สมาคมศิษย์เก่า จัดครบรอบ 44 ปี “ร่วมใจพัฒนายั่งยืน” ต้อนรับ นศ.เก่า นิด้าดีเด่น ปี 29-68

สมาคมนักศึกษาเก่า สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานครบรอบ 44 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารอเนกประสงค์ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถ.วิภาวดีรังสิต กทม.

กล่าวเปิดงานโดย” รัฐมนตรี สันติ ปิยะทัต ” รักษาการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี Lunch talk ในห้วข้อ “การปรับตัวเศรษฐกิจไทย ฝ่าวกฤตเศรษฐกิจโลก ปี 2026 ” โดย ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย,วิวรรธน์ เหมมณฑารพ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ รศ.ดร.วิพุธ อ่องสกุล อจ.ประจำคณะบริหารธุรกิจนิด้าฯ โดยมี ฯพณฯ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปฐกฐา ด้วย มีนักศึกษาเก่านิด้าฯ ร่วมงานคับคั่ง

เป็นการรวมพลศิษย์เก่าดีเด่น และศิษย์เก่านิด้า ที่เคยได้รับรางวัล จากสถาบันฯ ตั้งแต่ ปี 2529 ถึงปัจจุบัน จัดทำ ทำเนียบเกียรติยศ ศิษย์เก่าดีเด่น ติดตั้ง ณ Hall of Fame ภายในสำนักงาน สมาคมชั้น 1 อาคารนวมินทราธิราช นับว่าเป็นการ เชิดชูศิษย์เก่า “เสริมสร้างความภาคภูมิใจ” บรรยากาศ ภายในงาน เป็นไปอย่างราบรื่น ชื่นมื่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. แถลงข่าวเชิญชวนร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ชูผลงานวิจัย นวัตกรรมเด่นกว่า 1,000 ผลงาน

วช. แถลงข่าวเชิญชวนร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ชูผลงานวิจัย นวัตกรรมเด่นกว่า 1,000 ผลงาน พร้อมประกาศรางวัลการวิจัยแห่งชาติ 185 รางวัล วันที่ 5 – 9 มกราคม นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าวการจัดงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 และรางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัย รางวัลวิทยา นิพนธ์ และรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปีงบประมาณ 2569 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ผู้บริหารหน่วยงาน และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจสำคัญตามพันธกิจของ (วช.) คือการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูนักวิจัยและหน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม ที่มีผลงานโดดเด่น และสร้างคุณูปการต่อวงวิชาการและประเทศชาติ สำหรับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 นี้ (วช.) ได้อนุมัติให้รางวัลรวมทั้งสิ้น 185 รางวัล ใน 4 ประเภท ดังนี้
1) รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 15 ท่าน ใน 9 สาขาวิชาการ
2) รางวัลผลงานวิจัย จำนวน 57 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ
3) รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 51 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ และ
4) รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 62 รางวัล ใน 9 สาขาวิชาการ

ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ จะเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–9 มกราคม 2569 เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพด้านการประดิษฐ์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” โดยงานดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมพร้อมใช้ ตลอดจนความก้าวหน้าด้านการประดิษฐ์คิดค้นของประเทศ เพื่อขยายผลและนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ต่อมา เป็นการเสวนา “เส้นทางแห่งปัญญา: ประสบการณ์วิจัยและบทเรียนที่อยากส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่” โดย นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569 ทั้ง 6 ท่าน จาก 5 สาขาวิชาการ ดังนี้

  1. สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศาสตราจารย์วิจัย ดร.เจตสุมน ประจำศรี
  2. สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช ศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ
  3. สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ศาสตราจารย์ ดร.วิไล รังสาดทอง และ รองศาสตราจารย์ ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ
  4. สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ศาสตราจารย์ ดร.อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร
  5. สาขาเศรษฐศาสตร์ ดร.ศิริมล ตรีพงษ์กรุณา

(วช.) ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ระหว่างวันที่ 5–9 มกราคม 2569 เวลา 09.00–17.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ พบกับนิทรรศการน้อมรำลึกและนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการผลงานที่ได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ นิทรรศการผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาใน 6 กลุ่มเรื่อง ผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์กว่า 1,000 ผลงาน อาทิ “ต้นแบบระบบบำบัดยาปฏิชีวนะตกค้างในน้ำเสียโรงพยาบาล (Ozone-Act)” โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มุ่งลดความเสี่ยงด้านการดื้อยาต่อสิ่งแวดล้อมและระบบสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีผลงานด้านการแพทย์และสัตวแพทย์ เช่น หุ่นฝึกฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อทารกแรกเกิดด้วยระบบเซนเซอร์ไร้สาย หุ่นฝึกกู้ชีพสุนัขและแมวขั้นพื้นฐาน (CPR Training Model) โดย บริษัท เอฟ 2022 จำกัด และ ชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ โดย กรมอนามัย ซึ่งช่วยยกระดับการฝึกทักษะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงผลงานด้านเกษตรและสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศยานไร้คนขับแบบขึ้นลงแนวดิ่งแบบสามมิติ (VTOL Drone) สำหรับสำรวจสุขภาพพืชและติดตามการระบาดของศัตรูพืช โดย มหาวิทยาลัยมหิดล แผ่นตรวจวัดเชิงสีแบบมัลติเพล็กซ์สำหรับวิเคราะห์โลหะหนักและสารปนเปื้อนในน้ำดื่ม และ จุ่มก่อนจิบ อุปกรณ์แจ้งเตือนผ่านเล็บมือเพื่อป้องกันยาเสียตัวและสร้างความปลอดภัยในสังคม โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครื่องทอผ้าขนาดเล็ก โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นต้น ซึ่งล้วนสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยที่มุ่งตอบโจทย์การใช้ประโยชน์จริงในระดับชุมชน สังคม และประเทศ กิจกรรมการฝึกอบรมเชิงวิชาการและปฏิบัติการ การเสวนาและการบรรยายในหัวข้อต่าง ๆ กว่า 100 หัวข้อ การประกวดและมอบรางวัล รวมถึงนิทรรศการ Highlight ส่งเสริมการเรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อาทิ ศูนย์เกษตรวิถีเมือง Urban farming hub,ดอกไม้เพื่อการใช้ประโยชน์ (Research Utilization : Flower for use),ดินแดนสัตว์มหัศจรรย์ Animal In Wonderland, New Gen x วัยเก๋า เล่นไปด้วยกัน, ผจญภัยในโลกนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ MedLab Experience ฯลฯ

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กำแพงเพชรทำถึง สนามชากังราวแทบแตก ปลุกกระแสฟุตบอลเยาวชน

กำแพงเพชรทำถึง สนามชากังราวแทบแตก ปลุกกระแสฟุตบอลเยาวชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกำแพงเพชร จัดฟุต บอล KPP AMAZING FOOTBALL CUP

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. : นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าจังหวัดกำแพง เพชร เป็นประธานการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลรายการ KPP AMAZING FOOTBALL CUP ณ สนามชากังราว จังหวัดกำแพงเพชร โดยมี นาย ไผ่ ลิกค์ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกำแพงเพชร และ หัวหน้าส่วนราชการภายในจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม โดยกิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) และร่วมเผยแพร่กีฬาฟุตบอล เพื่อพัฒนาทักษะให้กับเยาวชนที่ ให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬา และปรับเปลี่ยนมุมมองทัศนคติ ค่านิยม ให้มองเห็นถึงประโยชน์ของกีฬาในทางที่ดีขึ้น

