จิตอาสา 904 บรรยายให้ความรู้เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ให้บุคลากรของ อปท.จ.สุโขทัย

จิตอาสา 904 “หลักสูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 5/63 “เป็นเบ้า เป็น แม่พิมพ์” , หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 4/63 และ หลักสูตรพื้นฐาน (ภาค3) รุ่นที่ 4/67 บรรยายให้ความรู้เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 08.30-16.30 น. วิทยากรจิตอาสา 904 “หลัก สูตรหลักประจำ” รุ่นที่ 5/63 “เป็นเบ้า เป็น แม่พิมพ์”, หลักสูตรพื้นฐาน รุ่นที่ 4/63 และ หลัก สูตรพื้นฐาน (ภาค3) รุ่นที่ 4/6 จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลวังลึก อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติไทยและความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ปลูกฝังให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักสามัคคี รวมถึงการทำความดีในรูปแบบการบรรยายผ่านการเรียนรู้ประ วัติศาสตร์ชาติไทยซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ และสร้างความเข้าใจในรากเหง้าอารยธรรมไทยและเสริมสร้างความรักความสามัคคีในสังคม

ทั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิด พร้อมเสริมสร้างจิต สำนึกรักบ้านเกิด และนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพที่ดี ร่วมกันธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ฐานทุนมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดสุโขทัย และประวัติศาสตร์ชาติไทยอย่างยั่งยืนสู่รุ่นลูกหลานได้สืบไป และในภาพรวมกิจกรรมการอบรมครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนมีความกระตือรือร้นและให้ความร่วมมือเข้ารับการอบรมเป็นอย่างดี

องค์การบริหารส่วนตำบลวังลึก อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ได้จัดกิจกรรมปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ตามโครงการปกป้องสถาบันสำคัญของชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(1) เพื่อให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การแสดงความจงรักภักดีและ สำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นอันล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(2) เพื่อให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนวิทยากรจิตอาสา 904 ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัดสุโขทัย ที่มีความรู้และประสบการณ์มาบรรยายเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย” ให้กับผู้เข้ารับการอบรมฯ รวมทั้งสิ้นจำนวน 40 คน เป็นการมุ่งเน้นปลูกฝังให้บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม มีความรักความสามัคคี และมีใจรักสถาบันหลัก ได้แก่ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์


ลำพูน จับตู้คีบตุ๊กตา กรณีมีผู้ร้องเรียนว่า มีการเปิดให้เล่นการพนันโดยไม่รับอนุญาต

ลำพูน – จับตู้คีบตุ๊กตา กรณีมีผู้ร้องเรียนว่า มีการเปิดให้เล่นการพนันโดยไม่รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 11:00 นาฬิกา ด้วยการอำนวยการ ของ นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน และนายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง สั่งการให้ นายวัชิระ ชัยหัง ป้องกันจังหวัดลำพูน จัดชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง จังหวัดลำพูน ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอป่าซาง เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรป่าซาง สมาชิก อส ร้อย บก.บร. และ สมาชิก อส ร้อย อส.อ.ป่าซางที่ 2 เข้าตรวจสอบ กรณีมีผู้ร้องเรียนว่า มีการเปิดให้เล่นการพนัน(ทุกคีบตุ๊กตา )โดยไม่รับอนุญาต บริเวณภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

ชุดปฏิบัติการ ได้ส่งสายลับเข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่ามีการตั้งตู้คีบตุ๊กตา เปิดพร้อมให้บริการภายในสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน จำนวน 3 ตู้ เมื่อทราบข้อเท็จจริงชุดปฏิบัติการ จึงเข้าดำเนินการแสดงตัว และเชิญเจ้าของสถานีบริการน้ำมันรายนี้รับทราบข้อเท็จจริง และแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นผู้จัดให้มีการเล่นอันระบุ บัญชี ข. หมาย เลข 28 (เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติ) เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยก โยน หมุน หรือวิธีอื่นใด ซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ ไม่ว่าจะมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใดๆ เพื่อเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์ แก่ผู้จัดโดยทางตรงหรือทางอ้อม โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 4 วรรคสอง มาตรา 5 มาตรา 10 ประกอบมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 “

ผู้ประกอบการรายดังกล่าว รับทราบข้อกล่าวหา และรับสารภาพเบื้องต้น ว่าตน เป็นผู้จัดให้มี” เป็นผู้จัดให้มีการเล่นอันระบุ บัญชี ข. หมายเลข 28ฯ ชุดจับกุมจึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรป่าซาง พร้อมของกลางตู้คีบตุ๊กตา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


นที มีเดช รายงาน

รมว.อุตฯ และคณะตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บ.มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ (จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำพูน) ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

วันศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพลวศุตม์ มหาเอี่ยมศิริ ประธานคณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงอุตสาหกรรม, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นางสาวจิรัฐิติกาล จันทราทิพย์ ประจำสำนัก สลน., นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 1) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และคณะตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ (จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำพูน) ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

โดยมีนายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, นายนันทกร ศรีสัจจะเลิศวาจา ผู้อำนวยการบริหารทั่วไป บริษัท มูราตะอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, MR. Keiji Mano ผู้จัดการฝ่านการลงทุน บริษัท มูราตะอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, นายภาวิกร ยศพิมสาร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน, หัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานภาครัฐ, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, ภาคเอกชน เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน มีพื้นที่ 4,505.882 ตารางกิโลเมตร ประชา กร จำนวน 398,532 คน มีนิคมอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสา หกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน และนิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) รวมถึงสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ส่งผลให้เกิดการยกระดับการลงทุนและจ้างงานในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมมีความสำคัญต่อมูลค่าเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูนเป็นอย่างมาก โดยในปี พ.ศ. 2564 ผลิตภัณฑ์มวลรวมจากภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดลำพูน มีมูลค่า 49,478 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดลำพูน มีมูลค่า 88,614 ล้านบาท คิดเป็น 55.83 % และในปี 2566 ข้อมูลรายงานผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัดของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อคน (GPP per Capita) ของจังหวัดลำพูนอยู่ในลำดับที่ 1 ของภาคเหนือ และอยู่ในลำดับที่ 14 ของประเทศ มีมูลค่า 236,619 บาท/คน

ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย “ฝ่า-ฟัน-ดึง-ดัน” ซึ่งจะช่วยผลักดันและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรม ถือเป็นกลไกสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาภาคอุตสาห กรรม ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมฯ ทั่วประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทชั้นนำที่ดำเนินการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับบริษัทมูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์ชั้นนำระดับโลก เช่น ตัวเก็บประจุในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (MLCC) ซึ่งทำหน้าที่สำรองพลังงานไฟฟ้าและกรองสัญญาณไฟฟ้าให้มีความเสถียร เป็นต้น โดยได้เลือกลงทุนที่ประเทศไทยมาอย่างยาวนานมากกว่า 35 ปี และมีโรงงานตั้งอยู่ทั้งในนิคมฯ ภาคเหนือและนิคมฯเวิลด์ ลำพูน ซึ่งแสดงถึงความไว้วางใจต่อศักยภาพของประเทศไทย ที่จะรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ขอขอบคุณต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย และยินดีให้การสนับสนุนต่อบริษัทฯ ในการขยายการประกอบกิจการในประเทศไทย และขอให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นต่อไป


นที มีเดช รายงาน

รมต.กลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพนักรบพิเศษพลีชีพปกป้อง

จังหวัดลพบุรี – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน “นักรบพิเศษ” ซึ่งพลีชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยชาย แดนไทย บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า อย่างสมเกียรติ ขณะที่ภรรยารู้สึกภาคภูมิใจ…และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ …อย่างหาที่สุดมิได้

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 16.00 น. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน หรือ หมู่เกมส์ สังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) รบพิเศษป่าหวาย วีรบุรุษทหารกล้า “นักรบพิเศษ” ที่เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย – กัมพู ชา บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า ณ เมรุวัดซาก ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี

โดยมี พลเอกณรงฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลโทอดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชา การหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการระดับสูงจากทุกภาคส่วน ครอบครัว ญาติ และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพิธี เพื่อร่วมไว้อาลัยและแสดงความเคารพแก่ผู้กล้าอย่างสมเกียรติ

สำหรับ พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ ภายในพิธี บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความภาคภูมิใจ ภายใต้พระบรมราชานุเคราะห์ กองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ 9 ขั้น 7 ชั้นยศ เป็นพันตรี ให้แก่ สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน เพื่อเชิดชูเกียรติและคุณงามความดีแห่งความเสียสละ พร้อมทั้งมอบเงินพระราชทาน เงินสินไหมทดแทนภัยสงคราม ประกันชีวิตกองทัพบก เงินช่วยเหลือ และบำเหน็จตกทอด ให้แก่ทายาทของวีรชนผู้กล้า

ในการนี้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความเสียใจ พร้อมให้กำลังใจแก่ครอบครัว และขอบคุณในความเสียสละของทหารผู้กล้าที่ยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ

สำหรับสิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน เกิดเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2539 ณ บ้านเลขที่ 20/2 หมู่ 1 ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นบุตรของ ร้อยโทองอาจ แย้มแตงอ่อน อายุ 60 ปี สังกัด มทบ. ที่ 13 และนางสุนทรี แย้มแตงอ่อน อายุ 59 ปี สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน บรรจุเข้ารับราชการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง นายสิบอาวุธหนัก ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ ร้อย สังกัดกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1 พัน.2) รบพิเศษป่าหวาย โดยได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศจากการ รุกรานของประ เทศกัมพูชา ในสมรภูมิช่องอานม้า เนิน 677 อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน ได้ปฏิบัติหน้าที่ผลักดันอริราชศัตรู ฝ่ายตรงข้าม ณ สมรภูมิรบที่เนิน 677 ช่องอานม้า จากการปะทะทำให้ สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน ได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันรักษาแผ่นดินไทย ด้วยความกล้าหาญเป็นชาติพลี สิริรวม อายุได้ 29 ปี

สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน เป็นผู้มีระเบียบวินัยซื่อสัตย์ รักครอบครัวและอุทิศชีวิตในการเป็นทหารอย่างเต็มภาคภูมิสิบเอกพชร แย้มแตงอ่อนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญในการรักษาอธิปไตยของชาติ ณ สมรภูมิรบที่เนิน 677 ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเฝ้าระวังการรุกล้ำและการป้องปรามภัยคุกคามตามแนวชาย แดน ก่อนจะสละชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบและความมั่นคงของประเทศ

โดย พลเอกณรงฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เป็นประธานมอบธงไตรรงค์ให้กับครอบครัวและทายาท เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลและแสดงถึงความหาญกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาผืนแผ่นดินไทย พร้อมทั้งมอบเงินพระราชทาน, เงินบำรุงขวัญ สินไหมทดแทนภัยสงคราม, เงินฌาปนกิจสงเคราะห์กองทัพบก, เงินช่วยเหลือ และบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวมถึงยังได้ดูแลสิทธิและเงินช่วยเหลือตามสิทธิของทางราชการและภาคส่วนต่างๆ พร้อมกับจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวในด้านอื่น ๆ ต่อไป

ขณะที่ นส.ชลิตา ศรีสุข ภรรยาของ ส.อ.พชร ถึงความรู้สึก ก็ตอบว่า ตนเองมีความภาคภูมิใจ ที่สามี ได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ …อย่างหาที่สุดมิได้ และตนเองยยังได้รับการช่วยเหลือจากกระทรวงสาธารณะสุข ให้บรรจุเป็นข้าราชการในโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี และ ขอให้ทหารที่อยู่แนวหน้า ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติได้กลับมาอย่างปลอดภัยกันทุกคน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

กองทัพภาคที่ 2 เผยภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดเนิน350 ได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้า

กองทัพภาคที่ 2 เผยภาพ แม่ทัพภาคที่ 2 และ ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดเนิน350 ได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้า

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย” แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต

#เนิน350 #ปราสาทตาควาย #กัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตำรวจนครนายก ทำดีด้วยหัวใจร่วมใจกันบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือด

นครนายก – ตำรวจนครนายก ทำดีด้วยหัวใจร่วมใจกันบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือด

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้าทำการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก พ.ต.อ.เผ่าภากร รามนุช รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมจิตอาสาตามโครงการ ”จิตอาสาบริจาคโลหิต ตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์” เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 และพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี ข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก และกลุ่มแม่บ้านตำรวจแต่งชุดจิตอาสา ร่วมกันทำความดีจิตรอาสาบริจาคโลหิตให้กับธนาคารเลือดโรงพยาบาลนครนายก โดยมีกาชาดนครนายก และอาสากาชาดนครนายก ได้มาร่วมรับบริจาคโลหิตที่บริเวณโรงอาหารร่มโพธิ์ทองตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ทำให้โครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

กอ.รมน. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายประชาชน หนุนการแพทย์ทหาร มอบเครื่องช่วยหายใจให้ทหารตามแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

กอ.รมน. ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายประชาชน หนุนการแพทย์ทหาร มอบเครื่องช่วยหายใจให้ทหารตามแนวหน้าชายแดนไทย–กัมพูชา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (สมท.กอ.รมน.) ได้บูรณาการกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชนจัดการประชุมหารือแนวทางการช่วยเหลือทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่แนวชายแดน ไทย–กัมพูชา เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรการสนับสนุนการดูแลช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ทั่วถึง และเกิดผลเป็นรูปธรรม

การประชุมดังกล่าวมี พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิ เทศ กอ.รมน. (ผอ.สมท.กอ.รมน.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 504 สมท.กอ.รมน. สวนรื่นฤดี โดยที่ประชุมฯได้หารือถึงการขยายผลความร่วมมือในการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงแนวทางการสนับสนุนด้านการแพทย์ เพื่อเสริมศักยภาพการรักษาพยาบาลกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย

ทั้งนี้ คณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ ได้ร่วมกันหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในลักษณะไม่เป็นทางการมาอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง โดยล่าสุดได้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อและสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยชีวิตทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมด้านการแพทย์ทหาร

จากผลการประชุมดังกล่าว กอ.รมน. ร่วมกับ มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และ มูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ได้ดำเนินการสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติบริจาคเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวินบริจาคเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 450,000 บาท เพื่อใช้ในการดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา

โดยในวันนี้ (22 ธันวาคม 2568) เวลา 14.00 น. กอ.รมน. โดย พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผอ.สมท.กอ.รมน. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และภาคีเครือข่าย ภาคประชาชนได้แก่ มูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ และมูลนิธิผึ้งหลวงอัศวิน ได้เดินทางไปมอบเครื่องช่วยหายใจ ให้แก่
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี พล.ต. สุขไชย สาทถาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระ มงกุฎเกล้า พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและรับมอบอุปกรณ์ดังกล่าว

การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลของหน่วยงานทางการแพทย์ทหาร ให้สามารถรองรับการดูแลผู้ป่วยในภาวะวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนไปยังกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เสียสละเพื่อความมั่นคงของประเทศในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงครอบครัวของกำลังพลอย่างเป็นรูปธรรม

กอ.รมน. ยืนยันความมุ่งมั่นในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลช่วยเหลือกำลังพลและพี่น้องประชาชนให้ได้รับประโยชน์สูงสุด อันสะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัย และความผาสุกของประเทศอย่างยั่งยืน


เปิดตัว ‘พรรคโอกาสใหม่’ ชู ‘จตุพร’ แคนดิเดตเบอร์ 1 หวังได้ 25 สส. เสนอชื่อชิงนายกฯ written by Admin 21/12/2025

“จตุพร บุรุษพัฒน์” เปิดตัวพรรคโอกาสใหม่ ลั่นไม่ใช่สุสานข้าราชการ แต่รวมคลังสมอง แก้ปัญหาประเทศ พร้อมนั่งแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 หวังได้ สส. 25 คน เสนอชื่อชิงนายกฯ ได้ ย้ำทำงานได้กับทุกพรรคที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน

วันที่ 21 ธ.ค. ที่อาคาร JW TOWER นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ นำเปิดที่ทำการพรรค และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบ่งเขต โดยระบุว่า เราอาสาตัวมาในวันนี้ ไม่ใช่เพราะเราต้องการตำแหน่งหรืออะไร แต่เราต้องการเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ผ่านมาเราอาจจะมองว่าการทำงานทางการเมืองเป็นสิ่งที่เราเจอเป็นประจำ จะสังเกตว่าคำพูดของคนที่เป็นนักการเมืองอาจจะมีปัญหา บางครั้งพูดแล้วไม่ทำและหยุดไปเฉยๆ โดยปล่อยให้พี่น้องประชาชนมองว่าเมื่อไรจะได้เห็นสิ่งที่รับปากไว้ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด

ดังนั้นวันนี้เราได้รวบรวมเพื่อนๆ พี่น้องทั้งหลายมาอยู่ในพรรค มีคนถามว่าพรรคเราเป็นที่รวมเป็นสุสานข้าราชการหรือไม่ ทำให้ตนหัวเราะ เพราะสุสานคือป่าช้าของคนตาย แต่พวกเราไม่ใช่คนตาย เราอยากเอาคนที่มีความรู้มาช่วยคนไทยจริงๆ เราคือคลังสมอง เราจึงไม่ปล่อยคนพวกนี้ให้ถึงเวลารับเบี้ยบำนาญ อย่างนี้ไม่ใช่ จึงเป็นที่มาของโอกาสใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

สิ่งที่พูดคือเราต้องเอาการบริหารนำการเมือง พวกเรามีประสบการณ์ เป็นมืออาชีพ ถ้าท่านต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องเลือกเราเข้าไปเยอะๆ เลือกคนเลือกพรรคเข้าไปแล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย

โดยนโยบายของพรรคคือ การเป็นรัฐสวัสดิการทุกมิติ การจงรักภักดีและการปกป้องสถาบัน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลกร้อนที่ทำให้เกิดภัยพิบัติ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การปฏิรูประบบการศึกษา ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาที่ดินป่าไม้

ทั้งนี้ ตอนอยู่ในระบบราชการ ตนก็ทำได้เท่าที่ทำได้ลองให้ตนเป็นใหญ่กว่านั้น จะแก้ปัญหาให้ดู ตัวตนของพรรคโอกาสใหม่คือเราจะเปลี่ยนวาทกรรมเป็นวาระงาน คือการทำงาน จะเปลี่ยนคำว่า ถ้าเป็นคำว่าทำ จะเปลี่ยนส่วนตัวให้เป็นส่วนรวม เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ที่แก้ปัญหาให้กับคนไทยทุกคน ถ้าเลือกเราวันนี้ดีขึ้นแน่

ต่อมา นายจตุพร ให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดตัวพรรคโอกาสใหม่วันนี้ ไม่ช้า เพราะพรรคทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีสมาชิกเป็นระดับต้นๆ ของประเทศ วันนี้ก็มาให้เห็นว่าเรามีผู้สมัครแต่ละภาคค่อนข้างจะครบถ้วน ไม่ได้เน้นพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ ตั้งเป้าว่าอยากได้ สส. ถึงจำนวนที่จะเสนอชื่อเป็นนายกฯ ได้ (อย่างต่ำ 25 คน) ส่วนแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ก็คือตน และยังมีอีก 2 คน คาดว่าเร็วๆ นี้จะเปิดตัว ซึ่งอยากให้ครบถ้วนทั้งภาคธุรกิจ และข้าราชการ

เมื่อถามว่า พร้อมจับมือกับทุกพรรคการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วพรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคที่ทำงานได้กับทุกพรรค ที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน


ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยม มอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่กำลังพลหน่วยรบพิเศษ

จังหวัดลพบุรี – ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยม มอบของขวัญปีใหม่ ให้แก่กำลังพลหน่วยรบพิเศษ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ในห้วงปีที่ผ่านมา ที่ ลพบุรี

พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางตรวจเยี่ยม พร้อมนำของขวัญปีใหม่ จากกองทัพบก มอบให้แก่ข้าราชการ กำลังพล ของศูนย์ปฏิบัติการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ที่ จังหวัดลพบุรี โดยมี พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมคณะนายทหารรบพิเศษ ให้การต้อนรับ โดยเมื่อเดินทางถึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จากนั้น ได้เดินทางไปยัง ณ สนามสีหราชเดโช หน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนกำลังพลหน่วยรบพิเศษ ส่งมอบของขวัญปีใหม่ จากกองทัพบก ให้แก่ผู้แทนหน่วย ซึ่งมีกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ตามแนวชายแดน ร่วมเป็นผู้แทนในการรับมอบ เพื่อส่งต่อให้แก่ทหารหน่วยรบพิเศษ ทั้งในที่ตั้งปกติ และ ผู้ซึ่งปฏิบัติภารกิจในการป้องกันประเทศตามแนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารนักรบพิเศษทุกนาย ในการปฏิบัติงานในห่วงปีที่ผ่านมา ที่เน้นการพิทักษ์สถาบัน นำหน่วยสู่ความทันสมัย และมีความพร้อมต่อทุกภัยคุกคาม

โอกาสเดียวกัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้อ่านสารอำนวยอวยพรปีใหม่ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ที่มีถึงกำลังพลกองทัพบกทุกนาย โดยขอส่งความปรารถนาดี และกำลังใจให้กับทหารนักรบพิเศษทุกคน โดยระบุว่า…..ตลอดห้วงปีที่ผ่านมา ทหารรบพิเศษ ได้ปฏิบัติภารกิจในด้านป้องกันประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ด้วยความมุ่งมั่น แม้จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยยากและอุปสรรคนานัปการ แต่กำลังพลของกองทัพบกทุกนาย โดยเฉพาะทหารหน่วยรบพิเศษ ต่างมานะพยายาม ทำให้ภารกิจทุกด้านสำเร็จลุล่วงเป็นผลดีต่อส่วนรวม อีกทั้งสามารถเสริมสร้างความมั่นคง ในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการยอมรับ เชื่อมั่น ศรัทธา ในการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพบก ที่พร้อมเป็นหลัก ด้านความมั่นคงให้กับประเทศชาติ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศชาติ และดำรงไว้ ซึ่งบทบาทอันมีเกียรติในการรักษาความมั่นคงของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ สืบไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

รองผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ ให้กับกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติราชการสนาม

รองผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ ให้กับกำลังพลกองทัพภาคที่ 3 ที่ปฏิบัติราชการสนาม

วันนี้ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ กองกำลังผาเมือง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลเอก ชิษณุพงษ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในฐานะผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยและอำนวยพรปีใหม่ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนาม เพื่อบำรุงขวัญและเพิ่มกำลังใจให้กับกำลังพลทุกนาย

โอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก กล่าวอวยพรปีใหม่แก่กำลังพลมีใจความที่สำคัญว่า “การปฏิบัติภารกิจในรอบปีที่ผ่านมาทุกท่านเป็นกำลังสำคัญที่ได้ทุ่มเทเสียสละแรงกายแรงใจปกป้องเอกราชอธิปไตยและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ทำให้ภารกิจทุกด้านสำเร็จลุล่วงเป็นผลดีต่อส่วนรวม อีกทั้งสามารถเสริมสร้างความมั่น คงในพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มแข็ง ควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายึดถือปฏิบัติ พร้อมแก้ไขในสิ่งผิด และพัฒนาตนเองให้เป็นทหารอาชีพที่มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต ดำรงตนอยู่บนความไม่ประมาท และคำนึงถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนยึดมั่นในอุดมการณ์และจุดยืนของกองทัพบก ที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์และประชาชนตลอดไป”

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากเน้นย้ำกำลังพลทุกนาย ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน น้อมนำพระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์เป็นแนวทาง พัฒนาเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การดูแลกำลังพลให้เป็นแบบอย่างที่ดี ยึดมั่นความถูกต้อง มีจิตอาสา เพื่อขับเคลื่อนกองทัพบกให้มั่นคงและเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชนให้มีความสุขตลอดไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์
สำนักงานเลขานุการกองทัพบก