บทบาทใหม่ “บิ๊กศรี “

ที่ประชุมครม.เที่ยวล่าสุด ( 26 พ.ย.) ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนอแต่งตั้ง ” บิ๊กศรี” พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีตรอง ผบ.ตร.ที่เพิ่งจะเกษียณอายุราชการไป เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้เข้ามารับหน้าที่ข้าราชการการเมืองในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
มีนัยยะ เพื่อมาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเรื่องกฏหมายและความมั่นคง
ในห้วงภาวะ การจัดทำบัญชีแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร
พอดิบพอดี
อีกทั้งพลังกระแทกไม่หยุดหย่อนจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและยังเป็นอดีต ผบ.ตร.
ที่ถูกมองว่ามีเป้าหมายจ้องเล่นงาน”ลุงตู่” และ “ลุงป้อม ” โดยเฉพาะ
จึงอาจเป็นเหตุให้ 2 ลุงคนโตของรัฐบาล จำเป็นต้องเรียกใช้บริการจาก “บิ๊กศรี “
เซอร์ไพรซ์วงการตำรวจทั้งกรม
คนที่น่าสะดุ้งที่สุด หนีไม่พ้นเบอร์หนึ่งอย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่กำลังก้าวสู่ปีอำนาจเที่ยวล่าสุดที่เหลืออายุราชการอีกเพียงปีเดียว หลังครองเก้าอี้ ” พิทักษ์ 1 “เข้าสู่ปีที่ 5
หลังจากครองอำนาจบริหารตำรวจมายาวนาน ทั้งในอดีต “บิ๊กศรี ” ยังเคยถูกจัดวางให้เป็นแคนดิเดทชิงบัลลังก์ ผบ.ตร.มาก่อน
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพียงยังไม่ทันข้ามวัน “บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร. ก็สะบัดปากกาลงนามตั้ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ฯ ให้เข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ผบ.ตร.ฝ่ายกฏหมาย
ในฐานะคนคุ้นเคย และเป็นลูกน้องเก่า แม้จะเป็นรุ่นพี่ นรต.
เรื่องนี้ถูกมองจากสายตาคนภายนอกที่ติดตามความเคลื่อนไหววงการตำรวจ รวมทั้งข้าราชการตำรวจทั่วไปเอง
เป็นการบลัฟ แก้เกมส์ หรือไม่ น่าสนใจยิ่ง
หากได้รับการยอมรับเข้าทำหน้าที่จริงจาก”บิ๊กศรี ” ถือว่าแปลก ด้วยเพราะหากยึดคำสั่งแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กับที่ปรึกษา ผบ.ตร.มันถูกลดระดับเห็นๆ
การเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สามารถประสานและเรียกข้อมูลใดๆที่ต้องการ จากทุกหน่วยงานรัฐ
ในทุกประเด็น หากนายกรัฐมนตรีสั่ง
ไม่เว้นตำแหน่ง ผบ.ตร. ต้องสามารถประสานสั่งการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีได้
หากมารับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาฝ่ายกฏหมายให้ผบ.ตร. จะดูแปลกไป อาจมีผลต่อการประสานสั่งการ
เชื่อแน่ว่า “บิ๊กศรี” ไม่น่ารับเทียบเชิญจาก ตร.เป็นแน่แท้
สำคัญยิ่งต้องยึดคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและยึดถือมติ ครม.เป็นทึ่ตั้ง
น่าจับตาบทบาท ท่านที่ปรึกษา สร.1คนใหม่ อย่าง “บิ๊กศรี” เป็นอย่างยิ่ง
การเข้ามาทำหน้าที่นี้ จะประคอง “ลุงตู่ ” และ “ลุงป้อม ” ได้มากน้อยเพียงไร ??
ฝีมือและผลงานเท่านั้น เป็นเครื่องพิสูจน์
โปรดติดตาม ทุกขั้นตอน ห้ามลดสายตา.

อิทธิเดช ลุย.