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า “กิจกรรมนี้ถือเป็นการจัดงานแบบ (Sport Tourism) ที่ทำให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยว จากเมืองหลัก ไปสู่เมืองรองมากขึ้นตาม โครงการ ‘เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration’ ของ การท่องเที่ยวแห่งประ เทศไทย ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของเรา ซึ่งเรียกว่าเป็นการบูรณาการให้เกิดการร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬา โดยใช้กีฬาเป็นสื่อ อันจะนำมาซึ่งการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพง เพชร ด้วยการเชิญทีมฟุตบอลขวัญใจอย่าง “หมอนทองวิทยา” มาดวลแข้งกับทีมเยาวชนท้องถิ่น “ร.ร.เฉลิมพระเกียรติ (สมเด็จย่า)” งานนี้มีแฟนบอลมากกว่าหมื่นคนแห่เข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างคับคั่ง ก่อนแมตช์ใหญ่มีการอุ่นเครื่องอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งฟุตบอลกระชับมิตรของรุ่นเด็ก U8, U10, ทีมฟุตบอลดารา vs ทีม VIP กำแพงเพชร พร้อมการแสดงเปิดงานและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง

ครึ่งแรกนำก่อน! แต่ครึ่งหลังต้านไม่ไหว! เสียงเชียร์ดังกระหึ่มเมื่อนักเตะลงสู่สนาม แฟนบอลถึงกับต้องลงมานั่งติดขอบสนามเพื่อชมความมันส์!

  • ครึ่งแรก : ทีม ร.ร.เฉลิมพระเกียรติฯ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นำไปก่อน 2 – 1 ทำเอา อ.สกล ต้องลุกขึ้นมายืนลุ้นลูกทีมหมอนทองที่ขอบสนาม
  • ครึ่งหลัง : ทีม หมอนทองวิทยา กลับมาทวงคืนประตูได้สำเร็จ จบเกมด้วยชัยชนะของทีมเยือน 4-2

ปิดท้ายด้วยพิธีมอบถ้วยรางวัลสุดอลังการ พร้อมพลุดอกไม้ไฟฉลองชัย สร้างความสุขและประทับใจให้กับแฟนบอลทุกคนในสนามอย่างแท้จริง!


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงาน จับมือ กรมการขนส่งทางบก ติวเข้มผู้ขับรถขนส่งทั่วไทย! ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานขับขี่ปลอดภัย ป้อนตลาดโลจิสติกส์ แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงาน จับมือ กรมการขนส่งทางบก ติวเข้มผู้ขับรถขนส่งทั่วไทย! ผนึกกำลังยกระดับมาตรฐานขับขี่ปลอดภัย ป้อนตลาดโลจิสติกส์ แก้ปัญหาขาด แคลนแรงงาน

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 : นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วย นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กับ กรมการขนส่งทางบก เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนน พัฒนาศักยภาพผู้ขับรถขนส่ง ป้อนระบบโลจิสติกส์ไทยให้เข้มแข็งได้มาตรฐานสากล โดยมี นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงา, นายชีพ น้อมเศียรพร้อม รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมเป็นสักขีพยาน ผู้บริหารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการขนส่ง ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุมมาตุลี อาคาร 10 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า การร่วมลงนามในครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมพนักงานขับรถให้ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีและยานยนต์สมัยใหม่ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานอย่างแท้จริง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะสนับสนุนการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานให้แก่พนักงานขับรถ ทั้งรถบรร ทุกและรถโดยสาร เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพ สร้างความก้าวหน้าในวิชาชีพ (Career Path) ลดการขาดแคลนพนักงานขับรถที่มีคุณภาพในภาคการขนส่ง เตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจในอนาคต

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงรายละเอียดการดำเนินงานว่า กรมการขนส่งทางบก ตระหนักถึงปัญหาอุบัติเหตุและการขาดแคลนบุคลากรด้านการขับรถ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาทักษะ ความรับผิดชอบ และพฤติ กรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย “ภายใต้ MOU นี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันจัดฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถ เพื่อสนับสนุนระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก (Q Mark) และมาตรฐานคุณภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและอาหารแบบควบคุมอุณหภูมิ (Q Cold Chain) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของไทย มีมาตรฐานบริการที่เป็นเลิศ มีความปลอดภัยสูง และสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวทีระดับประเทศและระดับสากล” นายสรพงศ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“บิ๊กแจ๊ส” เปิดการแข่งขัน ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″ 9 ชาติร่วมดวล

