ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังป้องกันชายแดน “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่ จ.นครพนม

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.69 ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 บ.ปากห้วยม่วง ม.2 ต.นาเข อ.บ้านแพง จ.นครพนม พล.ต.มงคล หอทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลัง ป้องกันชายแดน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผบ.ฉก.ทพ.21, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 และ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 พร้อมกำลังพลของหน่วย ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ “คุมเข้มซีลชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมายชายแดนไทย-ลาว เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยในพื้นที่ เน้นย้ำงานตามนโยบาย ในการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด บูรณาการด้านการข่าวกับทุกภาคส่วน เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ในการสกัดกั้น การเฝ้าตรวจและป้องกันชาย แดน การจัดระเบียบพื้นที่ และการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง การลักลอบนำเข้ายาเสพติด จากขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสิ่งของผิดกฎหมาย ตลอดจนแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ผิดกฎหมาย คุมเข้มการป้องกันเฝ้าระวัง ทั้งทางบกและทางน้ำ ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม ช่องทางธรรมชาติ ตามแนวชายแดน และการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมไปถึงการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ (Scammer) รวมไปถึงการให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ในทุกมิติ ในพื้นที่รับผิดชอบ

ในโอกาสนี้ ผู้ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชาย แดนไทย-ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม ยาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนตามแนวชายแดนไทย-ลาวในทุกสถานการณ์ และรับประทานอาหารร่วมกับกำลังพลสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความภูมิใจให้กับกำลังป้องกันชายแดนทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอย่างไม่ย่อท้อเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติไทยสืบไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทคโนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

“กองทัพภาคที่ 2” เปิดศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ ยกระดับเทค โนโลยีเพื่อภารกิจความมั่นคงและการช่วยเหลือประชาชน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์พัฒนาและซ่อมบำรุงอากาศยานไร้คนขับ (เฉพาะกิจ) ศปก.ทภ.2” ณ กองพันทหารสื่อสารที่ 22 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีให้กับกำลังพล ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ และ พัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลในการใช้อากาศยานไร้คนขับ

การจัดตั้งศูนย์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของกองทัพภาคที่ 2 ในการทำหน้าที่เป็นแกนหลักเพื่อขับเคลื่อนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในภารกิจทางทหาร ทั้งด้านการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงต่อกำลังพลในพื้นที่

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนศูนย์ดังกล่าวเป็นไปเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถภายในประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนในเชิงป้องกันและการกู้ภัย โดยพร้อมที่จะสนับสนุนในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเมื่อเกิดภัยต่างๆ

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ #กองพันทหารสื่อสารที่22 #สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ


พิษเศรษฐกิจน้ำมันแพง สงกรานต์ชาวมอญบางขันหมากเหงาหงอย

จังหวัดลพบุรี – ชาวไทยรามัญในจังหวัดลพบุรีร่วมกันจัดงานสืบสานประเพณีสง กรานต์มอญวัดอัมพวัน เพื่อบ่งบอกถึงชาติพันธุ์ ที่มีการอนุรักษ์ไว้อย่างเหนียวแน่น แม้ในปีนี้อาจจะดูเงียบเหงาจากเศรษฐกิจ และน้ำมันแพง

พระครูใบฎีกาปัญญาวุฒิ วุฑฒิโก ที่ปรึกษายุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน ได้เป็นประธานในการจัดงานสืบสานประเพณีสงกรานต์มอญ ณ วัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก จังหวัดลพบุรี สำหรับงานเทศกาลสงกรานต์มอญ นั้นถือเป็นชุมชนมอญที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรีที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของชุมชนไว้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการถ่ายทอดประเพณีอันดีงามไว้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้สืบทอดต่อไป โดยในปีนี้การจัดงานเป็นการรวามกลุ่มของชาวไทยรามัญที่พร้อมใจกันจัดขึ้นเอง ซึ่งมีกลุ่มยุวชนไทยรามัญบ้านบางขันหมากและกลุ่มชาวไทยเชื้อสายมอญได้จัดขึ้น

สำหรับในงานจะมีกิจกรรมและการละเล่นมากมาย ชายมอญต่างแต่งกายในชุดประจำชาติอย่างสวยงาม ผู้ชายนุ่งลอยชาย ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอกมวยผม คล้องสไบ ใส่ผ้านุ่งกรอมเท้า โดยมีการทำบุญตักบาตรถวายเพล ที่เรียกว่าสลากภัตด้วยการถวายข้าวแช่ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่ปัจจุบันจะหารับประทานยาก ชาวมอญจะทำกันในช่วงฤดูร้อน โดยผู้ที่มาทำบุญจะนำมาถวายตามหมายเลขของพระที่จับสลากได้ แสดงออกถึงว่าไม่เจาะจงพระองค์ใดองค์หนึ่ง

จากนั้นก็มีการก่อพระเจดีย์ทรายที่ถือว่าเป็นการนำทรายเข้าวัดเพราะการที่มาทำบุญแต่ละครั้งก็จะมีทรายติดตัวไปด้วยเพื่อการก่อพระเจดีย์ทราย เป็นการนำทรายเข้าวัด มีการละเล่นพื้นบ้าน พร้อมร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อขาวพระที่ชาวไทยเชื้อสายมอญเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก รวมทั้งสรงน้ำพระแบบใช้รางน้ำมีพระนั่งอยู่ในห้องให้ประชาชนได้สรงน้ำกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศในวันสงกรานต์ของมอญได้สนุกสนานขึ้นโดยในการจัดงานในปีนี้อาจจะดูเงีบบเหงา เพราะลูกหลานที่เดินทางไปทำงานในต่างจังหวัดไม่ได้กลับมาผลกระทบจากเศรษฐกิจ น้ำมันแพงแต่ชาวไทยเชื้อสายมอญในลพบุรีก็ยังคงจัดงานอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามไว้สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

นครราชสีมา – ระทึกกลางงาน หญิงฮีตสโตรก หลังอุณหภูมิทะลุ 40 องศา ขณะ รมว.พม ลงพื้นที่โคราชมอบสัญญาที่ดินช่วยผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมายัง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด ตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประ ชาชนผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้มีการมอบสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร พร้อมสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการระยะที่ 2 สำหรับจำนวน 29 ครัวเรือน วงเงิน 3,960,750 บาท นอกจากนี้ ยังได้มอบรถเข็นวีลแชร์ให้กับผู้พิการ จำนวน 1 คัน และร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารบ้านสวัสดิการชุมชน จำนวน 10 ห้อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยก่อนพิธีเปิดอาคาร ได้มีการจัดกิจกรรมผัดหมี่โคราชโชว์ สร้างสีสันและความสนใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มพิธีได้เกิดเหตุหญิงสาวรายหนึ่ง สวมเสื้อสีเขียวของกลุ่ม “ตนรักบ้านเกิดด่านขุนทด” เกิดอาการคล้ายฮีทสโตรก เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อรับการรักษา

ขณะเดียวกัน นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะตัวแทนเครือข่ายพัฒนาที่ดินและที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง รวมถึงเครือข่ายสลัมสี่ภาค และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

โดยข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำข้อเสนอของเครือข่ายไปกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อวางแผนแก้ไขปัญ หาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนผู้ด้อยโอกาส ให้ครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ปัญหาที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมายังมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินสาธารณะ ที่ดินอุทยานแห่งชาติ ที่ดินป่าสงวน ที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินของกรมธนารักษ์ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิ และมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีหรือถูกไล่ที่ จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งกำหนดนโยบายแก้ไขปัญหา โดยใช้รูปแบบโครงการบ้านมั่นคง และการจัดสิทธิในที่ดินทำกินให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังเสนอให้สานต่อนโยบายเดิมจากรัฐบาลก่อนหน้า ซึ่งได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากข้อจำกัดด้านระยะเวลา พร้อมเสนอให้มีการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และสนับสนุนงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯ คาดหวังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่น คงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนของชาวนครราชสีมา จะเร่งผลักดันนโยบายดังกล่าวอย่างจริง จัง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะโดยไม่ มีเอกสารสิทธิ ซึ่งมีอยู่ในหลายพื้นที่ อาทิ อำเภอบัวใหญ่ อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา


ภาพ ประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

นายทุนเงินกู้ดอดมอบตัว หลังห้าวบุกทำร้ายลูกหนี้ ยอมรับวู่วามไปหน่อย เจออ่วม 4 ข้อหา

นครพนม – นายทุนเงินกู้ดอดมอบตัว หลังห้าวบุกทำร้ายลูกหนี้ ยอมรับวู่วามไปหน่อย เจออ่วม 4 ข้อหา

วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. นายแมน (นามสมมติ) อายุ 55 ปี และ นายโบ้ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณี นายดำ (นามสมติ) อายุ 56 ปี ชาวบ้านดอนกลาง หมู่ 7 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุ พนม จ.นครพนม เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนฯ ว่า นายแมนปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 โดยได้ขอกู้เงินจำนวน 5,000 บาท ส่งวันละ 250 บาท 24 วัน รวมเป็นเงิน 6,000 บาท ซึ่งนายดำอ้างว่าได้ส่งทั้งต้นและดอกตามกำหนด เพิ่งค้างส่งเพียง 3 วันและขอพักส่งก่อน เพราะเป็นช่วงวันสงกรานต์ นายแมนไม่ยอมจึงมีปากเสียงและบุกตะลุมบอนกันถึงในบ้านของนายดำ เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 14 เมษายนที่ผ่าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว นายแมนยอมรับว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุนั้น พร้อมกับนายโบ้ได้มาหานายดำเพื่อติดตามทวงเงินที่ให้หยิบยืมไป แต่โต้เถียงเรื่องวันเวลาที่ค้างชำระเงินไม่ได้ โดยนายแมนอ้างว่าค้างชำระไป 6 วัน ส่วนผู้กู้อ้างว่าค้างชำระ 3 วัน จึงเป็นเหตุให้มีปากเสียง และทะเลาะวิวาทกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายแมนประกอบอาชีพทำสวนมะยงชิด พอมีรายได้ และไม่ได้เปิดเป็นบริษัทเงินกู้แต่อย่างใด ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน การกู้ยืมเงินก็ไม่ใช่เป็นครั้งแรก นายดำมักจะเอ่ยปากขอยืมนายแมนเป็นประจำ ในฐานะเป็นเพื่อน โดยไม่มีหลักทรัพย์อื่นใดเป็นการค้ำประกัน และนายแมนยอมรับว่ามีอารมณ์วู่วามจริง จึงพร้อมกับนายโบ้บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายดำถึงในเขตบริเวณบ้านจริง

โดย พ.ต.อ.แสวง คนคล่อง ผกก.สภ.ธาตุพนม ระบุว่าจากการสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุพยายามชี้แจงว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างคนรู้จักกัน โดยระบุว่าตนเองไม่ได้มีพฤติการณ์เป็นเจ้าหนี้เงินกู้มืออาชีพ แต่เป็นเพียงชาวบ้านทำสวนมะยงชิดที่มีรายได้มั่นคง และให้ผู้เสียหายกู้ยืมเงินด้วยความคุ้นเคยมาโดยตลอดโดยไม่มีการทำสัญญา เพราะตนและผู้เสียหายก็เป็นเพื่อนสนิทกัน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา กู้ยืมกันเป็นปกติวิสัย แต่ครั้งนี้เกิดการผิดนัดชำระหนี้จนเกิดปากเสียงรุนแรง จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการตะลุมบอนกันตามที่ปรากฎตามสื่อ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา และการใช้ความรุนแรงในการติดตามหนี้ พร้อมฝากเตือนประชาชนหากพบเห็นพฤติกรรมในลักษณะนี้ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที จากนั้นพนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันทำร้ายร่างกายฯ, ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 มาตรา 4(1) ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าเป็นปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่องกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 โดยผู้ต้องหาให้การรับทราบข้อกล่าวหาและรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจึงส่งตัวผู้ต้องหาดำ เนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคงจังหวัดนครพนม รายงาน

สาวหนุ่มวัยโจ๋ นับหมื่น แห่มาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองนครน่าน หลงจิงลู่ หัวเวียงใต้” วันสงกรานต์ 14 เม.ย. 69 วันสุดท้าย

น่าน – สาวหนุ่มวัยโจ๋ นับหมื่น แห่มาเล่นสาดน้ำสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองนครน่าน ม่วนแต๊ม่วนว่า ปะล้ำปะเหลือ ม่วนอ๊กม่วนใจ๋ปิ๊กบ้าน ถนน พญานาค มังกร เล่นน้ำปี๋ใหม่เมือง หลงจิงลู่ หัวเวียงใต้” วันสงกรานต์ 14 เมษายน 2569 ถนนเล่นน้ำสงกรานต์พื้นที่ใหม่ บรรยากาศความสนุกแบบจีนร่วมสมัยผสมกลิ่นอายชาวนครน่าน ครั้งที่ 1 ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2569 วันที่ สุดท้าย โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยระงับเหตุ

วันที่ 14 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา10.00 น.-19.00 น. ณ บริเวณถนนสาดน้ำสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองพื้นที่ใหม่ ถนนเส้นทางพญานาค มังกร เล่นน้ำปี๋ใหม่เมือง หลงจิงลู่ หัวเวียงใต้” วันสงกรานต์ 14 เมษายน 2569 วันสุดท้ายชองถนน พญานาค มังกรเล่นน้ำ ปีแรก โดย นายกรัณพฐิน ยุทธเรืองโรจน์ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารจังหวัดน่าน นายธนกร รัชตานนท์ ประธานศาลเจ้าปึงเถ่ากง นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ ร่วมกันจัดขึ้นเป็นปีแรก 2569 วันที่ วันที่ 3 วันสุดท้าย ถนนสุมนเทวราชบริเวณจัดงานจากสีดำกลายเป็นถนนดินสอพลอง ชุมฉ่ำด้วยน้ำแป้งดินสอพลอง

วันนี้เป็นวันสุดท้าย บริเวณถนนสาดน้ำสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองพื้นที่ใหม่ ถนนเส้นทางพญานาค มังกร เล่นน้ำปี๋ใหม่เมือง หลงจิงลู่ หัวเวียงใต้” แน่นขนาดชาวเมืองนครน่าน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวนครน่าน ทุกวัย ออกมาสาดน้ำที่ถนนเล่นน้ำสงกรานต์พื้นที่สาดน้ำใหม่ สร้างความสนุกแบบจีนร่วมสมัยผสมกลิ่นอายชาวนครน่าน ครั้งที่ 1 ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2569 บริเวณจัดงานตั้งแต่หน้าวัดหัวเวียงใต้ ศาลปึงเถ่ากงน่าน เลยธนาคารกรุงไทย สาขาน่าน ไปจนถึงสามแยกสิงห์คำรณ ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน ถนนในเวียงน่าน บรรยากาศท่ามกลางความร้อน อุณหภูมิน่านวันนี้ 40 องศา ทุกคนลืมเรื่องน้ำมันแพงไม่มีใครคำนึงถึง ทั้ง รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ แน่นถนนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ทั้ง 24 สาย ทุกคนออกมาเล่นน้ำด้วยความสนุกสนาน ม่วนแต๊ม่วนว่า ปะล้ำปะเหลือ ม่วนอ๊กม่วนใจ๋ปิ๊กบ้าน (“สนุกจริงๆ สนุกเหลือเกิน สนุกมากมาย สนุกใจสุขใจกลับบ้าน” ป๊ะกั๋นแหมปี๋มะแม 2570


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลุยหนองคาย สั่งซีลชายแดนไทย–ลาว ยกระดับปราบยาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมายเต็มรูปแบบ

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลุยหนองคาย สั่งซีลชายแดนไทย–ลาว ยกระดับปราบยาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมายเต็มรูปแบบ

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยกำลังป้องกันชายแดน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดหนองคาย ติดตามสถานการณ์และผลการปฏิบัติงาน พร้อมมอบนโยบายเข้มงวดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เน้น “ซีลพื้นที่ชายแดน” เดินหน้ามาตรการเชิงรุก สกัดกั้นยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย และแรงงานลักลอบเข้าเมืองตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งทางบกและทางน้ำ ย้ำชัด “หยุดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายไว้ที่ชายแดน” เพื่อความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

พร้อมกันนี้ ได้ลงพื้นที่ฐานปฏิบัติการหน่วย กอง ร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 และหน่วยเรือในพื้นที่ อำเภอโพนพิสัย รับฟังปัญหาอุปสรรค เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิ ภาพสูงสุด รวมถึงมอบสิ่งของบำรุงขวัญ สร้างกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในช่วงวันหยุด


พรพิพัฒน์ รายงาน

มทภ.2 เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน พล.ต. สำเริง คลังประโคน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัววีรบุรุษชายแดน จากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

มทภ.2 เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 100 วัน พล.ต. สำเริง คลังประโคน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัววีรบุรุษชายแดน จากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรบำเพ็ญกุศล เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 วัน การเสียชีวิตของ พล.ต. สำเริง คลังประโคน เพื่ออุทิศส่วนกุศลและรำลึกถึงคุณงามความดีของกำลังพลผู้เสียสละพิธีรำลึกและเชิดชูเกียรติในพิธีดังกล่าว พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัววีรบุรุษชายแดน จากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย -กัมพูชา ซึ่งมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์และครอบครัว โดยมี พล.ต. บุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6, พ.อ. ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 และ พ.ท. ณัฐวุฒิ คัมภิรานนท์ ผบ.ร.23 พัน.3 /ผบ.พัน.ร.233 พร้อมด้วยกำลังพล เพื่อนข้าราชการทหาร ครอบครัว และญาติมิตรของ พล.ต. สำเริง คลังประโคน ที่มาร่วมแสดงความไว้อาลัยและร่วมทำบุญตักบาตรในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความระลึกถึงส่งต่อกำลังใจ สัญญาไม่ทอดทิ้งกัน

“กองทัพภาคที่ 2 จะไม่ทอดทิ้งครอบครัวของกำลังพลที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ เราพร้อมดูแลสิทธิกำลังพลและให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน เพื่อเป็นการตอบแทนความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรบุรุษผู้กล้า” กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญตามประเพณี แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน รวมถึงแสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของครอบครัวกองทัพบกที่ไม่เคยทอดทิ้งกันในยามสูญเสีย


พรพิพัฒน์ รายงาน

ไฟไหม้ 2 หลังกลางดึกวังโป่ง วอดเสียหาย นายอำเภอนำทีมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เพชรบูรณ์ – ไฟไหม้ 2 หลังกลางดึกวังโป่ง วอดเสียหาย – นายอำเภอนำทีมเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 เมษายน 2569 นายทศพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอวังโป่งที่ 11 ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอัคคีภัยในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชร บูรณ์ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนกลางดึกที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 01.20 น. วันเดียวกัน ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน จำนวน 2 หลัง ได้แก่ บ้านของ น.ส.ละมัย ถิ่นน้ำใส บ้านเลขที่ 109 และ น.ส.ดอกรัก จันทะคูณ บ้านเลขที่ 110 ส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ภายหลังเกิดเหตุ นายอำเภอวังโป่ง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้นำถุงยังชีพ ข้าวสาร น้ำดื่ม และผ้าห่ม เข้ามอบให้แก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ท่ามกลางความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเจ้าอาวาสวัดเนินศิลาเพชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน คณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียด

ทั้งนี้ อำเภอวังโป่ง ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังหิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามอำนาจหน้าที่ เพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

เปิดแล้ว “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

ประจวบคีรีขันธ์ – เปิดแล้ว “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี” (Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 14 เม.ย. 2569 ที่บริเวณชายหาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในการเปิดงาน “นาหูกวาง เฟสติวัล 2026 ตอน มหัศจรรย์ ไลท์ติ้ง แฟนตาซี “(Na Hu Kwang Festival 2026 Lighting Fantasy)

โดยมี นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์, นายลือยศ ภู่ทอง สจ.เขตอำเภอทับสะแก, น.ส.ทิฆัมพร ยอดใหญ่ นายกอบต.นาหูกวาง, นายอรุษ ห้วยหงษ์ทอง กำนันตำบลนาหูกวาง พร้อม คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานอบต.แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานภายใต้แนวคิดการเนรมิตพื้นที่ชายหาดให้กลายเป็นโลกแห่งแสงไฟยามค่ำคืน ผสมผสานศิลปะแสง สี เสียง กับอัตลักษณ์ท้องถิ่นและวัสดุรีไซเคิล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปลุกชีวิตใหม่ให้หาดแหลมกุ่ม ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 14 – 15 เมษายน 2569 ณ หาดแหลมกุ่ม หมู่ที่ 7 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประระจวบคีรีขันธ์

ภายในงาน นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศ “โลกใต้ท้องทะเลแห่งแสงสี” ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้มีความโดดเด่น แปลกใหม่ และมีชีวิตชีวา พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน 1. อุโมงค์ไฟสุดตระการตา (Light Tunnel) เปิดประสบการณ์แรกแห่งความประทับใจ ด้วยอุโมงค์ไฟ “THE DEEP BLUE PORTAL” ที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งแสงสีสุดแฟนตาซี, 2. จุดถ่ายภาพเรืองแสง (Glowing Reef )ประติมากรรมแสงรูปสัตว์ทะเล ปะการัง และงานศิลปะ UV Glow สุดอลังการ จุดเช็คอินห้ามพลาด, 3.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ (Exhibition) นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และฉายภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร, พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่, 4. ตลาดชุมชน SEA-CRET MARKET รวมของดี ของเด่น อาหารทะเลสดใหม่ อาหารพื้นบ้าน และสินค้า OTOP จากชุมชน, 5.เวทีการแสดง PEARL STAGE ชมพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่ พร้อมการแสดงดนตรี โชว์แสงไฟ และการแสดงสร้างสรรค์ในบรรยากาศริมทะเล เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ เทศกาลแสงสีริมทะเลสุดตระการตา



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468