ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโสองค์กรระหว่างประเทศ ลงพื้นที่หาแนวทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนพื้นที่ 12 ไร่

ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโสองค์กรระหว่างประเทศลงพื้นที่หาแนว ทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนพื้นที่ 12 ไร่

เมื่อเร็วๆนี้ทางมูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง และ เครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบาง ขุนเทียน ขอขอบ พระคุณ ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ที่ปรึกษาอาวุโส องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และผู้ทรงคุณวุฒิ (กสศ.) ที่ได้ลงพื้นที่ ถิ่นเดิมคุณกะลา เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนโครงการสร้างบ้านให้ลิงแสมบางขุนเทียนในพื้นที่ 12 ไร่ เพื่อเป็น การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างลิงและคนในชุมชนที่มีลิงรบกวนในพื้นที่บางขุนเทียนที่มีปัญ หามาเป็นเวลาที่ยาวนานมาก

ปัญหาเกี่ยวกับลิงที่เกิดขึ้นในพื้นบางขุนเทียน มี 2 ประเด็นคือปัญหาลิงรบกวนชาวบ้านในชุมชนและซึ้งเกิดขึ้นในชุมชนเทียนทะเลซอย 22 และเอื้ออาทรแสมดำ 17 และที่ไร้ที่อยู่อาศัยคือบริเวณถิ่นเดิมคุณกะลา ทั้ง 2 สภาวะของคนความหวังที่จะสามารถจะแก้ปัญหานี้ได้คือพื้นที่ 12 ไร่ที่มีโฉนดเป็นของลิงแสมบางขุนเทียน ขอบพระคุณ ดร จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ อย่างสูงนะครับ ที่ท่านมาลงพื้นที่หลายครั้ง และยังพยายามหาทางขับเคลื่อนทั้งในพื้นและในนอกพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องนี่ให้ถึงที่สุด

#มูลนิธิคนรักลิงหัวใจแกร่ง #กู้ภัย4ขาสมุทรปราการ #คลีนิกคุณกะลารักษาสัตว์ #เครือข่ายอนุรักษ์และแก้ไขปัญหาลิงแสมบางขุนเทียน #กรมอุทยาน #สำนักงานเขตบางขุนเทียน


นางสาวกวินภัสน์ มงคลเตชาพัฒน์ ประธานมูลนิธิ ให้ข้อมูลข่าวสาร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

อบรมเสริมพลังนักวิจัย–ภาครัฐและชุมชน เดินหน้าท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

อบรมเสริมพลังนักวิจัย–ภาครัฐและชุมชน เดินหน้าท่องเที่ยวเชิงเกษตรสู่คาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

เมื่อวันที่ 11–12 ตุลาคม 2568 ณ สวนนงนุช จังหวัดชลบุรี คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำโดยรศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท สังกัดคณะเกษตรศาสตร์ฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้โครงการ “การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในภาคตะวันออก” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับ ทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ในหัวข้อการอบรม “การวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์” ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การประเมินศักยภาพพื้นที่เกษตร การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเทคนิคการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมท่องเที่ยว เช่น การจัดการขยะ การใช้พลังงานทดแทน และการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคาร์บอนต่ำ

บรรยากาศอบรมเต็มไปด้วยความคึกคักและสร้างแรงบันดาลใจ โดยทีมวิทยากรจากมหา วิทยาลัยนเรศวรเน้นให้ผู้เข้าร่วม “คิด ลงมือ และต่อยอด” เพื่อสร้างโมเดลการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ทั้งสร้างรายได้และรักษ์โลกไปพร้อมกัน สะท้อนจุดมุ่งหมายสำคัญของโครงการที่มุ่งขับเคลื่อน ภาคการท่องเที่ยวไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน

รวมผู้อบรม 60 คน จากสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เกษตรกร นักวิชาการการเกษตร และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“ดร.ณัฏฐ์” หนุนกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” ฉลอง 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ

“ดร.ณัฏฐ์” หนุนกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” ฉลอง 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ฯ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ณ มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา กรุงเทพฯ : ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.) ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน 2025” เนื่องในวาระครบรอบ 60 ปี สภท.

กิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 04.00 น. ณ บึงพลาญชัย ลานสาเกตนคร (หอโหวด) จ.ร้อยเอ็ด โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานเปิดงานและปล่อยตัวนักกีฬา

รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปมอบเป็นทุนการศึกษาแก่ บุตร-ธิดาสมาชิกสมาคมฯ และโรงเรียนในจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาในท้องถิ่น

ดร.ณัฏฐ์ฯ กล่าวสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว พร้อมชื่นชมวัตถุประสงค์ที่ดีในการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย มีสุขภาพที่ดี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมส่งเสริมสังคมปลอดยาเสพติด และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย #มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา #เดิน-วิ่ง มินิมาราธอน2025


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พสกนิกรชาวดอนเจดีย์ จัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง ร.9

สุพรรณบุรี – พสกนิกรชาวดอนเจดีย์จัดกิจกรรมทำความดีถวายในหลวง ร9

ที่ลานพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พสกนิกรกลุ่มรักบ้า เกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันจัดกิจกรรมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยนายสกนธ์ บุญศรีสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลดอนเจดีย์ ได้จัดตั้งเต็นท์ บริการให้พสกนิกรกลุ่มรักบ้านเกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า นำอาหาร คาวหวาน น้ำดื่ม มาบริการให้ประชาชนชาวอำเภอดอนเจดีย์และประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้รับประทาน นอกจากนี้ พระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์ (หลวงพ่อไก่) ได้มอบหมายให้ คณะสงฆ์ แม่ชี วัดตรีวิสุทธิธรรม นำข้าวสาร บรรจุถุงละ 5 กิโลกรัมน้ำตาลทรายขาว ถุงละ 1 กิโล อย่างละ 500 ถุงมามอบให้กับประชาชนเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และร้านเสริมสวยฝนพื้นที่ อำเภอดอนเจดีย์ ได้พร้อมใจกันมาออกร้านตัดผมฟรีให้ประชาชนทั้งชายหญิง

การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระ บรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระ องค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไทยทุกพระองค์ ซึ่งพสกนิกรกลุ่มรักบ้านเกิด กลุ่มพันธมิตร จิตอาสา ผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนชาวอำเภอดอนเจดีย์ ทุกหมู่เหล่าได้จัดกิจกรรม ทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ ต่อเนื่องมาปีนี้เป็นปีที่ 9 และจะจัดต่อเนื่องทุกปีตลอดไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ประชาสัมพันธ์งานตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง

วันที่ 12 ต.ค. 68 งานประชาสัมพันธ์ ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ดำเนินการประชาสัมพันธ์ในเพจ Facebook ของ ตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 เรื่อง คือ

1.) ตำรวจพายเรือลุยน้ำท่วม รับแจ้งความถึงหน้าบ้าน

ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านเรือน 200 หลัง ในชุมชนเกาะพระ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอบางปะอิน ยังเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูง แม้เขื่อนเจ้าพระยาจะลดอัตราระบายน้ำท้ายเขื่อนเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรเวลาออกไปทำธุระนอกบ้าน แถมตอนนี้ยังเดือดร้อนสมุดบัญชีหาย จะต้องไปแจ้งความก็ไปไม่ได้

แต่ไม่ต้องกังวล สภ.บางปะอิน มี โรงพักเคลื่อนที่ทางน้ำ โดยพันตำรวจเอก อดิเรก โปธิปัน ผู้กำกับการ สภ.บางปะอิน นำพนักงานสอบสวน พายเรือลุยน้ำท่วมรับแจ้งความและลงบันทึกประจำวันถึงบ้าน โดยประสานผู้ใหญ่บ้านรวบรายชื่อผู้เดือดร้อนที่ต้องการแจ้งความมา

นางอนันต์ บอกว่า บ้านถูกน้ำท่วมนานกว่า 3 เดือน สมุดบัญชีธนาคารสูญหาย ไม่สะดวกเดินทางไปแจ้งความ ทำให้ไม่สามารถเปิดบัญชีใหม่ได้ พอรู้มีตำรวจลงพื้นที่รับแจ้งความ รีบแจ้งความประสงค์ เพราะเกรงจะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วม 9,000 บาท

ไม่ใช่แค่รับแจ้งความ แต่ความเดือดร้อนอย่างอื่นเช่น มีปัญหากับเพื่อนบ้าน หลังวัว-ควายมากินพืชผักที่ปลูกไว้ ตำรวจก็ลงพื้นที่ประสานเจรจา่ให้ ถึงแม้การทำงานในสภาพน้ำท่วมจะลำบาก แต่ตำรวจทุกปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวใจ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ทอดทิ้งแม้ในยามวิกฤตน้ำท่วม

ขอบคุณทีมข่าวช่อง7HD

2.) ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอผักไห่

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ พ.ต.อ. ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรผักไห่ ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลกุฎี อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งลงเรือตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้กำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน

ในการนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตอนหนึ่งว่า “ตำรวจทุกนายมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ และมอบสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะอยู่เคียงข้างประชาชน และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกสถานการณ์” นอกจากนี้ ยังได้มอบกรวยจราจรให้แก่สถานีตำรวจภูธรผักไห่ เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป

3.) สภ.นครหลวง ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา

ตรวจเยี่ยม มอบสิ่งของ ผู้ประสบอุทกภัย “ไม่ใช่แค่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ยังเป็นผู้พิทักษ์น้ำใจในยามทุกข์ภัย” ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน

ภายใต้การอำนวยการ ของ พ.ต.อ.ชาญภาค สุวรรณชื่น ผกก.สภ.ฯ ได้มอบหมายชุดสายตรวจออกตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย ม.4 ต.คลองสะแก มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์และให้กำลังใจประชาชน

4.) 5 สาเหตุไฟไหม้ในบ้าน ที่ป้องกันได้ก่อนภัยมาเยือน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันยังคงเกิดเหตุอัคคีภัยภายในบ้านพักอาศัยอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอแนะนำประชาชนให้ตระหนักถึง 5 สาเหตุหลักของการเกิดอัคคีภัยในครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและป้องกันได้ก่อนเกิดเหตุไม่คาดคิด ดังนี้

  1. ระบบไฟฟ้าเก่าเสื่อมสภาพ — สายไฟที่ใช้งานมานานอาจชำรุด ฉนวนหุ้มกรอบ แตก หรือหลุดออก ทำให้เกิดการรั่วของกระแสไฟและไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่าย
  2. ปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐาน — ปลั๊กพ่วงราคาถูก ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ไม่มีสวิตช์ตัดไฟ หรือใช้งานเกินกำลังไฟที่กำหนด อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมจนไฟลุกไหม้
  3. เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด — เช่น สายไฟหลุด รอยไหม้บริเวณปลั๊ก หรือมีเสียงและกลิ่นผิดปกติ ควรซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  4. แก๊สหุงต้มรั่วซึม — มักเกิดจากสายยางแก๊สแตกร้าว หัวปรับแก๊สหลวม หรือวาล์วแก๊สไม่ปิดสนิท เมื่อเกิดประกายไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดได้
  5. จุดไฟโดยไม่ระวัง — เช่น การจุดธูป เทียน หรือบุหรี่แล้วทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล ซึ่งเป็นสาเหตุไฟไหม้ในบ้านที่พบได้บ่อย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้พี่น้องประชาชน หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์แก๊สเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว และหากได้กลิ่นแก๊สภายในบ้าน ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟโดยเด็ดขาด ให้รีบปิดวาล์วแก๊สและเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายอากาศทันที

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเหตุเพลิงไหม้ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วนดับเพลิง 199 หรือ สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#ไฟไหม้ #สํานักงานตํารวจแห่งชาติ #Royalthaipolice


พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดผยว่า…….

วันที่ 10 ต.ค. 68 เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ประธานพิธีฯ พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช. ภ.1, พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1, พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1, พล.ต.ต. ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1, คุณเนาวรัตน์ ยี่จีน ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

โดยมีการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1.พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานฯ, 2.พิธีตักบาตรพระสงฆ์, 3.พิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมี คณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1, คณะ รอง ผบก.อก.ภ.1, รอง ผบก.สส.ภ.1, รอง ผบก.กค.ภ.1, ข้าราชการตำรวจในสังกัด บก.อก.ภ.1, บก.สส.ภ.1 และ บก.กค.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีฯ ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1


พล.ต.ต.อภิรักษ์ฯ รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม และประชุม หน.จร.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ณ สภ.บางแก้ว