นักหวด 9 ชาติเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน “Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025” โดยมี “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นา ยก อบจ.ปทุมธานี เป็นประธานเปิดการแข่งขันร่วมกับนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2568 เวลา 15.30 น. ที่ อาคารที่พักผู้เข้ารับการอบรม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ 60 พรรษา ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานเปิดการแข่งขัน กีฬาซอฟท์เทนนิสนานาชาติรายการ ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″ ร่วมกับนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศ ไทย, นายบรรลือชัย ผิวสานต์ นายกฯกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย, กรรมการบริหารสมาคมฯ, ผู้บริหาร อบจ.ปทุมธานี, นักกีฬาซอฟท์เทนนิสและเจ้าหน้าที่กว่า 300 คนจาก 9 ประเทศ ได้แก่ จีน,ไชนีสไทเป, ปากีสถาน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, ลาว และประเทศไทยเจ้าภาพเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 17-20 ธ.ค.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

โดยมีนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทยกล่าวรายงาน จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวเปิดการแข่งขันพร้อมมอบเกียรติบัตรและของที่ระลึกจาก บ.มาร์คไบโอเทคโนโลยี จำกัด ให้กับนักกีฬาจากทั้ง 9 ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน จากนั้นขบวนธงชาติของ 9 ประเทศขึ้นสู่เวที โดยมีนายกวิน ญาณฤทธิ์ อดีตนักกีฬาซอฟท์เทนนิสมือ 3 ของโลกที่ปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยรับหน้าที่ถือธงชาติไทย จากนั้น น.ส.สาวิตรี นารี อดีตนักกีฬาซอฟท์เทนนิสที่รับใช้ทีมชาติมานาน 21 ปีให้เกียรติกล่าวนำนักกีฬาทุกชาติปฏิญาณตน ต่อด้วยนายธนสิทธิ์ ทรัพย์อร่าม นำคณะผู้ตัดสินกล่าวคำปฏิญาณตนในการทำหน้าที่อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ก่อนเข้าสู่บรรยากาศถ่ายภาพร่วมกันเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

โดย พล ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ในฐานะประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขันรายการนี้ว่า “อบจ.ปทุมธานี มีความยินดีให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันรายการนี้มาโดยตลอด และปีนี้พิเศษกว่า 3 ปีที่ผ่านด้วยการปรับการแข่งขันจากการแข่งขันเฉพาะนักกีฬาไทย มาเป็นรายการระดับนานาชาติ และจัดในห้วงเวลาเดียวกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยเหตุผลที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานา ชาติที่ได้มาตราฐานของ จ.ปทุมธานี และความสามารถของนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ที่สามารถแข่งขันรายการระดับนานาชาติกับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเป้าหมายหลักที่ต้องการให้ประชาชนทั่วไป เมื่อนึกถึงกีฬาซอฟท์เทนนิสต้องนึกถึง จ.ปทุมธานี นอกจากนี้เรายังพร้อมสนับสนุนกีฬาชนิดอื่นๆอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน และขอให้การจัดการแข่งขันรายการนี้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

ทางด้านนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐ นายกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ต้องขอบคุณท่านนายก อบจ.ปทุมธานี ที่ให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันรายการนี้ รวมถึงผู้สนับสนุนรายอื่นๆ พร้อมเชิญชวนแฟนกีฬามาร่วมชมร่วมเชียร์นักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทย ที่เราเตรียมตัวกันมาอย่างดีแบ่งเป็นนักกีฬาเยาวชน 1 ชุด และนักกีฬาทีมชาติอีก 3 ชุด ที่พร้อมแข่งขันกับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสจากอีก 8 ประเทศเต็มความสามารถแน่นอน วันที่ 17-20 ธ.ค.2568 นี้ ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กระทรวงแรงงาน ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา จัด “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” ฟื้นฟูแรงงานอิสระสงขลาหลังน้ำลด

กระทรวงแรงงาน ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา จัด “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” ฟื้นฟูแรงงานอิสระสงขลาหลังน้ำลด

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ตรวจเยี่ยมกิจกรรม “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา พร้อมให้กำลังใจผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา และจะไม่หยุดทำงานจนกว่าพี่น้องแรงงานทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ณ วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กิจกรรม “ซ่อม สร้างสุข สร้างคนให้งาน” มีจุดเริ่มต้นจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแรงงานอิสระที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียเครื่องมือประกอบอาชีพและรายได้ในทันที กระทรวงแรง งานตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว และยึดมั่นในหลักการว่า จะไม่ทอดทิ้งคนไทยในทุกสถานการณ์ จึงได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดตั้ง “โรงครัวกระทรวงแรงงาน” เพื่อเร่งส่งต่อข้าวกล่องและอาหารปรุงสุกแก่ผู้ประสบภัยในช่วงเวลาวิกฤตอย่างทันท่วงที เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย

กระทรวงแรงงานได้มีมาตรการฟื้นฟู โดยได้ระดมช่างอาสากว่า 100 คน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และพันธมิตร ลงพื้นที่ดูแลบรรเทาความเดือดร้อนของแรงงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนภายใต้ศูนย์ “ซ่อม สร้าง สุข” ทั้ง 9 จังหวัดภาคใต้ ด้วยการซ่อมแซมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเข้าสู่กิจกรรม “ซ่อม สร้าง สุข สร้างคนให้งาน” โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานอิสระ เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรอาชีพต่าง ๆ ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อเสริมสร้างทักษะ เพิ่มพูนความรู้ และต่อยอดสู่อาชีพที่มั่นคง อันจะนำไปสู่การ “สร้างงาน” ให้แรงงานสามารถกลับมาทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว และยืนหยัดพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ “สุข” ที่เกิดขึ้นกับแรงงานและครอบครัว ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระทรวงแรงงาน ความตั้งใจทั้งหมดนี้สะท้อนถึงภารกิจของกระทรวงแรงงานในการยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลา และจะไม่หยุดทำงานจนกว่าพี่น้องแรงงานทุกคนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มั่นคง และภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีของตนเองอีกครั้ง

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–17 ธันวาคม 2568 ณ วัดโคกสมานคุณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แบ่งออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. การซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์ขนาดเล็ก และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งดำเนินการโดยช่างอาสา และช่างทุกคนที่ร่วมภารกิจจะได้รับค่าจ้างวันละ 600 บาท ถือเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ไปพร้อมกับการช่วยเหลือประชาชน
  2. การฝึกอบรมยกระดับฝีมือให้แก่แรงงานอิสระ ในหลักสูตรช่างจักรยานยนต์มืออาชีพ ช่างซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน และการประกอบอาหารสตรีทฟู้ด การฝึกอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ 760 บาทตลอดหลักสูตร
  3. แรงงานอิสระที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และได้รับเครื่องมือทำมาหากินมูลค่า 2,000 บาท เพื่อเป็นทุนตั้งต้นให้สามารถนำทักษะที่ได้ไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และกลับมายืนหยัดได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
  4. มอบข้าวสารให้แก่ผู้มาใช้บริการ จำนวน 600 กิโลกรัม

ทั้งนี้กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอขอบคุณบริษัท ปตท.สำรวจและปิโตรเลี่ยม จำกัด (มหาชน) ในการบูรณาการความร่วมมือให้บริการช่วยเหลือผู้ประสบภัยกันอย่างจริงจังและสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมครั้งนี้และขอบคุณทีมช่างจิตอาสา ทีมช่างในหน่วยงานสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางสงขลา และผู้ต้องขังจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา ที่ร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ได้นำอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์เล็กเพื่อการเกษตร และรถจักรยานยนต์ กลับไปใช้ในการประกอบอาชีพต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

นักหวดซอฟท์เทนนิส 9 ชาติ เปิดฉากชิงเหรียญทองหญิงเดี่ยว-ชายเดี่ยว การแข่งขัน “Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025”

