รถตู้รับส่งนักเรียน อัดท้ายรถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย

สุโขทัย – รถตู้รับส่งนักเรียน อัดท้ายรถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บ 21 ราย

วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 07.25น. สภ.บ้านด่านลานหอยรับแจ้งอุบัติเหตุบริเวณ ใกล้เคียงสามแยกสวนป่า ม.1 ต. หนองหญ้าปล้อง ทางเข้าต.วังลึก อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย จึงประสานรถกู้ชีพโรงพยาบาลบ้านด่านลานหอยและเจ้าหน้าที่กู้ภัย ออกตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถตู้รับส่งนักเรียน หมายเลขทะเบียน นข4351 สุโขทัย ซึ่งเป็นรถรับส่งนักเรียนของชาวบ้านหมู่ที่ 9 บ้านลานกระบือใต้ ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เกิดอุบัติ เหตุชน รถบรรทุกเทเลอร์ 18 ล้อ เจ้าหน้าที่นำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 21 ราย ส่งโรงพยาบาลบ้านด่านลานหอย โดยอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดแบ่งเป็นสีดังนี้สีแดง(คนขับรถ) 1 คน สีเหลือง 11 คนและสีเขียว 9 คน ทั้งหมดเป็นนักเรียนโรงเรียนบ้านด่าน ลานหอยวิทยา และโรงเรียนอนุบาลบ้านด่านลานหอยและเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เมื่อรถตู้ของคณะบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลแม่ระมาด จ ตาก จอดแวะดูให้การช่วยเหลือ บริเวณด้านหน้าช่องว่างระหว่างรถตู้รับส่งนักเรียน กับรถเทรลเลอร์ รถตู้ได้มีอาการคันเร่งค้าง เร่งเครื่องไปชนท้ายรถตู้จากแม่ระมาด เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย


พงศ์เทพ สาคร สุโขทัย

ผบช.ภาค 1 ตรวจเยี่ยมชื่นชมศูนย์รับแจ้งความทางเทคโนโลยี ภ.จว.ลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี โดยสามารถช่วยเหลือผู้ที่ถูกหลอกได้เป็นจำนวนมาก

โดยเมื่อเช้าวันนี้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส. ภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี 1441 อำเภอเมืองลพบุรี โดยมี พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ. จว.ลพบุรี นำคณะนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับ และได้นำเยี่ยมชมที่ศูนย์รับแจ้งเหตุดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวงทางเทคโนโลยีเดินทางมาให้ปากคำกับทางพนักงานสอบสวน เตรียมที่จะออกหมายจับ จากที่ได้รับฟังการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่าเป็นที่พอใจและเป็นศูนย์ที่ให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วแลประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะจังหวัดลพบุรีนั้นมีข้าราชการบำนาญเป็นจำนวนมากที่อาจจะรู้ไม่เท่าทันมิจฉาชีพและพบว่าถูกหลอกหลายราย

พร้อมกันนี้ได้เปิดเผยว่าการตั้งศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ขึ้นมานี้ถือว่าเป็นการทำงานที่ถูกทาง โดยทางพนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนและก็จะส่งต่อให้กับทางงานสืบสวนไปดำเนินการรวบรวมออกหมายจับ ซึ่งการที่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงแจ้งเร็วก็จะสามารถติดตามอายัดบัญชี และจะได้เงินเร็วอย่างผู้เสียหายที่เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ นอกจากนี้ก็ขอเตือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็ขอให้รีบมาแข้งที่ศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เป็นการด่วน ทั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากทางธนาคารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีเวลาได้รับการประสานกับทางศูนย์ฯแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการของทางสำนัก งานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีที่ตั้งศูนย์ฯนี้แล้วเห็นเป็นรูปธรรมและเห็นผลการดำเนินการสร้างความพอใจให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ขณะที่ผู้เสียหายรายหนึ่งที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนถูกหลอกเรื่องของการคืนเงินค่ามิเตอร์ไฟฟ้าได้เปิดเผยว่า ทางตนเองที่เคยถูกหลอกลวงมาแล้วก็ขอเตือนประชาชนว่ามิจฉา ชีพมีวิธีการที่เหนือชั้นแม้ว่าตนเองก็พยายามระวังอยู่ก็ยังถูกหลอก รวมทั้งขอชื่นชมในการทำงานของศูนย์รับแจ้งคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี ที่มีการทำงานที่รวดเร็ว โดยตนเองทราบว่าถูกหลอกกำลังไปแจ้งความก็ได้รับโทรศัพท์จากทางศูนย์ฯ แห่งนี้ให้มาพบจะได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งก็สามารถที่จะอายัดเงินในบัญชีกับทางธนาคารได้ทันไม่เช่นนั้นก็คงจะเสียเงินในบัญชีอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ต้องขอชื่น ชมในการทำงานที่รวดเร็วของศูนย์ฯแห่งนี้และเชื่อว่าจะช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอกลวงได้อีกจำนวนมาก


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการฯ พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่่ ในพื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชา ในพื้นที่ทภ.1-ทภ.2

หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการฯ พร้อมแม่ทัพภาคที่ 2 เยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่่ ในพื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชา ในพื้นที่ทภ.1-ทภ.2

พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วย พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจทหารผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่และการสู้รบ เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2

ในการเยี่ยมครั้งนี้ คณะผู้บังคับบัญชาได้มอบกระเช้าและเงินบำรุงขวัญ เพื่อเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งเข้าสอบถามอาการบาดเจ็บ แนวทางการรักษา และความคืบหน้าการฟื้นฟูร่างกายของทหารแต่ละนายอย่างใกล้ชิด โดยได้ให้กำลังใจให้ทุกนายมุ่งมั่นดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้สามารถฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัว พร้อมเน้นย้ำว่ากองทัพบกจะติดตามอาการของทหารผู้บาดเจ็บทุกนายอย่างต่อเนื่อง และหากมีสิ่งใดที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นด้านการรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือสวัสดิการต่าง ๆ กองทัพบกพร้อมให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้กำลังพลสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างดีที่สุด

กองทัพบกขอขอบคุณทหารทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมขอส่งกำลังใจให้ทุกนายก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์อีกครั้ง
กองทัพบกห่วงใย ไม่ทอดทิ้งกำลังพล พร้อมดูแล ช่วยเหลือ และยืนเคียงข้างทหารของชาติทุกนาย “ขอบคุณในความเสียสละเพื่อความมั่นคงของประเทศไทย”

#กองทัพบก #RTA #กองทัพภาคที่2 #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #ขอบคุณในความเสียสละเพื่อความมั่นคง

พรพิพัฒน์ รายงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มอบความห่วงใยปีใหม่ Drive Safe D ดูแลรถแรงงานไทยกว่า 4 พันคัน

แรงงานไทย และประชาชน นำรถยนต์ และรถจักรยานยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถ ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่กว่า 4 พันคัน ตามโครงการ Drive Safe D เช็กชัวร์ ก่อนเดินทาง ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่มอบให้ในปี 2569

นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ห่วงใยพี่น้องแรงงานและประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดโครงการ Drive Safe D เช็กชัวร์ ก่อนเดินทาง ถือเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 โดยการให้บริการตรวจสภาพรถ ช่วงก่อนและระหว่างเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568–5 มกราคม 2569 ณ สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทุกจังหวัด หรือจุดบริการบนถนนสายหลักหรือสายรองทั่วประเทศนั้น ตลอดระยะเวลา 8 วัน มีผู้เข้ารับบริการทั้งสิ้นจำนวน 4,227 คัน ได้แก่ รถยนต์ จำนวน 1,037 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 3,190 คัน

จังหวัดที่มีพี่น้องแรงงานไทย และประชาชนเข้ารับบริการมากที่สุด คือ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 211 คัน นครศรีธรรมราช จำนวน 164 คัน และภูเก็ต จำนวน 160 คัน ตามลำดับ สำหรับการให้บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ดังกล่าว กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้วตั้งแต่ปี 2567 มีผู้รับบริการจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,245 คัน (จำนวนให้บริการ 7 วัน) ประจำปี 2568 มีผู้รับบริการจำนวนรวมทั้งสิ้น 6,807 คัน (จำนวนวันให้บริการ 14 วัน)

ขอขอบคุณพี่น้องแรงงานไทย และประชาชนทุกท่านที่เชื่อมั่นในการให้บริการ และใส่ใจในการตรวจเช็กความปลอดภัยก่อนการเดินทาง รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เสียสละเวลา และทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง สุดความสามารถในช่วงเทศกาลปีใหม่ อธิบดีกล่าวทิ้งท้าย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อลังการงานปีใหม่ “Angels in Paradise” ปีที่ 18 รวมพลังมิตรภาพสายสังคม–ธุรกิจ ใต้ร่มพระบารมี น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย

อลังการงานปีใหม่ “Angels in Paradise” ปีที่ 18 รวมพลังมิตรภาพสายสังคม–ธุรกิจ ใต้ร่มพระบารมี น้อมเสด็จสู่สวรรคาลัย

บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข ความงดงาม และความประทับใจ สำหรับงานเฉลิมฉลองปีใหม่ “Happy New Year 2026 : Angels in Paradise” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ณ The Pud English Garden โดยมี คุณศิรินา ปวโรฬารวิทยา และครอบครัว เป็นเจ้าภาพผู้จัดงาน งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “Angels in Paradise” ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของนางฟ้า–เทวดา อัญเชิญเสด็จสู่สวรรคาลัย สื่อถึงความรัก ความสามัคคี และความจงรักภักดี ได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติและมิตรสหายจากหลากหลายแวดวง ทั้งเพื่อนจากโรงเรียนเก่า กลุ่มสายสังคม และสายธุรกิจ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยมีบุคคลสำคัญร่วมงาน อาทิ สุมณี คุณะเกษม, พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานบริษัทในเครือบางปะกอก–ปิยะเวท ร่วมแสดงความยินดีและส่งความสุขเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย เริ่มตั้งแต่พิธีต้อนรับ การขับร้องบทเพลงพิเศษโดย คุณบุญเกียรติ โชควัฒนา การแสดงดนตรีและการเต้นรำสากล อาทิ Waltz, Tango, Cha Cha Cha, Rumba, Samba, Quick Step รวมถึง Line Dance ที่สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานตลอดทั้งงาน พร้อมการแสดงพิเศษจากกลุ่ม “Beautiful Angels” ที่เรียกเสียงปรบมืออย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการร่วม ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงอันทรงคุณค่า เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สร้างบรรยากาศแห่งความซาบซึ้งและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

นอกจากนี้ พล.ร.อ. ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสมาคมรักษ์แผนไทย  ยังมีการออกบูธแผนไทยเพื่อสุขภาพ ให้ผู้ที่มาร่วมงานผ่อนคลาย รวมถึงอาหารที่นำมาเสิร์ฟภายในงานยังเป็น อาหารเพื่อสุขภาพ ที่คัดสรรเป็นพิเศษจาก โรงแรมสยาม วิลล่า สุวรรณภูมิ สะท้อนแนวคิดการดูแลสุขภาพควบคู่กับความสุขอย่างสมดุล และทางวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) ยังเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานนี้ให้ราบรื่นสมบูรณ์แบบ

งาน “Angels in Paradise” นับเป็นงานสังคมคุณภาพที่จัดต่อเนื่องยาวนานถึง 18 ปี สะท้อนสายใยความผูกพันอันแน่นแฟ้นของกลุ่มเพื่อนต่างวัย ต่างอาชีพ ที่ร่วมกันส่งต่อพลังบวก ความงดงาม และความสุข ความความประทับใจอย่างสมบูรณ์แบบ “Happy & Healthy” ต้อนรับศักราชใหม่ 2569 อย่างงดงาม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตม.1 จับกุมแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีน เครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำ หนีคดีฉ้อโกง ซุกกลางกรุง

ตม.1 จับกุมแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนเครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำ หนีคดีฉ้อโกง ซุกกลางกรุง

วันที่ 7 ม.ค.2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก. ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท. สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 บุกจู่โจมเข้าจับกุมกลุ่มชาวจีน จำนวน 7 ราย บริเวณร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง ภายหลังได้สืบทราบว่า มีการลักลอบเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และมีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ชาวจีนเครือข่ายสามเหลี่ยมทองคำ จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มชาวจีนดังกล่าวลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 6 ราย และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด จำนวน 1 ราย

โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก ยังพบอีกว่า 2 ราย มีประวัติเกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญา กรรมทางไซเบอร์บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และมี 1 ราย หนีหมายจับคดีฉ้อโกง มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท มาจากประเทศจีน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 6 ราย และ แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” จำนวน 1 ราย จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จราจรวิภา จับหนุ่มพกมีด ปืน คารถ อ้างมีไว้ป้องกันตัว

วันที่ 7 ม.ค.2569 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. (สน.วิภาวดี) ได้ทำการจับกุมตัวนายเอกชัยฯ ขอสงวนนามสกุล อายุ 39 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนยี่ห้อ Smith & Wesson ขนาด .38 ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด ซองบรรจุอาวุธปืน จำนวน 1 ซอง อาวุธมีด จำนวน 1 เล่ม โดยจับกุมได้บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า หน้าป้ายรถเมล์ศูนย์นิสสัน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. (สน.วิภาวดี) ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาถึงบริเวณ ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า หน้าป้ายรถเมล์ศูนย์นิสสัน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ได้พบรถยนต์กระบะ สีขาว กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ริมทางลักษณะน่าสงสัย จึงเข้าตรวจสอบพบอาวุธมีดวางอยู่บริเวณช่องเก็บของประตูด้านหน้าขวาของรถ และพบอาวุธปืนบรรจุอยู่ในซองอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุนปืนบรรจุอยู่ในรังเพลิง ซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนขับ

จากการสอบถามนายเอกชัยฯ ให้การยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง โดยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนได้ซื้อมาจากเพื่อนชายไทยไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ส่วนอาวุธมีดได้ซื้อมาเป็นระยะเวลานานแล้ว และเอาติดรถไว้เพื่อป้องกันตัว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร” นำตัวทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ลุงขับกระบะย้อนศรยาวจากด่านดินแดง ชนรถ 6 คัน สารภาพตกใจ “เข้าด่านเก็บค่าผ่านทางผิด ทำอะไรไม่ถูก”

ลุงขับกระบะย้อนศรยาวจากด่านดินแดง ชนรถ 6 คัน สารภาพตกใจ “เข้าด่านเก็บค่าผ่านทางผิด ทำอะไรไม่ถูก”

กลายเป็นคลิปไวรัลที่สร้างความตกใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนน เมื่อผู้ใช้ TikTok หลายราย เผยแพร่วิดีโอเหตุการณ์สุดระทึก ขณะรถกระบะคันหนึ่ง ขับย้อนศรสวนเลนบนถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า ก่อนเฉี่ยวชนรถยนต์ที่สัญจรตามปกติได้รับความเสียหายหลายคัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569

ขับสวนเลนยาวหลายกิโลเมตรจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ชื่อนายเฉลิมพล เป็นชายสูงอายุ ขับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล กลับรถบริเวณด่านเก็บเงินดินแดง ก่อนตัดสินใจแล่นย้อนศรในช่องทางหลัก มุ่งหน้าจากดินแดงไปยังสะพานข้ามแยกสุทธิสาร ทั้งที่เป็นเส้นทางสวนการจราจร

ผู้ก่อเหตุเผยว่า ตั้งใจจะไปหาลูก แต่เข้าด่านเก็บเงินผิดช่อง เกิดอาการตกใจ จึงขับรถสวนเลนออกมา จนเกิดเหตุเฉี่ยวชนต่อเนื่อง มีรถเสียหาย 6 คัน ไร้ผู้บาดเจ็บ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุอาจมีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในลมหาย ใจของผู้ก่อเหตุ จึงแจ้งข้อหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของผู้อื่น”

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 พนักงานอัยการได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อ ศาลแขวงดุสิต พร้อมคำร้องขอริบรถยนต์ของกลางและพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว “I-New Gen Junior Award 2026” จุดประกายความคิดสร้างสรรค์เยาวชนไทย สู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน

วช. จัดประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว “I-New Gen Junior Award 2026” จุดประกายความคิดสร้างสรรค์เยาวชนไทย สู่การพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประกวดโครงงานนักประดิษฐ์รุ่นจิ๋ว I-New Gen Junior Award 2026 ซึ่งจัดขึ้นในงาน “วันนักประดิษฐ์ 2569” (Thailand Inventors’ Day 2026) ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกประเทศไทยด้วยพลังของสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม Unlock Thailand – Power of Invention and Innovation” ณ Event Hall 102–103 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

โครงการที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4–6 เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ใช้จินตนาการและความคิดริเริ่มในการออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์หรือโครงงานใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควบคู่กับการเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การลงมือปฏิบัติจริง และการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นหรือวัสดุเหลือใช้ให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืน การประกวดดังกล่าวมุ่งปลูกฝังแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะสมกับบริบทของชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนสามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปะ เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงและสร้างคุณค่าแก่สังคมในอนาคต

ทั้งนี้ การประกวด I-New Gen Junior Award 2026 แบ่งผลงานออกเป็น 5 กลุ่มเรื่อง ได้แก่ เกษตรและอาหาร สิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดภาระงานทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์หรือแนวคิดด้านอาหารและเครื่องดื่มสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยรักษาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม มุ่งเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุจากธรรมชาติอย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์อำนวยความสะดวก สิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิต ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์ที่ส่งเสริมจินตนาการและกระบวนการสร้างสรรค์ ในงานศิลปะและงานฝีมือทุกรูปแบบอย่างมีเอกลักษณ์สื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการศึกษา สิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยเสริมประ สิทธิภาพการเรียนการสอน และพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย โดยอาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์ร่วมด้วย

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ ฝึกทักษะการสื่อสารและการนำเสนอผลงานอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างทักษะการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหา ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านการทำโครงงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปีนี้ ผลงานที่มาร่วมประกวดเต็มไปด้วยจินตนาการที่ล้ำเลิศเกินวัย สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก

อาทิ เครื่องตัดหญ้าพลัง ECO ที่นำพลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน ลดเรื่องเสียงรบกวน และมลพิษทางอากาศ อีกทั้งยังมีแสงสว่างที่เครื่องทำให้สามารถตัดหญ้าในเวลากลางคืนได้อีกด้วย ผลงานของน้องๆจากโรงเรียน บุญสมวิทยา เปลือกไข่ฮีโร่กอบกู้โลก โรงเรียนบ้านนา กล่องพัสดุจากเปลือกลูกยางพารา โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย ปัญหาขยะจากการผลิตอาหารปัญหาของโลกที่ถูกมองข้าม สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถาดพลาสติกรังผึ้งบรรจุอาหารสด สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครนทรวิโรฒ ฟิล์มชีวภาพจากผักในท้องถิ่น (ผักเปราะ) พัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลงานของนักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านปราสาท อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ และยังมี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลตำบลหนองหงส์ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช นำผลของพืชพื้นเมืองภาคใต้ ลูกประ เป็นวัตถุดิบหลักในการทำเต้าหู้ ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 ผลิตเป็นเต้าหู้ไข่ ให้เป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนแพ้ถั่วเหลือง ฯลฯ

ผลงานดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จัดแสดงภายในงาน ขอเชิญทุกท่านมาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ และส่งกำลังใจให้เยาวชนไทย ว่าผลงานใดจะเข้าตาคณะกรรมการ พร้อมร่วมรับฟังการประกาศผลในวันที่ 9 มกราคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จากใจแนวหลัง สู่แนวหน้า สมท.กอ.รมน. ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เติมขวัญกำลังใจทหารชายแดนไทย–กัมพูชา (ด้านพื้นที่จ.สระแก้ว)

จากใจแนวหลัง สู่แนวหน้า สมท.กอ.รมน. ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เติมขวัญกำลังใจทหารชายแดนไทย–กัมพูชา (ด้านพื้นที่จ.สระแก้ว)

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดย พลโท ธนาธิป สว่างแสง ผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. (ผอ.สมท. กอ.รมน.) พร้อมด้วย คณะกรรมการมูลนิธิไทยอาสาป้องกันชาติ, ชมรม พคบ., สมาคมไทย–ซิกข์ เพื่อความมั่นคงแห่งประเทศไทย และเครือข่ายมวลชนของ กอ.รมน.ได้เดินทางไปมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ณ กองกำลังบูรพา

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งมอบกำลังใจ ความห่วงใย และการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายภาคประชาชนไปสู่เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศอย่างเข้มแข็งและเสียสละในสถานการณ์ปัจจุบันนี้

สำหรับรายการสิ่งของที่นำมามอบให้ได้แก่

  • น้ำดื่ม 300 แพ็ก
  • เสื้อรองใน 1,500 ตัว
  • กางเกงใน 1,500 ตัว
  • ถุงเท้า 1,500 คู่
  • เสื้อยืด 400 ตัว
  • ข้าวพร้อมทาน 3,000 ถ้วย
  • ปลากระป๋อง 7,200 กระป๋อง
  • ขนม 38 ลัง
  • กล้วยฉาบ 200 ถุง
  • เครื่องดื่มชูกำลัง 19 ลัง

การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังแห่งความสามัคคีของทุกภาคส่วนที่พร้อมยืนเคียงข้างกำลังพลแนวหน้า เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ และร่วมกันพิทักษ์รักษาความมั่นคง ความปลอดภัย และความสงบสุขของประเทศให้เกิดอย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน