กกต.จัดประชุมจังหวัด 77 สานพลังยกระดับสื่อสารเลือกตั้ง “แสวง” ย้ำระบบเลือกตั้งไทยโปร่งใสที่สุด

กกต.จัดประชุมจังหวัด 77 สานพลังยกระดับสื่อสารเลือกตั้ง “แสวง” ย้ำระบบเลือกตั้งไทยโปร่งใสที่สุด

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรม สานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดกลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 17-19 มิถุนายน 2569 ที่ ห้องวายุภักษ์ 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ช่วงเช้า ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร ได้บรรยายกิจกรรมสานพลังภาคีเครือข่ายต่อยอดหลยุทธ์สื่อสารการเลือกตั้ง โดยมีเครือข่ายประชาสัมพันธ์และสื่อ มวล ชนจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอบรม เพื่อยกระดับการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนยิ่งขึ้น

ต่อมาช่วงบ่าย นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้ง ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวรายงาน และบรรยายหัวข้อ อำนาจ บทบาท หน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายพลวัตน์ พิรติชัยธนกุล ผู้เชี่ยวชาญประจำกรรมการการเลือกตั้ง และ นางสาวสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1บรรยายการเลือกตั้งหาเสียงอย่างที่ไม่ผิดกฎหมาย และนายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายชาตรี จันทร์เพ็ญ เลขานุการกรรมการการเลือกตั้ง ผู้บริหารสำนักงาน กกต. เจ้าหน้าที่ด้านประชาสัมพันธ์ และภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ (กกต.) แต่ละจังหวัด ประชาสัมพันธ์สำนัก งาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร รวมถึงตัวแทนสื่อมวลชนและภาคีเครือข่ายจังหวัดละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 231 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจของ (กกต.) กฎ หมาย ระเบียบ และแนวทางปฏิบัติด้านการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารการเลือกตั้งให้เข้าถึงประชาชนมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ทางสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าระบบการเลือกตั้งของประ เทศไทยมีความโปร่งใสที่สุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากคนไม่ใช่ระบบ พร้อมระบุว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามประชาชนหรือผู้สนใจเข้าร่วมสังเกตการณ์การนับคะแนน หากพบเห็นความผิดปกติสามารถทักท้วงได้ทันทีในขณะปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ปล่อยให้ผ่านพ้นไปแล้วจึงระดมผู้คนออกมาตั้งข้อสงสัยภายหลังว่าไม่โปร่งใส

ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ ปัจจุบันสำนักงาน กกต.ยังมีสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณามากกว่า 2,000 คดี โดยมีการทยอยพิจารณาเฉลี่ยวันละ 3–4 เรื่อง สะท้อนถึงภารกิจด้านการสืบสวนสอบสวนที่ยังคงมีปริมาณงานจำนวนมาก

จากนั้น นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้บรรยายหัวข้อ “การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง สรุปการประชุม ในการประชุมในวันแรก เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกรอบกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องของพรรคการเมืองและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป


////////#ทีมข่าวภาคตะวันตกรายงาน ภาพ-ข่าว

ประจวบฯ เปิดตัวมหกรรม “Wellness Tourism 2026” ดันเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ ผสานกีฬา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน

ประจวบคีรีขันธ์ – เปิดตัวมหกรรม “Wellness Tourism 2026” ดันเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสู่ระดับนานาชาติ ผสานกีฬา ดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน

เมื่อช่วงวันนี้ (16 มิ.ย.69) ที่ หาดทุ่งน้อย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “Wellness Tourism 2026” พร้อมด้วย ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายนพพล สุกิจปาณีนิจ นายอำเภอกุยบุรี และ นายสุวิทย์ อินกงลาด ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ผู้แทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมแถลงถึงแนวทางการจัดกิจกรรม และการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการผลักดันจังหวัดประจวบคีรีขันธ์สู่การเป็นเมืองแห่งสุขภาวะอย่างยั่งยืน

การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพ (Wellness Destination) ที่สำคัญของประเทศไทย และรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในอนาคต

นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพโดดเด่นทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงาม อาหารทะเลคุณภาพสูง รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญในการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยการจัดมหกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชน และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งกลุ่มสินค้า OTOP ภาคเกษตร ประมง และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ

สำหรับการจัดงานในปีนี้กำหนดขึ้นใน 2 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กิจกรรมครั้งที่ 1 ณ หาดทุ่งน้อย อำเภอกุยบุรี ระหว่างวันที่ 26–28 มิถุนายน 2569 ภายใต้บรรยากาศชายหาดธรรมชาติที่สวยงาม โดยมีกิจกรรมเด่น อาทิ ปั่นจักรยานเลียบชายทะเลระยะทาง 40 กิโล เมตร กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และเสวนาด้าน Wellness Economy

ส่วน กิจกรรมครั้งที่ 2 ณ ลานหน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 จะเน้นกิจกรรมด้านสุขภาพใจและไลฟ์สไตล์คนเมือง อาทิ การแข่งขันวิ่ง Night Run ระยะ 5 และ 10 กิโลเมตร โซนอาหารเพื่อสุขภาพ นิทรรศการศิลปะและภาพ ถ่าย ตลอดจนพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะแบบครบวงจร

ภายในงานยังมีกิจกรรมไฮไลต์สำคัญในรูปแบบ The Sound of Wellness คอนเสิร์ตริมชายหาดและแลนด์มาร์กเมืองท่องเที่ยว ที่รวบรวมศิลปินชื่อดังของประเทศมาสร้างสีสันทุกค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. รวมถึงการแสดงกระบองไฟและโชว์พิเศษสุดตระการตา เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังมีโซน Therapy & Wisdom ที่รวบรวมอาหารทะเลสดจากชาวประมง สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพจากชุมชน รวมถึงศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภูมิปัญ ญาท้องถิ่น และบริการสปาเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสมิติของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์คาดการณ์ว่า การจัดมหกรรมครั้งนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวสายสุขภาพจากทั่วประเทศและต่างประเทศ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับสากล พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้น ที่อย่างกว้างขวาง โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภทได้ฟรีตลอดการจัดงาน



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569

โครงการส่งเสริม ระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบ ประมาณ 2569

วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม เป็นประธานเปิด โครงการส่งเสริมความยั่งยืนในการพัฒนาคุณภาพระบบการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ปีงบประมาณ 2569 โดยคุณนันทวรรณ แสงโสภิต รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาล กล่าวรายงาน โครงการ ได้รับเกียรติจาก ดร. ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ นายกสมาคมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และคณะ ร่วมเป็นวิทยากร เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการให้สารน้ำ ยา และเลือด ทางหลอดเลือดดำ (Intravenous therapy) ณ ห้องประชุมจตุภัทร ชั้น 4 โรงพยาบาลนครปฐม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

ทำเนียนมากับเพื่อน เดินในตลาด!! ตร.สังขละบุรี รวบต่างด้าวชาวจีน กลางตลาด พลเมืองดีแจ้งเบาะแส

ทำเนียนมากับเพื่อน เดินในตลาด!!ตร.สังขละบุรี รวบต่างด้าวชาวจีน กลางตลาด พลเมืองดีแจ้งเบาะแส

เมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และพ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ. สัง ขละบุรี พ.ต.ท.มนัส พร้อมศักดิ์โสภณ รอง ผกก.ป.สภ.สังขละบุรี, พ.ต.ท.ประดิษฐ์ แร่เพชร สวป.สภ.สังขละบุรี สั่งการให้ ร.ต.อ.มนเทพ สุวรรณสังข์ ร้อยเวร 20 ร่วมกับ สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ สายตรวจบ้านพระเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.กาญจนบุรี เจ้าหน้า ที่ตำรวจ ร้อย ตชด.134 เจ้าหน้าที่ ทหาร ฉก.ลาดหญ้า เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง อ.สัง ขละบุรี ร่วมกันทำการจับกุมนายเซีย ซือ หลง (XIE ZHIYONG) อายุ 23 ปี สัญชาติ จีน พร้อมกับพวกรวม 5 คน โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

โดยมีพฤติการณ์คือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจากพล เมืองดี ว่าพบชายคล้ายคนจีนจำนวนหลายคน ได้เดินเท้าข้าวแดนมาจากประเทศเมียนมา และได้มาอยู่บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านพระเจดีย์สามองค์ ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงเข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงเชิญมาที่ สภ.สังขละบุรี และขอให้นางสาวกัญญา แก้วสว่าง เป็นล่ามแปลภาษาให้ จากการสอบถามนายเซีย ซือ หลงฯ กับพวกรวม 5 คน โดยผู้ต้อง 3 คน มีหนัง สือเดินทาง และอีก 2 คน ไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

และเมื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ให้ถ้อยคำผ่านล่ามว่า พวกตนพักอยู่ฝั่งประเทศเมียนมารวมกัน ประมาณ 20 วัน ก่อนเดินทางเข้ามาจากประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2569 พร้อมกัน โดยพวกตนทั้งหมดได้เดินทางด้วยเท้าข้ามแดนมาบริเวณช่องทางธรรมชาติ โดยไม่ทราบว่าเป็นบริเวณจุดใดของประเทศไทย และในเวลาต่อมาได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและถูกจับกุม และได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


/////////#ทีมข่าวภาคตะวันตก : #รายงาน

ป.ป.ส. ร่วมขับเคลื่อนการบำบัดยาเสพติดแบบองค์รวม และร่วมเสวนาพิเศษ “Triple Force: สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26

ป.ป.ส. ร่วมขับเคลื่อนการบำบัดยาเสพติดแบบองค์รวม และร่วมเสวนาพิเศษ “Triple Force: สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” ในการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 กรมการแพทย์ โดยสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) จัดการประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ดูแลด้วยหัวใจ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม : บูรณาการสู่การบำบัดแบบองค์รวมและรอบด้าน (Caring Hearts, Smart Innovation : Integrated, Holistic, and Comprehensive Addiction Care)” ระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2569 โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี และรองประธานคณะกรรมการมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ผนึกพลังคืนคนดี : มิติใหม่แห่งการฟื้นฟูสมรรถ ภาพผู้ต้องขังยาเสพติด ใต้ร่มพระบารมี” เพื่อมอบแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ปฏิบัติงานจากทั่วประเทศ โดยมีผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วมกว่า 2,000 คน

ในโอกาสนี้ พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในการเสวนาพิเศษหัวข้อ “Triple Force : สามประสาน บูรณาการบริการงานบำบัดยาเสพติดไทย” โดยร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงภาคชุมชนและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ครอบ คลุม และตอบสนองต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร ภายใต้นโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดผลกระทบจากยาเสพติดทั้งในมิติการปราบปราม การป้องกัน และการบำบัดรักษาฟื้นฟู โดยผู้เสพยาเสพติดซึ่งเข้าสู่กระ บวนการบำบัดรักษาจะต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ การดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเชื่อมโยงระบบบริการให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้เน้นย้ำว่า ยาเสพติดในปัจจุบันเป็นการผลิตมาจากสารสังเคราะห์และมีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายหลายชนิด รวมทั้งมีการดัดแปลงสูตรผสมเพื่อทำให้เกิดฤทธิ์ที่รุนแรงมากขึ้นต่อระบบประสาทและการควบคุมของสมอง ทุกคนจึงต้องเข้าใจว่ายาเสพติดส่งผลอันตรายอย่างมากต่อสุขภาพร่างกาย ดังปรากฎเป็นข่าวทุกวันนี้ ผู้ใช้ ผู้เสพยาเสพติดต้องรู้เท่าทันผลของมัน หากไม่ลดละเลิก จะนำความเสียหายเกิดแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม การสนับสนุนการบำบัดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เช่น ชุมชนล้อมรักษ์ ขุมชนบำบัด CBTx เป็นการส่งเสริมให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เพื่อลดการพึ่งพาการรักษาในสถานพยาบาลและเสริมพลังให้ชุมชนสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวอย่างของชุมชนที่ริเริ่มดำเนินการเอง และมีภาคราชการเข้าไปสนับสนุนจนประสบผลสำเร็จในหลายพื้นที่ อาทิ ชุมชนในพื้นที่ จ.ชัยนาท อยุธยา ปทุมธานี สมุทรปราการ และนนทบุรี

ทั้งนี้ การประชุมวิชาการยาเสพติดแห่งชาติ ครั้งที่ 26 ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรม การปกครอง และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขับเคลื่อนระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศให้ก้าวทันต่อสถานการณ์ โดยสาระสำคัญจากปาฐกถาพิเศษของ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้สะท้อนถึงความสำคัญของการผนึกกำลังทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูผู้ก้าวพลาดจากยาเสพติดให้กลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม ภายใต้หลักเมตตาธรรมและการให้โอกาส ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างสมดุลและยั่งยืนของประเทศไทยในปัจจุบัน


สมาคมนายทหารนอกประจำการร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

สมาคมนายทหารนอกประจำการร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙

เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 พลเอก วินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ จำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วย

  1. พลเอกวินัย ภัททิยกุล นายกสมาคมนายทหารนอกประจำการ
  2. พลอากาศเอกอดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ อุปนายกสมาคม
  3. พลเอก มณฑล บำรุงพฤกษ์ กรรมการ
  4. พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ กรรมการ
  5. พลเอกบุญลือ วงษ์ท้าว กรรมการ
  6. พลเอก เพิ่มศักดิ์ รอบจังหวัด กรรมการ
  7. พลตรีหญิง อุไรพงศ์ สังขวาสี กรรมการ
  8. พลเรือตรีหญิงสุรัชฎา ชลออยู่ กรรมการ
  9. พลตรี ณัฐวุฒิ สังขปรีชา
  10. พันเอกหญิง ดวงกมล เกียรติบุตร

ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง


พล.ต.อ.ธนายุตม์ฯ ร่วมงาน “วันคล้ายวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 ครบรอบปีที่ 80 ประจำปี 2569”

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 12 มิ.ย.69) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองนายกสมาคมตำรวจ อดีต ผบช.ภ.7 เดินทางมาร่วมงาน “วันคล้ายวันสถาปนาตำรวจภูธรภาค 7 ครบรอบปีที่ 80 ประจำปี 2569” โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีพร้อมด้วย อดีตผู้บังคับบัญชา แขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ตำรวจภูธรภาค 7 ถ.ขวาพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน พระราชทานพระศพ “สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา”

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ 9 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานแก่เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมาสน์ ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระโกศ สำหรับพระศพทรงธรรม ทรงศีล สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถวายศีล และถวายพระธรรมเทศนา เรื่อง “ฉัตโตปมกถา” จบแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา พระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถา

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออกและด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ


ประชาชนร้องนายกฯ “หนู” ผ่านสื่อฯ เรื่อง “บ่อนเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่” กลางเมืองมหาสารคาม เปิดเย้ยกฎหมาย ท้าทายตำรวจฯ หลายแห่งฯ

ประชาชนร้องนายกฯ “หนู” ผ่านทางสื่อฯ เรื่อง “บ่อนเว็บพนันออนไลน์ขนาดใหญ่” กลางเมืองมหาสารคาม เปิดเย้ยกฎหมาย ท้าทายตำรวจฯ หลายแห่งฯ

จุดที่(1) พิกัดบ่อนฯ ถ.นาควิชัย ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม ใกล้ (วิทยาลัยอาชีวศึกษามหา สารคาม) ประมาณ 150 เมตร เป็นบ่อนฯ ขนาดใหญ่ มีคอมพิวเตอร์ใว้ให้เล่นเว็บพนัน สล็อตฯ บาคาร่า ฟุตบอล และเกมพนันต่างๆ 30 กว่าเครื่อง พื้นที่ (สภ.มหาสารคาม)

จุดที่(2) พิกัดบ่อนฯ ถ.มนตรีบำรุง ต.ตลาด อ.เมืองมหาสารคาม ห่างจากจุดที่หนึ่งประมาณ 200 เมตร มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องไว้ให้เล่นเว็บพนันเหมือนจุดที่หนึ่ง พื้นที่ (สภ.เมืองมหาสารคาม)

เคยร้อง ตรฯ โดยเฉพาะ “พล.ต.พลาเดช เพชรหว้าโง๊ะ” (ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม) ผ่านสื่อฯ แต่เงียบเฉย ไม่เห็นดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรม จากแหล่งข่าวแจ้งมา บ่อนฯ ก็ยังเปิดเหมือน เดิมฯ

#ตรฯเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริงหรือฯ

ขอร้อง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” (นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ดีกว่า เพราะนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกฯ ประกาศไว้ชัดเจนฯ

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินนโยบายปราบปรามเว็บพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเด็ดขาด โดยยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ตัดวงจรบัญชีม้า และสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

สาระสำคัญของนโยบายจุดยืนที่ชัดเจน: ยืนยันไม่สนับสนุนกาสิโนหรือการอนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย

การบูรณาการหน่วยงาน: สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ผ่านปฏิบัติการ “DEV Shutdown” และกระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกันทลายเครือข่ายเว็บพนันและฟอกเงิน

มาตรการ “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”: กำชับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ละเว้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยหากพบบุคลากรมีพฤติการณ์พัวพันกับสแกมเมอร์ บัญชีม้า หรือนอมินี จะถูกดำเนินการทางกฎหมายและวินัยอย่างเด็ดขาด

การเพิ่มบทลงโทษ: กรมการปกครองผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เพิ่มโทษทั้งผู้จัดให้มีการเล่นพนัน (บ่อนและเว็บพนัน) รวมถึงผู้เล่นอย่างจริงจัง

ผลการดำเนินงานสกัดกั้นก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่: มีการสั่งการเชิงรุกเพื่อสกัดเว็บพนันออนไลน์และเว็บพนันบอลก่อนเทศกาลฟุตบอลโลก

#นโยบายนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้บางคนในมหาสารคามฯ #ไม่อย่างนั้นบ่อนเว็บพนันพวกนี้คงเปิดไม่ได้นานขนาดนี้ฯ #หลักฐานภาพถ่ายวันเวลาที่อยู่ข้อมูลรายละเอียดชัดเจนขนาดนี้ฯ #ยังไม่ยอมจับพวกท่านไม่อายประชาชนที่จ่ายภาษีบ้างหรือฯ

การจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์มีความผิดตาม พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 โดยผู้จัด (เจ้ามือ) จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 ถึง 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง:

พ.ร.บ. การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 (บัญชี ก): หากเป็นการจัดเล่นพนันประเภทสล็อตแมชชีน, บาคาร่า, หรือการพนันตามบัญชี ก มีโทษหนัก คือ จำคุก 3 เดือน – 3 ปี และปรับ 500 – 5,000 บาท

ความผิดฐานฟอกเงิน: การจัดให้เล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถือเป็นมูลฐานความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษยึดทรัพย์และตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเข้มงวด

ความผิดฐานโฆษณาชักชวน: ผู้ที่ทำหน้าที่โปรโมทหรือชักชวนให้เข้าเล่น มีความผิดฐานโฆษณาการเล่นการพนัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.การพนัน (หรืออาจโดนพ่วงข้อหาจัดให้มีการเล่นพนันฯ ซึ่งมีโทษสูงขึ้นตามดุลพินิจของศาล)

#ข่าวว่าที่นี่เส้นดีมีนายตรฯใหญ่เป็นแบ็ค

#มิน่าถึงกล้าเปิดใหญ่เพราะใครก็ไม่กล้าแตะฯ

#คงไม่มีใครใหญ่กว่านายกฯ

#นายอนุทินชาญวีรกูล

#นายกรัฐมนตรี

#รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


(((สะกิดนภา)))

แม่ทัพภาคที่ 3 ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบกองพลพัฒนาที่ 3 ที่ปรึกษา กอ.รมน.ภาค 3 นายอำเภอแม่สาย ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย รับฟังปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน เร่งเสริมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ขณะนี้งานก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 45 วัน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น.พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชา การกองกำลังผาเมือง พลตรี สมใจ คิดเกื้อการุณย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ ที่ปรึกษา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวลำน้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องกันน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน หลังจากได้เริ่มซ่อมแซมเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยแม่ทัพภาคที่ 3 และคณะ ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานและปัญหาข้อขัดข้อง ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรแม่สายแห่งที่ 2 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนที่ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ชุมชนหัวฝาย พบปะประชาชน พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์กีฬาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชา ชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา และติดตามตรวจพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนบ้านหัวฝาย

จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมแนวพนังกั้นน้ำบริเวณชุมชนหัวฝาย และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานบริเวณสะพานมิตรภาพไทย–เมียนมา แห่งที่ 1 ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญในการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ รวมถึงตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารช่าง ชุดช่างจิตอาสา และความคืบหน้าของการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร ลำน้ำสาย

สำหรับการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวร แบ่งการดำเนินงานออกเป็นหลายโซน โดยพื้นที่โซน A บริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย–เมียนมา ซอยสันลมจอย ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งพื้นที่โซน A 4 เจ้าหน้าที่ทหารช่างจิตอาสา ดำเนินการบรรจุและจัดวางกระสอบทราย รวมถึงถุงบิ๊กแบ็คเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แนวป้องกันน้ำ ส่วนโซน B ด้านหน้าอาคารราชพัสดุ พื้นที่โซน B1 มีการอุดช่องว่างระหว่างถุงบิ๊กแบ็คและเสริมความมั่นคงบริเวณด้านข้างอาคาร ขณะที่โซน C ด้านหลังวัดเกาะทราย พื้นที่โซน C 4 ได้ดำเนินการเสริมและจัดวางถุงบิ๊กแบ็คตามแนวพนังอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันภาพรวมการดำเนินงานมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 60 และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำล้นตลิ่งและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สายในช่วงฤดูฝนนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกำหนด 45 วัน


นที มีเดช รายงาน