แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า ขับเคลื่อนติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นประธาน การประชุมติดตามสถานการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด 17 จังหวัด ประจำสัปดาห์ ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมา แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก วัชรพล แก้วปัญญา หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า และ ทีมนักบิน เฮลิคอปเตอร์ KA-32 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ vtc กับ ส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า กองทัพอากาศ (ส่วนหน้า) เพื่อหารือแนวทางการใช้อากาศยานดับไฟป่า และแบ่งมอบเป้าหมาย ณ อาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

และ กองทัพบก ได้จัดส่ง อากาศยาน MI -17, เจ้าหน้าที่ และยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 3 ถึงที่หมายเรียบร้อย ณ ลานจอดอากาศยาน ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่


นที มีเดช รายงาน

รองเลขานุการศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมอาลัย “นายบุญมา ผ้าแดง” บุคคลผู้เสียสละเพื่อภารกิจดับไฟป่า

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 / ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 มอบหมายให้ พันเอก บรรจง คะวงศ์ดอน รองเลขานุการศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 พร้อมด้วย พันโท วิริทธิ์พล สบบง ผู้ช่วยหัวหน้าศูนย์ควบคุมศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3/ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 วางพวงหรีด เพื่อเคารพศพ นาย บุญมา ผ้าแดง อาสาดับไฟป่าฯ ซึ่งเสียชีวิตในการออกไปปฏิบัติภารกิจลาดตระเวณป้องกันและควบคุมไฟป่า ณ วัดสิทธิทรงธรรม ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลา 20.00 น. นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียง ใหม่ เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง เข้าร่วมเพื่อแสดงความอาลัยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้วายชนม์

สำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 เมษายน 2569 เวลา 20.00 น. และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ สุสานบ้านสะลวงใน ตำบลสะลวง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

นายบุญมา ผ้าแดง เป็นผู้ที่อุทิศตนในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะภารกิจด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและความปลอดภัยของชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การจากไปของท่านนับเป็นความสูญเสียอย่างยิ่งต่อครอบครัวและสังคม คุณงามความดีและความเสียสละของท่านจะยังคงเป็นที่จดจำ และเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าแก่คนรุ่นหลังสืบไป ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติอย่างสงบ


นที มีเดช รายงาน

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ปฏิบัติการ “ฝนหลวง” เริ่มเห็นผล เตรียมเพิ่มเครื่องบินเสริมอีก 2 ลำ ช่วยเร่งระบายฝุ่น PM2.5

ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยข้อมูลว่า จากการที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการ “ทวงคืนอากาศบริสุทธิ์” อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ส่งเครื่องบินรวม 4 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Kasa 2 ลำ และ L410 อีก 2 ลำ เข้าสนับสนุนภารกิจเร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ 3 รูปแบบ ได้แก่ การก่อเมฆ การเลี้ยงเมฆ และการเจาะชั้นบรรยากาศร้อน เพื่อช่วยเร่งการระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากชั้นอากาศที่ปกคลุมพื้นที่

จากการปฏิบัติการดังกล่าวตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบว่า เริ่มเห็นผลลัพธ์เชิงบวกอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เกิดการระบายฝุ่นละอองในพื้นที่ได้มากขึ้น และในวันที่ 5 เมษายน นี้ ได้เตรียมเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ พร้อมเครื่องบินคิงแอร์อีก 1 ลำ สำหรับตรวจสภาพอากาศ ทำให้จะมีกำลังรวมเป็น 7 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและปฏิบัติการให้แม่นยำและมีประสิทธิ ภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย้ำว่า การแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ได้ผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องควบคู่กับการลดการเผาในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำอีก

ทั้งนี้ ปฏิบัติการฝนหลวงถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่สืบเนื่องจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงคิดค้นขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และยังคงถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน


นที มีเดช รายงาน

กองทัพภาคที่ 3 และ ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

กองทัพภาคที่ 3 และ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 จั พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2569 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณศาลหลักเมือง (เก่า) พระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

ในการนี้ กำลังพลจิตอาสาพระราชทานจากหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และส่วนราชการในพื้นที่ ได้ร่วมกันพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาด เก็บกวาดขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ และปรับปรุงพื้นที่โดยรอบบริเวณศาล หลักเมือง (เก่า) พระราชวังจันทน์ เพื่อให้สถานที่มีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม และเป็นการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อส่วนรวม

นอกจากนี้ คณะจิตอาสายังได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนรอบค่าย เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ป่วยและผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการน้อมนำแนวทางจิตอาสาพระราชทานมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการทำความดีด้วยหัวใจ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ


นที มีเดช รายงาน

“รวมพลังแห่งความจงรักภักดี” บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวม 13,500 ซีซี