วันที่ 9 ต.ค.68 เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1 ได้ตรวจเยี่ยม และประชุม หน.จร.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ ณ สภ.บางแก้ว โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมดังนี้
พ.ต.อ.ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ. บางแก้ว, หน.จร. ทุก สภ.ใน ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ประชุม กำชับสั่งการและเน้นย้ำ หน.จร. ทุก สภ. ในการทำหน้าที่ในการอำนวยการจราจรในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือในช่วงที่มีการจราจรติดขัด ให้มีมาตรการรองรับในการแก้ไขปัญหา และให้มีการประสานการทำงานระหว่างพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ และนำเทคโนโลยี มาช่วยงานด้านการจราจร เช่น กล้อง cctv ที่ดูได้แบบ real time และระบบในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดูตัวอย่างของ สภ.บางแก้ว ที่วางระบบไว้ดีแล้ว
ให้เข้มงวดในการกวดขันวินัยจราจร และช่วยกันส่งเสริมภาพลักษณ์ในการปฎิบัติหน้าที่ การถวายความปลอดภัยในเส้นทางเสด็จ ให้เรียบร้อย และสมพระเกียรติ และให้ปฏิบัติตามนโยบายของ ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด


ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ในพื้นที่ประสบอุทกภัย

วันที่ 8 ต.ค. 2568 เวลา 16:00 น. พล.ต.ต.ชัยรพ​ จุณณวัตต์ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส รอง ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี, พ.ต.อ.มงคล อ่อนแก้ว ผกก.สภ.อินทร์บุรี,
พ.ต.ท.รัตนเดช พิรุณสาร รอง ผกก.ป.สภ.อินทร์บุรี พร้อมข้าราชการตำรวจและจิตอาสา
ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจแก่จิตอาสาผู้ปฏิบัติงาน โรงครัวพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ โรงครัวพระราชทานฯ ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ม. 1 ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จว.สิงห์บุรี และตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของ ให้กำลังใจ ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ที่มีบ้านพักอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 13 นาย และ ประชาชน กลุ่มเปราะบาง ผู้ประสบภัย ในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี ณ ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี


สภ.สามโคก ภ.จว.ปทุมธานี มอบข้าวสาร น้ำดื่ม กระดาษชำระ ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ม.๑ และ๓ ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

วันนี้ 8 ตุลาคม 2568 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก, นายศรัณย์ เกตุทอง นายอำเภอสามโคก, พ.ต.ท.พิสุทธิ์ เวียงคำ สว.อก.สภ.สามโคก, พ.ต.ต.ณรงค์ รัตน์ภัทรโชติ สวป.สภ.สามโคก
ร่วมปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มอบข้าวสาร น้ำดื่ม กระดาษชำระ ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบลบ้านปทุม อำเภอสามโคก จังหวัด ปทุมธานี


ยิ่งใหญ่ตระการตา “รมว.ซาบีดา” เปิดงานไหลเรือไฟโบราณสักการะบูชาพระธาตุพนม ปล่อยกระทงสาย-เรือไฟโบราณ เชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขงไท -สปป.ลาว

วธ.-บูรณาการร่วมจังหวัดนครพนม สืบสาน ต่อยอด นำทุนทางวัฒนธธรรม-ความคิดสร้าง สรรค์ขับเคลื่อนนโยบาย “ไท ไทย” ส่งเสริมท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม-ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สร้างรายได้สู่ท้องถิ่น-ผลักดันเป็นงานวัฒนธรรมระดับนานาชาติ

นางสาวชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีไหลเรือไฟโบราณสักการะบูชาพระธาตพนม เชื่อมวัฒนธรรมสองฝั่งโขง ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด นครพนม คณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หัวหน้าส่วนราชการและประชาชน เข้าร่วมพิธีฯ ณ บริเวณลานชมโขง หน้าโรงแรมธาตุพนมริเวอร์วิว อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมาย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จุดรูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย สมาทานศีล ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายปัจจัยไทยธรรม จากนั้นมีกิจกรรมพิธีจ้ำเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ตามปีเกิดหรือปีนักษัตร เพื่อปัดเป้าความทุกข์โศกและสิ่งที่ไม่ดีออกจากชีวิตตามความความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ โดยนางสาวซาบิดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดและประธานพิธีร่วมปล่อยเรือไฟโบราณ เพื่อขอขอขมาพระแม่คงคานำสิ่งที่ไม่ดีให้ไหลไปกับสายน้ำ พร้อมทั้งชมการปล่อยไข่พญานาค กะโป๊ว (กระทงสาย) และเรือไฟโบราณเชื่อมสัมพันธ์สองฝั่งโขงไทยและ สปป.ลาว จำนวน 12 ลำ 12 นักษัตร และชมการแสดงฟ้อนรำจากกลุ่มแม่บ้านอำเภอธาตุพนม

นางสาวชาบีดาฯ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ความงดงามและพลังศรัทธาของคนไทย การจัดงานมหกรรมไหลเรือไฟโลกในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของปรงประเทศไทยในการใช้ “พลังวัฒนธรรม” เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการฟื้นฟูและกระตุ้นรายได้ กระจายสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ยังสอดคล้องกับการขับเคลื่อน งานวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” คือเปลี่ยนพลังวัฒนธรรมให้กลายเป็นรายได้จริง ผ่านการยกระดับทันทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ประเพณีไหลเรือไฟจึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะสะท้อนเอกลักษณ์ความศรัทธาและภูมิ ปัญญาของคนไทยที่สามารถต่อยอยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยว สินค้าท้องถิ่นและอุตสาห กรรมสร้างสรรค์ได้ครบวงจร ดังนั้น เทศกาลไหลเรือไฟไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของศรัทธา แต่ยังเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่เชื่อมอดีต ปัจจุบันและอนาคตของชุมชนเข้าด้วยกัน

“ดิฉันเชื่อว่า การผลักดันและยกระดับเทศกาลเรือไฟสู่เรือไฟโลก จะสอดคล้องและช่วยขับเคลื่อนกับนโยบายด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยังยังยืน ส่งเสริม “ROOT to RICH” หรือ จากรากเหง้า สู่รายได้ ภายใต้แนวคิด “ไท ไทย” ในการยกระดับคุณค่าชุมชน ขยายผลสู่ระดับประเทศ และต่อยอดสู่การแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างดี” นางสาวซาบีดาฯ กล่าว

“ดิฉันได้เห็นความงดงามของประเพณีอันเก่าแก่ และมีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และเป็นต้นกำเนิดของประเพณีไหลเรือไฟของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ด้วยความเชื่อว่า เป็นการบูชารอยพระพุทธบาทริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงการบูชาพญานาค การสำนึกในพระคุณของพระแม่คงคา และการขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อความสงบร่มเย็นและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองและประชาชนริมโขงทั้งฝั่งจังหวัดนคร พนมและฝั่งแขวงคำม่วนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงขอชื่นชมการจัดงานประเพณีไหลเรือไฟโบราณ ภายได้โครงการยกระดับเทศกาลเรือไฟสู่เรือไฟโลกจังหวัดนคร พนมในวันนี้ เพราะประเพณีไหลเรือไฟโบราณจังหวัดนครพนม ถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สำคัญและสืบทอดกันมายายาวนานของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม และสาธารณรัฐประชาธิบไตยประชาชนลาว ซึ่งวันนี้มีพิธีปล่อยไข่พญานาค ลอยกะโป๊ว (กระพงสาย) และเรือไฟโฟโบราณเชื่อมสัมธ์สองฝั่งโซงไทย-ลาว จำนวน 12 ลำ 12 นักษัตร เป็นการสะท้อนถึงความร่วมมือ และสายใยทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นของประชาชนทั้ง สองประเทศ” รมว.วธ. กล่าว

อย่างไรก็ตาม กระทรวงวัฒนธรรม จะเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครพนมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” และ “ความคิดสร้างสรรค์” มาต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญผลักดันกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ เช่น ประเพณีไหลเรือไฟ การแสดงพื้นบ้าน และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ให้เป็นจุดขายในการท่องเที่ยว และจะส่งเสริมและต่อยอดสู่การยกระดับจากเรือไฟไทยสู่เรือโฟโลก ให้เป็นที่รู้จักตลอดจนเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการผลักดันพระธาตุพนมสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อยกระดับจังหวัดนครพนมให้เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน