นายกฯ เปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

นายกฯ เปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ผู้ว่าฯ นครพนม เข้าร่วมโครงการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทย สู่เรือไฟโลก

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ณ เวทีการแสดง แสง สี เสียง บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์ศรี ตำบลในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัดนครพนม พร้อมร่วมรับชมการแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม “ประเพ ณีไหลเรือไฟนครพนม 1 เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา”,การไหลเรือไฟเฉลิม พระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” ขณะที่ รักษาการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมโครงการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทย สู่เรือไฟโลก ในงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568

ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีที่ชาวนครพนมภาคภูมิใจ เพราะบรรพบุรุษได้ยึดถือปฏิบัติมานานตั้งแต่โบราณ โดยมีความเชื่อในประเพณีที่เกี่ยวเนื่องมาจากการบูชารอยพระพุทธ บาท, การสักการะท้าวพกาพรหม, การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี และการระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา, การขอฝน, การเอาไฟเผาความทุกข์ และการบูชารอยพระพุทธ บาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 สื่อถึงความเชื่อที่ยึดถือกันมาอย่างยาวนาน เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน และในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวงานเทศกาลวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต้องมาเยือน

นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวว่า กิจกรรมปีนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดนครพนม จัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ขึ้น ระหว่างวันเสาร์ที่ 27 กันยายน-วันพุธที่ 8 ตุลาคม 2568 (12 วัน 12 คืน) ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครพนม และบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเมืองนครพนม โดยในปี 2568 คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการร่วมกับจังหวัดนครพนม จัดงานยกระดับเทศกาลเรือไฟไทยสู่เรือไฟโลก เพื่อยกระดับเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ขับเคลื่อนนครพนมให้เป็น Restination เมืองท่องเที่ยวหลักแห่งการพักผ่อน โดยมีกลยุทธ์ “สร้างโลก” ยกระดับเทศกาลระดับประเทศให้เป็นระดับโลก สร้างการรับรู้เอกลักษณ์ของชุมชนในระดับสากล และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวชมประเพณีวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์อันเก่าแก่ล้ำค่าของจังหวัดนครพนม สร้างภาพลักษณ์ที่ดี จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า 1 เดียวในโลก

โดยโครงการยกระดับเทศกาลเรือไฟไทย สู่เรือไฟโลก ในงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกและงานกาชาดจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 จังหวัดนครพนม มีกิจกรรมประกอบไปด้วย พิธีบูชาพระธาตุพนม ณ บริเวณหน้าวัดพระธาตุพนม วรมหาวิหาร โดยมี นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีบูชาพระธาตุพนม ก่อนทำพิธีเปิด “กิจกรรมไหลเรือไฟโบราณสักการะบูชาพระธาตุพนม เชื่อมวัฒนธรรมสองฝั่งโขง และพิธีรำบูชาพระธาตุพนม”

จากนั้น เป็นการรำบูชาพระธาตุพนม ตามลำดับ เริ่มจาก ชุดรำตำนานพระธาตุพนม โดยอำเภอธาตุพนม, ชุดรำบูชาจากเมืองหนองบก แขวงคำม่วน, เมืองไชยบุรี แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, ชุดรำหางนกยูง โดยอำเภอเมืองนครพนมและอำเภอนาทม, ชุดรำศรีโคตรบูร โดยอำเภอปลาปากและอำเภอศรีสงคราม, ชุดรำผู้ไท เรณู นคร โดยอำเภอเรณูนครและอำเภอบ้านแพง, ชุดรำไทญ้อ โดยอำเภอท่าอุเทนและอำเภอโพนสวรรค์, ชุดรำขันหมากเบ็น โดยอำเภอนาแกและอำเภอวังยาง ปิดท้ายด้วย รำเซิ้งอีสานบ้านเฮา โดยนางรำทั้งหมด พร้อมแขกผู้มีเกียรติ หลังจากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม

จุดที่ 1 ตรวจเยี่ยมการอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาแหล่งเรียนรู้การทำเรือไฟจังหวัดนครพนม ณ บริเวณสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนครพนม เยี่ยมชมนิทรรศการส่งเสริมการเรียนรู้งานเรือไฟนครพนม “จากลำไม้ไผ่สู่เรือไฟ 1 เดียวในโลก”, เยี่ยมชมการสาธิตทำเรือไฟโบราณ, เยี่ยมชมการสาธิตงานหัตถกรรมไม้ไผ่, เยี่ยมบูธจัดแสดงและจำหน่ายอาหารถิ่น อาหารที่มีไผ่เป็นส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ที่มีไผ่เป็นส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากนครพนม จังหวัดใกล้เคียง ประเทศเพื่อนบ้าน,ชมการแสดงเครื่องดนตรีจากไม้ไผ่

จุดที่ 2 บริเวณซุ้มเรือไฟ ด้านหน้าสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนคร พนม เยี่ยมชมกระบวนการทำเรือไฟวิทยาศาสตร์,เยี่ยมชมซุ้มส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอำเภอธาตุพนม ประกอบด้วย การนำเสนอผลงานศิลปินเรือไฟ, จัดแสดงแบบจำลองเรือไฟโบราณ, กิจกรรม Workshop & สาธิตกระบวนการทำเรือไฟตะเกียง, ชมบ้านอัตลักษณ์ วิถีชีวิต การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน

เวลา 19.30 น. บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์ศรี ตำบลในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัดนครพนม พิธีเปิดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกจังหวัดนครพนม ประจำปี 2568 ณ เวทีการแสดง แสง สี เสียง บริเวณลานหน้าวัดโพธิ์ศรี ตำบลในเมือง อำเภอ เมือง จังหวัดนครพนม โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี, นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ท่านคำพัน อั่นลาวัน เอกอัครรัฐทูต แห่งสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำราชอาณาจักรไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, น างสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม, ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม, คณะเอกอัครราชทูตจีน, เวียดนาม, ลาว, หัวหน้าส่วนราชการ, แขกผู้มีเกียรติ และ ผู้ร่วมพิธี

พร้อมร่วมรับชมการแสดงบินโดรน, การแสดงแสง สี เสียง สื่อผสม “ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม 1 เดียวในโลก “แสงไฟแห่งศรัทธา” พร้อมการแสดงพลุรักษ์โลก,การไหลเรือไฟเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “เทิดพระเกียรติ พระปรีชาเจ้าฟ้าวิศิษฏศิลปิน” การไหลเรือไฟโบราณ และเรือไฟส่งเข้าประกวด จากทั้ง 12 อำเภอ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) ประเภทสวยงาม (2) ประเภทสร้างสรรค์ และชมขบวนเรือไฟบกอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง “Nakhon Phanom illuminated Boat Carnival” ก่อนเสร็จสิ้นงาน จากพลังความเชื่อความศรัทธาสู่ประเพณีอันล้ำค่า 1 เดียวในโลก…จังหวัดนครพนมยินดีต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนเมือง 3 ที่สุด สู่สุขที่สุด


อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนที่ 38 เดินหน้ามอบนโยบายผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ เน้นย้ำ “เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส รวดเร็ว และถูกต้อง”

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนที่ 38 เดินหน้ามอบนโยบายผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ เน้นย้ำ “เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส รวดเร็ว และถูกต้อง”

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2568 เวลา 13.00 น. ที่ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น 3 จ.นนทบุรี : พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ คนที่ 38 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์ทั่วประเทศ ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์,นายสมบูรณ์ ศิลา รองอธิบดี กรมราชทัณฑ์ และ นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ ผู้อำนวยการกองส่วนกลางกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมการประชุม

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึง การวางแผนกำหนดทิศทางการบริหารงานราชทัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนภาระให้เป็นโอกาส รวดเร็ว และถูกต้อง” พร้อมเร่งเดินหน้าการพัฒนาด้านการควบคุม โดยนำเทคโนโลยี (AI) เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามพฤติกรรม รวมถึงระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) นำมาใช้การประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ตลอดจนด้านการพัฒนาพฤตินิสัย ในเรื่องของการฝึกทักษะอาชีพ โดยเน้นความจำเป็นของตลาดแรงงานและความสมัครใจของผู้ต้องขัง รวมถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษ อีกทั้ง ด้านทัณฑปฏิบัติ ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบเลื่อนชั้น ระบบพักการลงโทษ ระบบลดวันต้องโทษ พร้อมยกระดับงานราชทัณฑ์ โดยการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่างๆ การพัฒนาบุคลากร ติดตามและประเมินผลการดำเนินการในทุกกิจกรรมของงานราชทัณฑ์

ทั้งนี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานให้กับผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถานทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจในเชิงรุก และมีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นการเสริมสร้างบทบาทของเรือนจำในการสนับสนุนชุมชนและพัฒนาสังคมโดยรอบพร้อมการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบราชทัณฑ์อย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง จัดคอนเสิร์ตการกุศล “คนวาดรูป : วันวาน วันนี้”

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง จัดคอนเสิร์ตการกุศล “คนวาดรูป : วันวาน วันนี้”

สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง จัดคอนเสิร์ตการกุศลครั้งยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “คนวาดรูป : วันวาน วันนี้” เพื่อหาทุนสนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าและนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ เอ็นที ออดิทอเรียม ถนนแจ้งวัฒนะ

โดยนายบุญเลิศ บุตรขาว อุปนายกสมาคมฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการ คอนเสิร์ตการกุศลเพื่อหารายได้ สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์ และกิจกรรมนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่างในครั้งนี้ นั้นเกิดขึ้นด้วยปณิธานและเจตนารมณ์ของคณะกรรมการสมาคมฯ และศิษย์เก่าเพาะช่างทุกคน ที่ต้องการเชิดชูเกียรติภูมิของสถาบัน ร่วมสร้างพลังแห่งความรักและสามัคคีในหมู่ศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจจุบัน จึงได้ร่วมใจกันจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล ครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแห่งการรวมตัวของศิษย์เก่าเพาะช่างผู้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการศิลปะและดนตรีไทย

ทั้งนี้ อุปนายกสมาคมฯ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ว่า มุ่งมั่นที่จะให้เกิดผล เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างศิษย์เก่าและนักศึกษา อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้บุคลทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน กิจกรรมครั้งนี้ โดยรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนโครงการการบูรณะและปิดทององค์พระครู (วิษณุกรรม)

ซึ่งคอนเสิร์ต “คนวาดรูป : วันวาน วันนี้” ได้รับเกียรติจากศิลปินชื่อดัง อาทิ คุณชมพู ฟรุตตี้, คุณป้อม ออโต้บาห์น, คุณชัยรัตน์ เทียบเทียม,คุณหรั่ง ร็อคเครสตร้า, คุณต๋อง เทวัญ ทรัพย์แสนยากร และ คุณอำนาจ ศรีมา โดยศิลปินแต่ละท่านจะมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงและความทรงจำในยุคสมัยที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนพลัง สร้างสรรค์จากวันวานสู่วันนี้

คอนเสิร์ต “คนวาดรูป” ตอน วันวาน…วันนี้ จัดขึ้นโดย สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมสมาคมฯ และกิจกรรมนักศึกษาวิทยาลัยเพาะช่าง โดยรายได้ส่วนหนึ่ง หลังหักค่าใช้จ่าย ร่วมสมทบทุนโครงการบูรณะซ่อมแซมปิดทอง องค์พระครู (พระวิษณุกรรม) ซึ่งจะจัดให้มีการแสดงคอนเสิร์ต ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นี้ เวลา 14.00 น. ณ หอประชุม NT Auditorium ถนนแจ้งวัฒนะ

บัตรราคา 500 / 1,000 / 1,500 / 2,000 บาท
ซื้อบัตรได้ที่
👉 Line OA: @pcaa.official
👉 สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง ชั้น 2 ถนนตรีเพชร เขตพระนคร กรุงเทพฯ
👉 Concert Call Center 063-194-5151

โอนเงินเข้าบัญชี ” สมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง “
ธนาคารกรุงศรี ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 128-1-26416-7
สาขา ดิโอลด์สยาม ช้อปปิ้ง พลาซ่า

Line OA : @pcaa.official “คนวาดรูป : วันวาน วันนี้”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รองนายกฯ สุชาติ” ลุยเชียงใหม่–เชียงราย เปิดรับฟังข้อเสนอภาคประชาชน เร่งแก้ปัญหาสารปนเปื้อน “แม่น้ำกก” ให้เกิดผลเชิงรูปธรรมโดยเร็ว

“รองนายกฯ สุชาติ” ลุยเชียงใหม่–เชียงราย เปิดรับฟังข้อเสนอภาคประชาชน เร่งแก้ปัญหาสารปนเปื้อน “แม่น้ำกก” ให้เกิดผลเชิงรูปธรรมโดยเร็ว

วันที่ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ,ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำและการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำกก,แม่น้ำรวก,แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของประชาชนในพื้นที่ โดยได้ตรวจติดตามการเก็บตัวอย่างน้ำ และการตรวจวัดคุณภาพน้ำ บริเวณศาลาท่าเรือสาธารณะบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมรับฟังสรุปสถานการณ์จากหน่วยงานในพื้นที่ และข้อเสนอจากประชาชนและผู้นำชุมชน ก่อนขึ้น ฮ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจเส้นทางลำน้ำกกในจุดสำคัญ เช่น ฝายเชียงราย และจุดสูบน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย เพื่อประเมินภาพรวมของสภาพปัญหาจากมุมสูง ก่อนเข้าร่วมประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาแม่น้ำกก ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายภาคประชาสังคม เข้าร่วมประชุม

นายสุชาติฯ ได้เน้นย้ำว่า สิ่งที่มารับฟังเสียงจากประชาชนในวันนี้เป็น “ความตั้งใจจริง” ที่รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องการเร่งผลักดันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด จากข้อเสนอแนะของภาคประชาสังคม ในส่วนที่กระทรวงฯ สามารถดำเนินการได้จะเร่งดำเนินการโดยทันที เช่น การตรวจวัดคุณภาพน้ำในพื้นที่ให้ได้ผลที่รวดเร็วขึ้นได้มอบหมายให้กรมควบคุมมลพิษเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลให้ประชาชนมีน้ำใช้ที่สะอาดในระยะเร่งด่วนได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการโดยทันที และการจัดหาแหล่งน้ำประปาสำรองได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำหารือร่วมกับการประปาเชียงรายต่อไป สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ได้มอบหมายให้ทางจังหวัดเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงาน เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรับโฉมใหม่ กกท. ฉลองครบรอบ 61 ปี ผนึกพลังขับเคลื่อนกีฬาไทยสู่อนาคต

กกท. ฉลองครบรอบ 61 ปี ผนึกพลังขับเคลื่อนกีฬาไทยสู่อนาคต ภายใต้แนวคิด “WE Move The Forward (วี มูฟ เดอะ ฟอร์เวิร์ด) พลังเราเพื่อก้าวสู่ออนาคตไทย”

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ และกีฬามวย ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันครบรอบ 61 ปีสถาปนาการกีฬาแห่งประเทศ ไทย เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานและกิจกรรม “วันครบรอบวันสถาปนาการกีฬาแห่งประเทศไทย 61 ปี” ภายใต้แนวคิด “WE Move The Force Forward (วี มูฟ เดอะ ฟอร์ เวิร์ด) พลังเราเพื่อก้าวสู่อนาคตไทย One force  One Journey Endless possibility” (วัน ฟอร์ซ วัน เจอร์นีย์ เอ็นเลส พอสซิบิลิตี้) ที่ ลานกิจกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก)

กิจกรรมครั้งนี้ จัดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อแสดงถึงความพร้อม และวิสัยทัศน์การพัฒนากีฬาไทยในทศวรรษใหม่ และกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระสำคัญครบรอบ 61 ปีสถาปนาการกีฬาแห่งประเทศไทย

นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพ และกีฬามวย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ทำหน้า ที่เป็นกลไกหลักในการพัฒนาและขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม โดยภารกิจสำคัญของ กกท.จากนี้ คือการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในเดือนธันวาคม 2568 วันที่ 9-20 ธ.ค.2568 และ อา เซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในเดือนมกราคม 2569 วันที่ 20-26 มี.ค.2569 นับเป็นภารกิจสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของประเทศ และเป็นครั้งแรกที่มีการจัดการแข่งขันใน 3 จังหวัด ซึ่งมีความคืบหน้าและได้เตรียมงานทุกด้านไว้พร้อมแล้ว เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยในฐานะเจ้าภาพ

ในวาระครบรอบ 61 ปี การกีฬาแห่งประเทศไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยสู่ทศวรรษใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Sports For All’ (สปอร์ต ฟอร์ ออล) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงกีฬาอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และคุณธรรมจริยธรรม

โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยได้กำหนดแนวทางดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 5 แผนหลัก เพื่อขับเคลื่อนกีฬาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

  1. แผนการสร้างโอกาสในการเข้าถึงกีฬา (Sports For All สปอร์ต ฟอร์ ออล) มุ่งส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทุกกลุ่มได้เล่นกีฬาอย่างเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด “สนามกีฬาเพื่อทุกคน ทุกพื้นที่” โดยกระจายศูนย์กีฬาและโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม
  2. แผนพัฒนาทักษะทางกีฬาอย่างถูกต้อง ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด เพื่อบ่มเพาะทักษะทางกีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับโรงเรียนกีฬามหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติ จนถึงเวทีแข่งขันระดับท้องถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพและเติบโตสู่ระดับชาติ
  3. แผนพัฒนาต่อยอดด้วยทักษะทางกีฬาขั้นสูง สู่ความเป็นนักกีฬาตัวแทนประเทศไทย พัฒนาร่างกาย จิตใจ และทักษะอย่างถูกต้อง และต่อเนื่องร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย และศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติ (NTC) ที่ช่วยให้นักกีฬาสามารถฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับมาตรฐานโลก และเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านกีฬา
  4. แผนพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันในรายการกีฬาระดับโลก เนื่องจากนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงระดับโลกต้องผ่านการพัฒนาที่แข็งแกร่ง มีการพัฒนาความสามารถเป็นลำดับขั้นอย่างมั่นคงจากระดับจังหวัด ระดับชาติ และพัฒนาส่งเสริมทุกด้านจนมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และระดับอาชีพ
  5. แผนการจัดเวิลด์ สปอร์ต อีเวนต์ และส่งเสริมสปอร์ตทัวริซึ่ม ตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่ส่งเสริม และสนับสนุนให้มีรายการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ และกีฬาอาชีพ มาจัดแข่งขันในประเทศไทย เพื่อสร้าง Sport Eco System สปอร์ต เอ็กซ์โป ที่สมบูรณ์ยั่งยืน สร้างโอกาสให้นักกีฬาไทย และสร้างรายได้สู่ประเทศด้วยการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬา และกีฬาระดับโลก

“แผนและวิสัยทัศน์ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับพันธกิจหลักของ กกท. ในการสร้างความแข็ง แกร่งให้กับวงการกีฬาไทย มั่นใจว่าผู้บริหารและบุคลากรของการกีฬาแห่งประเทศไทยทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจ พัฒนากีฬาไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ พร้อมสร้างคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

สำหรับกิจกรรมวันครบรอบวันสถาปนาการกีฬาแห่งประเทศไทย 61 ปี จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘WE Move The Forward (วึ มูฟ เดอะ ฟอร์เวิร์ด–พลังเราเพื่อก้าวสู่อนาคตไทย One Force,One Journey,Endless Possibility วัน ฟอร์ซ วัน เจอร์นีย์ เอ็นเลส พอสซิบิลิตี้)’ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–17 ตุลาคม 2568 ที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) ภายในงานมีนิทรรศการแสดงความเป็นมา ผลงาน และความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์

สำหรับวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ซึ่งตรงกับวันสถาปนาอย่างเป็นทางการ จะมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี พร้อมพิธีมอบเกียรติบัตรพนักงานดีเด่น มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดตราสัญลักษณ์ 61 ปี และพิธีมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่นักกีฬาและบุคลากรผู้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ปิดท้ายด้วยกิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ภายในองค์กร

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “SAT Celebration Run 2025” (เอสเอที เซเลเบรชัน รัน 2025) เป็นกิจกรรมวิ่ง Fun Run (ฟันรัน) ภายใต้แนวคิด “SAT Move 2025 – One Journey, One Pride” (เอสเอที มูฟ 2025 วัน เจอร์นีย์ วันไพร์ด) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 น.ในพื้นที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยหัวหมาก มีระยะทางวิ่ง 5 กิโล เมตร เปิดให้ประชาชนทั่วไปทุกเพศ ทุกวัย สามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ผู้ที่ทำเวลาดีที่สุดในอันดับที่ 1-3 ทั้งประเภทชาย และหญิง จะได้รับถ้วยพร้อมเงินรางวัลอีกด้วย

“กิจกรรมวิ่ง SAT Celebration Run 2025 (เอสเอที เซเลเบรชัน รัน 2025) ถือเป็นกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม (CSR ซีเอสอาร์ ) ที่ กกท.จัดขึ้นในโอกาสครบรอบการสถาปนาครบ 61 ปี สะท้อนความมุ่งมั่นของ (กกท.) ในการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพและออกกำลังกาย เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดี และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพ และสังคมไทยที่ยั่งยืน”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ชวนเที่ยวสระแก้วผ่านกิจกรรมคาราวาน ‘สัมผัสเสน่ห์ตะวันออก’ กระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี

ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ชวนเที่ยวสระแก้วผ่านกิจกรรมคาราวาน ‘สัมผัสเสน่ห์ตะวันออก’ กระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี

นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) ผนึกกำลังภาคเอกชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว “Caravan & Media Fam Trip to Sa Kaeo” เชิญชวนสื่อมวลชนและผู้ที่นิยมกิจกรรมท่องเที่ยวแบบครอบครัวและกลุ่มเพื่อน มาสัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนไว้ของจังหวัดชายแดนภาคตะวันออก ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงเมืองเศรษฐกิจสำคัญ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยวิถีชีวิตชุมชนที่น่าสนใจ แหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ และธรรมชาติที่งดงาม ผู้ร่วมกิจกรรมจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมความงามของโบราณสถาน ณ ปราสาทเขาน้อยสีชมพู ที่มีการค้นพบศิลาจารึกที่ระบุศักราชเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต และเยี่ยมชมเรียนรู้กระบวนการผลิตสินค้าเกษตรขึ้นชื่อ ณ สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น และ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคุ้มเพชรโกโก้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของจังหวัดสระแก้วให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกระแสการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและกระจายรายได้จากนักท่องเที่ยวสู่ชุมชนและผู้ประกอบการในท้องถิ่น โดยจัดการเดินทางแบบคาราวาน 2 วัน 1 คืน พร้อมเข้าพัก ณ โรงแรมอินโดไชน่า อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยจะมีขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่อากาศดี ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2568 นี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประสานงานโครงการฯ โทรศัพท์ 092-289-2644


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 4.6 แสนบาท ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 4.6 แสนบาท ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชาย แดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2568 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบฯ, นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการฯ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัยฯ นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังละ 12,000 บาท รวมจำนวน 32 หลัง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 384,000 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครเฉพาะกิจ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ คณะผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นผู้สำรวจ ประสานงาน และร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยเมื่อวันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุ การณ์ดังกล่าว รวม 4 หลัง ณ ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2568 มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 3 หลัง ณ ที่ว่าการอําเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นลำดับถัดไป

รวมงบประมาณดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี,ศรีสะเกษ และสุรินทร์ กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสิ้น 468,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นแปดพันบาทถ้วน)

เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการฯ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรม การ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดรไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชาย แดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ## ป่อเต็กตึ๊ง ยึดมั่นอุดมการณ์ อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผู้บริหารสื่อเข้าร่วมแสดงความยินดีกับ พล.ต.วินธัย สุวารี โอกาสได้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการกองทัพบก

ผู้บริหารสื่อเข้าร่วมแสดงความยินดีกับ พล.ต.วินธัย สุวารี โอกาสได้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการกองทัพบก

เมื่อวันพุธที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เสธ.ต้อด-พลตรี วินธัย สุวารี ให้การต้อนรับ “ผู้สื่อข่าวอาวุโส” กฤตพัฒน์ จุลไสย (ไมค์ ณ ชุมพร) ผอ.สำนักข่าวชัย นสพ.ชัยสมรภูมิ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชน(ประเทศไทย) “กริชสุวรรณ ดีสุข“ (ประธานบริหารสำนักข่าวความมั่นคง) และ (ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ-วุฒิสภา) เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ เนื่องในโอกาสมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการกองทัพบก (ลก.ทบ.)

พร้อมรับมอบหนังสืออันทรงคุณค่า “เรื่องสั้นเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุดแสงธรรมแห่งศรัทธา” โดยมี อาจารย์ ณพวุฒิ จุลไสย เลขานุการประจำกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และ อนุกรรมาธิการคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม-วุฒิสภา ร่วมด้วย ณ ห้องรับรองเลขานุการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ


เพชรบูรณ์ ร่วมใจ “วางพวงมาลา-ตักบาตร” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

เพชรบูรณ์ – ร่วมใจ “วางพวงมาลา-ตักบาตร” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันนวมินทรมหาราช

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จังหวัดเพชรบูรณ์จัดพิธีวางพวงมาลาและพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องใน วันนวมินทรมหาราช เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ จิตอาสา และประชาชนชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสงบ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความจงรักภักดี

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันนวมินทรมหาราช” ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงมีต่อแผ่นดินไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ทรงครองราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและพระปรีชาสามารถในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค ทรงเป็นดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” ที่ประชาชนไทยเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม


มนสิชา คล้ายแก้ว
ทีมข่าวจังหวัดเพชรบูรณ์

ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2568 มอบ 3.56 ล้านบาท ช่วยผู้ด้อยโอกาส รวม 17 ปี ระดมทุนเพื่อสังคมกว่า 44 ล้านบาท

ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2568 มอบ 3.56 ล้านบาท ช่วยผู้ด้อยโอกาส รวม 17 ปี ระดมทุนเพื่อสังคมกว่า 44 ล้านบาท

ผู้บริหารจาก 8 บริษัทเหล็กชั้นนำของไทย ได้แก่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน), บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศ ไทย) จำกัด, บริษัท เอ็นเอส-สยามยูไนเต็ดสตีล จำกัด, บริษัท เจเอฟอี สตีล กัลวาไนซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน), บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โพสโค โค้ทเต้ด สตีล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน ครั้งที่ 17 ประจำปี 2568” ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) กรุงเทพ มหานคร

ในปีนี้ กิจกรรมสามารถระดมรายได้เพื่อการกุศลรวม 3,561,000 บาท มอบให้แก่องค์กรที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม ถือเป็นยอดบริจาคสูงสุดตั้งแต่เริ่มจัดงาน โดยได้รับการสนับ สนุนจากคู่ค้ากว่า 151 ราย และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,700 คน ทั้งพนักงาน ครอบครัว คู่ค้า ลูกค้า และประชาชนทั่วไป

ตลอดระยะเวลา 17 ปี ของการจัดกิจกรรมทัศนศึกษา “ฅนเหล็กมินิมาราธอน” ได้ส่งมอบเงินเพื่อช่วยเหลือสังคม รวมแล้วกว่า 44.06 ล้านบาท กิจกรรมนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแห่งการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ แต่ยังสะท้อนถึง “พลังแห่งความร่วมมือของอุตสาหกรรมเหล็กไทย” ที่มุ่งสร้างสังคมเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับประเทศ


ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443