เพลิงไหม้กลางดึก วอดบ้าน 2 ชั้น สูญทรัพย์นับแสน แมวตาย 4 รอด 3

เพชรบูรณ์ – เพลิงไหม้กลางดึก วอดบ้าน 2 ชั้น สูญทรัพย์นับแสน แมวตาย 4 รอด 3

เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 20 ธันวาคม 2568 พ.ต.ท. (สอบสวน) สภ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 73/1 บ้านวังไทรทอง หมู่ 1 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จัง หวัดเพชรบูรณ์ หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลวังโป่ง อบต.วังโป่ง อบต.ซับเปิบ และรถน้ำโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริ รวม 4 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยวังโป่งรวมใจ เข้าระงับเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ พบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำอย่างเต็มที่ ใช้เวลากว่าเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทรัพย์สินภายในบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด อาทิ โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม เครื่องปรับอากาศ จักรเย็บผ้าอุตสาหกรรม รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิก 1 คัน เงิน สดไม่ทราบจำนวน เสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน พระเครื่อง และทองคำหนัก 1 สลึง นอกจากนี้ แมวที่เลี้ยงไว้จำนวน 7 ตัว รอดชีวิต 3 ตัว อีก 4 ตัว คาดว่าถูกไฟคลอกตาย บ้านหลังดังกล่าวมีผู้อาศัยอยู่ 2 คน เป็นแม่และลูกชาย โดยขณะเกิดเหตุ นางฐิติวรดา คาเลส อายุ 50 ปี เจ้าของบ้าน นอนอยู่ชั้นล่าง ส่วนลูกชายนอนอยู่ชั้นบน แต่ช่วงเกิดเหตุลูกชายไม่ได้อยู่บ้าน ออกไปเติมอินเทอร์เน็ตและแวะเล่นกับเพื่อน ทำให้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นางฐิติวรดา เปิดเผยว่า ขณะนอนหลับได้ยินเสียงผิดปกติ แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงแมววิ่งเล่น เนื่องจากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว กระทั่งเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง พยายามจะเข้าไปเอาเอก สารสำคัญแต่ไม่ทัน เนื่องจากเกรงอันตราย พร้อมระบุว่า เงินสดบางส่วนที่ถูกไฟไหม้เป็นเงินที่เตรียมไว้ชำระหนี้ แต่จ่ายไม่หมดจึงเก็บไว้ในกระปุก

ด้าน นายสำรวย เบิกขว่าง บิดาของเจ้าของบ้าน กล่าวว่า ขณะนอนอยู่บ้านซึ่งอยู่ห่างจากบ้านลูกสาวประมาณ 150 เมตร มีชาวบ้านมาเคาะประตูแจ้งเหตุไฟไหม้ จึงรีบวิ่งมาดู พบไฟกำลังลุกไหม้อย่างหนักที่ชั้นบน และได้เคาะประตูเรียกลูกสาวจนตื่นออกมาได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม สาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะประสานกองวิทยาการพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย

“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึดคลังแสงอาวุธเขมร บน เนิน 350–ปราสาทตาควาย กลางดึก ร่วมวางแผน วางกำลัง คุมพื้นที่ให้ได้แบบเด็ดขาด ขอบคุณกำลังพลทุกคน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเท้าขึ้นยอดเนิน 350 ปราสาทตาควาย เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ตรวจยึดได้จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี และวางแผนการวางกำลังในพื้นที่ พร้อม ประเมินสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

พร้อมตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณกำลังพล พร้อมย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ ให้ได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยึดความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุด

#แม่ทัพเติ่ง #ปราสาทตาควาย #เนิน350#กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร


พรพิพัฒน์ รายงาน

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด ผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองบังคับการผาแด่น หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327, กองร้อยทหารพรานที่ 3106 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่จัน ได้ดำเนินการบังคับใช้กฏหมาย ติดตามสกัดกั้น รถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ยี่ห้อ Isuzu D-max สีขาว ทะเบียน กน 1589 ชร. และ ยี่ห้อ Toyota รีโว้ สีขาว ทะเบียน ขข 2543 ชร. จนถึง บริเวณบ้านรุ่งเจริญ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ชุดปฏิบัติการสามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังนี้ นาย ปรีชา คีรีวงศ์ สัญชาติไทยม 2.นาย อนุชา จะเต๊าะ สัญชาติไทย, 3.นาย Kyar Phae สัญชาติ เมียนมา

ต่อมาเมื่อเวลา 23.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองบังคับการผาแด่น หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับ พันตำรวจเอก รัฐกร อินทนิล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32, สถานีตำรวจภูธรแม่จัน, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 กองร้อยทหารพรานที่ 3106 ร่วมเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพบของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 13 กระสอบ อยู่ในรถยนต์ Isuzu D-max สีขาว ทะเบียน กน 1589 ชร. รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด และเมื่อเวลา 23.30 นาฬิกา

กองบังคับการผาแด่น หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการสุนัขสงคราม กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรแม่จัน, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 และ กองร้อยทหารพรานที่ 3106 ร่วม ทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบเพิ่มเติม ในพื้นที่ บ้านรุ่งเจริญ ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยใช้สุนัขทหารขยายผลไล่ติดตามผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีไปได้ในพื้นที่เกิดเหตุ ผลการปฏิบัติ ไม่พบผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชา การกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก ธวัช อินกอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เข้าร่วมการแถลงข่าวและตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีตรวจยึดยาเสพติด จำนวน 1,600,000 เม็ด ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยมี พลตำรวจเอก รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 เป็นประธานในการแถลงข่าว ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่จัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาlสwติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 141 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 147 คน, ตรวจยึดยาบ้าได้ 72,702,835 เม็ด, เฮโรอีน 1.2 กิโลกรัม, ไอซ์ 1,149 กิโลกรัม และ ฝิ่น 1.54 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 19 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 8 ราย ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 12,055.7 ล้านบาท (12,055,795,715 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

สตช. เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ” ธันวาคมสแกมเมอร์พุ่งเป้าสูงวัย อุบายอัปเดตข้อมูล รับสิทธิ ลวงติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ หลอกโอนเงินสูญนับล้าน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย “ข้าราชการบำนาญ” เดือนธันวาคมสแกมเมอร์พุ่งเป้าสูงวัย อุบายอัปเดตข้อมูล รับสิทธิ ลวงติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์ หลอกโอนเงินสูญนับล้าน

วันนี้ (20 ธันวาคม 2568) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับปราบปรามสแกมเมอร์ การหลอกลวงออนไลน์ทุกรูปแบบเชิงรุก ตัดวงจรทุกมิติทั้งเส้นทางการเงิน ที่ตั้ง ผู้ร่วมขบวนการ และเน้นย้ำการสร้างวัคซีนป้องกันภัยออนไลน์ให้กับประชาชน ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลโดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ Anti Cyber Scam Center (ACSC) พบสถานการณ์น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ โดยพบว่าในเดือนธันวาคมนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ กล่าวว่า คนร้ายมักใช้แผนประทุษกรรม โดยเริ่มต้นจากการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ ซึ่งเชื่อว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลข้าราชการบำนาญ ทำให้คนร้ายทราบทั้งชื่อ นามสกุล และหน่วยงานต้นสังกัดเดิมของเหยื่อ สร้างความน่าเชื่อถือในการติดต่อครั้งแรก โดยพฤติกรรมการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดคือการโทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยตรง แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการหลังเกษียณ เช่น กรมบัญชีกลาง, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยใช้ข้ออ้างต่าง ๆ นานาเพื่อหลอกลวงเหยื่อ ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตข้อมูลเพื่อรับสิทธิประโยชน์ การขอรับเงินบำนาญ เงินบำเหน็จ หรือเงินฌาปนกิจ

หลังจากใช้อุบายให้เหยื่อตายใจแล้ว คนร้ายจะชักจูงให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ทำการพูดคุยต่อ จากนั้นจะส่งลิงก์สำหรับดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่อ้างว่าเป็นของหน่วยงานราชการนั้น ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อจากระยะไกล โดยเทคนิคสำคัญที่คนร้ายใช้คือการหลอกให้เหยื่อ “เปลี่ยนภาษา” ของแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือให้เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะทำการโอนเงิน ซึ่งทำให้เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุไม่คุ้นชินกับเมนูและข้อความแจ้งเตือนต่าง ๆ และง่ายต่อการถูกหลอกให้ทำธุรกรรมโดยไม่รู้ตัว

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคม 2568 เพียงเดือนเดียว มีกลุ่มผู้สูงวัยอายุระหว่าง 60-74 ปี เข้าแจ้งความถูกหลอกโอนเงิน มียอดความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อราย สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มข้าราชการบำนาญเป็นเป้าหมายหลักที่คนร้ายให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีเงินออมและอาจไม่เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ จึงขอประชาสัมพันธ์แนวทางการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ดังนี้

1 อย่าเชื่อใจสายที่ไม่คุ้นเคย: หากมีโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ
2 ห้ามกดลิงก์แปลกปลอม: ไม่ควรกดลิงก์ที่ได้รับผ่านทาง SMS หรือแอปพลิเคชันสนทนาต่าง ๆ โดยเด็ดขาด
3 ไม่ติดตั้งแอปพลิเคชันนอกแหล่งที่น่าเชื่อถือ: ควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจาก Google Play Store หรือ Apple App Store เท่านั้น
4 ห้ามเปลี่ยนภาษาแอปฯ ธนาคารตามคำบอก: ธนาคารไม่มีนโยบายให้ลูกค้าเปลี่ยนภาษาของแอปพลิเคชันเพื่อทำธุรกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น หากมีผู้แนะนำให้ทำเช่นนั้น ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพทันที
5 ตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรง: หากไม่แน่ใจ ควรวางสายและโทรศัพท์กลับไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงด้วยตนเองผ่านเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นทางการ

หากท่านสงสัยว่าจะตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งเหตุด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


นที มีเดช รา่ยงาน

ตชด.327 ปะทะชายแดนเชียงราย สกัดแก๊งขนยานรก ยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ทิ้งรถ 2 คัน เร่งขยายผลล่าตัวยกแก๊ง

ตชด.327 ปะทะชายแดนเชียงราย สกัดแก๊งขนยานรก ยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ทิ้งรถ 2 คัน เร่งขยายผลล่าตัวยกแก๊ง

​เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 (ร้อย ตชด.327) มีการแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาค 5, ปปส. และฝ่ายปกครอง หลังปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

พ.ต.อ.รังสิมันตุ์ สงเคราะห์ธรรม ผบก.ตชด.ภ.3 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร้อย ตชด.327 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถ ยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน เชียงราย เป็นพาหนะ จึงได้วางแผนนำกำลังเข้าสกัดกั้นตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1130 จนกระทั่งเวลา 18.20 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยบริเวณทางขึ้นดอยอิสระ ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่คนร้ายกลับเร่งเครื่องพยายามขับชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนรถเสียหลักไม่สามารถไปต่อได้​ จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คนที่อยู่ในรถได้วิ่งลงมาพร้อมใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี เจ้าหน้าที่จึงยิงโต้ตอบ เกิดการปะทะกันครู่หนึ่ง ก่อนที่คน ร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางสีน้ำเงินและวัตถุห่อหุ้มด้วยถุงดำจำนวน 13 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

​ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเพิ่มเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องหาที่หลบหนี ซึ่งทราบชื่อ และเบาะแสเบื้องต้นแล้วจำนวน 5 ราย พร้อมเตรียมขยายผลถึงเครือข่ายผู้สั่งการเบื้องหลังเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน

รพ.ค่ายกาวิละ ต้อนรับวีรบุรุษภูมะเขือ ร.7/1 กลับสู่บ้าน พร้อมดูแลรักษาอย่างเต็มกำลัง

”เชิดชูเกียรติ สร้างขวัญกำลังใจ“ จากแนวหน้า…สู่การดูแลอย่างอบอุ่น โรงพยา บาลค่ายกาวิละต้อนรับวีรบุรุษภูมะเขือ ร.7/1 กลับสู่บ้าน พร้อมดูแลรักษาอย่างเต็มกำลัง

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 โรงพยาบาลค่ายกาวิละ ให้การต้อนรับกำลังพล “วีรบุรุษภูมะ เขือ” สังกัด ร.7/1 ที่เดินทางกลับสู่บ้านเกิด พร้อมดำเนินการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บอย่างเต็มขีดความสามารถ

การดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติภารกิจ เป็นภารกิจสำคัญที่สะท้อนถึงคุณ ค่าและบทบาทของโรงพยาบาลค่ายกาวิละ ในการรับผิดชอบต่อผู้เสียสละเพื่อการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ จะได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ถูกต้อง และต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การปฐมพยาบาล การส่งต่อรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย ตลอดจนการดูแลด้านสุขภาพจิต เพื่อให้สามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว การให้กำลังใจ ความห่วงใย และการสนับสนุนจากหน่วยงาน ครอบครัว และสังคม ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูจิตใจของทหารผู้บาดเจ็บ การดูแลครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการรักษาบาดแผล หากแต่เป็นการตอบแทนความเสียสละ และยืนยันว่ากองทัพและชาติจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ยืนหยัดปกป้องแผ่นดินไทย

#เหล่าทหารแพทย์ #โรงพยาบาลค่ายกาวิละอนุรักษ์กำลังรบ #มณฑลทหารบกที่33


นที มีเดช รายงาน

มทภ.3 เปิดงานใหญ่ “สามัคคีมินิมาราธอน ครั้งที่ 6” ฉลอง 117 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม สุดคึกคักที่เชียงราย

มทภ.3 เปิดงานใหญ่ “สามัคคีมินิมาราธอน ครั้งที่ 6” ฉลอง 117 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม สุดคึกคักที่เชียงราย!

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 05.30 น. พล.ท. วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 (มทภ.3) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ เดิน-วิ่ง เฉลิมฉลองครบรอบ 117 ปี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม “สามัคคีมินิมาราธอน ครั้งที่ 6” ณ โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขและมิตรภาพอันอบอุ่น

การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ทภ.3 และ พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (ผบ.มทบ.37) ร่วมในพิธีฯ โดยมีว่าที่ร้อยโท ณัฐรัชต์ ใหญ่ผา ผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม, นายผจญ ใจกล้า นายกสมาคมนักเรียนเก่าฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะครู และนักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ให้การต้อนรับอย่างดียิ่ง

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ มทภ.3 ได้ให้เกียรติเป็นผู้ปล่อยตัวนักกีฬาใน 3 ประเภท คือ Mini Marathon ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร, Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร และกิจกรรมเดินเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่านักวิ่งและผู้รักสุขภาพทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทำให้งานเต็มไปด้วยพลังและความสนุกสนาน

ภายหลังการแข่งขัน มทภ.3 ยังได้กรุณามอบรางวัลให้กับนักกีฬาผู้ชนะ และรับมอบของที่ระลึกจากผู้อำนวยการโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม เพื่อเป็นการขอบคุณและร่วมฉลองความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้ นับเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีและส่งเสริมความผูกพันของชุมชนอย่างแท้จริงค่ะ

สามัคคีมินิมาราธอน #โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม #ครบรอบ117ปี #เชียงราย #เดินวิ่งเพื่อสุขภาพ #มทภ3 #สามัคคีวิทยาคมมินิมาราธอน #กิจกรรมดีๆ #วิ่งเพื่อสุขภาพ #ความสามัคคี


ศูนย์ประชาสัมพันธ์
มณฑลทหารบกที่³⁷

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนและจิตอาสากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 เยี่ยมครอบครัวและ ติดตามการซ่อมแซมก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับกำลังพลทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย -กัมพูชา

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนและจิตอาสากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 เยี่ยมครอบครัวและ ติดตามการซ่อมแซมก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับกำลังพลทหารได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย -กัมพูชา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 พันโท ศิริพงษ์ มูลอำมาตย์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (กองพันประจำอำเภอ) พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสาพระราชทานของหน่วย ร่วมกับผู้นำส่วนท้องถิ่น ดำเนินการเข้าเยี่ยมครอบ ครัว และติดตามผลการดำเนินงานก่อสร้างบ้านของ พลทหาร ปรมินทร์ สุวรรณโภชน์ ตำ แหน่ง พลยิงปืนเล็กกล หมู่ปืนเล็ก หมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบากองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณซี่โครงด้านซ้าย จากเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา และได้แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว ให้กับครอบครัว เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน อันเนื่องมาจากปัจจุบันเข้าสู่ห้วงฤดูหนาว ณ บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี


นที มีเดช รายงาน

คืนอธิปไตยไทย “พลโท บุญสิน” ผู้แทน ผบ.ทบ. ตรวจแนวรบปราสาทตาควาย-เนิน 350 เชิดชูเกียรติทหารกล้า ยึดคืนพื้นที่สำเร็จ !

คืนอธิปไตยไทย! “พลโท บุญสิน” ผู้แทน ผบ.ทบ. ตรวจแนวรบปราสาทตาควาย-เนิน 350 เชิดชูเกียรติทหารกล้า ยึดคืนพื้นที่สำเร็จ!

ลงพื้นที่หน้าแนว! พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2/ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปยัง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ตรวจสภาพปรา สาทตาควายหลังถูกใช้เป็นฐานที่มั่นสู้รบ พร้อมให้กำลังใจนักรบไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งจนสามารถผลักดันผู้รุกรานได้สำเร็จ

“ความเสียสละของพวกท่าน จะถูกจารึกไว้ในฐานะวีรบุรุษผู้ปกป้องแผ่นดิน” กองทัพไทยพร้อมดูแลและยืนเคียงข้างกำลังพลทุกคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างถึงที่สุด

ปราสาทตาควาย #เนิน350 #สุรินทร์ #กองทัพภาคที่2 #พลโทบุญสิน #ทหารไทย #ยึดคืนพื้นที่ #อธิปไตยไทย #ทำลายให้สิ้นสภาพ #CambodiaFiredFirst #ThailandSelfDefense


พรพิพัฒน์ รายงาน

น้ำใจจากแนวหลัง ส่งกำลังใจสู่แนวหน้า

“น้ำใจจากแนวหลัง ส่งกำลังใจสู่แนวหน้า” กรมทหารราบที่ 7 และ สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารราบที่ 7 พร้อมกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 ขนย้ายลำเลียง สิ่งของที่รับมอบจากภาคเอกชน ห้างร้าน ประชาชนชาวจังหวัดเชียง ใหม่ เพื่อส่งมอบน้ำใจให้แก่ทหารชายแดนปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยเหตุปะทะระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 พันเอก ยอดชาย พวงวรินทร์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 7 และคุณชวนขวัญ พวงวรินทร์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารราบที่ 7 พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา พระราชทาน และ แม่บ้านจิตอาสา สมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากรมทหารราบที่ 7 ได้ร่วมกันขนย้ายสิ่งของที่ได้รับมอบจากหน่วยงานทุกภาคส่วน บริษัทเอกชน สมาคม ห้างร้าน กลุ่มบุคคล ตลอดจนประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และพื้นที่ใกล้เคียง ที่ได้ร่วมกันแสดงน้ำใจจัดหาสิ่งของที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ชายแดน โดย กรมทหารราบที่ 7 ร่วมกับ บริษัท นิ่มซี่เส็งขนส่ง 1988 จำกัด นำส่งสิ่งของดังกล่าว ขนย้ายไปยัง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเป็นกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องประเทศชาติต่อไป ณ หน้า กองบังคับการกรมทหารราบที่ 7 ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่ง ฝ่ายกิจการพลเรือนกรมทหารราบที่ 7 สมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กรมทหารราบที่ 7 ฝ่ายกิจการพลเรือนกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 ได้ดำเนินการส่งมอบ เครื่องอุปโภค-บริโภค เพื่อสนับสนุนกำลังพลที่ได้ปฏิบัติหน้าที่สนามชายแดน ไทย-กัมพูชา ของ กองพันทหารราบที่ 71 เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจ ในการปฏิบัติหน้างานที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


นที มีเดช รายงาน