วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

วช. เผยความสำเร็จทัพนักประดิษฐ์ไทย คว้ารางวัลจากเวที Shanghai 2026 พร้อมถ่ายทอดแรงบันดาลใจ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก”

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย (ผวช.) คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ส่งเสริมการวิจัยเพื่อมรดกทางวัฒนธรรม อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผวช.) กล่าวว่า (วช.) จัดแถลงข่าวเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยจากการเข้าร่วมประกวด “The 9th China (Shanghai) International Invention & Innovation Expo 2026” ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้ (วช.) ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของไทยกว่า 150 ผลงาน จาก 59 หน่วยงาน เข้าร่วมประกวดในนามประเทศไทย และสามารถคว้ารางวัลประกอบด้วย เหรียญทอง 100 รางวัล เหรียญเงิน 37 รางวัล และเหรียญทองแดง 14 รางวัล แสดงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักประดิษฐ์ไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีนานาชาติ

นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “Future Makers: นวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่โลก” โดยมีผู้แทนผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที Shanghai 2026 ร่วมเสวนาดังนี้

  • ผลงานระดับนักวิจัย
    • ผลงานเรื่อง “AntiMicro Tray™ นวัตกรรมวัสดุพอลิแล็กติกแอซิด (PLA) ดัดแปรด้วยกระบวนการอัดรีด” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    • ผลงานเรื่อง “LOBSTER POWER: ระบบเลี้ยงกุ้งมังกรอัจฉริยะในระบบหมุนเวียนน้ำ (Smart RAS)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.รชนิมุข หิรัญสัจจาเลิศ จากมหาวิทยาลัยบูรพา
    • ผลงานเรื่อง “ไอเฮียร์ยู: ระบบฝึกฟื้นฟูการได้ยินอัจฉริยะด้วยปัญญาประดิษฐ์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก เสือสีนาค จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
    • ผลงานเรื่อง “วัสดุดูดซับไฮบริดคาร์บอน-เอมีน สำหรับการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากก๊าซเสียของโรงไฟฟ้า: การประเมินประสิทธิภาพระดับภาคสนาม” โดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ จากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
  • ผลงานระดับเยาวชน
    • ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมเส้นข้าวโอ๊ตไข่ผำ BigBite” โดย นายจิรายุ ชูทรัพย์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการสุวรรณภูมิ
    • ผลงานเรื่อง “การพัฒนานาโนอิมัลชันเจลที่บรรจุสารสกัดเปลือกมังคุดสำหรับการสมานบาดแผล” โดย นางสาวอภิชญา โลจนอรรคพงศ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต
    • ผลงานเรื่อง “แคนโนว่า – นวัตกรรมแคนไทย สู่การพัฒนาวัฒนธรรมดนตรี 3500 ปีของเอเชีย และสากลโลก”โดย เด็กชายภัทรพล วนิชวัฒนะ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม
    • ผลงานเรื่อง “แผ่นรองที่นอนสำหรับผู้ป่วยติดเตียง” โดย นายณัทพงศ์ธัญธร ตรีวัฒนา จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม

การจัดงานแถลงข่าวในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงศักยภาพของนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย ที่พัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของไทยให้ก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างเข้มแข็ง


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ! การแข่งขัน Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026 ดึงเยาวชนสืบสานมวยไทยผ่านศิลปะการเต้นร่วมสมัย ชิงรวมกว่า 5 แสนบาท

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค มีพิธีเปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ “Youth Muaythai Stage Dance Contest 2026” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นโครงการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานศิลปะมวยไทยเข้ากับการแสดง Stage Dance ร่วมสมัย โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), กรมพลศึกษา, กระ ทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจเข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

ในการนี้ ดร.ปัญญา หาญลำยวง อุปนายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมี นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในฐานะตัวแทนคณะทำงานและผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วย คณะกรรมการ คณะทำงาน และผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ประกอบด้วย นายสุรัตน์ จรณโยธิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา, พลตรีรินธนธ์ ปุณโณทก เลขานุการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), ดร.ดารณี ลิขิตวรศักดิ์ กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศ ไทย), คุณชัญญ์ญาณ์ ธำรงวินิจฉัย ผู้จัดการใหญ่กิจกรรมการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, พลตรี พัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน), คุณเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานบริษัท สยามอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด, คุณฉัตรชัย เล่งอี้ คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, คุณเชาว์ชัย เจียมวิจิตร คณะกรรมการด้านจีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายปณิธาน หงส์ทอง ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยและกีฬาไทย สำนักการกีฬา กรมพลศึกษา, นายนิธิพงศ์ กิมาวหา หัวหน้างานมาตรฐานและติดตามประเมินผลกีฬามวย ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย, นายวันกล้า ขวัญแก้ว กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย), นายสุธน วิชัยรัตน์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา, นายอดุลยชาติ ขันธมะ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา และคุณธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม กรรมการสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประเทศไทย) ร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยานในพิธีเปิดอย่างพร้อมเพรียง

โดยนางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ ได้เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับศิลปะมวยไทย และมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์เผยแพร่มรดกภูมิ ปัญญาของชาติผ่านรูปแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจของคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน การทำงานเป็นทีม ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีกิจกรรมทางกาย ออกกำลังกาย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้คุณค่าของวัฒนธรรมไทย สำหรับรูปแบบการชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศนี้ นางสาวรินทร์ลิตาระบุว่า จะใช้เกณฑ์คะแนนด้านทักษะความสามารถ 70 คะแนน ร่วมกับคะแนน Popular Vote อีก 30 คะแนน (ซึ่งกำหนดให้ 1 Like เท่ากับ 1 คะแนน และ 2 Share เท่ากับ 1 คะแนน) ในส่วนของรูปแบบการแสดงของแต่ละทีมในวันนี้ จะแบ่งโครงสร้างออกเป็น 3 ช่วงอย่างชัดเจน ประกอบด้วย ช่วงนำเข้า ความยาว 1 นาที, ช่วง Step Dance ผสมผสานการไหว้ครูและท่ามวยไทย ความยาว 2 นาที และช่วงแดนซ์ประยุกต์ ความยาว 2 นาที รวมเวลาการแสดงทั้งหมดต้องไม่เกิน 5 นาที หากเกินเวลาที่กำหนดจะถือว่าผิดกติกาและไม่ได้รับการพิจารณาตัดสิน

ทั้งนี้นางสาวรินทร์ลิตาได้กล่าวย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการตัดสินคือการทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ และการนำศิลปะมวยไทยมาเป็นแกนหลักในการออกแบบการแสดงร่วมกับการเต้นสมัยใหม่ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์ สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายหรือสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในวงกว้างได้

นอกจากนี้ ทางโครงการยังได้จัดเตรียมรางวัลสำหรับผู้ชนะในแต่ละรุ่น รวมมูลค่าเงินรางวัลตลอดการแข่งขันกว่า 500,000 บาท ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 50,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัล 30,000 บาท, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัล 20,000 บาท, รางวัลชมเชย 2 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท, รางวัล Popular Vote เงินรางวัล 10,000 บาท และรางวัลปลอบใจสำหรับทีมที่ไม่ได้รางวัล ทีมละ 5,000 บาท โดยทุกทีมที่ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัลจาก ดร.สุทิน คลังแสง นายกสมาคมส่งเสริมกีฬาทหาร (ประ เทศไทย) บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและกองเชียร์ที่มาร่วมชมการประชันความสามารถของเยาวชนไทยในรอบชิงชนะเลิศอย่างเนืองแน่น


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศอ.จอส.พระราชทานจ.เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วม ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาคลองแม่ข่าพื้นที่ตำบลป่าแดด วางแผนฟื้นฟูน้ำ-ปรับภูมิทัศน์ สู่แหล่งท่องเที่ยวชุมชน

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการพัฒนาคลองแม่ข่าในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าให้เป็นไปตามแผนแม่บทคลองแม่ข่า พ.ศ. 2566–2570 ที่ ห้องประชุม 5 ชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อข้อสั่งการจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาพื้นที่คลองแม่ข่าในเขตเทศบาลตำบลป่าแดด ทั้งด้านการจัดการน้ำเสีย การจัดการสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงภูมิทัศน์ และการพัฒนาพื้นที่สาธารณะให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน

ภายหลังการประชุมได้มีข้อสั่งการสำคัญ ได้แก่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการสำรวจและตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณคลองแม่ข่าและคลองแม่ข่าน้อยในเขตพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินงานพัฒนาในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาและออกแบบพื้นที่ชุมชนริมคลองโดยคำนึงถึงภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวและการใช้ประโยชน์ของประชา ชน รวมถึงการจัดทำแผนขุดลอกคลองแม่ข่าในพื้นที่ตำบลป่าแดด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมสำหรับการติดตามผลการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมแต่งตั้งคณะทำงานเพิ่มเติม โดยบูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาคลองแม่ข่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

