กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 พันเอก ธนะพันธ์ ขำทวี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ร่วมให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประ จำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในโอกาสที่เดินทางมาติดตามการดำเนินโครงการร้อยใจรักษ์ ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ครอบ คลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้านหลัก 20 หมู่บ้านย่อย ของตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย เป็นพื้นที่เปราะบางและมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ จากปัญหาจากการค้าและลำเลียงยาเสพติดข้ามแดน

ด้วยทรงเห็นว่าควรพัฒนาและสร้างโอกาส สร้างทางเลือกในการดำรงชีวิตให้ประชาชนในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้อย่างสุจริต เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการ “ร้อยใจรักษ์” ขึ้น เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาทางเลือก มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมีส่วนร่วม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน สร้างอาชีพทางเลือกที่สุจริตและหลากหลาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ระยะสั้น และวางรากฐานสู่รายได้ที่มั่นคงในระยะยาว พัฒนาด้านการศึกษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงในการกลับไปค้ายาเสพติด ควบ คู่กับกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพ ลดจำนวนผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน ที่ผ่านมา ได้พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตราษฎร ทั้งด้านเกษตร ปศุสัตว์ หัตถกรรม สุขภาพ การศึกษา และการท่องเที่ยว ครอบคลุมทุกมิติ ราษฎรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีเงินออม

ต่อมา พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานการประชุมติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการร้อยใจรักษ์เป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระดำริเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ประธาน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พันตำรวจโท นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 นางนฤมล ช่วงรังษี ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาพ 3 ส่วนแยก 2 รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภา รองผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการร้อยใจรักษ์ ณ สำนักงานโครงการร้อยใจรักษ์ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ด้าน พันตำรวจโท นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 ได้รายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าในพื้นที่สถานการณ์ลดความรุนแรงลง ไม่ปรากฏคดียาเสพติดร้ายแรง และไม่มีขบวนการการลักลอบลำเลียงผ่าน อย่างไรก็ตามยังคงต้องเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนใกล้เคียง เนื่องจากเป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และมีชนกลุ่มน้อยผู้มีอิทธิพลอยู่ รวมทั้งต้องเฝ้าระวังป้องกันในกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และการใช้ยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น กลุ่มยาโปรโคดีล ยาทามาดอล พอร์ตเค เป็นต้น รวมทั้งขอให้ความสำคัญโดยใช้กลไกกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการรายงานความก้าวหน้า การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม การติดตามการขอใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การประเมินผลโครงการร้อยใจรักษ์ระยะที่ 1 โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ รายงานความพร้อมในการจัดการแข่งขันร้อยใจรักษ์ฮาร์ฟมาราธอน ครั้งที่ 4

จากนั้น ได้มอบผ้าห่ม 60 ผืน แก่ตัวแทนอาสาทำดี โครงการร้อยใจรักษ์ ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดโดยไม่หวนกลับไปเสพซ้ำ และได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ และตัวแทนอาสาทำดีโครงการฯ

รวมทั้งติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม อำเภอแม่อาย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เมื่อปี 2563 เพื่อให้บริการตรวจรักษาประชาชน ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมาก มีบุคลากรเพียงพอ มีห้องตรวจและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานครบถ้วน อาทิ ห้องคลินิกพิเศษ ห้องเอกซเรย์ ห้องทันตกรรม กรณีมีผู้ป่วยวิกฤตจะส่งไปยังโรงพยาบาลแม่อาย ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม สนับสนุน การบริการด้านสุขภาพ การบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ พร้อมทั้งได้มอบผ้าห่ม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ผ่านการบำบัด ยาเสพติดจำนวน 10 ราย นายแพทย์ และให้กำลังใจ นายแพทย์ ทันตแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขที่มาปฏิบัติหน้าที่ ด้วย

ช่วงบ่าย ไปเยี่ยมชมแปลงเกษตร ของนายสมชาติ กุนา เกษตรกรในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ณ บ้านเมืองงามใต้ อำเภอแม่อาย ซึ่งเป็นแปลงริเริ่มทดสอบการปลูกโกโก้สายพันธุ์ im1 ซึ่งเป็นพืชระยะยาวปลูกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ร่วมกับพืชชนิดเดิม ทั้งยังมีราคาสูง นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้หลากหลาย อาทิ ผงโกโก้ชงดื่ม และขนมช็อกโกแลต

จากนั้นไปเยี่ยมชมสวนส้มของนายอาเลผ่า แสนจันทร์ ณ บ้านสันงาม อำเภอแม่อาย ปลูกส้มสายน้ำผึ้ง กว่า 4,000 ต้น บนพื้นที่ 40 ไร่ ร่วมกับการปลูกทุเรียน สร้างรายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท

ในการนี้ ได้ให้ข้อเสนอแนะด้านการประชาสัมพันธ์ “ส้มโครงการร้อยใจรักษ์” ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการสร้างคุณภาพ รสชาติ ที่ได้มาตรฐาน ราคาเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ซื้อได้ง่ายในทุกช่วงฤดูกาล เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า สร้างภาพจำ

การติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาทางเลือกโครงการร้อยใจรักษ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนชนเผ่าอย่างครอบคลุม ซึ่งจากเดิมเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง เปลี่ยนสู่การพัฒนาทุกมิติทั้ง สาธารณสุข การเกษตร ระบบน้ำ การพัฒนาอาชีพ และการป้องกันยาเสพติด โดยในปีที่ผ่านมาโครงการร้อยใจรักษ์สร้างรายได้ให้ประชาชนรวม 68 ล้านบาท กองทุนพันธุ์สัตว์โค กระบือ หมูและประมงมีการยกระดับต่อเนื่อง การส่งเสริมการปลูกไม้ผลพืชระยะสั้นและระยะยาวสร้างรายได้มากกว่า 9 ชนิด การพัฒนาพันธุ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองสร้าง รายได้รวม 9 ล้านบาท เกิดความมั่นคงทางอาหาร 1,132 ครัวเรือน หมู่บ้านปลอดยาเสพติด 23 แห่ง คงเหลือเพียง 1 หย่อมบ้าน(ห้วยเต่า) มีการใช้กฎชุมชนต่อเนื่องในเรื่องยาเสพติด 223 ครั้ง และ มีการพัฒนาเยาวชนใฝ่ดีป้องกันยาเสพติด ในภาพรวมประชาชนในพื้นที่โครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยครัวเรือนละ 200,000 บาท ยังมีครัวเรือนที่ไม่พ้นเส้นมาตรฐานความยากจนอยู่ 390 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเป็นเป้าหมายในการดำเนินการปี 2569 ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

‘หน่อย-นลินี’ ปัดฝุ่นร้านเก่า ลุยเปิดธุรกิจบริการอาหาร-เครื่องดื่มริมหาดจอมเทียน หวังอนาคตสดใส

‘หน่อย-นลินี’ ปัดฝุ่นร้านเก่า ลุยเปิดธุรกิจบริการอาหาร-เครื่องดื่มริมหาดจอมเทียน หวังอนาคตสดใส

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 ได้มีพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ ภายในซอยเวลคัม จอมเทียน ถ.เลียบชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ธุรกิจขนาดย่อมที่บริหารงานโดนนางนลินี คอก์ ผู้สื่อข่าวประชาไทยออนไลน์ประจำเมืองพัทยา โดยได้รับเกียรติจากนางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เป็นประธานขึ้นกล่าวแสดงความยินดี

โดยร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ จะเปิดให้บริการอาหารนานาขาติทั่งไทย อีสาน ยุโรป โดยเปิดเป็นรูปแบบสถานประกอบการจำพวกโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ซึ่งสามรถให้บริการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ในเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ไม่มีวันหยุด ยกเว้นวันหยุดราชการ

นางนลินี คอก์ เจ้าของร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ เปิดเผยว่า อดีตร้านนี้เคยเปิดให้บริการก่อนต้องปิดตัวไปช่วงโควิดที่ผ่าน จนได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นตัวเลือกในการให้ริการอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มต่างๆ มากมาย พร้อมรองรับอนาคตสดใสของการท่องเที่ยวหาดจอมเทียนและเมืองพัทยาต่อไปด้วย


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมให้กำลังใจ ตำรวจอ.แม่สอด ได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 จังหวัดตาก