นักหวดซอฟท์เทนนิส 9 ชาติ เปิดฉากชิงเหรียญทองหญิงเดี่ยว-ชายเดี่ยว การแข่ง ขัน “Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025” สุดเดือดแชมป์หญิงเดี่ยวเป็นของอินโดนีเซีย ส่วนไชนีสไทเปคว้าแชมป์ชายเดี่ยว

วันที่ 17 ธ.ค.2568 ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี วันแรกของการแข่งขันกีฬาซอฟท์เทนนิสนานาชาติรายการ ” Phatum Thani International Soft Tennis Tournament 2025″ เปิดฉากอย่างเป็นทางการกว่า 300 คนจาก 9 ประเทศ ได้แก่ จีน, ไชนีสไทเป, ปากีสถาน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, ลาว และประเทศไทยเจ้าภาพเข้าร่วมชิงชัยกันดุเดือดตั้งแต่เช้า โดยวันนี้มีชิงเหรียญทองชายเดี่ยวทั่วไป และหญิงเดี่ยวทั่วไป โดยนางอุดมลักษณ์ ศิริกุลเลิศรัฐนานกสมาคมกีฬาซอฟท์เทนนิสแห่งประเทศไทย เตรียมการในส่วนของสนามแข่งขัน,ที่พักผ่อนนักกีฬา,เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์,นักกายภาพนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้นักกีฬา,อาหารและเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่อย่างพร้อมสมบูรณ์ หลังขับเคี่ยวกันมาตลอดวันมีผลการแข่งขัน และผลงานนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทยดังนี้

ประเภทหญิงเดี่ยวแชมป์เป็นของ อราซี ซิติ นูห์ นักหวดสาวจอมแกร่งจากอินโดนีเซียคว้าแชมป์หลังจากคู่ชิงชนะเลิศจากไชนีสไทเป เช็ง จุ้ย ถิง ได้รับบาดเจ็บที่ขาต้องถอนตัวจึงได้เพียงเหรียญเงิน เหรียญทองแดง น.ส.ฌัชชา กล่อมกลม นักหวดสาวไทย และ ฮี เขียว ยัน จากจีน ชายเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ ฮวง ลี เยน หมิง จากไชนีสไทเป คว้าเหรียญทองหลังหวดชนะ ภควัต สมสนิท จากไทยไป 4 : 1 “ข้าวปั้น”ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองแดงเป็นของ นายประเสริฐชัย นาคพเจริญทรัพย์ นักหวดไทยอีกคนที่แพ้ “ข้าวปั้น”มาในรอบรองชนะเลิศ และ ลี ฮี ยู จากไชนีสไทเป

สำหรับนักกีฬาซอฟท์เทนนิสทีมชาติไทยชาย-หญิงทุกคนต่างก็ลงแข่งขันอย่างสุดฝีมือ และยังต้องการกำลังใจจากครอบครัวซอฟท์เทนนิสและแฟนกีฬาชาวไทยเพื่อชิงชัยในประเภทคู่ชาย,คู่หญิง,คู่ผสม และประเภททีม ก็ขอเชิญชวนมาร่วมชมร่วมเชียร์การแข่งขันในวันที่สอง ประเภทคู่ ที่ สนามเทนนิสมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คลองหก จ.ปทุมธานี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำลดผลกระทบภาคกลาง เดินหน้าส่งน้ำฤดูแล้งให้เกษตรกร

กรมชลฯ เร่งระบายน้ำลดผลกระทบภาคกลาง / เดินหน้าส่งน้ำฤดูแล้งให้เกษตรกร

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน อัปเดตสถาน การณ์ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม 68,584 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 90% ของความจุอ่างฯ รวม เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้า พระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวม 24,036 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 97% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัด สรรน้ำไปแล้ว 7,255 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 25% ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,674 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 29% ของแผนฯ

ทางด้านสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นคร สวรรค์ มีปริมาณไหลผ่านอัตรา 1,145 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำทรงตัว เนื่องจากปริมาณน้ำที่ค้างในทุ่งลุ่มต่ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มทยอยไหลลงสู่ลำน้ำเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนยกตัวสูงขึ้น ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 770 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 18–28 ธ.ค.2568 น้ำทะเลจะหนุนสูงอีกรอบ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น อาจเกิดน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง รวมไปถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และแนวเขื่อนชั่วคราวบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) บริเวณจังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพ มหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม

ในส่วนของปริมาณน้ำที่ยังค้างอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ กรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งระบายน้ำออกจากทุ่งภาคกลางอย่างต่อเนื่อง โดยจะคงเหลือน้ำส่วนหนึ่งไว้ในทุ่งให้เกษตรกรได้เตรียมเพาะปลูกข้าวนาปรังหรือพืชฤดูแล้งอื่นๆ รวมทั้ง เร่งกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในช่วงฤดูแล้ง พร้อมยืนยันว่า น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน และได้เตรียมแผนจัดสรรน้ำรองรับสถานการณ์ไว้อย่างเป็นระบบ

ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main และ wmsc.rid.go.th

SWOCRID #กรมชลประทาน


เครดิตข่าว ภาพ: สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, สำนักเครื่องจักรกล, สำนักงานชลประทานที่ 11 และ 12

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569

เทศบาลตำบลสามง่าม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม เทศบาลตำบลสามง่าม โดย กองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลสามง่าม ซึ่งมี นายภูวเดช จันทร์สนธิ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม จัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ทั้งนี้ นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม เป็นประธานในการจัดโครงการ พร้อมด้วย ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม นายจิราวัฒน์ ปึงสุขสมบูรณ์ ประธานสภาเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล หัวหน้าฝ่ายราชการ และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมโครงการ โดยมีการส่งมอบแว่นตาให้กับผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับการจัดโครงการเทศบาลใส่ใจ ดูแลสุขภาพตาผู้สูงอายุ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ด้วยการตรวจคัดกรองสุขภาพตา, ตรวจวัดสายตา, และตัดประกอบแว่นสายตา รวมถึงส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทาง ซึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสามง่ามมีผู้สูงอายุที่ได้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 518 ราย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

กาญจนบุรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น. ที่บริเวณด้านหน้าศาลา 60 พรรษามหาราช เทศบาลเมืองกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมี พลตำรวจตรี พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครตำรวจ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน มูลนิธิ ร่วมปล่อยแถวฯ

เนื่องในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นวันคริสต์มาส และในช่วงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 เป็นห้วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569 ซึ่งจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงไปร่วมงานรื่นเริง กิจกรรมเฉลิมฉลองในหลายพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

สำหรับมาตรการในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ด้านจราจร จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยการจราจร ในจุดที่มีการจราจรหนาแน่น เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย จัดระเบียบการจอดรถ โดยเฉพาะในจุดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดงานสำคัญ พร้อมทั้งจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าแก้ไขสถานการณ์ กรณีเกิดอุบัติเหตุหรือมีปัญหาการจราจรติดขัดสะสม เตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ หรือรถเสียออกนอกเส้นทาง

มาตรการในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ด้านจราจร ช่วงก่อนควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 23 – 29 ธันวาคม 2568 ช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 และช่วงหลังควบคุมเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 6 – 12 มกราคม 2569 ให้สถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและลดอุบัติเหตุฯ โดยเตรียมความพร้อม ด้านกำลังพล และกำหนดแผนในการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตรวจกวดขันวินัยจราจรให้เหมาะสม โดยเน้นการตั้งในจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ หรือเส้นทางเสี่ยงที่มีการเกิดอุบัติเหตุ หรือมีการกระทำผิดกฎจราจรบ่อยครั้ง รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ ทั้งอุปกรณ์ประจำกาย และอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นการป้องกันเหตุและดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และความผาสุกในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีต่อไป


#/// กัมพล ทันเวลา //ทีมข่าวภาคตะวันตก