สุโขทัย – พุทธศาสนิกชน ปลื้ม เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ เข้ารับพระบัญชาเลื่อนสมณศักดิ์

สุโขทัย-พุทธศาสนิกชน ปลื้มเจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ เข้ารับพระบัญชาเลื่อนสมณศักดิ์

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นิมนต์พระครูโพธิปรีชา (ประแนมปริชาโน) อายุ 62 ปี พรรษา 42 วิทยฐานะนักธรรมชั้นเอก วุฒิการศึกษา พธ.บ.(ปรัชญา) วัดศรีมหาโพธิ์ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ ต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย เข้ารับพระบัญชากำกับการเลื่อนสมณศักดิ์ พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ชั้นเอกในราชทินนามเดิม โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชา ให้เข้ารับสัญญาบัตร พัดยศและผ้าไตรพระราชทาน ในโอกาสพระราชพิธีวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.62 ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ ในวันที่ 27 พ.ย.62 เวลา 13.30 น. ณ วิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุ จ.พิษณุโลก โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธี

         เวลา 17.00 น.พุทธศาสนิกชน ศรัทธา ประชาชนชาวต.บ้านหลุม อ.เมือง จ.สุโขทัย จึงได้ร่วมต้อนรับ อัญเชิญพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช พัดยศ ณ วัดศรีมหาโพธิ์ พุทธศาสนิกชนร่วมยืนต้อนรับเป็นจำนวนมาก โดยมีพระสุขวโรทัย(หลวงพ่อจง) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัยเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสุชาติ ทีคะสุขรอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานอ่านพระบัญชา สมเด็จพระสังฆราช พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พิธีต้อนรับเต็มไปด้วยความขลัง สมพระเกียรติ เรียบง่าย และสร้างความปลื้มใจกับพุทธศาสนิกชน

ตราด – พบวิญญาณชายชาวต่างชาติผูกคอตาย เฮี้ยน !!

         ชาวบ้านได้พบเห็น ณ.สถานที่แห่งหนึ่ง ภายในอําเภอคลอง ใหญ่ จ.ตราด เมื่อเกือบ 3 ปี ที่ผ่านมา ในวันนี้ผู้สื่อข่าวและทีมงาน ตะลุยเที่ยว ตะลุยหลอน และเพจน้าตั๊งพาหลอน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้มีชายชาวต่างชาติคิดสั้นผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านร้างในป่าแห่งหนึ่งในอําเภอคลองใหญ่

         ซึ่งตามคําบอกกล่าวของชาวบ้านได้พบเจอชายชาวต่างชาติ มายืนโบกรถที่ริมถนนบริเวณห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จึงได้มีรายการเพจทางเฟสบุค ช่วงตะลุยเที่ยว ตะลุยหลอนและเพจน้าตั๊งพาหลอน ได้เดินทางมาพิสูจน์ด้วยตนเอง ว่าจะได้พบเจอกับวิญญาณชายชาวต่างไหม โดยมีชาวบ้านและผู้สื่อข่าวได้มาสังเกตุการณ์และร่วมทําภาระกิจด้วยกัน

         จากช่วงถ่ายทํารายการ ได้มีผู้สื่อข่าวท้องถิ่นและทีมงานได้พบเจอเงาดําและได้ยินเสียงเหมือนมีคนร้องใจจะขาดตอนหายใจไม่ออกครั้งสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิต ทีมงานและผู้สื่อข่าวได้วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทางในช่วงถ่ายทําเป็นบ้างช่วงที่พบเจอสิ่งหลอกหลอนและหน้ากลัวทุกขั้นตอนตอนถ่ายทํา ตะลุยเที่ยว ตะลุยหลอน และเฟสน้าตั๊ง หลังจากนั้นทางทีมงานและชาวบ้านได้ทําการนําเอาเครื่องเซ่นไหว้มาไหว้

         หลังจากการถ่ายทําเสร็จ รายการทีมงานและผู้สื่อข่าวได้สวดมนต์แผ่เมตาอุทิศส่วนกุศลไปให้ชายชาวต่างชาติที่ได้ผูกคอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย เพื่อให้ชายชาวต่างชาติที่ผู้คอเสียชีวิตในครั้งนี้ให้ไปที่ดีๆต่อไปโปรดติดตาม ตะลุยเที่ยว ตะลุยหลอน และเพจน้าตั๊งพาหลอนด้วยนะครับ

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทหารเรือมาแล้ว นำสารไอโอดีนจากทะเล สู่ดอย เข้าสำรวจพื้นที่เตรียมการ ตามโครงการพระราชดำริ

ทหารเรือมาแล้ว นำสารไอโอดีนจากทะเลสู่ดอย เข้าสำรวจพื้นที่เตรียมการ ตามโครงการพระราชดำริ

          เมื่อวันที่ 27 พ.ย.62 กองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี โดยมี นาวาเอก ธัชภูมิพัฒน์ อินทร์สุข รองผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือน กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เข้าสำรวจพื้นที่ เตรียมการจัดพิธีส่งมอบปลากะตักแห้ง ปลาทูเค็ม และอาหารทะเลที่มีสารไอโอดีน ให้กับสำนักงานโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อโดยเสด็จตามพระราชกุศลโครงการตามพระราชดำริต่อต้านโรคขาดสารไอโอดีน ในพื้นที่ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 9-11 ม.ค.63 และประสานการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา”แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนอมแฮด

          รวมทั้งเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็ก พร้อมกับมอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาให้แก่นักเรียน ในพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมดำเนินการส่งมอบต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าวจาก ปจว./ปชส.กพร.บก.ทรภ.1

ฮัทชิสัน พอร์ท พาสื่อมวลชน เยี่ยมชม “ท่าเรืออัจฉริยะ” รองรับ การพัฒนาและการเติบโตของ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC

ฮัทชิสัน พอร์ท พาสื่อมวลชน เยี่ยมชม ศูนย์บริการผู้เยี่ยมชมแห่งใหม่ เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีการควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกล หวังยกระดับท่าเรือแหลมฉบัง สู่ “ท่าเรืออัจฉริยะ” ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0

         วันนี้ (27 พ.ย.) มร.สตีเฟ่น แอชเวิร์ธ กรรมการผู้จัดการ ฮัทชิสัน พอร์ท ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมด้วย นายอาณัติ อัชฌิมา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ บริษัทฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินอล จำกัด และคณะผู้บริหาร ได้ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน ในการเข้าเยี่ยมชมท่าเทียบเรือชุด D ณ ศูนย์บริการผู้เยี่ยมชม ณ ท่าเทียบเรือชุด D ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

         มร.สตีเฟ่น กล่าวว่าท่าเทียบเรือชุด D ท่าเรือแหลมฉบัง นั้น ทางบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและติดตั้งเทคโนโลยี ล้ำสมัย ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ได้ยกระดับให้ท่าเทียบเรือชุด D สู่ท่าเทียบเรือระดับแฟลกชิปของฮัทชิสัน พอร์ท กลายเป็นหนึ่งในท่าบริการตู้สินค้า ที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีศักยภาพรองรับบรรดาเรือขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน

         นอกจากนั้น ท่าเทียบเรือชุด D ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคอา เซียน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศในเอเชีย-แปซิฟิก และประเทศอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ท่าเรือแหลมฉบังยังอยู่ในพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง

         มร.สตีเฟ่น กล่าวต่อไปว่า ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย กำ ลังวางแผนนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาสู่ท่าเทียบเรือชุด D เช่น โครง การเครือข่ายการขนส่งระดับโลก โดยนำเทคโนโลยีบล็อกเชน มาเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสายเดินเรือต่างๆ และผู้ใช้งานท่าเรือ, เทค โนโลยีรถบรรทุกไร้คนขับ ที่จะนำมาใช้ทั้งบริเวณหน้าท่าและลานในท่า และเทคโนโลยีประตูอัตโนมัติ ที่ประตูทางเข้าและทางออกท่า เพื่อระบุตัวตนของรถได้จากระยะไกล โดยเทคโนโลยีต่างๆดังกล่าว สอดคล้องกับแผนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในการผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็น “ท่าเรืออัจฉริยะ” ซึ่งนวัตกรรมต่างๆนั้น พร้อมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น เทคโนโลยีรถบรรทุกไร้คนขับ คาดจะนำมาทดลองใช้จำนวน 6 คัน ในเดือนมกราคม 2563 นี้ และจะดำเนินการให้ครบ 100 คัน ตามแผนงานที่วางไว้

         ปัจจุบันท่าเทียบเรือชุด D เสร็จแล้วราว 50 % โดยมีความยาวหน้าท่า 1,000 เมตร ประกอบด้วยปั่นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่าจำนวน 6 คัน และปั่นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยาง จำนวน 20 คัน โดยทั้งหมดติดตั้งเทคโนโลยีควบคุมระบบปฏิบัติงานจากระยะไกลอย่างเต็มรูปแบบ โดยท่าเทียบเรือดังกล่าวสามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าระวางความจุเกิน 14,000 ทีอียู (หน่วยกับตู้สินค้าขนาด 20 ฟุต) ซึ่งมีน้ำหนักรวมได้มากถึง 150,000 ตัน และมีความยากของเรือกว่า 360 เมตร

          และในปี 2023 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า โครงการท่าเทียบเรือชุด D จะเสร็จสมบูรณ์ จะมีความยาวหน้าท่ารวมทั้งสิ้น 1,700 เมตร ประกอบไปด้วยปั้นจั่นยกตู้สินค้าหน้าท่า จำนวน 17 คัน และมีปั้นจั่นยกตู้สินค้าในลานแบบล้อยางจำนวน 43 คัน โดยเพิ่มความสาสมารถรองรับตู้สินค้าของฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย และท่าเรือแหลมฉบังได้อีก 3.5 ล้านทีอียู

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ร้อย.ทพ.2110 ร่วม กอ.รมน.ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมกลุ่ม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า) 11ราย

         เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 06.00 น. ร้อย.ทพ.2110 นำโดย รอง ผบ.ร้อย.ฯ จัดกำลังพล บูรณาการร่วมกับมว.คทร.ที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ในพื้นที่ว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้า ในพื้นที่ บ.นาเสม็ง ต.นาเสม็ง อ.ดอนตาล จว. มุกดาหาร, จึงได้จัดกำลังพลบูรณาการร่วมกับ,สำนักข่าวกอ.รมน. กอ.รมน.จว.มุกดาหาร (ชรต.209), ศป.ปส.อ.ดอนตาล กองร้อย อส.อ.ดอนตาล ที่ 5, ขกท.กกล.สุรสักดิ์มนตรี, ชปข.สขว.กอ.รมน., ช.ป.ข.ที่ 7 กกล.สุรสักดิ์มนตรี เข้าปิดล้อมตรวจค้น/จับกุม กลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า) เนื่องด้วย หน่วยฯได้สืบทราบจากแหล่งข่าวว่าบ.นาเสม็ง ต.นาเสม็ง อ.ดอนตาล จว. มุกดาหาร ว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้า

         ครั้นเมื่อ 06.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าปิดล้อมตรวจค้น พบ นายทิวัฒน์ ผิวงาม ชื่อเล่น (เจ) ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 176 หมู่ 7 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 21 ปี อยู่ในบริเวณบ้าน หลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวตรวจค้นบ้านพบอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง และตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะ (ผลเป็นบวก) สอบถามขั้นต้นทราบว่า นายทิวัฒน์ฯ ได้ไปซื้อยามาจาก นายวิทวัส ซาผู ชื่อเล่นวิท อายุ 18 ปี ที่อยู่ 42 ม.2 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร

         ต่อมาเมื่อ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายวิทวัส นั่งอยู่บ้านบริเวณสวนยาง จึงควบคุมตัวตรวจค้นบ้าน พบอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่งและตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะ (ผลเป็นบวก) พร้อมอาวุธปืนไทยประดิษฐิ์ 2 กระบอก จึงสอบถามขั้นต้นทราบว่า นายวิทวัส ฯได้ไปซื้อยามาจากนาย ภัทรพล ผิวงาม ชื่อเล่น(โจ)บ้านดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว. มุกดา หาร ซึ่งไปอยู่บ้านของนาย สมพร ไชยสร (เอริท์)อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 192 บ.นาสีดา หมู่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

         ผลการตรวจค้นพบนาย ภัทรพลฯ, นาย สมพรฯและนายปิยะ พรมหลวงศรี (โด้) อายุ 20 ปี บ้านนาสีดา หมู่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ มั่วสุมเสพยาเสพติดประเภท 1(ยาบ้า) ในบ้านเลขที่192 บ.นาสีดา หมู่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ตรวจค้นบ้านพบอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่งและตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะ (ผลเป็นบวก) ยาบ้า 2 เม็ด ลูกกระสุนปืน 11 มม. 1 นัด โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย คือ

  1. นายทิวัฒน์ ผิวงาม ชื่อเล่น (เจ) อายุ 21 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 176 หมู่ 7 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (เสพ)
  2. นายวิทวัส ซาผู ชื่อเล่น (วิท) อายุ 18 ปี ที่อยู่ 42 ม.2 บ.ดอนตาล ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (ของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐิ์ 2 กระบอก)
  3. นาย ภัทรพล ผิวงาม ชื่อเล่น (โจ) บ้านดอนตาล ต.ดอน ตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร ของกลาง (ยาบ้า 2 เม็ด, ลูกกระสุนปืน 11 มม. 1นัด )
  4. นาย สมพร ไชยสร (เอริท์) อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 192 บ.นาสีดา หมู่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ (เสพ)
  5. นายปิยะ พรมหลวงศรี (โด้) อายุ 20 ปี บ้านนาสีดา หมู่ 6 ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ (เสพ)
  6. นายตะวัน จันทร์แฝง ชื่อเล่น (ตะวัน) ที่อยู่ตามบัตรประชาชน 130 หมู่ที่ 11 ต.ดอนตาล อ.ดอนตาล จว.มุกดา หาร (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 16 ปี ของกลาง ยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 35 เม็ด
  7. นายอรรนนท์ ยศปัญญา (พรีม) บ้านเลขที่ 354 หมู่ 7 บ.ตาลรุ่ง ต.ดอนตาล อ.ดอนตาลฯ (ตรวจพบยาไอซ์ 0.05 กรัม)
  8. นางสาว อริศรา ภูผา (เดียร์) บ้านเลขที่ 63 หมู่ 2 บ.ป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (เสพ)
  9. นายธนินทร์ เยาวจตุรัส (บอย) บ้านเลขที่ 30 บ.โพนสว่าง หมู่ 5 ต.ดอนตาล จว.มุกดาหาร (เสพ)
  10. นายวันเผด็จ โพธิ์ไทรย์ (แกะ) บ้านเลขที่ 95 หมู่ 5 บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร อายุ 39 ปี (เสพ)

         พร้อมของกลาง ยาไอซ์ ปริมาณ 0.05 มิลลิกรัม ยาบ้า 37 เม็ด ปืนไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก ลูกกระสุนปืน 11 มม. 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง หน่วยประสาน ตร.สภ. ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน /////092-5259-777

ชลบุรี – เป็นแบบอย่างที่ดี นอภ.สัตหีบ จัดรถส่งยายกลับบ้านไม่ถูก หลังมาทำบัตร ปชช.

พ่อเมืองสัตหีบ เห็นคุณยายติดต่อราชการกับอำเภอสัตหีบเสร็จยืนเก้ๆกังๆ กลับบ้านไม่ถูกสอบถามรอรถ จยย.รับ จ้างขาประจำไม่มา สั่ง อส.อำภอสัตหีบส่งกลับบ้าน

         เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันนี้ 27 ก.ย.62 นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจาก จนท.บริการประชา ชนและผู้สูงวัย ซึ่งจัดจากทีมงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งวันนี้เป็นหน้าที่ของนายครรชิต​ รอดเสถียร​ ผช.ผู้ใหญ่บ้าน ม.2​ ต.บางเสร่ ทำหน้าที่ให้บริการประชาชนประจำวัน แจ้งว่าเมื่อตอนสายๆ ของวันนี้ เห็นยายคนหนึ่งมาติดต่องานที่อำเภอสัตหีบ เดินทางมาด้วย รถ จยย.รับ จ้าง เสร็จแล้วรอเรียกรถ จยย.รับจ้างคันเดิมเพื่อกลับบ้าน เห็นยายรออยู่นานถึง 1 ชม. จึงเข้าสอบถามทราบว่า รอรถ จยย. รับจ้างคันเดิมเพื่อกลับบ้าน เนื่องจากจำซอยเข้าบ้านตัวเองไม่ได้จึงต้องรอรถจยย.รับจ้างคันที่มาส่ง แต่รอประมาณ 1 ชม. แล้ว รถ จยย.รับจ้างคันดังกล่าวก็ยังไม่มาสักที นายอำเภอสัตหีบ ทราบข่าว จึงได้ให้สมาชิก อส. (อส. เอก) นำส่งจนถึงบ้าน

         จากการสอบถาม อส.เอก ทราบว่ายายเดินทางมาทำบัตรประชาชนใหม่ แต่จำซอยกลับเข้าบ้านตนเองไม่ได้ อส. เอก จึงได้ช่วยสอบถามและหาทางเข้าบ้านคุณยายอยู่พักใหญ่จนถึงบ้าน “ อส เอก ยังได้กล่าวอีกว่า ถึงแม้จะช้าแต่ก็ถึงครับ”

          น้ำใจของพ่อเมืองสัตหีบ นายอนุชาอินทศร ที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชา ชนในทุกระดับชั้น ด้วยทีมงาน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และลูกบ้านตลอดจน อส. อำเภอสัตหีบ ที่เข้มแข็ง จึงได้รับคำชมเสมอมา ดีใจแทนท่าน ภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ด้วยครับ มีทีมงานระดับอำเภอที่เข้มแข็งอย่างนี้

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ขอบคุณ ภาพ/ข่าว จากทีมงานข่าวอำเภอสัตหีบ

ชลบุรี – ทหารผ่านศึกย้อนรำลึก อดีตนักรบนาวิกโยธิน

          เมื่อ 27 พ.ย.62 เวลา 09.00 น. พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันท์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) มอบหมายให้ พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก รองผบ.นย.เป็นผู้แทน ให้การต้อนรับ คณะสมาคมทหารผ่านศึก 4 จว.ภาคใต้ (กระบี่ พังงา ตรัง และภูเก็ต) ณ พิพิธ ภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในโอกาสเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการ และฟังบรรยายสรุปของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ตาม “โครงการเพิ่มศักยภาพสมรรถนะทหารผ่านศึกและบุคลากร 4 จังหวัด ฝั่งอันดามัน”

         พลเรือตรี กิตติคุณ นาคสุก กล่าวว่าทหารผ่านศึกเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นอดีตทหารนาวิกโยธิน และเคยผ่านการปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดนของหน่วยบัญชา การนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มาแล้วทั้งสิ้น นับโครงการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเหล่าทหารกล้าทุกนาย ที่ได้เสียสละและบำเพ็ญตนเป็นจิตอาสาเพื่อประ โยชน์ของสังคม

          ในการนี้ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้สนับสนุน ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม การบรรยายสรุปให้ได้รับทราบถึงทหารนาวิกโยธินยุคใหม่ และสนับสนุนการทดสอบกำลังใจกระโดดหอสูง ให้กับคณะฯ เพื่อให้ทหารผ่านศึกทุกนายได้รำลึกถึงความเป็นทหารนาวิกโยธินในอดีต อีกครั้ง

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909545645

กฟผ. นำสื่อมวลชน ร่วมสัมนาเชิงประจักษ์และทำกิจกรรม CSR ในพื้นที่ภาคเหนือ

           การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานโครงการสัมมนาเชิงประจักษ์เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งานพร้อมนำคณะ ร่วมทำกิจกรรม CSR บริจาคอุปกรณ์การศึกษาให้แก่เด็กดอยและสร้างฝายหินทิ้งตามลำธารรักษาความชุ่มชื้นของธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือ

         นายพิศิษฐ์ ธรรมศักดิ์จินดา ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าเสื่อมสภาพอายุการใช้งาน-บริหาร และนางสุภาวิณี นาควิเชตร หัวหน้าหมวดประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ กฟผ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สื่อมวลชนนครสวรรค์ ขอนแก่น และชลบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมศึกษาดูงานที่โรงไฟฟ้าเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และโรงไฟฟ้าบ้านขุนกลาง จังหวัดเชียง ใหม่ เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าดีเซล (โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง) จังหวัดแม่ฮ่องสอน และโรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก

         นอกจากคณะได้รับทราบและแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดและสร้างความเข้าใจในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้ว ยังได้นำคณะฯ และสื่อมวลชนร่วมทำกิจกรรม CSR มอบอุปกรณ์การเรียน การสอนให้กับเด็กและเยาวชน โรงเรียนบ้านน้ำเพียงดิน ณ อาคารบ้านห้วยปูแดง ห้วยเสือเฒ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน และกิจกรรมร่วมสร้างฝายผสมผสานแบบหินทิ้ง ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในกิจกรรม 100 ฝาย ถวายองค์ราชันย์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเสือดำของเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา

         นายพิศิษฐ์ ธรรมศักดิ์จินดา กล่าวว่าการศึกษาดูงานโครง การ “สัมมนาเชิงประจักษ์” เพื่อติดตามความคืบหน้าการ ดำเนินงานโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของเมืองต่างๆ ความต้องการใช้ไฟฟ้าในกิจการต่างๆ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย ต้องจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยจัดหาแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งให้กับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อนำไปให้บริการประชาชนตามความต้องการใช้ไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่

          ส่วนแหล่งผลิตไฟฟ้า จะได้มาจากพลังงานหลายประเภท ทั้งพลังงานจากถ่านหิน พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมจากกังหันลม พลังงานน้ำจากเขื่อนต่างๆ และบางส่วนต้องซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาจากแหล่งผลิตหลายแห่งทั่วประเทศ จะมีการส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ไปยังการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระจายต่อไปให้บริการแก่ประชาชนในหมู่บ้าน / ชุมชน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

          ดังนั้นเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ถึงสถานการณ์แหล่งพลังงานไฟฟ้า ระบบการส่งกระแสไฟฟ้า การดูแลแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและประชาชนให้อยู่อย่างสมดุล เกื้อกูลกัน อย่างยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงประจักษ์ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในการผลิตและใช้พลังงานไฟฟ้าให้กับคณะสื่อมวลชนขึ้นในครั้งนี้ “นายพิศิษฐ์ ธรรมศักดิ์จินดา” ได้กล่าวในตอนท้าย

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี รายงาน 0909535645

รับขวัญ ลูกช้างพังกอแก้ว พังที่ 91 ของสวนนงนุชพัทยา

          ที่ปางช้างสวนงนุชพัทยา อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้เป็นประธานประกอบพิธีรับขวัญช้างพังแรกเกิด ลูกช้างพังกอหญ้า วัย 8 ปี หลังผสมพันธุ์กับพลายไม้เมือง อายุ 19 ปี ที่ตกลูกออกมาในช่วงเวลา 01.55 น. ของวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 โดยมี พนักงานและควาญช้างเข้าร่วมในพิธี

          โดยการรับขวัญลูกช้างแรกเกิดในครั้งนี้ทางสวนนงนุชได้จัดขบวนคาบาเร่ คาร์นิวัล หลากหลายสีสัน ซึ่งสร้างสีสันและความคึกครื้น ท่ามกลางฝูงช้างที่มาร่วมสนุกเต้นรับขวัญลูกช้างรุ่นน้องสมาชิกใหม่ในปางช้าง

          โดยในพิธีรับขวัญช้าง ได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต ทำพิธีสวดชัยมงคลคาถา เจิมหน้าผากรับขวัญลูกช้าง ประพรมน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้มีการตั้งชื่อลูกช้างเชือกนี้ว่า “พังแสงกอแก้ว” ท่ามกลางความชื่นมื่นยินดีของคณะผู้บริหาร และควาญผู้ดูแลช้าง

          นายกัมพล กล่าวว่า สำหรับลูกข้างพังกอแก้ว ถือเป็นลูกช้างพังที่ 91 ของสวนนนุช พัทยา และเป็นพังที่ 5 ของปี 2562 ซึ่งลูกช้างพังกอแก้วที่พึงลืมตาดูโลก นั้นทางสวนนงนุชพัทยามีความรู้สึกยินดี แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงลูกช้าง แม้จะมีสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด จึงได้จัดทีมสัตวแพทย์เข้าตรวจสุขภาพ เฝ้าดูการเจริญเติบโตในช่วงแรกจนกว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งในไม่ช้าจะนำลูกช้างพังกอแก้วออกไปให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323