ธ.ก.ส.สุพรรณบุรี ยันไม่ยุบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ยังคงดำเนินงานตามปกติ


ธ.ก.ส.สุพรรณบุรี ขอยืนยันว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงมีความเข้มแข็งและสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ จึงขอแจ้งให้สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกรายทราบว่าสมาคมณาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้ยุติการดำเนินงาน (ไม่ได้ยุบ) ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หากสมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกฯ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.” ที่เป็นสมาชิกได้โดยตรง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

“อนุทิน” เปิดงานพระนครคีรี ครั้งที่ 39 ดันสู่หมุดหมายท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหารระดับโลก

“อนุทิน” เปิดงานพระนครคีรี ครั้งที่ 39 ดันสู่หมุดหมายท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอาหารระดับโลก

วันที่ 21 ก.พ.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นำทีมลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยมีร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐและเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงาน

สำหรับการจัดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพื้นที่โดยรอบ ด้วยแนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” เพื่อเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด โดยไฮไลท์สำคัญของปีนี้ เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมแต่งกาย “นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย เที่ยวงานพระนครคีรี” ซึ่งโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและภริยา ร่วมย้อนรำลึกอดีตด้วยการแต่งกายด้วยชุดไทยย้อนยุค เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สัมผัสได้จริง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไป

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ เพื่อนำเสนอพระมหากรุณาธิคุณและผลสำเร็จของโครงการสำคัญในพื้นที่ การแสดงพลุ กว่า 5,000 นัดทุกคืน ขบวนแห่เทิดพระเกียรติและส่งเสริมการท่องเที่ยวจาก 8 อำเภอ กิจกรรมศิลปวัฒนธรรมจัดแสดงบนเขาวัง อาทิ การสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร สาธิตการทำอาหาร เพชรบุรีเมืองอาหาร จาก Local สู่ เลอค่า ,กิจกรรมเชฟเทเบิ้ล, แสง สี เสียง Mini Light and Sounds ส่วนการจัดงานด้านล่างบริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ มีการจัดนิทรรศการโครงการพระราชดำริ การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมบนเวทีกลาง การแสดงโขนจากสถาบันทัศนศิลป์ กรมศิลปากร กว่า 120 ชีวิต รวมถึงมหกรรมงานมอเตอร์โชว์ การออกร้านของซื้อของขาย การจำหน่วยสินค้า OTOP ของดีชุมชน และอาหารเมืองเพชร เพื่อชูอัตลักษณ์ “เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร” (UNESCO City of Gastronomy) ส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมอาหารพื้นถิ่น เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชนอย่างยั่งยืน

“งานพระนครคีรีครั้งนี้เป็นการสืบสานประเพณี พร้อมตอกย้ำศักยภาพ Soft Power ของเพชรบุรี ทั้งด้านอาหาร ศิลปะ และประวัติศาสตร์ เพื่อผลักดันให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและ เชื่อมโยงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอาหาร สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับสากล”


////บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

กล้องวงจรปิด จับภาพ บุคลอันตราย ขับรถมอเตอร์ไซค์ ไล่ลวนลามทำอนาจาร ฯ เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ในหมู่บ้านฯ ผู้ปกครอง โร่เข้าแจ้งความเพื่อเอาผิด

กาญจนบุรี – ล้องวงจรปิด จับภาพ บุคลอันตราย ขับรถมอเตอร์ไซค์ ไล่ตามลวนลามทำอนาจาร ฯ เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ในหมู่บ้านฯ ผู้ปกครอง โร่เข้าแจ้งความเพื่อเอาผิด

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.30 น นางสาวญาณี อายุ 52 ปี และ นางสาว จรรยา อายุ 31 ปี ได้พาเด็กหญิง เอ (นามสมมุติ) อายุ 9 ขวบ เข้าแจ้งความ กับร้อยเวร สภ. เมืองกาญจนบุรี แต่ร้อยเวรไม่อยู่ ให้นายตำรวจยศร้อยตรีนายนั้น (ฝึกงาน) ไม่ประสงค์จะให้ชื่อ มารับเรื่องแจ้งความ ลงบันทึกประจำวัน และบอกให้มาในวันรุ่งขึ้น เพื่อสอบสวนปากคำเพิ่มเติม กับ พ.ต.ท จิรัชย์ บัวล้อม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองกาณจนบุรี พร้อมด้วย สห วิชาชีพ เข้าร่วมสอบปากคำ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา10.00 น.

เบื้องต้น นส.ญาณี ฯ ยาย และ นส.จรรยา ฯ ป้า ของเด็กหญิงเอ ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อเวลา 17:44 นาที ตามเวลากล้องวงจรปิด เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ได้เดินออกจากบ้านเลขที่ 134 ม.10 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี (บ้านยาย) เพื่อมาหาป้า ที่อยู่ในหมู่บ้านผกาแก้วหมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งไม่ไกลจากกันนัก

จากการสอบถาม น.ส จรรยา ผู้เป็นป้า ให้การว่า เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ได้เดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน ปากทางหมู่บ้านผกาแก้ว ได้มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์ สีส้ม ใส่กางเกง สีน้ำตาล สีเสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกกันน็อค ไม่ทราบยี่ห้อรถ และไม่เห็นป้ายทะเบียนรถ เป็นผู้ชายอายุประมาณ 30 – 40 ปี ได้ขับรถตาม เด็กหญิงเอ เข้าไปในหมู่บ้าน พอเด็กเห็นก็เลยตื่นกลัววิ่งเข้าหมู่บ้าน ผู้สงสัยคนดังกล่าวก็ขับรถตามมา พอถึงกลางซอยหน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านที่ไม่มีใครอยู่ ก็ได้ทำทีเข้าไปถามเด็กหญิงเอว่า อู่ซ่อมรถอยู่ตรงไหน และได้ลูบคำจับอวัยวะเพศ 2 ครั้ง แต่พอดีมีพลเมืองดี คนในหมู่บ้านมาเห็นเข้า จึงเรียกเด็กมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น บุคคลที่ต้องสงสัยดังกล่าวที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ก็ได้ขับรถออกจากหมู่บ้านไป และพลเมืองดีก็ได้พาเด็กไปส่งที่บ้านยาย เด็กหญิงเอ ก็ได้เอาเรื่องไปบอกให้ยายฟังว่าโดนเขาลูบคำของลับ ยายและป้าของเด็ก ก็เลยขับรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปในหมู่บ้านอีกครั้ง เพื่อไปหาดูกล้องวงจรปิด ก็ได้เห็นรูปพรรณสัณฐาน ของผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าก่อเหตุคนดังกล่าวและรถมอเตอร์ไซค์

นส.ญาณี ยายและป้าของเด็กจึงได้ พาตัวเด็กหญิงเอ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ดังกล่าวเบื้องต้น เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ และยังเป็นการเตือนภัยให้สังคมระวังเพราะเป็นอันตรายลูกหลานของคนในหมู่บ้าน และอาจเกิดเหตุเรื่องแบบนี้ กับลูกหลานใครก็ได้

อย่างไรก็ตาม ภาพกล้องวงจรปิด ได้บันทึกพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน ด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะได้ติดตามตัวบุคคลที่ต้องสงสัยดังกล่าว ในกล้องวงจรปิด มาสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

สุพรรณบุรีร่วมกับหอการค้า จัดกิจกรรมเสวนาสภากาแฟย้อนวันวานครั้งที่4


จังหวัดสุพรรณบุรีร่วมกับหอการค้าสุพรรณบุรีจัดกิจกรรมสภากาแฟย้อนวันวาน ครั้งที่4 พบปะพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ระหว่างส่วนราชการและประชาชน เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรี

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดการการเสวนาสภากาแฟ ครั้งที่ 4 ณ บริษัท สุพรรณคิวฟู้ดส์ จำกัด ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายวรัตม์ มาประณีต นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, ผู้พิพากษา, อัยการ, พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ,หัวหน้าส่วนราชการ, หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, นายอำเภอ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ, ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชนและสื่อมวลชน เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานระหว่างกัน

สำหรับสภากาแฟจังหวัดสุพรรณบุรี จะจัดทุกวันที่ 20 ของทุกเดือน โดยมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปแต่ละอำเภอ ซึ่งจะมีหัวหน้าส่วนราชการและเครือข่ายองค์กรต่างๆในจังหวัดสุพรรณบุรี มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ตั้งแต่ช่วง เวลา 06.00-08.30 น.กับบรรยากาศนั่งคุยสบายๆ จิบกาแฟและสามารถพูดกันได้ทุกเรื่องระหว่างส่วนราชการและประชาชน ซึ่งสภากาแฟ เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับการสร้างวงพูดคุย เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พบปะสังสรรค์กันบนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลาย พื้นที่พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการสร้างบทสนทนาทั่วไป แต่ยังเป็นการสนับสนุนความแตกต่างหลากหลายให้เติบโต ผ่านการสนทนาหลากหลายประเด็นที่ถูกสื่อสารและรับฟังอย่างตั้งใจ

การจัดเสวนาสภากาแฟจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 4 มีหน่วยงานของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์และหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเจ้าภาพพร้อมสนับสนุนนำบู๊ธอาหารที่ได้รับป้ายรับรองคุณภาพความอร่อยสะอาดจากหอการค้าฯ (น้องเหน่อ) มาออกร้านบริการในงาน และยังได้นำสินค้าการเกษตร หอมแดง จากจังหวัดศรีษะเกษ มาจำหน่ายเพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรช่วงที่ผลผลิตหอมแดงกำลังล้นตลาด


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

แม่ทัพภาคที่ ๒ จัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์–ศตวรรษ” เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในยุทธการดังกล่าว

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ ๒ มีดำริจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์–ศตวรรษ” เพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในยุทธการดังกล่าว ผู้เสียสละกายใจปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินไทยอย่างสุดกำลัง พร้อมกันนี้ จะมอบแก่ประชาชนผู้ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ ๒ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างทหารกับประชาชน ในระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

แม่ทัพภาคที่ ๒ ได้เดินทางเข้ากราบสักการะพระเถราจาย์ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๒ รูป เพื่อขอเมตตา “ลงเหล็กจาร” และอธิษฐานจิตแผ่นโลหะมงคล ได้แก่ เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อทองเหลือง และเนื้อทองแดง อันจะนำไปหลอมรวมเป็นมวลสารศักดิ์สิทธิ์ในการจัดสร้างวัตถุมงคล รุ่น “ยุทธบดินทร์–ศตวรรษ”

พระเถราจารย์ทุกรูปได้เมตตาอธิษฐานจิตและมอบแผ่นโลหะมงคล เพื่อร่วมเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ ให้แคล้วคลาด ปลอดภัย และมีกำลังใจมั่นคง

รายนามพระเถระผู้เมตตาอธิษฐานจิต
วันที่ ๑๘ ก.พ. ๖๙
๑. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร)
๒. พระเดชพระคุณ พระพรหมสิทธิ (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร)
๓. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรมุนี (วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร)
๔. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรรังสี (วัดบวรนิเวศวิหาร)
๕. พระเดชพระคุณ พระธรรมวชิรเมธี (วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร)
วันที่ ๑๙ ก.พ. ๖๙
๑. เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) (วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร)
๒. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร)
๓. เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) (วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร)
๔. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรคุณาธาร (วัดศรีสุดาราม วรวิหาร)
๕. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิราทร (วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร)
๖. พระเดชพระคุณ พระพรหมวชิรากร (วัดราชผาติการามวรวิหาร)
๗. พระเดชุพระคุณ พระพรหมวัชรสุทธาจารย์ (วัดอาวุธสิกสิตาราม)

#กองทัพภาคที่2 #ยุทธบดินทร์ #ยุทธการศตวรรษ #วัตถุมงคล

พรพิพัฒน์ รายงาน

ครบศตวรรษ ทำบุญคุณย่าสวิง อายุ 100 ปี สุดแข็งแรง ความจำดี

นครนายก – ครบศตวรรษ ทำบุญคุณย่าสวิง อายุ 100 ปี สุดแข็งแรง ความจำดี

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณถ้ำพญานาค วัดมณีวงศ์ ต.ดงละคร อ.เมือง จ.นครนายก พระครูปิยรัตนานุกูล (หลวงพี่ต่อ) เจ้าอาวาสวัดมณีวงศ์ จัดพิธีทำบุญวันเกิดให้กับคุณย่าสวิง สุขถาวร (ย่าหวิง) ที่มีอายุครบ 100 ปี บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากลูก หลาน เหลน ที่มาร่วมแสดงความยินดี

คุณย่าสวิง สุขถาวร เกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2469 มีสุขภาพแข็งแรง หน้าตาแจ่มใส ความจำดี พูดคุยสื่อสารรู้เรื่อง จะมีเพียงหูที่ได้ยินไม่ชัด ต้องพูดเสียงดังและใกล้ๆ จึงจะได้ยิน คุณย่าสวิง อยู่ในความดูแลของ“หลวงพี่ต่อ” ที่ท่านเมตตาอุปการะนำคุณย่าสวิงมาดูแลกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งหลวงพี่ต่อ ดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยพร้อมจ้างคนคอยดูแล ตลอดถึงเรื่องอาหารการกิน ดูแลอย่างดีประดุดเปรียบเสมือนญาติของตัวเอง วันนี้ครบศตวรรษ ที่คุณย่าสวิง อายุ 100 ปี จึงได้นิมนต์พระสงฆ์ภายในวัดมาเจริญพระพุทธมนต์ให้พร และถวายภัตตาหารเพล พร้อมมอบเค๊กวันเกิดและอวยพรให้กับคุณย่าสวิง จากนั้นพระสงฆ์ได้นำสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับคุณย่าสวิง เพื่อความเป็นสิริมงคล งานนี้หลวงพี่ต่อ ตั้งใจทำให้คุณย่าสวิง เพราะหาไม่ง่ายที่คนเราจะมีอายุยืนถึง 100 ปีแบบนี้ เรียกได้ว่าสร้างภาพจำแห่งความสุข สร้างรอยยิ้มความอบอุ่น และความทรงจำดีๆ ที่สุดประทับใจ


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

ผบ.ทบ ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม นศท. ณ ค่ายฝึกนศท.เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี พร้อมติดตามภารกิจแนวชายแดนกองทัพภาคที่ 1

ผู้บัญชาการทหารบก ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร ณ ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี พร้อมติดตามภารกิจแนวชายแดนกอง ทัพภาคที่ 1

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ณ ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ จังหวัดกาญจนบุรี และติดตามการปฏิบัติภารกิจของหน่วยตามแนวชาย แดนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี พลโท วัชรินทร์ มุทะสินธุ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้การต้อนรับ

ในช่วงเช้า ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะเดินทางถึงค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ และถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นรับชมวิดีทัศน์บรรยายสรุปการฝึกภาคสนามนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี 2569 และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและบุคคลที่ให้การสนับสนุนการฝึก

ต่อมา ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมสถานีการฝึกต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย สถานีทดสอบกำลังใจ การจัดที่พักแรมและการประกอบเลี้ยง การฝึกแผนที่และเข็มทิศ การสาธิตการตรวจสภาพความพร้อมรบ การฝึกปีนหน้าผากลางแจ้ง การฝึกหมู่ปืนเล็กในการเข้าตีและตั้งรับ โดยประยุกต์ใช้อากาศยานไร้คนขับ สถานีวัตถุระเบิดและการทำ ลาย การฝึกการใช้อากาศยานไร้คนขับ การฝึกซุ่มโจมตีขบวนยานยนต์ ตลอดจนกิจกรรมการสร้างฝายชะลอน้ำของนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งสะท้อนการพัฒนาทักษะทางทหารควบคู่การปลูกฝังวินัย ความอดทน และความรับผิดชอบต่อสังคม

การฝึกภาคสนามดังกล่าวดำเนินการโดย หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ผ่านศูนย์การนักศึกษาวิชาทหาร เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และความเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงผ่านการปฏิบัติจริง ให้นักศึกษาวิชาทหารได้นำความรู้จากการฝึกภาคปกติมาประยุกต์ใช้ในภูมิประเทศจริง เสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำ การทำงานเป็นหมู่คณะ และความพร้อมในฐานะกำลังสำรองของกองทัพบก

ทั้งนี้ กองทัพบกให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังพลทุกระดับ โดยเฉพาะระดับเยาวชน มุ่งยกระดับมาตรฐานการฝึกให้ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยน แปลง พร้อมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการฝึก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักศึกษาวิชาทหารตลอดการฝึก ควบคู่การปลูกฝังวินัย คุณธรรม และจิตสาธารณะ เพื่อสร้างกำลังสำรองที่มีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศในอนาคต

ในช่วงบ่าย ผู้บัญชาการทหารบกและคณะเดินทางไปยังกองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ กรมทหารราบที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานตามแนวชายแดน จากกองกำลังสุรสีห์ หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ และหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ที่ 17 พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ และร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเสริมสร้างความร่มรื่นและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมภายในหน่วย

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้เน้นย้ำให้หน่วยตามแนวชายแดนดำรงความพร้อมรบในทุกมิติ ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การฝึก และระบบการข่าว ตลอดจนการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ โดยปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบตามกรอบกฎหมาย เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งการเตรียมกำลังพลและกำลังสำรองที่มีคุณภาพ เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงและดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน


นที มีเดช รายงาน

“ผบ.มทบ.34” พบปะ/ให้กำลังใจ สานฝัน น้องทหารกองประจำการสู่รั้ว นนส.ทบ.

“ ผบ.มทบ.34” พบปะ/ให้กำลังใจ สานฝัน น้องทหารกองประจำการสู่รั้ว นนส.ทบ.


เมื่อ 20 ก.พ.69 เวลา 10.00 น. พล.ต.วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผบ.มทบ.34 พร้อมด้วย รอง ผบ. มทบ.34, รอง เสธ.มทบ.34, หก.ฝอ.มทบ.34 และ ผบ.นขต.มทบ.34 ได้พบปะทหารกองประจำการที่จะเดินทางเข้ารับการสอบคัดเลือกเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ประจำปีการศึกษา 2569 (ภาควิชาการ)

ในวันที่ 22 ก.พ.69 ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามโครงการ “มทบ.34 ติวเข้ม น้องทหารกองประจำการ สานฝัน สู่นักเรียนนายสิบทหารบก” จำนวน 60 นาย และครูผู้สอน ซึ่ง ผบ.มทบ.34 ได้กล่าวให้โอวาทและกล่าวสร้างแรงบันดาลใจให้กับกำลังพลดังกล่าวกล่าว พร้อมให้โอวาทและคำแนะนำในการทำข้อสอบ ให้น้องๆ ทหารทุกคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และนำความรู้ที่ได้จากการติวเข้มมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพรับราชการทหารที่ รร.นนส.ทบ. ตามนโยบายของกองทัพบก ณ ศาสนสถาน มทบ.34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช

ในการนี้ ผบ.มทบ.34 และคณะ ผบช. ได้มอบวัตถุมงคลให้กับทหารกองประจำการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญ และกำลังใจในการสอบภาควิชาการ/ร่างกายต่อไป

#สานฝันน้องทหาร สู่รั้ว นนส.ทบ.\ #มณฑลทหารบกที่34 #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ น่าน เป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทานแก่คนพิการขาขาด

รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทานแก่คนพิการขาขาด

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีมอบขาเทียมพระราชทานแก่คนพิการขาขาดในจังหวัดน่านตามโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 176 ซึ่งมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมกับจังหวัดน่าน วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 15 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 ในการจัดทำขาเทียมให้แก่คนพิการขาขาดทุกเชื้อชาติและศาสนา โดยไม่คิดมูลค่า ณ อาคารอเนก ประสงค์ วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา ตำบลนาเหลือง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

ก่อนเริ่มพิธี ประธานในพิธีได้นำกล่าวถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งผู้ร่วมพิธีทุกภาคส่วนร่วมยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเพื่อแสดงความจง รักภักดีโดยพร้อมเพรียงกัน

จากนั้น ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต เลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการฯ และแสดงความยินดีกับคนพิการขาขาด โดยมีนายแพทย์ชาญชัย พจมานวิพุธ รองเลขาธิการมูลนิธิขาเทียมฯ ฝ่ายบริการวิชาการ และพัฒนาคุณภาพ กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงานต่อประธานในพิธี คุณเกรียงฤทธิ์ สุขเจริญสิน กรรมการมูลนิธิขาเทียมฯ มอบโล่เกียรติคุณแก่หน่วยงานที่สนับสนุนโครงการฯ พลเอกกานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มอบของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุนโครงการ พร้อมด้วยคุณดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มอบป้ายสนับสนุนโครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ในนามมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และคุณชนะ เหล่าวีระกุล ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจขนส่งและบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มอบป้ายสนับสนุนโครงการฯ

นอกจากนี้ ยังมี ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเสียงสา รองนายแพทย์สาธารณสุขน่าน หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรด้านสาธารณสุข และคณะบุคคลจากหลายภาคส่วนร่วมในพิธี และในโอกาสเดียวกันนี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้มอบถุงยังชีพและค่าเดินทางให้แก่คนพิการที่เข้าร่วมโครงการฯ และบริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด จำกัด ได้มอบข้าวสารตราฉัตร พร้อมทั้งออกบูธข้าวไข่เจียว ให้บริการแก่ผู้มาร่วมงาน หลังจากนั้น ผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีได้มอบขาเทียมแก่คนพิการขาชาดที่เข้ารับบริการในครั้งนี้อีกด้วย

โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ของมูลนิธิขาเทียมฯ เป็นอีกโครงการหนึ่งที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี โดยออกหน่วยให้บริการทำขาเทียมในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศปีละ 5 ครั้ง เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในการช่วยเหลือคนพิการขาขาดที่ยากไร้ทุกเชื้อชาติและศาสนาให้ได้รับขาเทียมที่ดี มีคุณภาพ โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เป็นภาระต่อตนเองหรือครอบครัว และสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้ ในการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ครั้งที่ 176 นี้ มูลนิธิฯ ร่วมกับจังหวัดน่านได้ทำขาเทียมพระราชทานมอบให้แก่คนพิการทั้งสิ้นจำนวน 182 ขา โดยมีผู้เข้ารับบริการจำนวน 169 คน

มูลนิธิขาเทียมฯ #จังหวัดน่าน #พิธีมอบขาเทียม #คนพิการขาขาด #ออกหน่วยทำฃาเทียม


นที มีเดช รายงาน

มทบ.37 บูรณาการร่วมทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า และลาดตระเวนป้องกันผู้กระทำความผิดณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ หัว หน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียง ราย ทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า และลาดตระเวนป้องกันผู้กระทำความผิดด้านยาเสพติด การลักลอบตัดไม้ และลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้ม ครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ พร้อมกำลังพล บูรณาการร่วมกับ หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต และเป็นการยับยั้งไม่ให้ไฟป่าลุกลามเข้าในพื้นที่ของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ อีกทั้งได้ลาดตระเวนและพักแรมป้องกันผู้กระทำความผิดด้านยาเสพติด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ หรือทำเป็นพื้นที่ทำกินในพื้นที่เขตหวงห้ามด้วย บริเวณเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ

ซึ่ง จังหวัดเชียงรายประกาศมาตรการ “ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด” ในปี 2569 ช่วงขอความร่วมมือ (งดเผาในที่โล่ง) 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 และช่วงห้ามเผาเด็ดขาด 14 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2569 (86 วัน) เป็นต้นไป เพื่อลดจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm2.5 ทั้งนี้ในการทำแนวป้องกันไฟป่ามีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นฝุ่งที่ติดกับดอยช้าง ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน