วช. และภาคีเครือข่าย จ.กำแพงเพชร ร่วม MOU ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ดันเป้าหมาย “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

วช. และภาคีเครือข่าย จ.กำแพงเพชร ร่วม MOU ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ดันเป้าหมาย “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทยน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ จังหวัดกำแพงเพชร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกิจกรรม “มุ่งเป้าอนาคตประเทศไทย น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง” เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี กล่าวเปิดงานและร่วมลงนาม พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้บริหาร วช. เข้าร่วมในงาน นอกจากนี้ยังมี นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม จากจังหวัดกำแพง เพชร เข้าร่วมลงนามและร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ราชการจังหวัดกำแพงเพชร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ที่มุ่งขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำของประเทศอย่างยั่งยืน วช. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ให้ดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ในประเด็น “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด”

จังหวัดกำแพงเพชรนับเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ที่เผชิญความเสี่ยงทั้งจากน้ำมากเกินไป เช่น น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และการระบายน้ำไม่ทัน ที่ผ่านมา วช. ได้ดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่แล้ว 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ขอนแก่น ชัยภูมิ สงขลา และพัทลุง โดยมุ่งรับฟังปัญหา ความต้องการ และความท้าทายของแต่ละพื้นที่ เพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมใช้ มาปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ตลอดจนสร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับภูมิภาคและประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า วช. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ระยะ 5 ปี โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในทุกมิติ ทั้งการอุปโภคบริโภค การผลิต การจัดการภัยพิบัติ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ ภายใต้แผนงานสำคัญ “น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจังหวัดกำแพงเพชรเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของแผนงานดังกล่าว จังหวัดกำแพงเพชรเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ มีแม่น้ำปิงเป็นลำน้ำสายหลักที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และระบบนิเวศของพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากหลายลุ่มน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีบทบาทต่อความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ อย่างไรก็ตาม จังหวัดกำแพงเพชรยังคงเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงปัญหาอุทกภัยในบางพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบ เชื่อมโยง และอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จังหวัดกำแพง เพชร มีจุดมุ่งหมายในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัต กรรม ตามยุทธศาสตร์ ววน. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และยั่งยืน

ถัดมาเป็นพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง วช. กับหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมทั้งร่วมแสดงเจตนารมณ์ ดังนี้

  • นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
  • นางสาวธวัลรัตน์ อุประนันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำวัง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 1
  • นายเอกชัย คำธานี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานกำแพงเพชร สำนักงานชลประทานที่ 4
  • นางจิราภา หวิงปัด ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7
  • สิบเอก ดร.ณรงค์ อยู่ปาน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
  • นายอนันต์ โฆษิตพิพัฒน์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร
  • นายกฤตวิทย์ สวัสดิ์มงคล หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดกำแพงเพชร
  • นายสุจริตกุล อินทะโร กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร
  • ดร.ธิติ มหบุญพาชัย ประธานหอการค้าจังหวัดกำแพงเพชร
  • นางสาวอัจจิมา ภูจักรนิน เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมชำนาญงาน นิคมสร้างตนเองทุ่งโพธิ์ทะเล
  • นางสาวลัดดา ยาวิรัชน์ เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

ทั้งนี้ พิธีลงนามดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชรจะนำไปสู่การนำองค์ความรู้ทางวิจัยและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำ พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.น. เปิดโครงการลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่ พร้อมตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการเบื้องต้น

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดโครงการลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่ พร้อมตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการเบื้องต้น

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณกองบังคับการตำรวจจราจร (บก. 02) : กองกำกับการตำรวจจราจร 5 กองบังคับการตำรวจจราจร (กก.5 บก.จร.) จัดให้มีพิธีเปิดโครงการ “ลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศการปีใหม่” โดยมี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบ.ช.น.พร้อมคณะฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ลดอุบัติเหตุ แก้ปัญหาจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569” พร้อมมอบนโยบายการบริหารงานด้านความมั่นคงและการจราจรแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผู้กำกับการ 5 บก.จร. พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกองกำกับการ 5 บก.จร.ร่วมพิธีเปิดและรับฟังการมอบนโยบาย

พล.ต.ท.สยามฯ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและปัญหาการจราจร จึงต้องยกระดับการทำ งานด้วย การวางแผนและประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การจัดทำแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน ประเมินโอกาสความสำเร็จ การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสนับสนุนด้านการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 10 รายการ

ในด้านการแก้ไขปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุ ผบช.น. กำหนดแนวทางให้มุ่งลดอุบัติเหตุ เพิ่มความคล่องตัวในการจราจร และลดผลกระทบด้านมลภาวะ พร้อมเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุจุดเกิดเหตุซ้ำซาก และวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์วิกฤติ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.ณัทศิตฯ ผกก.5 บก.จร. กล่าวว่า การเปิดกิจกรรมครั้งนึ้ได้บูรณาการ ร่วมกับหน่วยบริการประชาชนภาคีของกองกับการ 5 บก.จร. โดยมีการตรวจเช็คระยะรถฟรีเบื้องต้น 10 รายการ นี้ยังมีการตรวจเช็กควันดำ หากเกินค่ามาตรฐานจะมีใบแจ้งเตือนให้ไปปรับปรุงโดยมีระยะเวลาภายใน 30 วัน

และยังมีการบริการ ของโครงการจุดพักใจ ที่เปิดให้บริการเป็นจุดพักผ่อนสำหรับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ได้มาใช้บริการได้ฟรีในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่แตกผู้โดยสารที่นั่งโดยสารรถสาธารณะเห็นว่าไม่ปลอดภัยและเป็นอันตรายหากเจอจุดพักใจก็สามารถใช้บริการเรียกใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เช่นเดียวกัน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สตม.จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1

ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 ซึ่งอาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพต่างชาติฉวยโอกาสก่ออาชญากรรม ขนวนการคนร้ายข้ามชาติแฝงตัวมาหลบซ่อนในพื้นที่รับผิดชอบที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ศูนย์การค้า และแหล่งที่พักอาศัยต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ สินของประชาชนในระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569

กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญา กรรมและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงได้จัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 ณ บริเวณหน้าประตู 1 (ทิศตะวันออก) ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุง เทพมหานคร

โดยมี พลตำรวจตรี ปรัชญา ประสานสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นประธาน และมีพลตำรวจตรี ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้ามือง 1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จำนวน 50 นาย เข้าร่วมพิธีปล่อยแถว ซึ่งมีเป้าหมายระดมกวาดล้างคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) การนำพา และขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย การช่วยเหลือซ่อนเร้นคนต่างด้าวให้รอดพ้นจากการจับกุม คนต่างด้าวที่เข้ามาตั้งกลุ่มแก๊งและกระทำความผิด หรือการแสดงสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงการไม่เคารพต่อกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทั้งในที่สาธารณะหรือในสื่อสังคมออนไลน์ก็ตาม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’ รุกหนัก จับพวกทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย

เปิดปฏิบัติการ OPERATION BAD GUYS OUT ปูพรมกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน-ภัยมั่นคง ‘ตม.ชลบุรี’รุกหนัก จับกลุ่มทำผิดกฎหมายกว่า 250 ราย

20 ธันวาคม 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการ “OPERATION BAD GUYS OUT” ปูพรมตรวจค้นและกวาดล้างคนต่างด้าวทุกสัญชาติที่กระทำผิดกฎหมายทั่วประเทศ รวมกว่า 144 จุด โดยมีการประชุมสั่งการผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom) รายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา ในการประชุมดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช. สตม., พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ. เมืองพัทยา และ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง

ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการตรวจพบข้อมูลข่าวสารว่ามีกลุ่มวัยรุ่นสัญชาติกัมพูชาในหลายพื้นที่ของ จ.ชลบุรี มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญ และบางส่วนอาจเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งรัดดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง ภายใต้ “OPERATION BAD GUYS OUT” โดยมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยหลัก บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง ปูพรมตรวจค้นทั่วราชอาณาจักร

สำหรับพื้นที่เป้าหมาย จ.ชลบุรี ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี (ตม.จว.ชลบุรี) สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว เข้าปิดล้อมตรวจค้นแคมป์คนงานและแหล่งที่พักแรงงานต่างด้าว 3 จุด ในพื้นที่ อ.บางละมุง และ อ.ศรีราชา ตรวจสอบแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เมียนมา และลาว รวมกว่า 700 คน พบผู้กระทำความผิดมากกว่า 250 คน อยู่ระหว่างการคัดแยก ตรวจสอบสถานะ และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา เปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เร่งรัดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการคัดกรองบุคคลตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบมีประวัติอาชญากรรมหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง จะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองทันที ส่วนผู้ที่เข้ามาแล้วจะมีการติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดในทุกสัญชาติ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคง

ผลการระดมกวาดล้างทั่วประเทศ ณ เวลา 10.59 น. สามารถดำเนินคดีได้รวม 12,833 คดี จับกุมผู้ต้องหา 12,208 ราย แยกตามสัญชาติ ได้แก่ เมียนมา 4,923 ราย, กัมพูชา 506 รา , ลาว 507 ราย, จีน 2,379 ราย, อินเดีย 2,379 ราย, เวียดนาม 124 ราย, รัสเซีย 235 ราย และสัญชาติอื่น ๆ 3,047 ราย ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการปฏิเสธการเข้าเมืองชาวกัมพูชาแล้ว 166 คน