“รวมพลังแห่งความจงรักภักดี” บริจาคโลหิตน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวม 13,500 ซีซี

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมด้วย พันเอก สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ นำกำลังพลจิตอาสาเข้าร่วมบริจาคโลหิต ภายใต้ “กิจกรรมบริจาคโลหิต” เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคลายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สโมสรนายทหารค่ายจิรประวัติ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์

ผู้บัญชามณฑลทหารบกที่ 31 ได้มอบเข็มกลัดเชิดชูเกียรติแก่กำลังพลจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและยกย่องจิตสำนึกแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการทำความดีด้วยจิตอาสา พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนการจัดหาโลหิตสำรองให้กับโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยและช่วยเหลือประชาชนในยามฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญด้านมนุษยธรรมของกองทัพบก

โดยมี โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 สนับสนุนกำลังพลทางการแพทย์ จัดชุดเจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดกรองผู้บริจาคโลหิต ดูแลความปลอดภัย และเฝ้าระวังอาการภายหลังการบริจาคอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก และเกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ ผลการดำเนินกิจกรรมสามารถรวบรวมโลหิตได้รวมทั้งสิ้น 13,500 ซีซี นับเป็นอีกหนึ่งพลังแห่งการให้ ที่สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจ ความเสียสละ และความห่วงใยต่อสังคมของกำลังพลจิตอาสาในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง


นที มีเดช รายงาน

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อส่งกำลังใจแก่ครอบครัวทหารกล้า

“แม่ทัพภาคที่ 2” ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อส่งกำลังใจแก่ครอบครัวทหารกล้า

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะให้กำลังใจครอบครัว พลตรี ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย กำลังพลที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ณ บ้านโคกกลาง ตำบลเซิม อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้ร่วมพิธีเปิด “ห้องเกียรติยศ” ที่จารึกคุณงามความดี เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ครอบครัว พลตรี ธีระยุทธ สุจุ้ยจ้าย อีกทั้งยังได้ยกย่องในความเสียสละของทหารกล้าทุกนาย โดยพร้อมจะเคียงข้างดูแลครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #กองพลทหารราบที่3 #ร13พัน3


พรพิพัฒน์ รายงาน

ด่วน พบศพ “สาวผู้ต้องหาร่วมคดีฆ่าโฟร์แมน” ตกมอเตอร์เวย์ M6 คาดกระโดดจบชีวิต หนีความผิด

นครราชสีมา — ด่วน พบศพ “สาวผู้ต้องหาร่วมคดีฆ่าโฟร์แมน” ตกมอเตอร์เวย์ M6 คาดกระโดดจบชีวิต หนีความผิด

เวลา 17.00 น. วันที่ 2 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจาก สถานีตำรวจภูธรสูงเนิน และชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา รับแจ้งพบศพหญิงเสียชีวิตในป่ากระถิน บริเวณช่องว่างระหว่างถนน มอเตอร์เวย์ M6 ทั้งขาเข้าและขาออก ตรงข้าม สวนท้าวสุรนารี บ้านเขาน้อย ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเข้าตรวจสอบพบศพ น.ส.ชมพูนุท หัวใจเพชร อายุ 28 ปี สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงขายาวสีครีม สภาพศพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นในป่ากระถิน โดยจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ใต้ทางยกระดับของถนนมอเตอร์เวย์ ความสูงจากจุดบนถนนลงสู่พื้นด้านล่างประมาณ 25 เมตร

จากการสอบสวนเบื้องต้น สอดคล้องกับคำให้การของนายเกื้อกูล ผู้ต้องหามือยิงในคดีฆ่านายศุภกร โฟร์แมนบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดัง ซึ่งให้การว่า น.ส.ชมพูนุท เป็นผู้วางแผนและขับรถพาตนไปก่อเหตุยิงผู้ตาย โดยให้ตนซ่อนตัวอยู่บริเวณท้ายรถ พร้อมอาวุธปืนลูก ซองยาว ก่อนจะขับรถเบียดรถกระบะของผู้ตายให้จอด และสั่งให้ยิงจำนวน 3 นัด จนเสียชีวิต จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปตามเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 มุ่งหน้า อ.ปากช่อง

นายเกื้อกูลให้การเพิ่มเติมว่า เมื่อขับรถมาถึงบริเวณใกล้สวนท้าวสุรนารี ต.หนองสาหร่าย น.ส.ชมพูนุท ได้จอดรถ เปิดไฟกระพริบ และบอกว่าจะไปฆ่าตัวตาย ก่อนลงจากรถและวิ่งกระโดดลงจากมอเตอร์เวย์ทันที ทำให้ตนตกใจและขับรถหลบหนีไปกบดานที่ จ.ลพบุรี กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

ภายหลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรจาก โรงพยาบาลปากช่องนานา และหน่วยกู้ภัย เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ติดตั้งไฟส่องสว่าง ก่อนนำศพออกจากป่ากระถินเพื่อตรวจสอบหลักฐาน
เบื้องต้นพบว่าศพเริ่มมีอาการบวม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของผู้ต้องหามือยิง อีกทั้งเสื้อผ้าที่ผู้เสียชีวิตสวมใส่ตรงตามคำให้การในวันเกิดเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ก่อนส่งศพไปชันสูตรยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป.


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว นายกันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3

ประจวบคีรีขันธ์ – สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 ประชุมโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ที่บ้านกลางอ่าวบีช รีสอร์ท ตำบลรงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบดีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในการประชุม โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี – ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 3 ปรับปรุงช่วงที่ 1 ( พ.ศ. 2566 – 2580 ) ของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 2 โดยมี นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (สทนช.2) นายอรรถพล ชำนาญเวชกิจ ผู้จัดการโครงการฯ พร้อม ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำพื้นที่ และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมร่วมรับความคิดเห็น

โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบ คีรีขันธ์ เพื่อรับมือกับความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของภาคส่วนต่างๆ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580)

โครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับแผนแม่บทเดิมให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำกระบวนการ การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment, SEA) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่สมดุลและสอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่

วัตถุประสงค์หลักของโครงการทบทวนและปรับปรุงรายงาน SEA ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ จัดทำเผนแม่บทลุ่มน้ำโดยพัฒนาแผนงานที่สอดคล้องกับแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปีของประเทศ บูรณาการทุกมิติ วางแผนงานครอบคลุมทั้งการจัดหา การจัดสรรน้ำการบรรเทาอุทกภัย-ภัยแล้ง และ การฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ ส่งเสริมการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมเสนอแนะ และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เพื่อให้แผนแม่บทเป็นที่ยอมรับ และนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะเฉพาะที่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลสลับกับเทือกเขาสูงทางก็ตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 13,371 ตารางกิโลเมตร ในเขต 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบางส่วนของจังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดชุมพร สถานการณ์ด้านทรัพยากรน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตอับฝน มีปริมาณน้ำต้นทุนจำกัดเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น มักเกิดจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงมรสุม (เดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน) พบปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งกระทบต่อการเกษตรและการประมง


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

มะพร้าวน้ำหอม ราคาตกต่ำเจ้าของสวนวอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาน้ำมันปุ๋ยยาแพง

สุพรรณบุรี – ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำเป็นประวัติการณ์ เกษตรกรเจ้าของสวนได้รับผลกระทบผลผลิตขายไม่ออกต้องตัดทิ้งบางรายถึงขั้นขนขึ้นบรรทุกไปทิ้งกลางถนน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่ สวนมะพร้าวเดอะฟอร์เรสท์ฟาร์ม ตำบลจระเข้ใหญ่ อำเภอบาง ปลาม้า เนื้อที่ 80 ไร่ และที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ 120 ไร่ที่กำลังออกผลผลิตเกือบเต็มพื้นที่ มีคนงานกำลังรดน้ำดูแล บางส่วนกำลังตัดลำเลียงมะพร้าวอยู่ในร่องสวนมะพร้าวส่วนมากกองอยู่โคนต้นมะพร้าวบนร่องสวน

นายธีรพงษ์ หลงหา อายุ 34 ปีเจ้าของสวนมะพร้าว กล่าวว่า ตนเรียนจบวิศวกร จากมหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นนักเดินเรือ พาณิชย์นาวีเดินเรืออยู่ต่างประเทศ พอทำไปได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกอิ่มตัว ก็คิดทำธุรกิจที่เป็นของตัวเอง ระหว่างนั้นก็คิดได้ว่าที่บ้านมีพื้นที่นาอยู่หลายไร่ จึงคิดว่าเราน่าจะทำอาชีพเกษตรเพราะคิดว่าอาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่มั่นคง กระทั่ง 4-5 ปี ที่ผ่านมาตัดสินใจจึงผันตัวเป็นเกษตรกร มาทำสวนมะพร้าวน้ำหอม แต่มาวันนี้ได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างหนักเนื่องจากราคามะพร้าวน้ำหอม ไม่ได้เป็นอย่างที่ตนวาดหวังเอาไว้ตอนนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำมาก จากเมื่อ2 ปีที่แล้วเคยขายมะพร้าวน้ำหอมได้ในราคาลูกละ 30 กว่าบาทแต่มาวันนี้ราคามะพร้าวน้ำหอมเหลือเพียงลูกละ 3-5 บาท

จากเหตุการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำทำให้ตนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะค่าน้ำมัน ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่ายา เนื่องด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเพราะสวนเราไม่ได้ออกแบบระบบสปริงเกอร์ เราใช้เรือในการรดน้ำ เราต้องใช้น้ำมัน ทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีกตนก็รู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าจะไปในทิศทางไหนดีมันเดินไปยากมาก ที่สวนของตนเป็นสวนเกษตรแบบอินทรีย์ เคมี ใช้ทั้ง 2 อย่างเพราะถ้าใช้เคมีอย่างเดียวถึงแม้จะได้ผลผลิตดีแต่ค่าใช้จ่ายสูง คุณภาพของสวนจะไม่ดี เช่นค่าใช้จ่ายสูง ดินถ้าใช้ปุ๋ยบ่อยๆจะแข็งกระด้าง ตนจึงใช้วิธีผสมกันทั้งอินทรีย์และเคมี เช่นมูลไก่แกลบ ใส่ปุ๋ยหมักที่ทำจากเศษผักผลไม้ จากโรงงานที่มีการตัดแต่งเอามาหมักทำปุ๋ยแล้วเอามาใส่ที่สวน นอกจากนี้ยังได้ชีวภัณฑ์จากเกษตรตำบล มีพี่เลี้ยงเกษตรตำบล มีมหาลัยที่เข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนเรา เกี่ยวกับเกษตรภัณฑ์ เคมีภัณฑ์

ที่ผ่านมาตนเอามะพร้าวที่ตกเกรด ตกไซส์ มาแปรรูป ผ่าเอาเนื้อ เอาน้ำมาทำน้ำมะพร้าว ส่งขายเสริมจากขายผลสด แต่ ตอนนี้ตนต้องช่วยเหลือเองเอาทั้งมะพร้าวตกเกรด มะพร้าวคัดเกรดคุณภาพดี ส่งโรงงาน มาแปรรูป ทำน้ำมะพร้าวขายเพราะราคาตกต่ำ ขายไม่ออกไม่คนรับซื้อ โดยปกติช่วงนี้ราคามะพร้าวต้องสูง เพราะอยู่ในช่วงฤดูร้อนมะพร้าวจะขาดคอ เราต้องใช้เครื่องฉีดพ่นน้ำซึ่งต้องใช้น้ำมันเพื่อให้มีความชื้นมากขึ้นเพื่อให้ผลผลิตออก แต่มาวันนี้ราคาน้ำมันก็สูงขึ้น ส่วนสาเหตุที่ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำน่าจะเกิดจากการแทรกแซงของพ่อค้านายทุนจากจีน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้ช่วยเหลือเกษตรกร เร่งแก้ปัญหาราคาผล ผลิต ราคาน้ำมัน ปุ๋ย ยา ที่แพงขึ้นมาก เพราะพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนาชาวสวน ต้องใช้ น้ำมัน ปุ๋ย ยา เป็นหลัก

สำหรับมะพร้าวที่สวนของตนได้รับมาตรฐาน GAP โดยการใช้สารเคมีน้อยลงใช้อินทรีย์มากขึ้น เพราะที่บ้านมีโรงงานตัดแต่งผักและผลไม้ ซึ่งตนก็นำเอาเศษผักผลไม้เหล่านั้นมาทำปุ๋ยหมักเพื่อนำกลับมาใช้ในสวน ดังนั้นมะพร้าวในสวนของเราคุณลูกค้ามั่นใจได้ว่า ปลอดภัย รสชาติหวานอร่อย เพราะตนก็ทานอยู่ประจำ


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

ประจวบคีรีขันธ์ – นายก “นาตาลี” ลุยงานทันที หลังเข้ารับตำแหน่ง นายกเทศบาลตำบลทับสะแก ช่วยชาวบ้านประสบปัญหาน้ำอุปโภค ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

วันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อม นายสุทิน ตั้งเขาทอง รองนายกเทศบาลฯ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พนักงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหา จากพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค และสำรวจ หาแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ โดยมีผู้ประสบปัญหาน้ำอุปโภค จำนวน 2 หมู่บ้าน ได้แต่ หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ในเขตเทศบาล โดยนำรถน้ำออกให้บริการชาวบ้าน ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

สำหรับ นางสาวปารีณา ซักเซ็ค นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลทับสะแก เป็นนายกหญิงคนแรกของเทศบาลตำบลทับสะแก ได้แถลงนโยบายต่อสภาเทศบาลตำบลทับสะแก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14 ) พ.ศ.2562 มาตรา 48 ทศ วรรคแรก กำหนดว่า ก่อนนายกเทศมนตรีเข้ารับหน้าที่ให้ประธานสภาเทศบาลเรียกประชุมสภาเทศบาลเพื่อให้นายกเทศมนตรีแถลงนโยบายต่อสภาเทศบาล โดยไม่มีการลงมติ ทั้งนี้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลตำบลทับสะแก (ชั้น 2 )


ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468