“ชัยพัฒนา-สุธันยา” นำรอบแรกซุปเปอร์ เจนซ์ สวิงเยาวชน “บางจาก มาสเตอร์ 2026” สนาม กบินทร์บุรี

“ชัยพัฒนา-สุธันยา” นำรอบแรกซุปเปอร์ เจนซ์ สวิงเยาวชน “บางจาก มาสเตอร์ 2026” สนาม กบินทร์บุรี

การแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการใหญ่ “บางจาก มาสเตอร์ 2026” สนามที่ 2 ของฤดูกาล จบรอบแรกในรุ่นซุปเปอร์ เจนซ์ (อายุ 15-18 ปี) ลุ้นกันสนุก ผู้นำชายเป็น ชัยพัฒนา เจนสายกลาง สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ 69 ฝ่ายหญิง รุ่นเดียวกัน สุธันยา โกมลเกษรักษ์ รั้งจ่าฝูงด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 65 สนามนี้มีนักกอล์ฟเยาวชนจากทั่วประเทศร่วมด้วยคับคั่ง โชว์วงสวิงกันอย่างดุเดือดท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ เพื่อเก็บคะแนนสะสมในตารางคะแนนรวม ของทัวร์ แข่งขันระหว่างวันที่ 18-19 เมษายน 2569 สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี สนามที่ท้าทายฝีมือด้วยระยะเล่นรวมที่ยาวที่สุดของประเทศไทย

จบรอบแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.2569 ไฮไลท์อยู่ที่รุ่นใหญ่ ซุปเปอร์ เจนซ์ ทั้งชายและหญิง (Super GENZ อายุ 15-18 ปี) ฝ่ายชาย ผู้นำเป็น ชัยพัฒนา เจนสายกลาง โชว์ฟอร์มรอบนี้สมราคาตัวเต็งรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างคงเส้นคงวา ขึ้นนำเดี่ยว ด้วยสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 69 โดยมี สุรพิชญ์ พิชยเสาวภาคย์ และ พัค ชี-วู (Siwoo Park) อยู่อันดับสองร่วม สกอร์รวม 2 อันเดอร์พาร์ 70 ตามสโตรกเดียว

ผลงานในรุ่น ซุปเปอร์เจนซ์ หญิง (Super GENZ Girl) ตำแหน่งผู้นำตกเป็นของ สุธันยา โกมลเกษรักษ์ ระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมจบด้วยสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 65 ครองตำแหน่งผู้นำเดี่ยว ทิ้งห่าง ขวัญนภัช สวนอินทร์ ที่จบเข้ามา 5 อันเดอร์พาร์ 67 อันดับสองอยู่สองสโตรก

ผลแข่งขันรุ่น Junior GENZ (อายุ 11-14 ปี) ชาย ขับเคี่ยวกันสูสีระหว่าง อี ชี-ฮยอน (Sihyun Lee) และ ปรมะ ไชยจารุวณิช รั้งตำแหน่งผู้นำร่วม สกอร์รวมเท่ากัน 2 อันเดอร์พาร์ 70 โดยมี กฤชนนท์ เปลี่ยนสินไชย อยู่อันดับ 2 สกอร์รวม 1 อันเดอร์พาร์ 71 ตามสโตรกเดียว ส่วนฝ่ายหญิง Junior GENZ Girl ผู้นำตกเป็นของ แฮ-ดึม โอ (Haedeum Oh) จบด้วยสกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 67 เป็นผู้นำเดี่ยวในคลาสนี้

ปิดท้ายที่รุ่นใหญ่ Special GENZ ชาย-หญิง (อายุ 19-23 ปี) ณภัทร ประเศรษฐสุต ทำผลงานประคองตัวได้ดีท่ามกลางสภาพสนามที่ท้าทาย จบรอบแรกด้วยสกอร์ 4 โอเวอร์พาร์ 76 ขึ้นนำเดี่ยว ส่วนฝ่ายหญิง Special GENZ Girl ซอ-ฮยอน แบค (Seohyeon Baek) ครองจ่าฝูงด้วยสกอร์ 3 โอเวอร์พาร์ 75 โดยมี อิสยาภรณ์ จีรัฐสกุล ตามมาในอันดับสองห่างกัน 3 สโตรก

สรุปรายชื่อผู้นำรอบแรก ทุกรุ่นอายุ สนามที่ 2 กบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ

  • รุ่น Super GENZ Boy: ชัยพัฒนา เจนสายกลาง สกอร์ 69 (-3)
  • รุ่น Super GENZ Girl: สุธันยา โกมลเกษรักษ์ สกอร์ 65 (-7)
  • รุ่น Junior GENZ Boy : อี ชี-ฮยอน (Sihyun Lee) และ ปรมะ ไชยจารุวณิช ผู้นำร่วม สกอร์ 70 (-2)
  • รุ่น Junior GENZ Girl : แฮ-ดึม โอ (Haedeum Oh) สกอร์ 67 (-5)
  • รุ่น Special GENZ Boy : ณภัทร ประเศรษฐสุต สกอร์ 76 (+4)
  • รุ่น Special GENZ Girl : ซอ-ฮยอน แบค Seohyeon Baek สกอร์ 75 (+3)

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช.หนุนสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯ เพิ่มทักษะสมรรถนะเยาวชน อบรมการเขียนโปรแกรมออกแบบโดรนแปรอักษร

วช. หนุนสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองฯ เพิ่มทักษะสมรรถนะเยาวชน อบรมการเขียนโปรแกรมออกแบบโดรนแปรอักษร

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ จัดการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 เมษายน 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ,นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ,คณะผู้บริหาร (วช.) นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ให้การต้อนรับ ณ ลานนิทรรศการหมุนเวียน อาคาร วช. 8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า การอบรมถ่าย ทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร ได้รับความสนใจและตอบรับอย่างดียิ่ง จากทีมเยาวชนหลากหลายสถาบันจากภูมิภาคต่างๆ การอบรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการความรู้ด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเสริมสร้างทักษะสำคัญ เช่น การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม โดยเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้จะช่วยจุดประกายความคิด พัฒนาศักยภาพผู้เข้าร่วมอบรมและสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมในอนาคต

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า การจัดการอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมและการออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษรในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ การเขียนโปรแกรม และการใช้ซอฟต์แวร์ Blender และภาษา Python มีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 กว่าทีม จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ รวมกว่า 100 คน นับเป็นการสร้างเครือข่ายเยาวชนด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ ภายหลังการอบรม ผู้เข้าร่วมจะเข้าสู่การแข่งขันออก แบบแผนการบินโดรนแปรอักษร เพื่อคัดเลือกทีมที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบสุดท้ายชิงถ้วยพระราชทานฯ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงาน มีกิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการบรรยายแนวคิดและหลักการออกแบบแผน การบินโดรนแปรอักษร ควบคู่กับการสาธิตและฝึกปฏิบัติการใช้ซอฟต์แวร์ Blender ในการออกแบบตำแหน่งและลำดับการเคลื่อนที่ของโดรน รวมถึงการจัด Workshop การเตรียมข้อมูล Flight Path และการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อใช้ในการเขียนโปรแกรมควบคุมการบินด้วยภาษา Python ตลอดจนการปฏิบัติการกลุ่มเพื่อออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษรเป็นทีมอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เข้าสู่การแข่งขันออกแบบแผนการบินโดรนแปรอักษร เพื่อคัดเลือกทีมที่มีศักยภาพเข้าสู่รอบสุดท้าย ในการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 (สนามคัดเลือก สนามที่ 2) ต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ไฟป่ามรดกโลกแก่งกระจานยังปะทุซ้ำ จนท.ระดมกำลังเสริมเร่งสกัดไม่ให้ลุกลามตลอดทั้งวัน

ไฟป่ามรดกโลกแก่งกระานยังปะทุซ้ำ จนท.ระดมกำลังเสริมเร่งสกัดไม่ให้ลุกลามตลอดทั้งวัน

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) จ.เพชรบุรี เผยสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ มรดกโลก อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่าได้รับรายงานจากชุดปฏิบัติการดับไฟป่าว่าสามารถดำเนินการทำแนวกันไฟในพื้นที่ห้วยเสือกัดช้างได้แล้ว พร้อมส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแนวดำ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ก่อนยืนยันว่าไฟป่าในบริเวณดังกล่าวได้ดับลงแล้ว จึงประสานรถยนต์เข้ารับเจ้าหน้าที่จำนวน 11 นาย กลับลงมาจากฐานปฏิบัติการ เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน และเตรียมประเมินความเสียหายของพื้นที่

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด ยังพบจุดเฝ้าระวังไฟป่าบริเวณห้วยรางโพธิ์ ตรวจพบไฟป่าปะทุขึ้นอีกครั้งในพื้นที่“แม่คะเมยบน” ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระ จาน มรดกโลก จึงเร่งจัดกำลังชุดปฏิบัติการดับไฟป่าชุดที่1 ทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่า เข้าควบคุมสถานการณ์และเร่งทำแนวกันไฟสกัดการลุกลามของไฟป่า

ต่อมาชุดปฏิบัติการในพื้นที่ได้ร้องขอกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม เนื่องจากไฟยังคงลุกลามในบางจุด ก่อนมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จำนวน 8 นาย พร้อมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าสมทบกำลังพล เพื่อเร่งควบคุมเพลิงอย่างเต็มกำลัง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมไฟป่าในพื้นที่แม่คะเมยบน ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้แม้บางจุดจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศมีสภาพร้อนจัดและแห้งแล้ง อาจทำให้เกิดการปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา
ขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนาย หากพบเห็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ และสัตว์ป่า รวมไปถึงการเผาป่าแจ้งที่ “สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362” ตลอด 24 ชั่วโมง


//////////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

กองทัพบก ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์–การศึกษา ย้ำจุดยืนไทยแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี

กองทัพบกให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กระชับความร่วมมือด้านยุท โธปกรณ์–การศึกษา ย้ำจุดยืนไทยแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี

วันที่ 17 เมษายน 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้การต้อนรับ นายฌ็อง โกลด ปวงเบิฟ (Jean Claude Poimboeuf) เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประ เทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางทหาร ณ กองบัญชาการกอง ทัพบก ทั้งสองฝ่ายร่วมรำลึกวาระสำคัญทางประวัติศาสตร์ ครบรอบ 340 ปี การเยือนของทูตฝรั่งเศสคนแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัม พันธ์ทางการทูต ซึ่งปัจจุบันยกระดับสู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” มุ่งเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจควบคู่กับความมั่นคงทางทหาร สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและต่อเนื่องระหว่างไทย–ฝรั่งเศส

ในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นอกจากการที่กองทัพบกได้ลงนามหนังสือแสดงเจต จำนงร่วมกับกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสเมื่อปี 2567 ซึ่งครอบคลุมการจัดหาและการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์สำคัญ ฝรั่งเศสยังเชิญผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมงาน Eurosatory Land Force Exhibition เดือนมิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการป้องกันประเทศ อันจะส่งผลดีในการพัฒนากองทัพในอนาคต

ด้านการศึกษา กองทัพฝรั่งเศสยังคงสนับสนุนที่นั่งเรียนในโรงเรียนนายร้อย Saint-Cyr ให้กับกองทัพบกอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไทยมีประวัติการส่งนักเรียนนายร้อยไปศึกษาที่ฝรั่งเศสมายาวนาน รวมถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) และในอนาคตฝรั่งเศสมีแผนส่งนักเรียนนายร้อยมาศึกษาแลกเปลี่ยนในไทยเป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งกองทัพบกยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง

ผู้บัญชาการทหารบกยังได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ฝ่ายไทยยึดมั่นการปฏิบัติภายใต้หลักสิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล ยืนยันไม่มีการรุกราน และไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการปะทะ พร้อมเดินหน้าตามข้อตกลงหยุดยิง และมุ่งแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา เพื่อความสงบสุขของประชาชนตามแนวชายแดน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยฝ่ายฝรั่งเศสได้แสดงความเป็นกลางและแสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย ทั้งยังพร้อมให้การสนับสนุนเอกสารทางประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุ หากได้รับการร้องขออีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.34 จัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ รถดับเพลิง พร้อมรถบรรทุกน้ำ ร่วมดับไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่แม่กา เมือง พะเยา

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ รถดับเพลิง พร้อมรถบรรทุกน้ำ ร่วมดับไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่ ตำบล แม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 จัดกำลังพลจิตอาสาภัยพิบัติ พร้อมด้วยรถดับเพลิง และรถบรรทุกน้ำ รวม 6 คัน ร่วมดับไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยรถแบคโฮ เพื่อใช้ในการโกยกองขยะในพื้นที่ดังกล่าว โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 จัดรถดับเพลิง จำนวน 2 คัน, รถบรรทุกน้ำ จำนวน 1 คัน และรถแบคโฮ จำนวน 1 คัน รถบรรทุกน้ำ กรมทหารราบที่ 17 จำนวน 1 คัน รถบรรทุกน้ำ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 17 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 จำนวน 1 คัน และ รถบรรทุกน้ำ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่34 จำนวน 1 คัน บูรณาการร่วมกับ รถบรรทุกน้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ตำบลแม่กา และพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ร่วมดับไฟบ่อขยะฯ ในครั้งนี้ ในส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมไฟที่ไหม้ได้บางส่วนแล้ว แต่ไฟยังคงไหม้เป็นบางจุด การทำงานของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างลำบาก พื้นที่ไม่เอื้ออำนวย

ด้านนางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาพร้อมด้วย บรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าไฟที่ไหม้จะสามารถควบคุมได้ เจ้าหน้าที่ยังต้องคอยเฝ้าระวัง ฉีดน้ำควบคุมไฟ ไม่ให้ปะทุขึ้นมาอีก

ลำสุดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 บูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จัดรถดับเพลิง พร้อมรถบรรทุกน้ำ ร่วมดับไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ปัจจุบันดับไฟได้ 90%

ซึ่งศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 34 และ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 34 จัดรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำรวม 6 คัน บูรณาการร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมดับไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พร้อมด้วยรถแบคโฮ เพื่อใช้ในการโกยขยะในพื้นที่ดังกล่าว ป้องกันไฟไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง เนื่องจากใกล้พื้นที่ชุมชนและสถานศึกษา

สถานการณ์ปัจจุบันเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ สามารถควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ได้ 90% ทั้งนี้ได้มีการระดมสรรพกำลังในทุกภาคส่วนในการเร่งดับเพลิงตลอดทั้งคืน แต่ยังคงเหลือพื้นที่บางจุด ซึ่งได้มีการปฏิบัติหน้าที่ 2 ห้วง คือ เวลา 01.00 น. และ เวลา 07.00 น. สามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามได้ 90% มีการระดมสรรพกำลังเต็มขีดความสามารถเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้แหล่งชุมชน และ มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งมีประชาชนและนักศึกษาจำนวนมาก โดยเฉพาะปัญหาด้านสุขภาพ, ฝุ่นละออง และกลิ่นไหม้สารเคมีในกองขยะ ซึ่งเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อสุขภาพโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และเด็ก อีกทั้งสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ จนท. เร่งดำเนินการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ มณฑลทหารบกที่ 34 พร้อมเข้าให้การช่วยเหลือบูรณาการกับทุกภาคส่วนอย่างเต็มศักยภาพเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพและเต็มขีดความสามารถ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น อุ่นใจ รู้สึกปลอดภัย “เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” รวมถึงเน้นย้ำกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลผู้ปฏิบัติงาน


นที มีเดช รายงาน

กองทัพบก เผยผลการปฏิบัติของกองกำลังป้องกันชายแดนรอบ 6 เดือน สกัดกั้นยาเสพติด–ลักลอบเข้าเมือง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเชิงรุก

กองทัพบก เผยผลการปฏิบัติของกองกำลังป้องกันชายแดนรอบ 6 เดือน สกัดกั้นยาเสพติด–ลักลอบเข้าเมือง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเชิงรุก

กองทัพบก โดยกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก เปิดเผยผลการปฏิบัติของกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 7 กองกำลัง เปรียบเทียบห้วง 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 พบว่าผลการปฏิบัติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในหลายมิติ สะท้อนถึงความเข้มข้นของการดำเนินการเชิงรุกและการบูรณาการกำลังร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยในด้านการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด พบว่าจำนวนการจับกุมเพิ่มขึ้นจาก 878 ครั้ง ในปี 2568 เป็น 907 ครั้ง ในปี 2569 (เพิ่มขึ้น 29 ครั้ง) ขณะที่จำนวนผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นจาก 1,142 คน เป็น 1,210 คน (เพิ่มขึ้น 68 คน) โดยจำแนกตามประเภทของยาเสพติด พบการสกัดกั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ยาบ้าเพิ่มขึ้นจาก 267,242,467 เม็ด เป็น 526,754,168 เม็ด (เพิ่มขึ้นกว่า 259 ล้านเม็ด), ยาอีเพิ่มขึ้นจาก 5,163 เม็ด เป็น 100,439 เม็ด, Happy Water เพิ่มขึ้นจาก 344 ซอง เป็น 3,144 ซอง, ไอซ์เพิ่มขึ้นจาก 14,815 กิโลกรัม เป็น 20,692 กิโลกรัม, คีตามีนเพิ่มขึ้นจาก 1,352 กิโลกรัม เป็น 2,412 กิโลกรัม และฝิ่นเพิ่มขึ้นจาก 46 กิโลกรัม เป็น 181 กิโลกรัม

ขณะเดียวกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง ประจำปี 2569 เปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยสามารถสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้รวมทั้งสิ้น 6,831 คน (เพิ่มขึ้น 1,023 คน) สะท้อนถึงทั้งความเข้มข้นของสถานการณ์การลักลอบข้ามแดนและประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่ของหน่วยในความรับผิดชอบ เมื่อพิจารณาในระดับพื้นที่ พบว่ากองกำลังบูรพา (กองทัพภาคที่ 1) มีการสกัดกั้นเพิ่มขึ้นสูงสุดจำนวน 2,761 คน (เพิ่มขึ้น 1,991 คน) รองลงมาคือกองกำลังนเรศวร (กองทัพภาคที่ 3) จำนวน 2,668 คน (เพิ่มขึ้น 1,107 คน) ขณะที่บางพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่ กองกำลังสุรนารี (กองทัพภาคที่ 2) ลดลง 1,154 คน และกองกำลังสุรสีห์ (กองทัพภาคที่ 1) ลดลง 634 คน

สำหรับผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เปรียบเทียบห้วงปี 2568 กับปี 2569 พบว่าภาพรวมสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการลาดตระเวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจำนวนไม้ของกลางเพิ่มขึ้นจาก 915 ท่อน/แผ่น เป็น 1,327 ท่อน/แผ่น (เพิ่มขึ้น 412 ท่อน/แผ่น)

นอกจากนี้ สถิติการจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เปรียบเทียบระหว่างปี 2568 และปี 2569 พบว่าภาพรวมของการกระทำผิดมีแนวโน้มลดลงในหลายรายการ สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการเชิงรุก การลาดตระเวน การสกัดกั้น รวมถึงมาตรการปิดด่านตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

จากสถิติพบว่าการจับกุมลดลงจาก 291 ครั้ง ในปี 2568 เหลือ 231 ครั้ง ในปี 2569 (ลดลง 60 ครั้ง) ผู้กระทำผิดลดลงจาก 231 คน เหลือ 172 คน (ลดลง 59 คน) โดยบุหรี่ผิดกฎหมายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 298,567 ซอง เหลือ 85,772 ซอง (ลดลง 212,795 ซอง) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง พบแนวโน้มที่แตกต่างกัน โดยน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 34,232 ลิตร เป็น 93,195 ลิตร (เพิ่มขึ้น 58,963 ลิตร) ส่วนน้ำมันเบนซินลดลงจาก 12,934 ลิตร เหลือ 10,452 ลิตร (ลดลง 2,482 ลิตร) เป็นต้น

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันจะดำรงความเข้มแข็งในการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ยืนยันดำเนินมาตรการเชิงรุก บูรณาการข่าวกรอง การลาดตระเวน และความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 พร้อมกำลังพล ดับไฟป่าที่ลุกลามเข้ามาในเขตพื้นที่รอยต่อ และทำแนวกันไฟเพิ่มเติม โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพล ดับไฟป่าที่ลุกลามเข้ามาในเขตพื้นที่รอยต่อ และทำแนวกันไฟเพิ่มเติม โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ หมู่ 9 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพล “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยโท ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริบ้านห้วยหญ้าไซ พร้อมกำลังพล บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย พร้อมด้วย ชุดดับไฟ รวม 10 นาย เข้าดับไฟป่าที่ลุกลามลงมาในพื้นที่รอยต่อโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ บริเวณรอยต่อพื้นที่ติดกับดอยช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ชั้นกลาง เพื่อยับยั้งไม่ให้ไฟลุกลามเข้ามาในพื้นที่ชั้นในของโครงการ จากการสำรวจมีพื้นที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่าประมาณ 40 ไร่

ซึ่งหน่วยได้ควบคุมไฟป่าที่ลุกไหม้ได้แล้วเป็นบางส่วน เนื่องจากพื้นที่เป็นแนวสันเขาและหุบ เหว บางพื้นที่เป็นที่ชันสูงยากต่อการดับไฟป่า จึงได้ทำแนวป้องกันไฟป่าไว้เป็นชั้นๆ และได้ปรึกษากันแล้วว่าจะทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าอีกเพื่อยับยั้งไม่ให้ไฟลุกลามเข้ามาในพื้นที่ตอนในได้ ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ #เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

กอปภ.จ.น่าน ประกาศพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารภัย กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน

น่าน ประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ในพื้นที่ 2 ตำบลขุน 22 บ้าน

นายครรชิต ชมพูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัด น่าน ได้แจ้งให้ทราบ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โดยนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน/ผู้อำนวยการจังหวัดน่าน ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่ ตำบลขุนน่าน หมู่ที่ 1 – 15 และ ตำบลห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 – 7 รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในชั้นบรรยากาศทั่วไป ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ด้วยได้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM25 ในชั้นบรรยากาศทั่วไป ในค่าเฉลี่ยเวลา 24 ชั่วโมงติดต่อกัน 5 วัน เกิน 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและก่อให้เกิดอันตรายต่อ ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดควาเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 จึงประกาศให้พื้นที่ ตำบลขุนน่าน หมู่ที่ 1 – 15 ตำบลห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 – 7 รวม 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัยโดยเร็ว ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM25 เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 เม.ย. 69 เวลา 07.00 น. โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ตำในเวียง อำเภอเมืองน่าน วัดได้ 144.3 มคก./ลบ.ม ,ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ วัดได้ 271.1 มคก./ลบ.ม เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ AQI ของสำนัก งานเทศบาลเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน วัดได้ 188 มคก./ลบ.ม เมื่อเวลา 14.00 น. ลดลงมา วัดได้ 180 มคก./ลบ.ม

ข้อแนะนำการปฏิบัติตน (แจ้งเตือนจาก ปภ.) งดกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด หรือจำกัดระยะเวลาการอยู่กลางแจ้ง สวมหน้ากากอนามัยชนิดป้องกันฝุ่น PM2.5 ตลอดเวลาเมื่อออกนอกบ้าน กลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว) ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษและอยู่ภายในห้องปลอดฝุ่น ห้ามเผาเด็ดขาด ทุกกรณี เพื่อลดปริมาณฝุ่นสะสม หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ แน่นหน้าอก แสบตา ให้รีบพบแพทย์ ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai หรือแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น”

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่ง ปูพรมเช็กบิลมือเผา “ตำรวจ-ป่าไม้” สนธิกำลังเข้มข้น ประชุมด่วนครบทุกอำเภอ วางแผนจับจริงไม่มีข้อยกเว้น! นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ยกระดับมาตรการขั้นสูงสุด สั่งการผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร จับมือหน่วยงานป่าไม้ในพื้นที่ เปิดฉากประชุมแผนยุทธการ “ล่ามือเผา” ทั้งในเขตป่าและนอกเขตป่าอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้สิ้นซาก ยอดผู้กระทำผิดสะสมขณะนี้พุ่งสูงถึง 105 ราย แล้ว และจะไม่มีการหยุดนิ่งจนกว่าอากาศจะกลับมาบริสุทธิ์! แผนปฏิบัติการไล่ล่าทั่วทั้งจังหวัดเจ้าหน้าที่ไม่มีพัก! ทุกพื้นที่เร่งวางหมาก ปิดจุดอ่อน ประสานข้อมูล เตรียมเข้าชาร์จทันทีที่มีการฝ่าฝืน โดยมีการนัดหมายหารือวางแผนจับกุมอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าต่อเนื่องวันอาทิตย์ (19 เม.ย. 69): พื้นที่ อ.ท่าวังผา: นัดรวมพลเวลา 10.00 น. อ.บ่อเกลือ: เตรียมแผนรับมือพื้นที่สูงเวลา 15.00 น. คำเตือนสุดท้าย: เผาเท่ากับโดน!

ผลการปฏิบัติงานเมื่อวันวาน วันเสาร์ที่ 18 เม.ย. 69 จับต้องหาได้ 22 ราย ส่วนใหญ่ถูกจับกุมบริเวณริมทางหลวง เจ้าหน้าที่ชุดผู้จับกุม ส่งผู้ต้องหาดำเนินคดีทันที สภ.ในพื้นที่ทันที โดย การประสานงานระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าที่ป่าไม้ ผู้ว่าน่านย้ำเตือน ภัยครั้งสุดท้ายถึงผู้ที่ คิดจุดไฟหาของป่าเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเผาป่าทำลายระบบนิเวศ ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 และสร้างความเสียหายต่อผืนป่าธรรมชาติ ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าท่านจะเผาในที่ลับตาคนหรือริมทางหลวง “เราจะตามไปจับถึงที่”


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ไอซ์ 92 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึด ไอซ์ 92 กิโล กรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 04.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดยกองร้อยทหารม้าที่ 4 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการเฝ้าตรวจ เพื่อป้อง กันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณท่าข้ามศรีป่าแดง ซอย 17 บ้านศรีป่าแดง หมู่ 9 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตรวจการณ์พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จำนวน 8 – 10 คน แบกวัตถุต้องสงสัย ข้ามมาตามแม่น้ำรวกจากฝั่ง สาธารณรัฐสหภาพเมียนมา มายังฝั่งไทย หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดยิงใส่ฝ่ายเรา ทำให้เกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที และได้อาศัยความชำนาญในภูมิประเทศในการหลบหนีไปได้ ขั้นต้นฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงจัดกำลังพลเพิ่มเติมอีก จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ วางกำ ลังควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 นาฬิกา หน่วยได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ไม่พบผู้กระทำผิดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และตรวจพบกระสอบฟาง จำนวน 4 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 92 ก้อน รวมน้ำหนักประมาณ 92 กิโลกรัม และเมื่อเวลา 10.20 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก ธวัฒน์ อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนบริเวณพื้นที่ปะทะ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 321 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 319 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 188,027,150 เม็ด, เฮโรอีน 3.4 กิโลกรัม, ไอซ์ 3,375.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 174.3 กิโลกรัม และ คีตามีน 437.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 44 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 35 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 32,029 ล้านบาท (32,029,512,295 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


ลุ้นระทึก!! ผู้ใหญ่บ้านแม่หงานหลวง อ.แม่แจ่ม หมดสติกลางวงควันไฟขณะนำทีมดับไฟป่า ล่าสุดได้รับการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว

เกิดเหตุระทึกกลางภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อผู้ ใหญ่บ้านหมดสติท่ามกลางเปลวไฟและกลุ่มควันหนาแน่น ขณะนำทีมจิตอาสาเข้าควบคุมไฟป่า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลาประ มาณ 16.00 – 20.30 น. นายอุดม เมธีกนก ผู้ใหญ่บ้านบ้านแม่หงานหลวง หมู่ 1 ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม ได้นำกำลังจิตอาสาเข้าดับไฟป่าในพื้นที่ป่าบ้านแม่หงานหลวง แต่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้เกิดหมดสติลงกลางวงควันไฟ เมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่ร่วมดับไฟป่าที่เหลือจึงได้ช่วยกันนำตัวออกจากพื้นที่ แต่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เปลวไฟลุกลามสูง และมีควันปกคลุมหนาแน่น อีกทั้งไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้การลำเลียงผู้ป่วยออกจากพื้นที่ใช้เวลานาน ก่อนจะสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพรัตนเวชชานุกูลได้สำเร็จในช่วงกลางดึก

สำหรับอาการล่าสุด แพทย์ระบุว่า ผู้ใหญ่บ้านอุดมพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องให้ออกซิ เจนเพิ่มเติม เนื่องจากมีอาการวิงเวียนและแน่นหน้าอกเป็นระยะ โดยอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยในเช้าวันนี้ 19 เมษายน 2569 เวลา 07.00 น. นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน นายอำเภอแม่แจ่ม ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอลงพื้นที่เข้าเยี่ยมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานให้การช่วยเหลือแล้ว


นที มีเดช รายงาน