รอง ผบ.ตร. ยังฝากถึงประชาชน หากพบหรือสงสัยว่ามีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง หรือมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 หรือแจ้งได้ที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง


“ผกก.เซล” พร้อมกำลัง ตม.นครปฐม เร่งระดมกวาดล้างต่างด้าวผิดกฏหมาย ลุยตรวจค้นแค้มป์คนงาน

“ผกก.เซล พร้อมกำลัง ตม.นครปฐม” เร่งระดมกวาดล้างต่างด้าวผิดกฏหมาย ลุยตรวจค้นแค้มป์คนงาน รวบผู้ให้ที่พักพิง ฐานความผิดไม่แจ้งที่พักต่างด้าว รวม 139 ราย โทษปรับเอาเงินเข้ารัฐรวม 2 แสนกว่าบาท

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2568 ผูัสื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามนโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ระหว่างวันที่ 17-25 ธ.ค. 68 นั้น พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 มีนโยบายสั่งการให้ พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ปูพรมจัดระเบียบพื้นที่ทันที โดยมุ่งเป้าบังคับใช้กฎ หมาย พ.ร.บ.คนเข้าเมือง อย่างเข้มข้น เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมที่แฝงตัวมากับแรงงานต่างด้าว สามารถจับคุมผู้ให้พักพิงโดยไม่แจ้งสถานที่ให้ทราบซึ่งมีโทษอัตราปรับเ มียอดเงิน เข้ารัฐกว่า 2 แสนบาท

พ.ต.อ.จิรพงศ์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย พ.ต.ท.จิรโชติวัจน์ คล้ายคลึง รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม พ.ต.ท.มิตรชัย พรมจันทร์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนคร ปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.นครปฐม ได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จัดหางาน, แรงงานจังหวัด, กอ รมน และตำรวจพื้นที่ ปูพรมเข้า X-Ray พื้นที่เป้าหมายในเขต ต.สระพัฒนา อ.กำแพงแสน จว.นครปฐม หลังการสืบสวนทราบว่าเป็นจุดที่มีแรงงานต่างด้าวพักอาศัยอยู่หนาแน่น จากการจู่โจมเข้าตรวจสอบห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 9 ต.สระพัฒนา พบพิรุธว่าไม่มีประวัติการแจ้งเข้าพักอาศัยในระบบเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของกลุ่มแรงงานสัญชาติเมียนมาอย่างละเอียดผ่านระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ผลปรากฏว่า พบต่างด้าวพักอาศัยอยู่จริงถึง 139 ราย โดยที่เจ้าบ้านหรือผู้ดูแลเพิกเฉย ไม่ได้ดำเนินการแจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 38 อย่างชัดเจน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าของและผู้ดูแลในฐานความผิด “เป็นเจ้าบ้าน เจ้าของ หรือผู้ครอบครองเคหสถาน รับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัยโดยไม่แจ้งต่อพนัก งานเจ้าหน้าที่ภายในเวลาที่กำหนด” และดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายแบบเรียงตัว รวม 139 ราย คิดเป็นยอดเงินค่าปรับสูงถึง 222,400 บาท พร้อมทั้งได้กำชับและประชา สัมพันธ์ข้อกฎหมายให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ทางกฎหมายที่กลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้เป็นที่กบดาน

พ.ต.อ.จิรพงศ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่า “การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างตามนโยบาย ตร. หากพบคนต่างด้าวที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่ากระทำผิดกฎหมาย หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของสังคม ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครปฐมทราบได้ทันที ทางเราพร้อมดำเนินการตรวจสอบและหากพบความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดในทันที ไม่มีละเว้น”


สตม.ร่วมแถลงข่าว จับกุมผู้ต้องหาชาวอินเดีย 19 ราย เช่าบ้านหรูตั้งแก๊งแอดมินขายของเถื่อน

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำ ความผิด

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3., พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี, ว่าที่ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก. สส.บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ ดังนี้

ตม.จว.ชลบุรี สืบทราบว่ามีแก๊งแอดมินเว็บไซต์ขายสินค้าผิดกฎหมายอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา โดยมีหัวหน้าแก๊งคือ MR. MANIT (นามสมมติ) สัญชาติอินเดีย ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และได้ส่งลูกน้องหรือรองหัวหน้าแก๊งคือ MR.SUNIL (นามสมมติ) อายุ 40 ปี มาตั้งแก๊งที่ประเทศไทยโดยได้พาลูกน้องประมาณ 20 คน มาเช่าบ้านหรูในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี โดยได้ทำเว็บไซต์ขายสินค้าผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม. จว.ชลบุรี ได้สืบสวนจนทราบว่าแก๊งคนอินเดียดังกล่าวได้พักอยู่บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.14 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จว.ชลบุรี จึงได้เข้าตรวจค้น

ซึ่งจากการตรวจค้นพบคนอินเดียรวม 19 ราย และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำงานจำนวนมาก จึงได้ทำการจับกุม

  • ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด, เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” จำนวน 9 คน
  • ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 10 คน
  • นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ จว.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.กรไชยฯ รอง ผบ.ตร. นำคณะเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. นำคณะเยี่ยมให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมได้มอบกระเช้า และเงินส่วนตัวในนามของ พล.ต.อ.กรไชยฯ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับครอบ ครัว ข้าราชการตำรวจ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฎิบัติหน้าที่ และเพื่อเป็นการแสดงความขอบ คุณและความห่วงใย โดยมี พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ รรท.แพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ , คณะแพทย์ และพยาบาล ร่วมเป็นคณะตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ

ทั้งนี้ ข้าราชการตำรวจจำนวน 2 นาย มีรายชื่อดังนี้

  1. ด.ต.อภินันท์ ลาโพธิ์ ตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.กก.ตชด.22 (โดนสะเก็ดระเบิด ที่เขาพระวิหาร)
  2. จ.ส.ต.วิสูตร ผดุง ผบ.หมู่ สน.วังทองหลาง (ต้องตัดขา เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุระหว่างปฎิบัติหน้าที่ กระเด็นออกมาจากรถยนต์)

ขอแสดงความขอบคุณและความห่วงใยจากครอบครัวตำรวจทุกนาย ขอให้ทุกท่านหายป่วยโดยเร็ว และกลับมาร่วมเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้ประชาชนและสังคมอีกครั้ง และ พล.ต.อ.กรไชยฯ ยังได้สนับสนุนอาหาร สำหรับเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ (พยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง) ประจำหอผู้ป่วยข้าราชการตำรวจ ชั้น 11 ณ อาคาร มภร. ชั้น 11 รพ.ตร.


ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ร่วมปล่อยแถวระดมกวาดล้าง อาชญากรรม ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศ กาลปีใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569

วันนี้ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 16:00 น. พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ.สิงห์ลำพอง โพธิ์เสือ รอง ผบก.ภ.จว.อ่าง ทอง, หน.สภ.ในสังกัด พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ ภ.จว.อ่างทอง เข้าร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศ กาลปีใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวฯ

ทั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง รวมกำลังทั้งสิ้น 300 นาย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า)

#ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง


ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส และก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569

วันนี้ (17 ธ.ค.68) เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส และก่อนเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2569 ของ ภ.จว.สมุทรปราการ

โดยมี พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.ชาติ อาจเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.จารุวัตร สิงหศรีชัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก./หน.สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ, ผู้แทน รอง ผอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ, ผู้แทน นายอำเภอบางพลี, ตม.จว.สมุทรปราการ, สันติบาลจังหวัดสมุทรปราการ, กก.3 บก.ทท.1, นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครตำรวจ เข้าร่วมพิธี ณ ลานจอดรถ ศูนย์การค้าเมกา บางนา ต.บางแก้ว อ.บางพลี จว.สมุทรปราการ

#ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


“ตม.จว.ภูเก็ต” จับกุมสองหนุ่มอินเดียลอบวางเพลิงตามหมายจับสากล

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 เวลา 09.00 น. ชุดปฏิบัติการประกอบด้วย ตม.จว. ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท. วิศรุต ละเอียดอ่อง รอง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.วิโรจน์ ศรีโสภา สว.ฯ ปรก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ต.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต, ร.ต.อ.สิทธิเดช ทองมี รอง สว.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต

ได้รับการประสานจากตำรวจกองการต่างประเทศว่ามีบุคคลสัญชาติอินเดียจำนวน 2 ราย ชื่อ 1.MR.SAURABH สัญชาติ อินเดีย และ2.MR.GAURAV สัญชาติ อินเดีย ตามหมายจับตำรวจสากล ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยทำการวางเพลิงสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในประเทศอินเดียเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและได้หลบหนีการจับกุมมาซุกซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ ตม.จว.ภูเก็ต จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องสงสัยดังกล่าวได้เดินทางมาพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวทั้ง 2 รายนำตัวมาสอบสวนและทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรพร้อมดำเนินการผลักดันส่งกลับไปยังประเทศอินเดียเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป