรยายโดย พันเอก นายแพทย์วิริสสร วงศ์ศรีชนาลัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้านบริหารกายภาพ
  • การดูแลผู้ป่วยเจ็บจากความร้อนในทหารใหม่ บรรยายโดย พลโท ศาสตราจารย์ นายแพทย์ราม รังสินธุ์ ผู้ชำนาญการกองทัพบก
  • Chiang Mai Heat Stroke Guideline บรรยายโดย นายแพทย์กาจบัณฑิต สุรสิทธิ์ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์
  • Cooling Method และแนวทางการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน บรรยายโดย รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ นายแพทย์บวร วิทยชำนาญกุล ผู้ช่วยคณบดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • การทบทวนกรณีศึกษา (Case Review) ร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่าย บรรยายโดย นายแพทย์อิทธาวุธ งามพสุธาดล แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลนครพิงค์

นอกจากนี้ ยังได้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุโดยจำลองสถานการณ์จริง ณ หน่วยฝึกทหาร ตั้งแต่ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างถูกวิธี การประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมชนใกล้เคียง และการส่งต่อเข้าสู่หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูงสุด

การฝึกซ้อมดังกล่าวยังช่วยเสริมสร้างความพร้อมในการประสานงานระหว่างหน่วยทหาร โรงพยาบาลค่ายกาวิละ และโรงพยาบาลเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยภายหลังการฝึกได้มีการสรุปบทเรียนและแนวทางพัฒนาร่วมกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยโรคลมร้อนในพื้นที่อย่างเป็นระบบ


นที มีเดช รายงาน

ผอ.อช.ดอยภูคา มอบหมายเจ้าหน้าที่ฯ ร่วม อบต.ภูคา ช่วยซ่อมแซมบ้านได้รับความเสียหายจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อน บ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ต.ภูคา อ.ปัว

น่าน – ผอ.อช.ดอยภูคา มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฯ ร่วม อบต.ภูคา ช่วยซ่อมแซมบ้านได้รับความเสียหาจาก ความเสียหายจากเหตุวาตภัย พายุฤดูร้อน บ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ต.ภูคา อ.ปัว

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 00.30 น. ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ส่งผลให้บ้านเรือนของนายจำเนียร วรรณชน ราษฎรบ้านเต๋ยกิ่วเห็น หมู่ที่ 7 ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณหลังคาและโครงสร้างบางส่วน
ภายหลังเกิดเหตุ นายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา นำโดยนายอธิปพัฒน์ ณัฐจิรสุวรรณ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 15 นาย ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยได้ร่วมบูรณาการกับนายลักษณ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา นายวิโรจน์ อุดนัน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา นายพิพัฒน์พงษ์ ภักดีสมัย ผู้อำนวยการกองช่าง สิบโท เขมรัฐ ขันทะสีมา จพง.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและชาวบ้านในพื้นที่ เข้าดำ เนินการซ่อมแซมหลังคาและส่วนที่ได้รับความเสียหาย จนแล้วเสร็จเรียบร้อยปัจจุบันบ้านหลังดังกล่าวสามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้ตามปกติ

ทางด้าน นายครรชิต ชมพูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านได้แจ้งเตือน ตรียมความพร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในการป้องกัน รับสถานการณ์พายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 29 เม.ย-1 พ.ค. 69 ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยอำเภอ ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร และเครื่องมืออุปกรณ์ ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมทั้งแจ้งประชาชนติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารทางราชการอย่างใกล้ชิด สร้างการรับรู้ ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรงและลูกเห็บตก หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า การขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง จากสภาพถนนลื่น

สำหรับเกษตรกรควรป้องกันผลิตผลทางการเกษตรอาจได้รับความเสียหายด้วย หากเกิดสถานการณ์วาตภัยจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่เกี่ยวข้อง และรายงานให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ทราบทางหมายเลขโทรศัพท์ 054-716174 หรือไลน์กลุ่ม “ประสานงานภัยอำเภอ จังหวัด ทันที”

ได้สรุปรายงานสถานการสาธารณภัย (วาตภัย) ในช่วง วันที่ 27 เมษายน 2569 บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ประสบภัยวาตภัยจากพายุฤดูร้อน เมื่อวันที่ 27 เมษา ยน 2569 รวม 3 อำเภอ 7 ตำบล 10 หมู่บ้าน อำเภอปัว จังหวัดน่าน 3 ตำบล มี ตำบลภูคา, ตำบลไชยวัฒนา, ตำบลปัว รวม 5 หมู่บ้าน 5 หลังคาเรือนอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน 2 หลังคาเรือน, อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน 14 หลังคาเรือน การช่วยเหลือในเบื้องต้น ฝ่ายปกครองทั้ง 3 อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย และให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วต่อไป


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

ครม.แต่งตั้ง “วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน” นั่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ มท.2 พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ครม.แต่งตั้ง “วีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน” นั่งผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการ มท.2 พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งข้าราช การการเมืองในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยได้แต่งตั้ง นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพลพีร์ สุวรรณฉวี) หรือ เลขานุการ มท.2

ทั้งนี้ นางสาววีราภรณ์ เกียรติชัยพัฒน ได้แสดงความขอบคุณต่อ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ที่ให้โอกาสและไว้วางใจมอบหมายหน้าที่สำคัญในตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นอีกก้าวสำคัญของการทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

โดยยืนยันว่า พร้อมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และศักยภาพอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้ภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทย คือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง ให้ทุกคนมีรอยยิ้มและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ บรรดาผู้ร่วมงานและประชาชนในพื้นที่ต่างร่วมแสดงความยินดีต่อการได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งสำคัญครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทยเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

มทบ.37 ร่วมจัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” ณ บ้านแม่ตาช้าง แม่สรวย จ.เชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ หัว หน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย จัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” และรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดค่า Pm2.5 ณ บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 18 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ บูรณาการร่วมกับ หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ และเจ้าหน้า ที่เกษตรในพระองค์ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ และครูศิลปาชีพอำเภอเชียงแสน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดกิจกรรม “ฝึกอบรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตตามพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้” ให้กับประชาชน บ้านห้วยหญ้าไซ วัตถุประสงค์ เพื่อขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ อำเภอแม่สรวย

ส่งเสริมด้านความมั่นคงเพื่อรองรับการพัฒนาทางสังคมขับเคลื่อนและขยายผลตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามแนวพระราชดำริในพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ วัตถุประสงค์ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ ประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน การพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เป็นยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นมาร่วมขับเคลื่อน ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักและวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน คือ สร้างสรรค์ชุมชนให้พึ่งตนเอง

โดยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกระบวนการสร้างและพัฒนาผู้นำชุมชน พัฒนาองค์กร อาสาสมัคร และผู้นำท้องถิ่น ในระดับหมู่บ้าน ตำบล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบท รวมถึง การมีครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจชุมชนและสิ่งแวดล้อมยังยืน โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน เพื่อให้ประชาชนและองค์กรชุมชน ท้องถิ่น สามารถช่วยตนเองและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ในรูปของโครงการส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรในพื้นที่ให้มีความเข้าใจและซาบ ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อถวายเป็นพระราชสักการะ ที่ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกของราษฎรในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงชุมชนใหญ่ให้เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ เกิดความเป็นเจ้าของป่าร่วมกัน สนองพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับชาเลือดมังกร พร้อมมอบพันธุ์ต้นชาให้กับประชาชน เพื่อนำไปปลูกเพื่อเป็นการช่วยเหลือราษฎรให้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเพื่อให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ยังได้ รณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ลดค่า Pm2.5 จว.ช.ร. ประกาศมาตรการ “ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด” ในปี 2569 ช่วงขอความร่วมมือ (งดเผาในที่โล่ง) 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 และช่วงห้ามเผาเด็ดขาด 14 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2569 (86 วัน) เป็นต้นไป เพื่อลดจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm2.5 มีประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

“รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช” นิเทศหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 และ ร.17 พัน.3 เตรียมความพร้อมรับทหารใหม่ผลัด 1/69 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย

“รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช” นิเทศหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 และ ร.17 พัน.3 เตรียมความพร้อมรับทหารใหม่ผลัด 1/69 ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย

โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช มณฑลทหารบกที่ 37 ยกระดับมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับทหารใหม่ โดยล่าสุดทีมเวชกรรมป้องกันได้ลงพื้นที่นิเทศหน่วยฝึกทหารใหม่ ทั้งในส่วนของมณฑลทหารบกที่ 37 และกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 17 เพื่อวางรากฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด ก่อนการเข้าประจำการของทหารกองประจำการ ผลัดที่ 1/69

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมแพทย์ทหารได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการวางระบบเฝ้าระวังและป้องกันการบาดเจ็บจากความร้อน หรือโรคลมร้อน ซึ่งมีการตรวจสอบทั้งระบบการราย งานสภาพอากาศ และความพร้อมของสถานีระบายความร้อนประจำหน่วยฝึก ควบคู่ไปกับการตรวจประเมินด้านสุขาภิบาลในโรงเลี้ยง โรงนอน และระบบน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในที่พักอาศัยรวมตามหลักการสาธารณสุข

ทั้งนี้ เพื่อให้ทหารใหม่ทุกนายมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยผลการนิเทศในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และหน่วยฝึกทุกแห่งมีความพร้อมครบถ้วนตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 เยี่ยมบ้านทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 ในวันที่ 1 พ.ค. 69

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 เยี่ยมบ้านทหารกองเกิน ก่อนเข้ากองประจำการ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 ในวันที่ 1 พ.ค. 69

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 เวลา 14.00 น. พันเอกประณต ศิริพันธ์ เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37/จิตอาสา 904 ฃ พร้อมด้วย หน่วยฝึกนักศึกษาวิทชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 37, ฝ่ายสรรพกำลังมณฑลทหารบกที่ 37, สัสดี อำเภอแม่จัน จว.ช.ร., สัสดีอำเภอเชียงแสน จว.ช.ร., ชุดแพทย์เคลื่อนที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และ ครูฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 เยี่ยมบ้านทหารกองเกินก่อนเข้ากองประจำการผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 ของหน่วย มณฑลทหารบกที่ 37 เพื่อให้กำลังใจ และสอบถามปัญหาของครอบครัว ทั้งนี้เลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37/จิตอาสาพระราชทาน 904 ได้มอบสิ่งของอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น โดยชุดแพทย์เคลื่อนที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เข้าทำการตรวจสุขภาพของครอบครัวทหารกองเกิน จำนวน 2 ครอบครัว ได้แก่ 1.นาย ธนวัตร ธงลังการ ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจน และบิดาเสียชีวิต, 2.นาย ธนันชัย มูลสรรดู่ ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจน

ทั้งนี้การตรวจเยี่ยมบ้านทหารกองเกินก่อนเข้ากองประจำการและให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยที่กองทัพมีต่อกำลังพลและครอบครัว ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมส่งกำลังใจให้ทหารกองเกินทุกนายปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นกิจกรรมที่หน่วยทหาร มณฑลทหารบกที่ 37 ดำเนินการเพื่อพบปะครอบครัวทหารใหม่ สร้างความมั่นใจ ลดความกังวล แจ้งสิทธิประโยชน์ แนะนำเรื่องเงินเดือน, สวัสดิการ, การรักษาพยาบาล, และโอกาสในการศึกษาต่อหรือสอบเป็นนักเรียนนายสิบ และเตรียมความพร้อมด้านสภาพร่างกาย/จิตใจ ก่อนรายงานตัวเข้ากองประจำการตามผลัดที่กำหนดต่อไป


นที มีเดช รายงาน

คืบหน้าคดี สูติบัตรทิพย์ โคราช สอบพยานแล้ว 4-5 ปาก พบผู้เกี่ยวข้อง 27 ราย คาดส่งสำนวน ป.ป.ช. ต้นเดือนหน้า

นครราชสีมา – คืบหน้าคดี สูติบัตรทิพย์ โคราช สอบพยานแล้ว 4-5 ปาก พบผู้เกี่ยวข้อง 27 ราย คาดส่งสำนวน ป.ป.ช. ต้นเดือนหน้า

ความคืบหน้ากรณี ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ที่ สภ.เมืองนคร ราชสีมา หลังตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎร มีพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ และเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาทนั้น

ล่าสุด วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจัง หวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก พร้อมรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบในสำนวนคดี

เบื้องต้นพบผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการดังกล่าวจำนวน 27 ราย และได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 4-5 ปาก ซึ่งทุกปากคำล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างเรียกพยานเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมเอกสารหลักฐานสำคัญ เพื่อให้คดีมีความรัดกุมมากที่สุด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้มีกระแสข่าวว่าลักษณะการกระทำผิดอาจเกิดขึ้นในพื้นที่เทศบาลอื่น แต่หากหน่วยงานใดตรวจพบความผิดปกติ ขอให้นำข้อมูลมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎ หมายทันที สำหรับความยากง่ายของคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นคดีที่สามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการปกติ เพียงแต่เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและโปร่งใส

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสหรือสิ่งผิดปกติ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีอาญา หรือบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือโทรแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม คาดว่าการรวบรวมพยานหลักฐานและจัดทำสำนวนคดี จะแล้วเสร็จและส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาได้ ไม่เกินช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

มทบ.13 มอบเมล็ดพันธุ์พืชโครงการทหารพันธุ์ดีให้กับพลทหารปลดประจำการ

จังหวัดลพบุรี – มณฑลทหารบกที่ 13 ลพบุรี ประกอบพิธีมอบเมล็ดพันธุ์พืชจาก โครงการ “ทหารพันธุ์ดี” แก่พลทหารที่จะปลดประจำการ พร้อมได้กระทำพิธีปลดปล่อยทหารกองประจำการ อวยพรให้ทหารกองหนุนทุกคนโชคดี และขอให้ระลึกอยู่เสมอว่าทุกคนยังคงเป็นทหารที่เป็นกำลังสำคัญยิ่งของชาติ และประชาชน

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 พลตรี ธารา เจนตลอด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 ได้เป็นประธานในการประกอบพิธีมอบเมล็ดพันธุ์พืช ของโครงการทหารพันธุ์ดี ต่อหน้าพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สโมสรนายทหารมณฑลทหารบกที่ 13 ภายในมณฑลทหารบกที่ 13 อำเภอเมืองลพบุรี ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชกระแสรับสั่งให้ มณฑลทหารบกที่ 13 ตั้งโครงการทหารพันธุ์ดี เพื่อที่จะให้ทหารกองประจำการที่มีความสนใจด้านการเกษตรได้เรียนรู้ขั้นตอนการปลูกผักปลอดภัยเข้าร่วมโครงการ หลังจากที่ปลดประจำการไปแล้วจะได้นำความรู้ไปขยายในชุมชนของตัวเอง ทางมณฑลทหารบกที่ 13 จึงได้มอบเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากโครงการให้แก่ทหารกองประจำการที่จะปลดไปขยายพันธุ์ต่อที่บ้านและชุมชน

จากนั้นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 ได้เป็นประธานในการประกอบพิธีปลดปล่อยทหารกองประจำการ รุ่นปี 2567 ผลัดที่ 1 รุ่นปี 2568 ผลัดที่ 1 และรุ่นปี 2568 ผลัดที่ 2 ซึ่งตัวแทนทหารกองประจำการได้กล่าวถึงความรู้สึกที่เข้ามารับราชการทหาร จากนั้นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 13 และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้มอบสมุดประจำตัวให้กับทหารที่ปลดประจำการในครั้งนี้

นอกจากนี้ยังได้มอบใบประกาศนียบัตรแสดงความยินดีที่ทหารกองประจำการ ที่สามารถสอบเข้ารับราชการเป็นนักเรียนนายสิบ พร้อมกับได้ให้โอวาทแก่ทหารที่จะปลดประจำการว่าขอให้ทุกนายที่จะปลดไปเป็นทหารกองหนุนทุกคนประพฤติตนเป็นคนดีของสังคม ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่าทุกคนยังคงเป็นทหารที่เป็นกำลังสำคัญยิ่งของชาติ และประชาชน รวมทั้งขอบใจที่ทุกคนมีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ นอกจากนี้ยังได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามประสบภัยต่าง ๆ พร้อมกันนี้ก็ขอให้ทุกคนเป็นคนดีของสังคมหลีกเลี่ยงจากยาเสพติด หากมีข่าวของผู้ที่จะไม่ประสงค์ดีต่อประเทศชาติก็ขอให้รีบแจ้งมายังหน่วยได้ทุกวันเวลา


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เทศบาลโพตลาดแก้ว สร้างสวนสุขภาพเพื่อชุมชน ส่งเสริมสร้างสุขในครอบครัว

จังหวัดลพบุรี – เทศบาลตำบลโพตลาดแก้วสร้างสวนสุขภาพเพื่อชุมชนและเป็นการสร้างความสุขความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกเพศทุกวัยมาใช้ในการออกกำลังกายผ่อนคลายได้

จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจชะลอคัวส่งผลให้ประชาชนต้องทำงานมากขึ้นในการหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งทำให้ความสำคัญในเรื่องของการออกกำลังกาย ความสัมพันธ์ในครอบครัวลดลง นอกจากนี้ในระดับยุวชนผู้ปกครองก็ใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์ในการดูแล ซื้อเวลาให้ผ่านไปวัน ๆ หนึ่งเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ยุวชนที่เติบโตขึ้นมาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติเป็นคนที่มีความก้าวร้าว สายตาเสีย ร่างกายไม่แข็งแรงเจ็บป่วยง่าย ทั้งนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาประเทศชาติไม่ก้าวหน้าเพราะคนในประเทศอ่อนแอ รวมทั้งในเรื่องของความรัก ความผูกพัน ในครอบครัว เพื่อนบ้านห่างไกลกัน

นายสุนันท์ แจ้งวงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลโพตลาดแก้ว ได้เล็งเห็นว่า สถาบันครอบครัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ขณะที่ในพื้นที่ยังคงมีที่ว่างเปล่าสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ที่จะให้คนในพื้นที่และข้างเคียงมาใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย รวมทั้งสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและกัน พร้อมกับสร้างความสันพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นในครอบครัวที่จะมีเวลาให้กันและกัน จึงได้จัดโครงการดำเนินการสร้างสวนสุขภาพขึ้นในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโพตลาดแก้ว อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี บนเนื้อที่ 23 ไร่ จากพื้นที่ที่เป็นป่ากก มีน้ำขังเป็นแหล่งแพร่พันธ์ยุง และเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ร้ายต่าง ๆ โดยได้นำพื้นผิวถนนที่รื้อมาถมเป็นคันแล้วขุดดินให้เป็นบ่อเนื้อที่ 10 ไร่ลึกประมาณ 7 เมตรมากลบทับปรับให้ดูสวยงามเป็นระเบียบมีระยะรอบบ่อประมาณ 1 กิโลเมตร

จากนั้นได้แบ่งออกเป็นสถานที่ให้เป็นลานอเนกประสงค์ปูหญ้าเทียมมีรถไฟฟ้าให้กับเด็กเล็กได้มาขับเล่น รวมทั้งเจาะน้ำบาดาลในการทำสวนน้ำและจัดซื้อเครื่องเล่นสไลเดอร์ให้เด็กได้เล่นน้ำที่ทำเป็นบ่อน้ำขนาดเล็กในการให้เด็กได้ฝึกว่ายน้ำเล่น ขณะที่ผู้ปกครองก็สามารถมาออกกำลังกายกับเครื่องออกกำลังกายที่ได้รับการสนับสนุนจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี

นอกจากนี้ยังจัดหาเรือถีบให้ผู้ที่มาได้นั่งเรือถีบในสระน้ำและให้อาหารปลาที่ปล่อยลงในสระน้ำประมาณ 5 หมื่นตัว สำหรับบริเวณรอบสระน้ำดังกล่าวก็สามารถมาใช้ออกกำลังการด้วยการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน ท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ รวมทั้งจัดสถานที่จอดรถ ห้องน้ำ ไว้ให้อย่างเป็นสัดส่วนและยังมีพื้นที่ในการนั่งรับประทานอาหารพูดคุยกัน ขณะที่บางวันก็จะมีการนำอาหารมาเลี้ยงให้กับเด็ก ๆ และผู้ปกครองที่เดินทางมาใช้บริการ โดยตั้งชื่อสถานที่ออกกำลังกายแห่งนี้ว่า ”สวนสุขภาพหนองบัวยาว” โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งผู้ที่มาใช้บริการไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรทั้งสิ้น

ทั้งนี้เชื่อว่า ”สวนสุขภาพหนองบัวยาว” จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สถาบันครอบครัวกลับมาอบอุ่น เด็กไม่ติดเกมส์ ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือทั้งวัน ซึ่งการใช้เวลาว่างที่ได้อยู่ร่วมกัน หันมาออกกำลังกาย ก็จะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ลดปัญหาเรื่องยาเสพติด การก่ออาชญากรรมโดยเฉพาะเด็กที่ใช้เวลาเล่นกลางแจ้งจะมีทักษะการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ที่ดี เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นพลเมืองดีของสังคม สร้างชุมชนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งพื้นที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รอง ผบช.ตชด. เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา วันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบ72ปี

รอง ผบช.ตชด. เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา วันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบ72ปี

เมื่อวันที่ 27 เม.ย.69 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พลตำรวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นประธานในพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร ครบรอบปีที่ 72 ที่กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่านเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี พลตำรวจตรีเสวัจ พิชิตภัย ผู้บังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน, ตำรวจภูธร, ท้องถิ่น, ฝ่ายปกครอง, คณะแม่บ้านตำรวจ, ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่จัง หวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรีร่วมพิธี

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ขึ้นแท่นรับความเคารพ ตรวจแถวกองเกียรติยศจากกองบังคับการสนับ สนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร จากนั้นได้เป็นประธานประกอบพิธีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายเครื่องราชสักการะ และพวงมาลัยดอกไม้สด พระบรมราชาอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทั้งนี้ วันที่ 27 เมษายน ของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร เพื่อสดุดีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกอบกู้เอกราชของประเทศจนเป็นปึกแผ่นมาถึงปัจจุบัน ในอดีตนั้นได้ทำการฝึกชายฉกรรจ์ให้มีความรู้ความสามารถในการกระโดดร่ม การใช้อาวุธพิเศษ ยุทธวิธีต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย โดยเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2497 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดค่ายนเรศวร และทอดพระเนตรการกระโดดร่ม การสาธิตการฝึกอาวุธและยุทโธปกรณ์ต่างๆ จึงได้ยึดถือให้วันที่ 27 เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาค่ายนเรศวร


/////////// บรรณรต จ.เพชรบุรี