แม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมให้กำลังใจ ตำรวจอำเภอแม่สอดได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ดาบตำรวจ เสกสันต์ กันกา ผู้ช่วยพนักงานสอบ สวนสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ที่ถูกผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเข้าทำการจับกุมในการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับ ดาบตำรวจ เสกสันต์ ฯ และครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ณ โรงพยาบาลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ไพศาล นันตา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล.แม่สอด ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฐานปฏิบัติการบ้านวังแก้ว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และคณะฯ ได้สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำฐานปฏิบัติการ รับฟังการบรรยายสรุป การปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมปลูกต้นไม้

พร้อมทั้ง พบปะให้โอวาท และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล โดยมี พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พันเอก ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ พันเอกศุภกร ภู่จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ร่วมให้การต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

ชื่นชม นักเรียนโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จัดแสดงผลงานหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในกิจกรรมเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House

เพชรบูรณ์ – ชื่นชม นักเรียนโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จัดแสดงผลงานหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในกิจกรรมเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมอิสระ โรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นำโดย ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ และ มิส.วรรณวิมล ครุฑางคะ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฯ ได้จัดโครงการเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อแสดงผลงาน ศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนเชิงประจักษ์ , ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันของนักเรียน ,สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง หน่วยงานการศึกษา และเพื่อเป็นการส่งเสริมความ กล้าแสดงออก ความมั่นใจ และทักษะการสื่อสารของนักเรียนแต่ละระดับชั้น

โดยมี นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ ได้กล่าวรายงานวัตถุ ประสงค์การจัดโครงการเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House แก่นางขวัญนภา จันทร์ดี รองศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความมุ่งมั่น และความอุตสาหะของโรงเรียน ที่ได้ร่วมกันจัดพื้นที่แห่งการเรียนรู้นี้ขึ้นมา นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นถึง “กระบวนการเรียนรู้”มากกว่าเพียงผลลัพธ์ในสมุดพก และการที่โรงเรียนสามารถรวบรวมผลงานของนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาจัดแสดงร่วมกันได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการพัฒนาลำดับการเรียนรู้ การวางรากฐานทางความคิด ความคิดสร้าง สรรค์ และความกล้าแสดงออก ขยายผลไปสู่ทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำโครงงานและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ปกครอง ที่ให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมของทางโรงเรียน ด้วยดีเสมอมา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน เปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House ในครั้งนี้ โรงเรียนได้จัดให้มีนิทรรศการและการแสดงผลงานของนักเรียนจากหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ อาทิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป์) ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะในศตวรรษที่ 21ของนักเรียน

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีกิจกรรมฐานการเรียนรู้ และการสาธิตการเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และได้สัมผัสบรรยากาศการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ทางโรงเรียน ยังได้จัดพิธีมอบเหรียญรางวัลและเกียรติบัตรให้แก่นักเรียน ที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการ ทั้งในระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้เรียน อีกทางหนึ่งด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์ชายแดน จ.ตาก พร้อมขับเคลื่อนแก้ไฟป่า หมอกควัน 17 จังหวัดภาคเหนือ

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์ชายแดน จ.ตาก พร้อมขับเคลื่อนแก้ไฟป่า หมอกควัน 17 จังหวัดภาคเหนือ

วันที่ 23 มกราคม 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงกองกำลังป้องกันชายแดน พื้น ที่กองกำลังนเรศวร จังหวัดตาก โดยมี ผู้บังคับบัญชากองทัพภาคที่ 3 ร่วมให้การต้อนรับ

โดยคณะผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังจุดตรวจการณ์สันยายหลู่ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาความมั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ การปราบปราม Cyber scam การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การสกัดกั้นยาเสพติด ตลอดจนการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิบัติทุกภารกิจเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกและคณะ ได้เดินทางไปยังห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3” โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันการบุกรุกทำลายผืนป่าและการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน

สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ลงร้อยละ 10–20 และลดค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ลงร้อยละ 5–10 โดยใช้กลยุทธ์การเสริมสร้างความร่วมมือทั้ง 17 จังหวัด และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้ถือเป็นภารกิจด้านความมั่นคงและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ให้บูรณาการการทำงาน และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถใช้ศักยภาพและทรัพยากรของกองทัพบกได้อย่างเต็มที่ โดยยึดความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ

RTA #กองทัพบก


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ตรวจพบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 800,000 เม็ด ขณะออกลาดตระเวน

วันที่ 22 มกราคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพลออกลาดตระเวนบริเวณหน้าฐานฯ บ้านห้วยอื้น หมู่ที่ 10 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากมีพฤติกรรมน่าสงสัยขับรถจักรยานยนต์วนไป – มา คล้ายเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประกอบกับได้รับข่าวสารว่ามีรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่

ต่อมาหน่วยได้เพิ่มเติมกำลังออกตรวจจนถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านเมืองสอง ตรวจพบ กลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 5-6 คน พฤติการณ์น่าสงสัยนั่งอยู่บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้วิ่งหลบหนี และใช้อาวุธไม่ทราบขนาดและชนิดยิงใส่ จนท. เพื่อป้องกันการไล่ติดตาม จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ผลการปฏิบัติฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติมกำลังเข้าควบคุมพื้นที่

จากการเข้าทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่โดยรอบตรวจพบกระสอบดัดแปลง 4 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) กระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด ประมาณ 800,000 เม็ด จนเช้าวันที่ 23 มกราคม 2569 หน่วยได้เชิญ ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังผาเมือง, ตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง, ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจตระเวนชายแดนฐานบ้านนาโต่ เข้าร่วมตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมชี้แจงให้ข้อมูลบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผ้าห่ม 1 ผืนอาจเปลี่ยนฤดูหนาวของใครบางคนได้

สัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ขี่มอเตอร์ไซค์วิบากคู่ใจ ส่งผ้าห่มกันหนาว ให้คนดอย พร้อม ประชาสัมพันธ์รับสมัครทหารออนไลน์ ปี 2569 และรณรงค์ป้องกันไฟป่าหมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ให้นักเรียน โรงเรียนบ้านน้ำหอม

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ร้อยโท วีรชาติ ศิริสอ สัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ขี่มอ เตอร์ไซค์วิบากคู่ใจ นำผ้าห่มมัดท้ายรถ เร่งเครื่องรถผ่านถนนอันคดเคี้ยวเพื่อมุ่งหน้าไปที่โรง เรียนบ้านน้ำหอม และหมู่บ้านห้วยน้ำเย็น ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับ ชาวบ้านคนดอยในพื้นที่ห่างไกล ได้อบอุ่นคลายหนาว ซึ่ง หมวดชาติ สัสดีอำเภอแม่ระมาด มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บนดอยสูงในถิ่นกันดาร แม้การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านกับตัวเมืองด้วยความยากลำบากของประชาชนแล้ว แต่ก็พร้อมนำความช่วยเหลือประชาชนไปถึงหน้าบ้าน และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างทหาร และประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

เพราะ…. อุณหภูมิลดต่ำกว่าที่ร่างกายรับไหว กลางคืนบนดอยอุณหภูมิต่ำกว่าที่อื่นโดยเฉพาะฤดูหนาวหรือช่วงเปลี่ยนฤดู หากไม่มีผ้าห่มที่เพียงพอ ร่างกายเสี่ยงภาวะตัวเย็นและต้องทนทรมานกับลมหนาว เสี่ยงป่วยง่าย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ อากาศหนาวทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง เด็กเล็กและผู้สูงอายุบนดอยมักป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ไข้หวัด หรือปอดบวมได้ง่าย

บ้านเรือนอาจจะกันหนาวได้จำกัด หลายชุมชนบนดอยมีบ้านไม้หรือบ้านชั่วคราว ช่องลมเยอะ ผ้าห่มจึงเป็นเกราะสำคัญที่ช่วยกันลมและรักษาความอบอุ่นตลอดคืน

ผ้าห่ม คือ ความห่วงใยที่จับต้องได้ สำหรับคนบนพื้นที่สูง ผ้าห่มหนึ่งผืน ไม่ใช่ของธรรมดา แต่คือสัญญาณว่า ยังมีคนห่วงใยและไม่ทอดทิ้งกัน

นอกจานี้ ร้อยโท วีรชาติ ศิริสอ สัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ รับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ(ทหารออนไลน์) โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 และการประชาสัมพันธ์รณรงค์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน รวมถึงโทษและพิษภัยจากฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้กับคณะครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำหอม ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