สารหนูในสาละวินยังเกินค่ามาตรฐาน

กรมควบคุมมลพิษ เผยผลตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำสาละวิน ครั้งที่ 4 พบสารหนูในแม่น้ำสาละวินยังเกินมาตรฐาน ขณะที่ลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยผลการรายงานของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา จังหวัดแม่ ฮ่องสอน ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 พบค่าสารหนู (As) ในแม่น้ำสาละวินบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง อำเภอแม่สะเรียง ถึงบ้านสบเมย อำเภอสบเมย ยังคงเกินมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด ขณะที่ลำน้ำสาขาส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง ตำบลแม่ยวม อำเภอแม่ สะเรียง ถึงบ้านสบเมย หมู่ 4 ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย (SAL08 – SAL13) พบค่าสารหนู (As) เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดินทุกจุดตรวจวัด (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร)

สรุปผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำสาละวินและลำน้ำสาขา จากการเก็บตัวอย่าง ครั้งที่ 4 ดังนี้

  1. บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง (SAL08) มีค่า 0.040 มก./ล.
  2. รอยต่อระหว่างพื้นที่อำเภอสบเมย-อำเภอแม่สะเรียง มีค่า (SAL09) มีค่า 0.040 มก./ล.
  3. ท่าเรือหมู่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL10) มีค่า 0.043 มก./ล.
  4. หย่อมบ้านปู่ทา ม.6 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL11) มีค่า 0.053 มก./ล.
  5. หย่อมบ้านพะละอึ ม.4 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL12) มีค่า 0.051 มก./ล.
  6. บ้านสบเมย ม.4 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย (SAL13) มีค่า 0.047 มก./ล.

สำหรับโลหะหนักชนิดอื่น ได้แก่ แคดเมียม (Cd) ทองแดง (Cu) นิกเกิล (Ni) โครเมียม (Cr) สังกะสี (Zn) ปรอท (Hg) แมงกานีส (Mn) และตะกั่ว (Pb) ผลการตรวจวัดในแม่น้ำสาละวินพบว่ามีค่าไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด ด้านลำน้ำสาขาของแม่น้ำสาละวินส่วนใหญ่ยังมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

ทั้งนี้ ที่จุดตรวจวัดแม่น้ำยวม (YUA01) ยังโลหะหนักที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน พบค่าสารหนู มีค่า 0.016 มก./ล. ตะกั่ว มีค่า 0.069 มก./ล. (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อลิตร) และแมงกานีส มีค่า 1.5 มก./ล. (มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินกำหนดไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อลิตร)

กรมควบคุมมลพิษ จะดำเนินการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ และรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษhttps://www.pcd.go.th/



นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

วอนนายกรัฐมนตรี สั่งแก้ไขซ่อมสร้างถนนไปแม่สามแลบ

แม่ฮ่องสอนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ออกมาวิงวอนให้นายกรัฐมตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้หันมามองและแก้ปัญหาทางหลวงชนบท สาย มส.3004 บ้านแม่สามแลบ และแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 หลังราษฎรในพื้นที่จำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ได้รับผลกระทบจากการเดินทางในฤดูฝนเนื่องจากถนนมีแต่โคลนเลน

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ออกมาเปิดเผยต่อสถานการณ์ การสัญจรบนถนนที่เชื่อมกันระหว่างบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย – บ้านห้วยโผ อ.แม่สะเรียง ระหว่างทางหลวงชนบท สาย มส.3004 บ้านแม่สามแลบ – ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 บ้านห้วยโผ ซึ่งเมื่อฝนตกลงมา ถนนมีแต่โคลนเลน ดินถล่มปิดทับเส้นทาง ผิวถนนลื่น รถปกติที่ไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จะไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า ความไม่เท่าเทียม ของถนนในประเทศไทย ที่ส่งผลกระทบต่อ บุคลากรส่วนราชการ ราษฎรในพื้นที่ นี่คือชีวิตคุณครูชายแดนของข้าราชการไทย และพนักงานลูกจ้างชายแดน สาละวิน ของ ต.แม่สามแลบ ทั้งครู หมอ บุคลากรท้องถิ่น. ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ ฯลฯ ที่ต้องเผชิญ ความไม่เท่าเทียม เรื่องสวัสดิการ เสี่ยงทั้งภัยสงครามชายแดน ภัยพิบัติ อุทกภัยตามฤดูกาล แทนที่จะได้ทวีคูณ เหมือน 3 จังหวัดชายแดนใต้… มีแค่เบี้ยเสี่ยงภัยตามอนาถา.!

ของวิงวอนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงคมนาคม ถนนสายนี้รับผิดชอบโดยกรมทางหลวงชนบท ถนนทางหลวงชนบทสาย มส.3004 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 – บ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอให้เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชนด้วยครับ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน และส่วนงานราชการทุกส่วน ในการสัญจรด่วนครับ โดยทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และต้องการถนนมาตรฐานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีร่องระบายน้ำ นายกอบต.แม่สามแลบ กล่าว


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน

หน่วยทหาร บรรทุกน้ำแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน สถานศึกษา เขตเทศบาลนครพิษณุโลก และเตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย ออกช่วยเหลือ

หน่วยทหาร บรรทุกน้ำแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อน ประชาชน สถานศึกษา เขตเทศบาลนครพิษณุโลก และเตรียมความพร้อมบรรเทาสาธารณภัย ออกช่วยเหลือ

จากสถานการณ์หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก มีปัญหาจากระบบประปาการจ่ายน้ำอาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำเพื่อดำรงชีวิตของประชาชน นั้น ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 และสำนักงานประสานงานโครงการจิตอาสาพระราชทาน กองทัพภาคที่ 3 จึงได้บูรณาการหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ให้ความช่วยเหลือตามการร้องขอจากหน่วยงานหรือประชาชน

โดยล่าสุด ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร เหตุน้ำประปาในพื้นที่โรงเรียนไม่ไหลจากการซ่อมแซมท่อประปา ทำให้ระบบน้ำของหอพักนักเรียนขาดแคลนน้ำใช้ ขั้นวิกฤต ซึ่งมี นักเรียนพักประจำที่หอพัก กว่า 520 คน ซึ่ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 ได้สนับสนุนกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย รถบรรทุกน้ำจาก หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 39 และร้องขอหน่วยช่วยประสานไปยังหน่วยทหารข้างเคียงภายในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ ช่วยสนับสนุนเข้าช่วยเหลือโดยด่วน

ต่อมา กองพันสารวัตรทหารที่ 31 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 5 เที่ยว ส่วนเทศบาลนครพิษณุโลก สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 2 เที่ยว จากนั้นกองพันทหารสื่อสารที่ 23 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว

ขณะเดียวกัน กองพันส่งกำลังและบริการที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 จัดกำลังพลจิตอาสาพร้อมเจ้าหน้าที่ประจำรถยนต์บรรทุกน้ำ 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว บำเพ็ญประโยชน์บรรเทาความเดือดร้อน สนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคให้กับครู นักเรียนโรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ต่อจากนั้นกองพันทหารม้าที่ 9 กองพลทหารราบที่ 4 สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน 4 เที่ยว และสถานีดับเพลิง สนับสนุน รถยนต์บรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร จำนวน 1 คัน บรรทุกส่งน้ำ จำนวน 2 เที่ยว

และกองพันทหราราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ดำเนินการ “การตรวจสภาพความพร้อมการเตรียมการช่วยเหลือประชาชน” เพื่อเตรียมการด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ณ สนามหญ้า กองพันทหราราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณโลก


นที มีเดช รายงาน

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 600,000 เม็ด และ ฝิ่นดิบประมาณ 38.4 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

กองกำลังผาเมือง ปะทะกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 600,000 เม็ด และ ฝิ่นดิบประมาณ 38.4 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 18.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังจาก กองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการหมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง รวมจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ ช่องทางธรรมชาติ บ้านแก่งทรายมูล ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 นาฬิกา ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยประมาณ 10 -15 คน เดินเข้ามาตามเส้นทางในภูมิประเทศ หน่วยจึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะกัน ประมาณ 5 นาที ผลการปะทะ ฝ่ายเราปลอดภัย กลุ่มขบวนการอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยได้จัดกำลังเพิ่มเติม จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ เพื่อเข้าควบคุมบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรอการพิสูจน์ทราบเมื่อสามารถตรวจการณ์ได้

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 06.00 นาฬิกา หน่วยเข้าตรวจสอบพื้นที่ ตรวจพบ กระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง จำนวน 7 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 600,000 เม็ด และ ยาเสพติดประเภท 2 (ฝิ่นดิบ) จำนวน 24 จ๊อย น้ำหนักรวมประมาณ 38.4 กิโลกรัม ปลอกกระสุนปืนลูกซองของกลุ่มขบวนการ จำนวน 4 ปลอก

และเมื่อเวลา 13.30 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบให้ พันเอก ธรรม์ มาลัยทอง รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เดินทางเข้าตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนทราบ บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบัน หน่วยได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 406 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 391 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 239,852,081 เม็ด, เฮโรอีน 7.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 5,165.8 กิโลกรัม, ฝิ่น 302.8 กิโลกรัม และ คีตามีน 977.7 กิโล กรัม การปะทะกับกลุ่มขบวนการ จำนวน 57 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 42 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 42,143 ล้านบาท (42,143,828,361 บาท)


นที มีเดช รายงาน

รองผู้บัญชาการทหารบก ร่วมแสดงความยินดีในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ครบรอบปีที่ 91 พัฒนางานวิจัยและปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ พร้อมสนับสนุนภารกิจกองทัพบก

รองผู้บัญชาการทหารบก ร่วมแสดงความยินดีในพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมวิทยา ศาสตร์ทหารบก ครบรอบปีที่ 91 พัฒนางานวิจัยและปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ พร้อมสนับสนุนภารกิจกองทัพบก

วันนี้ (19 มิถุนายน 2569) เวลา 07.00 น. พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสร็จพระดำเนินไปยัง แหล่งสมาคมนายทหาร กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ทรงเป็นประธานพิธีวันคล้ายวันสถาปนากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ครบรอบปีที่ 91 ประจำปี 2569 ในส่วนของ กองทัพบก พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกร่วมแสดงความยินดี โดยมี พลตรี เรืองศักดิ์ แก่นกำจร เจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบกให้ การต้อนรับ ในโอกาสนี้รองผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพล ร่วมประกอบพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ และถวายเครื่องไทยธรรม

จากนั้น พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ประธานในพิธี ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานของหน่วย อาทิ ภารกิจหลักของหน่วย เทคโนโลยีป้องกันประเทศแบบอัจฉริยะ แนวทางขับเคลื่อนห้องปฏิบัติการสู่อนาคต ควบคู่กับการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติภารกิจเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน จากนั้นทรงพระดำเนินฉายพระรูปร่วมกับคณะผู้บังคับบัญชาและเสร็จพระดำเนินกลับ

ในโอกาสนี้ รองผู้บัญชาการทหารบกร่วมลงนามในสมุดเยี่ยม โดยระบุว่ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเป็นหน่วยงานหลักของกองทัพบกที่มีบทบาทสําคัญในการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับปฏิบัติการป้องกันเคมี ชีวะ รังสี นิวเคลียร์ รวมทั้งการกําหนดหลักนิยมและตําราสายวิทยา ศาสตร์ ตลอดจนให้คําแนะนําในการระงับอุบัติภัยจากสารพิษ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพของสิ่งอุปกรณ์และมลภาวะที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ขอให้กำลังพลมีความพร้อมทั้งกําลังกายและกําลังใจเพื่อเป็นกลไกสําคัญในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกต่อไป


นที มีเดช รายงาน

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เปิดโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 สร้างโอกาสคืนคนดีสู่สังคม

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอบรมตามโครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” รุ่นที่ 8/1 โดยมีผู้บริหารหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และผู้ต้องขังจำนวน 100 คน เข้าร่วมพิธี ณ เรือนจำกลางเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยกระทำผิดได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีและกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งพระราชทานโครงการ “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างทักษะอาชีพตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่

โครงการดังกล่าวน้อมนำศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้ต้องขัง ให้มีความรู้ด้านการเกษตร การพึ่งพาตนเอง และการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการประกอบอาชีพหลังพ้นโทษ ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองทั้ง 100 คน ผ่านโครงการพระราชทานดังกล่าว ซึ่งนับเป็นแบบอย่างแห่งความเมตตาและพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง พร้อมให้กำลังใจผู้เข้ารับการอบรมให้นำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในการดำรงชีวิต สร้างอนาคตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญของสังคมและประเทศชาติต่อไป


นที มีเดช รายงาน

รถบรรทุกพ่วงฝ่าไฟแดงชนรถยนต์ตู้รับส่งนักเรียนบาดเจ็บติดคาซาก

จังหวัดลพบุรี – คลิปวงจรปิดเผยรถพ่วง 22 ล้อ ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง พุ่งชนรถ ยนต์ตู้ที่กำลังไปรับนักเรียน คนขับเป็นหญิงวัย 44 ปี บาดเจ็บสาหัสติดคาซากรถ ส่วนคนขับรถพ่วงบอกหลับในจำอะไรไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 กล้องวงจรปิดของเทศบาลตำบลโคกตูม ที่บริเวณสี่แยกสัญ ญาณไฟ ซอยศูนย์ สายตรี บันทึกภาพรถยนต์กระบะ 2 คัน กำลังขับออกจากซอยหลังจากได้รับสัญญาณไฟเขียว โดยมีรถยนต์ตู้คันที่ 3 ขับตามหลังมา ห่างๆ และกำลังขับข้ามฝั่ง ปรากฏว่ามีรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ที่ขับมาด้วยความเร็วอยู่ช่องเลนซ้ายได้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ขับพุ่งข้ามไปชนกับรถตู้ที่กำลังขับข้ามฝังอย่างเต็มแรงส่งผลให้คนขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่หน้ารถ

จุดเกิดอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 3333 เส้นทางโคกตูม – มะนาวหวาน ช่วงหลักกิโล เมตร 2 แยกซอยศูนย์ สายตรี หมู่ 2 ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท. ปริญญา แสวงราช สารวัตรสอบสวน สภ.โคกตูม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำอุปกรณ์ตัดถ่างรุดไปช่วยเหลือ จุดเกิดเหตุอยู่กลางสี่แยกขาขึ้นพบรถตู้โตโยต้าสีน้ำเงิน ทะเบียน นข 5868 สุพรรณบุรี สภาพด้านหน้าขวาด้านคนขับถูกชนอย่างแรงจนพังยับเยินกระจกหน้าแตก ภายในรถพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงชื่อนางวันทนา สายเส็ง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ 10 ต.นิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี ได้รับบาดเจ็บเลือดอาบหน้า ขาสองข้างถูกตัวถังหน้ารถยุบเข้ามาหนีบติดอยู่ ไม่สามารถนำร่างออกมาได้ ผู้บาดเจ็บร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำเครื่องตัดถ่าง ทำการช่วยเหลือใช้เวลาประมาณ 15 นาที สามารถช่วยเหลือผู้บาดเจ็บออกจากซากรถได้ นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช

ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุสีขาว ตัวแม่ ทะเบียน 71-1707 นครราช สีมา มีร่องรอยชนด้านหน้าซ้ายพังเสียหายจอดขวางอยู่กลางสี่แยก ตัวลูกทะเบียน 71-1702 นครราชสีมา ที่ถนนยังมีรอยเบรกของรถบรรทุกพ่วงเป็นทางยาวกว่า 3 เมตร มีนายวัชระ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี คนขับ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าสาเหตุเกิดจากอะไรถึงได้อุบัติเหตุครั้งนี้ นายวัชระ บอกว่าตนกำลังขับรถเปล่าเพื่อกลับบ้านพัก ช่วงขับมาถึงที่เกิดเหตุยังจำอะไรไม่ได้ยังมีอาการเบลอ ๆ คล้ายหลับในไม่ได้พักผ่อน

ส่วนรถตู้จากการสอบถามญาติคนขับให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บได้ขับรถตู้ออกจากบ้านพักที่บ้านซับเสือแมบ ต.โคกตูม กำลังเดินทางไปรับเด็กนักเรียนที่โรงเรียนโคกตูมวิทยา ช่วงเลิกเรียนไปส่งนักเรียนกลับตามบ้านพัก เดชะบูญมาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน หากมีนักเรียนมาด้วยคงเกิดเหตุการณ์สลด ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้นำรถคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเก็บไว้ที่โรงพัก สภ.โคกตูม เพื่อรอสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้งพร้อมนำตัวนายวัชะ คนขับรถพ่วงไปตรวจสอบหาสารเสพติด และตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายและแจ้งดำเนินคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหายนำตัวส่งพนัก งานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090