ไทย – จีน ย้ำสัมพันธ์พี่น้อง เดินหน้าความร่วมมือ อย่างเป็นรูปธรรม

         เมื่อวันที่ (27 พฤศจิกายน 2562) เวลา 14.00 น. ณ ห้องรับรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตรฯ) ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายหวัง เสี่ยวหง (H.E. Mr. Wang Xiaohong) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

         รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับ ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ ครั้งที่ 13 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมยินดีที่รัฐมนตรีฯ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมรักษาความปลอดภัยพิเศษ (Special Security Bureau) อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย – จีน เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือ เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ให้มีความเป็นรูปธรรมในทุกมิติบนพื้นฐานของหลักการ 3 Ms – ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน (mutual trust), ความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect), และผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit)

         ด้านรัฐมนตรีฯ กล่าวยินดีกับพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีความแน่นแฟ้นและรอบด้าน โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสีฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญมิตรภาพของสาธารณรัฐประชาชนจีนแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณประชาชนจีน อีกทั้งนายกรัฐมนตรีหลี่ฯ ยังได้ฝากความปรารถนาดีมายังรองนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในทุกระดับระหว่างทั้งสองประเทศเป็นอย่างมาก

          ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างและยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงและทางทหารให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบให้เสริมสร้างความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การต่อต้านการก่อการร้าย ความร่วมมือทางอาญา และการต่อต้านการฟอกเงินรวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย

“PMU พบ ประชาคมวิจัย”

          “PMU พบประชาคมวิจัย” เป็นการเปิดเวทีทำความเข้าใจระหว่างหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU) เกี่ยวกับภาพรวมในการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมในบริบทของประเทศ การดำเนินงานแนะรายละเอียดการให้ทุนวิจัยและนวัต กรรมปี 2563 – ปี 2564 และขอบข่ายการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมของ PMU รวมถึงการตอบประเด็นซักถามต่างๆ ของประชาคมวิจัย

          สืบเนื่องมาจากระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีการออกแบบแนวทางการสนับสนุนงบประมาณวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศที่สอดรับกับ “นโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2563–2570” เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยในปี พ.ศ. 2563 และ 2564 ได้กำหนดให้มี 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่
1) การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้
2) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม
3) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสมารถการแข่งขัน
4) การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ

          ตลอดจนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) และมี 16 โปรแกรม ผ่านกลไกสำคัญในการบริหารงบประมาณวิจัยโดยมีหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (Program Management Unit, PMU) ประกอบด้วย

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)
  3. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.)
  4. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
  5. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)
  6. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประทศ (บพข.)
  7. และหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

          ซึ่งทั้ง 7 หน่วยได้เห็นควรให้มีการประชุมชี้แจงเพื่อร่วมกันในการสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม (PMU)

          การจัดประชุมชี้แจง “PMU พบประชาคมวิจัย” ในครั้งนี้ จะทำให้ประชาคมวิจัยเข้าใจในการดำเนินงานและกลไกการบริหารจัดการทุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงสามารถดำเนินการตามแผนงาน/โครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กก.2​ สืบสวน​ตม. รวบแก๊งชาวจีน ตบตาคนไทย แกล้งใบ้ หูหนวก ขอเงินรักษามะเร็ง

กก.2​ สืบสวน​ตม.รวบแก๊งชาวจีน ตบตาคนไทย แกล้งใบ้ หูหนวก ขอเงินรักษามะเร็ง พบบินขอทานหลายที่ทั้ง ไทย มาเลย์ เวียดนาม

         วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.กฤชมง กุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวกลุ่มแก๊งชาวจีนแสบ แสร้งทำเป็นใบ้ หูหนวก ถือป้ายหลอกเป็นโรคร้าย ขอเงินนักท่องเที่ยว ตระเวนทำในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม สลับกันไป

         พล.ต.ต.พรชัยฯ​ กล่าว​ว่า​ สืบเนื่องมาจาก กก.2 บก.สส. สตม. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ดำเนินการกับกลุ่มแก๊งชาวจีน ที่เข้ามารบเร้านักท่องเที่ยว โดยการเดินถือป้ายข้อ ความต่างๆ และแสร้งทำเป็นคนใบ้ หูหนวก เรียกความสงสาร สร้างความตระหนกตกใจและความเดือดร้อนต่อนักท่องเที่ยว

         โดยเมื่อวันที่​ 19 พ.ย.62​ เจ้าหน้าที่จึงได้ลงพื้นที่สืบหากลุ่มบุคคลดังกล่าว ย่านสุขุมวิท​พระโขนง จนกระทั่งพบ นายตันฯ อายุ 61 ปี สัญชาติ จีน ขณะเรี่ยไรขอเงินบุคคลทั่วไป โดยถือป้ายมีข้อ ความว่า “ขอความช่วยเหลือ ภรรยาของฉันป่วยเป็นมะเร็งเม็ดโลหิตขาว รักษาอยู่ในโรงพยาบาลต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก จึงวอนขอความช่วยเหลือจากท่านทั้งหลาย”

         จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ นายตันฯ ใช้ภาษามือบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเป็นใบ้ หูหนวกไม่ได้ยินเสียง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังล่ามภาษาจีน ภายหลังรับว่าตนเองไม่ได้เป็นใบ้ หูหนวก แต่อย่างใดและภรรยาก็ไม่ได้ป่วยตามที่กล่าวอ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้สืบสวนขยายผล ทราบว่ามีเพื่อนร่วมแก๊งอีกหลายคน อาศัยโรงแรมย่านสถานีรถไฟหัวลำ โพง จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบโรงแรมดังกล่าว พบเพื่อนร่วมแก๊งขอทานชาวจีนอีกจำนวน 3 ราย ภายในห้องพักกำลังนั่งจับกลุ่มดื่มเบียร์ พบเศษก้นบุหรี่จำนวนมาก และพบไพ่หลายสำรับ รับสารภาพว่าเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขอทาน ได้นำมาเล่นการพนันไพ่กัน และให้การต่อไปว่ารายได้จากการพนันเฉลี่ยวันละ 2,500 บาท

         ขอทานชาวจีนกลุ่มนี้มาจาก มณฑลหูเป่ย​ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เดินทางโดยเครื่องบินไปขอทานในหลายประเทศ เช่น ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม สลับกันไป ดังนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีในข้อหา “กระทำการอันเป็นขอทาน” พร้อมได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ด้วยเหตุผล “ไม่มีปัจจัยยังชีพตามควรแก่กรณีที่เข้ามาในราชอาณาจักร” จากนั้นจะได้ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

         สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใคร่ขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร้านทองแท้ “ออโรร่า” รับรางวัล Brand of The Year 3 ปีซ้อนจาก World Branding Awards

ร้านทองแท้ “ออโรร่า” รับรางวัล Brand of The Year 3 ปีซ้อนจาก World Branding Awards

         ร้านทองแท้ ออโรร่า (Aurora) ผู้นำธุรกิจทองคำรูปพรรณและเพชร ได้สร้างประวัติศาสตร์ เป็นร้านค้าทองและจิวเวลรี่ แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทย ที่สามารถคว้ารางวัลการันตีความเชื่อมั่นระดับโลก “สุดยอดแบรนด์แห่งปี (Brand of The Year) จากเวทีเวิลด์ แบรนด์ดิ้ง อวอร์ด 2019 (World Branding Awards 2019) ได้ถึง 3 ปีซ้อน ทาง เวิลด์ แบรนด์ดิ้ง ฟอรั่ม (World Branding Forum) องค์กรไม่แสวงผลกำไร สถาบันระดับโลกจากสหราชอาณาจักรได้จัดงานเวิลด์ แบรนด์ ดิ้ง อวอร์ด 2019 (World Branding Awards 2019) ณ พระราชวังเคนซิงตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ​ขึ้น เพื่อมุ่งยกระดับมาตร ฐาน การสร้างแบรนด์เป็นประโยชน์ทั้งต่อภาคธุรกิจ และต่อผู้บริโภค

          ซึ่งผู้ชนะรางวัล “สุดยอดแบรนด์แห่งปี” (Brand of the year) ในสาขาต่างๆ จะได้รับการตัดสินโดยผ่านการให้คะแนนจาก 3 หมวด ได้แก่

  • การประเมินแบรนด์ (Brand Evaluation) ในสัดส่วน 30%
  • การวิจัยตลาดผู้บริโภค (Consumer Market Research) สัดส่วน 30%
  • และการเปิดโหวตออนไลน์ ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมลงคะแนน 40%

โดยแบ่งรางวัลเป็นระดับต่างๆ คือ รางวัลระดับโลก (Global Award), รางวัลระดับภูมิภาค (Regional Award) และรางวัลระดับประเทศ (National Award)

         เมื่อเร็วๆนี้ นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ผู้นำธุรกิจทองคำรูปพรรณ และแบรนด์ ร้านทองแท้ “ออโรร่า (Aurora)” ได้เดินทางเข้ารับรางวัล “สุดยอดแบรนด์แห่งปี” จาก มร.ริชาร์ด โรลส์ ประธานเวิลด์ แบรนด์ดิ้ง ฟอรั่ม ในฐานะผู้ให้บริการธุรกิจทองคำรูปพรรณ เพียงหนึ่งเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภค ซึ่งปีนี้ถือเป็นการรับรางวัลปีที่ 3 ติดต่อกัน

         นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม เปิดเผยว่า “นับเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ ที่ได้รับรางวัลระดับโลกนี้อีกครั้ง สุดยอดแบรนด์แห่งปี 2019 จากเวที เวิลด์ แบรนด์ดิ้ง อวอร์ด การที่ร้านทองแท้ “ออโรร่า” เป็นแบรนด์ไทยรายเดียวในไทยได้รับรางวัลต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปีนั้น เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความสำเร็จของร้านทองแท้ “ออโรร่า” เป็นแบรนด์ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งนอกเหนือจากความภูมิใจ สำหรับบริษัทไทยที่สามารถสะท้อนคุณภาพมาตรฐานร้านทองไทยในสายตานานา ชาติแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จะทุ่มเทพัฒนามาตรฐานสินค้าบริการ เพื่อตอบโจทย์ตรงใจความต้องการของลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง”

         ทั้งนี้ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ผู้นำธุรกิจทองคำรูปพรรณ และแบรนด์ร้านทองแท้ “ออโรร่า (Aurora)” ก้าวสู่ความเป็นมาตรฐานสากลระดับโลกมาตลอดระยะเวลา 46 ปี ในการดำเนินธุรกิจค้าทอง และเครื่องประดับในประเทศไทย จนมีสาขาครอบคลุมทั่วไทยกว่า 210 สาขา ซึ่งในงานเวิลด์ แบรนด์ดิ้ง อวอร์ด 2019 (World Branding Awards 2019) มีแบรนด์ที่เสนอชื่อเข้าชิงกว่า 4,500 แบรนด์ จาก 57 ประเทศทั่วโลก แต่มี แบรนด์ยอดเยี่ยมได้รับรางวัล World Branding Awards รวม 270 แบรนด์ จาก 33 ประเทศทั่วโลก

          “เกณฑ์การตัดสินรางวัลในครั้งนี้ นอกเหนือจากการประเมินแบรนด์จากคณะกรรมการแล้ว ยังเป็นการพิจารณาจากคะแนนและผลโหวตของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ซึ่งต้องขอขอบคุณลูกค้าสำหรับความไว้วางใจจนทำให้ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติในครั้งนี้” นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม กล่าวปิดท้าย

         ปัจจุบัน ร้านทองแท้ออโรร่า ถือเป็นร้านค้าทองที่ได้รับความ เชื่อถือและเชื่อมั่นในใจผู้บริโภคทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งพิสูจน์ได้จากจำนวนสาขาที่เติบโตอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปีตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับประเทศ และมีลูกค้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศที่กล้าการันตีคุณภาพด้วยใบรับประกันสินค้าถึง 3 ใบ ได้แก่ ใบรับประกันทอง คำแท้ 96.5% ,ใบรับประกันราคารับซื้อทองคำคืนราคาสูงสุดของประเทศ, และใบรับประกันล้าง ซ่อม ต่อ ฟรี ตลอดอายุการใช้งาน ลูกค้าทุกคนจึงมั่นใจและเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าระดับโลก ควบคู่กับการให้บริการจากพนักงานทุกท่านที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีมารยาท ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อทองคำและเพชรได้อย่างเชี่ยวชาญ ผ่านแนวคิด ออโรร่า แคร์ (Aurora Care) ที่เน้นให้บริการด้วยความใส่ใจ ดูแลลูกค้าทุกท่านได้ดียิ่งกว่า

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน​ตม. รวบครูหนุ่มสอนภาษาชาวอินเดีย ก่อเหตุอนาจารหญิงไทย ใน HOSTEL ย่านพญาไท

สืบสวน​ตม.รวบครูหนุ่มสอนภาษาชาวอินเดีย ก่อเหตุอนาจารหญิงไทย ใน HOSTEL ย่านพญาไท

         วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.มานะ นาคทั่ง รองผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รองผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ รองผบก.ปส.3 ปฏิบัติราชการ สตม., พ.ต.อ. พงษ์นคร นครสันติภาพ รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ปฏิญญา จีรชนาสิน ผกก.กก.4​บก.สส.สตม., พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้าย ชาวต่างชาติก่อเหตุอนาจารใน HOSTEL

          เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562​ กองบังคับการสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานข้อมูลจาก สน.พญาไท ว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 357/2562 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2562 ข้อหา “กระทำอนาจาร” ขอให้ชุดปฏิบัติการฯ กก.4 บก.สส.สตม.ร่วมสืบสวนจับกุมเพื่อดำเนินคดี ซึ่งต่อมาชุดสืบสวนกองกำกับการ 4​ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ​ BIOMETRICS และ ระบบ PIBICS สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทำงาน​ โดยพักอาศัยอยู่ใน จ.ตรัง จึงร่วมกับ ตม.จังหวัดตรัง​ และสน.พญาไท​ แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมหมายจับศาลอาญาที่ 357/2562 ลงวันที่ 1 มีนาคม​ 2562 ข้อหา “กระทำอนาจาร” ให้กับผู้ถูกจับกุมตรวจสอบ จากการสอบถามผู้ถูกจับกุมยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา​ และสิทธิ์ให้ทราบ นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

         จากพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ เข้าพักใน HOSTEL แห่งหนึ่งในพื้นที่ สน. พญาไท โดยผู้ต้องหาพัก​ และก่อเหตุอนาจารต่อผู้เสียหาย ในห้องพักรวมชาย-หญิง ของ HOSTEL ผู้เสียหายหวาดกลัวและตกใจจึงได้หนีออกมาจากห้องพัก เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

          จึงขอแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวและทำธุระในประเทศไทยว่า โปรดใช้ความระมัดระวังในการเลือกใช้บริการห้องพักประเภทห้องพัก ระมัดระวังทรัพย์สินส่วนตัว และหมั่นสังเกตุ​บุคคลแปลกหน้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุต่างๆเบื้องต้น

         พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำ ความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ​ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี หวิดดับ หญิงขับรถป้ายแดงเข้าเกียร์ผิด รถค้างอยู่ชั้น 4 ลานจอดรถ

นนทบุรี หวิดดับ หญิงขับรถป้ายแดงเข้าเกียร์ผิดรถค้างอยู่ชั้น 4 ลานจอดรถ

         เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 28 พ.ย.62 ร.ต.อ.หญิง รัชนก บุญนำ รองสารวัตร ( สอบสวน ) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งค้างอยุ่บนอาคารจอดรถบริเวณชั้น 4 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เลขที่ 88 /24 ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ

          ที่เกิดเหตุเป็นอาคารจอดรถรถสูง 6 ชั้นบริเวณ ชั้น a4 พบรถเก๋งป้ายแดงยี่ห้อ Toyota รุ่น hrv สีขาวบริเวณล้อหลังยื่นออกมานอกอาคารบริเวณประตูด้านคนขับได้รับความเสียหายที่จับหักขอบกำแพงปูนกั้นอาคารจอดรถแตกหักหล่นลงไปด้านล่าง

         จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เครื่องมือแพทย์ผู้ขับขี่ ( ไม่เปิดเผยชื่อ ) ผู้เสียหายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 08.00 น.ได้ขับรถมาทำงานตามปกติ ถอยรถจอดประตูด้านข้างไปเฉี่ยวชนกับข้างเสาปูนตกใจจะเหยียบเบรค ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าเหยียบผิดหรือเปล่า หลังเกิดเหตุออกจากรถไม่ได้มีคนมาช่วยเปิดประตูให้ รถคันนี้ซื้อมาประมาณ 1 เดือนกว่าโชคดีที่ไม่ตกลงไปข้างล่าง

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

สนง.ธกส.จังหวัดเพชรบูรณ์จัดอบรมโครงการพัฒนาทายาทเกษตรและsmart farmers 4.0​

สนง.ธกส.จังหวัดเพชรบูรณ์จัดอบรมโครงการพัฒนาทายาทเกษตรและsmart farmers 4.0​

         ที่ห้องประชุม​วิทยาลัยการอาชีพชนแดน​ อ.ชนแดน​ จ.เพชร บูรณ์​ นายสุเทพ​ ศรีวิบูลย์รัตนา​ ผจก.ธกส.สาขาชนแดน​ เป็นประ ธาน เปิดโครงการพัฒนา​ทายาท​เกษตรกร​ และ​ smart farmers 4.0​ ตามที่​ ธนาคาร​ ธกส.​กำหนดวิสัยทัศน์​เป็นธนาคารพัฒนาชน บทที่มั่นคง​ มีการจัดการที่ทันสมัย​ให้บริการทางการเงิน​ครบวงจร​เพื่อยกระดับ​คุณภาพชีวิต​ของเกษตรกร​อย่างยั่งยืน​และกำหนดยุทธศาสตร์​เพิ่มขีดความสามารถ​ภาคเกษตรไทย

         ดังนั้น​ สำนักงาน​ ธกส.เพชรบูรณ์​จึงได้จัดการอบรมให้เกษตรกรและทายาทเกษตรกร​เพื่อสร้างศักยภาพ​ให้เกษตรกรลูกค้ารายใหม่และทายาทเกษตรกร​ในการประกอบอาชีพเกษตร กรรม​ รวมทั้งพัฒนา​เกษตรกร​ให้มีศักย​ภาพ​ในการพัฒนา​ต่อยอดสามารถประยุกต์​ใช้ความรู้​ เทคโนโลยี​และนวัตกรรม​ในการประกอบอาชีพ​ ส่งเสริมการปรับโครงสร้างการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม​ สนับสนุนการพัฒนา​ประชาชนผู้มีรายได้น้อยหรือมีหนี้นอกระบบให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน​ และพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน​ รู้จักการจัดการทางการเงิน​เพื่อลดต้นทุน​การผลิตและการเพิ่มรายได้​

           โดยดำเนินการอบรม​ จำนวน​ 5 ​รุ่นๆ ละ​ 80​ คน​ ดำเนินการอบรมในช่วงเดือนพฤศจิกายน​-ธันวาคม​ 2562​ โดยการอบรมครั้งนี้​เป็นรุ่นที่​ 5​ ระหว่างวันที่​ 28-29​ พฤศจิกายน​ 2562​ มีเกษตรกร​และทายาทเกษตรกร​ที่สนใจเข้าร่วมในการอบรม​ จำนวน​ 80 คน

มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

จันทบุรี – ฌอห์ณ อดิเทพ ตัวแทนนักศึกษาไทย เตรียมตัวเดินทางเข้าชิง Best Model of The world ที่ตุรกี

จันทบุรี-ฌอห์ณ อดิเทพ ตัวแทนนักศึกษาไทย เตรียมตัวเดินทางเข้าชิง Best Model of The world ที่ตุรกี เข้าสักการะสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พร้อมขอพรอธิการรำไพฯก่อน

          นายอดิเทพ อุ่มมล หรือ ฌอห์ณ นักศึกษาคณะนิเทศาสตร์ มหา วิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี หนุ่มจังหวัดจันทบุรี จากหมู่บ้านเสม็ดงาม เจ้าของตำแหน่ง รองอันดับ2 Mister Star Thailand 2019 และตำแหน่งเยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global และเจ้าของตำแหน่ง Mister Best Model Thailand 2019 เดินทางมาสักการะพระบรมชินยานุสาวรีย์ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 หลังจากนั้นเข้าพบอธิการบดีมหาวิทยาลัยราขภัฏรำไพพรรณี รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ เพื่อขอพรก่อนเดินทางไปประกวดBest Model of The world ที่ประเทศตุรกีในวันที 28 พย.-8 ธค 2562

          รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราขภัฏรำไพพรรณี ขอให้มีความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจทำให้ดีที่สุดและ ตั้งมั่นอยู่บนความกตัญญู ซึ่งจะส่งผลให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ขอให้สู้เต็มความสามารถและนำชัยชนะกลับมาให้ประเทศไทย” รศ.พอพันธ์ สุทธิวัฒนะ อธิการบดีกล่าว

          ทั้งนี้ผศ.ดร.จำเริญ คังคะศรี คณบดีคณะนิเทศศาสตร์กล่าว คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มีความภูมิใจในความตั้งใจของนักศึกษาและขอส่งกำลังใจให้ไปคว้ารางวัลกลับมาเพื่อความภูมิใจของเมืองไทยและชาวจันทบุรี รวมถึงน้องๆคณะนิเทศศาสตร์ได้ส่งกำลังใจ และรอการกลับมาพร้อมแสดงความยินดีล่วงหน้า”

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประชาสัมพันธ์งานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และกาชาดจังหวัดจันทบุรี ที่ย้ายสถานที่จัดงาน

จ.จันทบุรี ประชุมกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการ ประชาสัมพันธ์งานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และกาชาดจังหวัดจันทบุรี ที่ย้ายสถานที่จัดงาน

         วันนี้ ( 28 พ.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม กรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดจันทบุรี ประจำเดือนพฤศจิกายน 2562 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานโครง การต่างๆ ของส่วนราชการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล รับทราบปัญหา อุปสรรค วางแผนเตรียมการจัดโครงการ กิจกรรม ที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนต่อไป วางแผนเตรียมการจัดโครงการ กิจกรรม ที่ส่วนราชการต่าง ๆ จะจัด อาทิ การจัดกิจกรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562 / กิจกรรมในช่วงพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และการจัดงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึกและกาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ที่ปีนี้ย้ายสถานที่จัดงานจากสวนสาธารณะทุ่งนาเชย ไปยังสวนสาธารณะพระยืน

         โอกาสเดียวกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานมอบใบเกียรติคุณชมเชยการดำเนินโครงการกองทุนการออมแห่งชาติของจังหวัดจันทบุรี ให้กับอำเภอที่มีผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย ร้อยละ 100 จำนวน 3 อำเภอ คือ อ.โป่งน้ำร้อน,อ.แหลมสิงห์, อ.แก่งหางแมว / มอบเกียรติบัตรการส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไทยหรือผ้าพื้นเมือง ประจำเดือน พ.ย.62 / มอบเกียรติบัตรการส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ประจำปี 2562 /แนะนำข้าราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในจังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย นางสาวธารารัตน์ โพธิ์ศรี เกษตรและสหกรณ์จังหวัด / นางรัชนี ระสะพันธ์ ขนส่งจังหวัด / นายวุฒิภัทร ศรีนวลนัด หัวหน้าสำนักงานตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ และ นางสาวเมลดา วัชรโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดจันทบุรี

         และในโอกาสนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี ได้นำหน่วยแพทย์ออกมาให้บริการตรวจสุขภาพฟรี แก่ผู้เข้าร่วมประชุม มีการให้บริการตรวจเบาหวานหาค่าน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิต และตรวจสุขภาพดวงตา

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ตำรวจดงหลวงบุกจับ ผู้ต้องหาเปิดกระท่อมปลายนา ค้ายานรก ให้วัยรุ่นมั่วสุมเสพยา 1,433 เม็ด

มุกดาหาร ตำรวจดงหลวง นำกำลังปิดล้อมกระท่อมปลายนาบุกจับผู้ต้องหา เปิดกระท่อมปลายนา ค้ายาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมกันเสพยา ส่งเสียงดังจากรถจักรยานยนต์เข้าออกในหมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน แจ้งจับได้ผู้ต้องหา 1 รายพร้อมยาบ้า 1,433 เม็ด

         เมื่อกลางดึกของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.ท.ทองสุข ไชยวงจันทร์ รอง ผกก.สภ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าอยู่ที่กระท่อมปลายนาทิศใต้ของบ้านดงหลวง ม.3 ต.ดงหลวง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร จะมีวัยรุ่นแวะเวียนเข้ามามั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่เป็นประจำ โดยมีกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้านขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้า-ออก ในหมู่บ้านส่งเสียงดังทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้ชาวบ้านอยู่แบบหวาดกลัวลูกหลานอยู่ในหมู่บ้านไม่ปลอดภัย

         จึงสั่งการให้ชุดสืบนำกำลังเข้าตรวจสอบที่กระท่อมดังกล่าว พบชายสวมเสื้อสีแดงกำลังยืนรอรับกลุ่มวัยรุ่น โดยชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งหนีเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมไว้ได้ทราบชื่อนายสรศักดิ์ ศิริวงค์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 196 ม.3 ต.ดงหลวง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นเจ้าของกระท่อมตรวจค้นในกระเป๋ากางเกงพบยาบ้าจำนวน 33 เม็ด จึงนำตัวมาที่กระท่อมดังกล่าวตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

         ตรวจค้นใต้เบาะรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า สีน้ำเงินหมายเลขทะเบียน 1กข-7996 มุกดาหาร เป็นรถของผู้ต้องหาจอดอยู่หน้ากระท่อม ตรวจค้นใต้เบาะพบยาบ้าซุกใต้เบาะ จำนวน 1,400 เม็ด รวมจำนวนยาบ้า 1,433 เม็ด

         สอบสวนผู้ต้องหารับสภาพว่าพึ่งไปรับยาบ้ามาจากเครือข่าย แห่งหนึ่งมาเตรียมรอกลุ่มวัยรุ่นมาซื้อเสพแต่มาถูกจับเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวงเพื่อขยายผลตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777