กองทัพบก เปิดรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ(ทหารออนไลน์) โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 โดยเปิดโอกาสให้ชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (อายุ 18 – 20 ปีบริบูรณ์ และอายุ 22 – 29 ปีบริบูรณ์ที่ผ่านการตรวจเลือกฯ แล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ) สมัครด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ rcm.rta.mi.th หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 สามารถเลือกหน่วยเข้ารับราชการได้ 594 หน่วยทั่วประเทศ ตามโควตาทหารกองประจำการที่เปิดรับสมัคร รวมทั้งเลือกวันและสถานที่เพื่อเข้ารับการคัดเลือกได้ตามความประสงค์ของผู้สมัคร (สถานที่คัดเลือกฯ จำนวน 78 แห่ง)

โดยปัจจุบันมียอดผู้มาสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ ในส่วนของ หน่วยสัสดีอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก จำนวน 118 คน


นที มีเดช รายงาน

พลโท บรรยงฯ รองเสนาธิการทหารบก ตรวจเยี่ยมการฝึกชุดครูขั้นสูง การเตรียมความพร้อมชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วกองทัพบก ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1

วันนี้ (22 มกราคม 2569) เวลา 10.00 น. พลโท บรรยง ทองน่วม รองเสนาธิการทหารบก ตรวจเยี่ยมการฝึกชุดครูขั้นสูง การเตรียมความพร้อมชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วกอง ทัพบก ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–23 มกราคม 2569 โดยมี กรมยุทธศึกษาทหารบก กรมการทหารช่าง กรมกิจการพลเรือนทหารบก และกองพลพัฒนาที่ 1 ร่วมคณะตรวจเยี่ยม ณ กรมการทหารช่าง และกองพลพัฒนาที่ 1 ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี

กองทัพบก โดยกรมกิจการพลเรือนทหารบก จัดการฝึกชุดบรรเทาสาธารณภัย (ชุดครูฝึก) ชุดละ 16 นาย จำนวน 5 ชุด รวมทั้งสิ้น 80 นาย มุ่งเน้นการฝึกระบบบัญชาการควบคู่กับการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย โดยมีครูฝึกจากศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ศฝภ.นทพ.) เพื่อพัฒนาทักษะและความชำนาญด้านการบรรเทาสาธารณภัยในรูปแบบต่าง ๆ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โอกาสนี้ คณะตรวจเยี่ยมได้รับฟังการบรรยายสรุปแนวทางการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพบก ประกอบด้วย

• การสร้างสถานีฝึกของศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก โดยกรมการทหารช่าง
• การจัดการฝึกของหน่วย โดยกองพลพัฒนาที่ 1
• การนำเสนอหลักสูตรการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมการทหารช่าง

จากนั้น คณะได้ตรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างสถานีฝึกศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และตรวจเยี่ยมการฝึกชุดครูขั้นสูงตามสถานีฝึกต่าง ๆ ได้แก่ สถานีการขึ้น–ลงทางดิ่ง สถานีการข้ามลำน้ำ สถานีการปฐมพยาบาล และสถานีการกู้ภัยทางน้ำ

รองเสนาธิการทหารบก ได้เน้นย้ำแนวทางข้อห่วงใยของผู้บัญชาการทหารบก โดยกำหนดให้ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยเป็นกลไกหลักด้านการฝึกของกองทัพบก ดำเนินการฝึกอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และมีเอกภาพ มุ่งเน้นการฝึกที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความพร้อมในการปฏิบัติทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ

พร้อมกันนี้ ได้กำหนดให้ระบบการเรียนการสอนออนไลน์เป็นฐานรากของการฝึก เพื่อช่วยลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกภาคสนาม ควบคู่กับการจัดสถานีฝึกที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน และสอดคล้องกับลักษณะภัยในแต่ละพื้นที่ โดยกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำร่วมกัน ทั้งนี้ ให้หน่วยต้นแบบทำหน้าที่เป็นศูนย์เรียนรู้ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ บทเรียน และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ เพื่อขยายผลและยกระดับขีดความสามารถด้านการฝึกบรรเทาสาธารณภัยสู่หน่วยอื่นอย่างเป็นรูปธรรม



แผนกแถลงข่าว
ห้องประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

กองกำลังนเรศวร ให้การต้อนรับ พลเอกอมฤตฯ พร้อมคณะฯ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านกำลังพล ชายแดนไทย – เมียนมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

วันที่ 22 มกราคม 2569 กองกำลังนเรศวร ให้การต้อนรับ พลเอกอมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก/ผู้ช่วย ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะฯ ในโอกาสเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานด้านกำลังพล ชายแดนไทย – เมียนมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังนเรศวร โดยมี พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร นำผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และผู้บังคับหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ ร่วมให้การต้อนรับ

โดยคณะฯ ได้ตรวจเยี่ยมบริเวณ ฐานปฏิบัติการเสกสรรค์ กองร้อยทหารราบที่ 1411 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และฐานปฏิบัติการบ้านวังแก้ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 เพื่อติดตามสถานการณ์แนวชายแดน ตรวจเยี่ยมสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล รับฟังการบรรยายสรุปผล พร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญ โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกได้สอบถามสภาพความเป็นอยู่ การปฏิบัติหน้าที่ และความพร้อมของกำลังพล รวมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในการสนับสนุนและพัฒนาหน่วยให้สอดคล้องกับภารกิจและสภาพพื้นที่

โอกาสนี้ ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนาย ที่ทุ่มเทเสียสละ อดทน และเข้มแข็ง พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ยึดถือนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก/ ผู้บัญชาการ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นสำคัญ ใส่ใจดูแลความเป็นอยู่ ทั้งสุขภาพกายและจิตใจของกำลังพลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์ตามแนวชายอย่างรอบด้าน เพื่อให้กำลังพลมีขวัญกำลังใจที่ดี และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงของประเทศ สร้างขวัญ และกำลังใจ ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงานสนามชายแดนเป็นอย่างยิ่ง


นที มีเดช รายงาน

“ผช.ผบ.ทบ.” ตรวจความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 73

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตรวจความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 73 เดินหน้านโยบายพัฒนากำลังพล เสริมความแข็งแกร่งร่างกายและความสามัคคี

วันนี้( 22 มกราคม 2569 ) พลเอก อมฤต บุญสุยา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประ ธานคณะกรรมการการกีฬากองทัพบก เดินทางไปตรวจความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 73 ประจำปี 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–19 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 โดยได้ติดตามความคืบหน้าในการเตรียมการจัดการแข่งขันในทุกมิติ ทั้งการวางแผนจัดการแข่งขัน ความพร้อมของสนามกีฬาในแต่ละประเภท การอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ ระบบการจัดการแข่งขัน ตลอดจนการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความปลอดภัย และบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก รวมถึงการพัฒนาศักยภาพนักกีฬา เพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับกองทัพและระดับชาติต่อไป

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบก ครั้งที่ 73 ประจำปี 2569 มีมีการแข่งขันกีฬาจำนวน 19 ชนิดกีฬา แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มกีฬา ประกอบด้วย

  • กลุ่มกีฬาสากล จำนวน 12 ชนิด ได้แก่ เทนนิส เปตอง กอล์ฟ ฟุตซอล ฟุตบอล มวยสากลสมัครเล่น แบดมินตัน ยิงปืนมาตรฐานสากล (ปืนอัดลม) กรีฑา อีสปอร์ต วอลเลย์บอล และเทเบิลเทนนิส
  • กลุ่มกีฬาอนุรักษ์ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ เซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง มวยไทยสมัครเล่น และหมากรุกไทย
  • กลุ่มกีฬาทางทหาร จำนวน 2 ชนิด ได้แก่ ปัญจกีฬาทหาร และรักบี้ฟุตบอล

โอกาสนี้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำบูรณาการแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ปลอดภัยในทุกขั้นตอน เพื่อให้การแข่งขันกีฬาภายในกองทัพบกครั้งที่ 73 เป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความพร้อมรอบด้านของกำลังพล ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย สมรรถนะ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพและทักษะตามความถนัดของกำลังพลแต่ละนายอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการนำทักษะทางกีฬาไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจทางทหาร อาทิ การยิงปืน การวิ่ง มวย และการว่ายน้ำข้ามเครื่องกีดขวาง เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาความมั่นคงของประเทศชาติ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสะท้อนถึงความพร้อม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพบกต่อไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก