พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.62 เวลา 09.45 น. ณ ชั้น 5 รอยัลพารากอน : พล​ตำรวจ​ตรี​ ดร.เสนิต​ สำราญ​สำรวจ​กิจ​ ผู้​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 1​ (ผบก​.น.1)​ เป็นประธานเปิดงาน “ตะแบก-โบว์ล” ครั้งที่​ 2​ ศรีอยุธยา​สมาคม​ ซึ่งจัดขึ้น​โดยสมาคมศิษย์เก่า​ โรงเรียนศรีอยุธยา​ ในพระอุปถัมภ์​ฯ

Cr.ทีมงาน​สนง.ผบก.น.1
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​จัดกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออก​

       วันที่ 8 มิถุนายน 2562เวลา09.00น.นายพีระพล​ ตัณฑโอภาส​ ปลัดจังหวัดสระบุรีให้เกียรติเป็นประธานมี นายอิทธิเดช​ คุลี​ ผู้อำนวยการโรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือภาคกลางและภาคตะวันออกให้การต้อนรับมีนาย​ นาร​ถ​ วาจาวุทธ ผู้ทรงคุณวุฒิ​ นาย​ สาธิต​ แสนยานันท์​ นายกเทศบาลตำบลเสาไห้​ ผู้แทนผู้ปกครอง​ ผู้แทนผู้บรหารสถานศึกษาและคณะครู​ อาจารย์​ โรงเรียนเตรียมทหาร​ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศลงแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือกึ่งอตโนมัติประเภทหุ่นยนต์เตะลูกโทษและโรงเรียนจากต่างๆทุกจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกในสังกัดคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดอื่นๆเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน​ เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ผลงานและเพื่อให้ครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาตลอดจนนักเรียนได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์หลักวิศวกรรมออกแบบให้เกิดความชำนาญ​ ในการแข่งขัน หุ่นยนต์​ นานาชาติ​ ด้วยเอ็มซัพพลายโดยมีผู้แทนส่วนงานการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือนานาชาติจากสมาคมหุ่นยนต์นานาชาติ​ ฮ่องกง ได้ชมหุ่นยนต์ไทยในกิจกรรมให้รู้และการแข่งขันหุ่นยนต์บังคับมือโดยอ้างกติกาสากล​ ในการแข่งขัน ที่โรงเรียนเสาไห้(วิมลวิทยานุกูล)​ ได้อนุเคราะห์สถานที่การแข่งขันตั้งแต่วันที่ 8 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน2562นี้/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก

       บุกรวบจนท.กราฟฟิคสื่อช่องดัง ภัยสังคม แสร้งทำทีปลอมเป็นหญิงสาว อ้างเป็นโมเดลลิ่งแมวมองหานางแบบเข้าวงการบันเทิงหาเหยื่อผ่านเฟสบุ๊ก หว่านล้อมออกอุบายขอดูสัดส่วน แลกเงินค่าจ้างครั้งละหลักพัน-หลักหมื่น เหยื่อนับสิบหลงกล ส่งภาพลับก่อนปิดเฟสหนีเข้ากลีบเมฆ​ เหยื่อโร่ร้องไทแคค รวบคาที่พัก ขยายผลค้นคอมพิวเตอร์ที่ทำงานพบภาพโป๊เปลือยจำนวนมาก บิ๊กตร.เตรียมแถลงสัปดาห์หน้า

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ มีรายงานว่า คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก​ ทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ​ TICAC-Thailand Internet Crimes Against Children หรือไทแคค สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้า​ที​ตำรวจ​จาก กองบังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (บก.ปคม.)​ และ​ กอง​บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 9​ (บก.น.9)​

       ร่วมกันจับกุมตัวนายศักดิ์ นามสมมุติ อายุ 28 ปี เจ้าหน้าที่กราฟฟิครายการของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในความผิด​ ฐานครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ

       โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บ้านพักย่านท่าข้าม​ การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายศักดิ์ฯ ได้ปลอมเฟสบุ๊ก โดยนำรูปภาพหญิงสาวเป็นรูปโปรไฟส์ แล้วทำทีว่าเป็นผู้หญิง แชทติดต่อพวกพริตตี้สาวสวย ก่อนออกอุบายขอให้ถ่ายภาพวาบหวิวและคลิปให้ส่งมาทางอินบล็อก โดยอ้างว่าจะเอาไปให้ลูกค้าดู

       เพื่อติดต่องานให้ บางรายก็ออกอุบายว่าจะชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิง โดยมีค่าใช้จ่ายให้หลักพัน-หลักหมื่นบาท หลังจากพูดคุยกันแล้วหญิงสาวก็ยอมส่งคลิปให้ พอผู้เสียหายส่งคลิปให้ไป ผู้ต้องหาก็ทำทีเป็นขอเลขที่บัญชีอ้างว่าจะโอนเงินให้ พอผู้หญิงส่งเลขที่บัญชีไปให้ ผู้ต้องหาก็จะบล็อกเฟสบุ๊กทันทีแล้วติดต่อไม่ได้อีก บางรายถูกข่มขู่ให้ส่งรูปโป๊เปลือยเพิ่มเติม ถ้าไม่ส่งจะประจานผู้เสียหาย ในโลกโซเชียลและอินเตอร์เน็ต

       ต่อมาผู้เสียหายพบว่ามีภาพและคลิปของตนเองปรากฎในเว็บไซต์หนึ่ง จึงรวมตัวกันร้องทุกข์ต่อคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมาชุดสืบสวนได้ตรวจสอบจนพบว่าผู้ก่อเหตุคือนายศักดิ์ฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นที่บ้านพัก ก็พบของกลางหลายรายการ อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3 ชิ้น ได้แก่ อุปกรณ์แท็บเล็ต ไอแพด โปร สีเงิน ขนาด 256 GB จำนวน 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น X จำนวน 1 เครื่อง และ External Harddiskยี่ห้อ Western Digital My Passport Ultra ความจุ 1 TB จำนวน 1 ชิ้น จากนั้นได้ขยายผลไปตรวจค้นที่ทำงานของนายศักดิ์ฯ ก็พบคลิปวิดีโอภาพลับของผู้เสียหายในคอมพิวเตอร์และมือถือจำนวนมาก

       รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับนายศักดิ์ฯ เป็นเจ้าหน้าที่กราฟฟิคฝ่ายรายการของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินในบัญชีจากการที่นำภาพคลิปผู้เสียหายไปขายจำนวนมาก อย่างไรก็ตามภายหลังจับกุมทางชุดทำงานได้ขออำนาจศาลฝากขังเรือนจำพิเศษธนบุรีโดยหลังจากนี้คณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ​ อยู่ระหว่างการขยายผลผู้เสียหาย เพื้อแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดค้ามนุษย์เพิ่มเติมซึ่งขณะนี้พบว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีตกเป็นผู้เสียหายสองราย โดยสัปดาห์หน้าทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงผลการจับกุมครั้งนี้ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รวบสมาชิกแก๊งแฝดศรีราชา ยกพวกรุมถล่มคู่อริเสียชีวิต หลบหนีคดี 16​ ปี

       วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่ 8 มิ.ย.62​ : พล​ตำรวจ​ตรี​ วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผบก.ปคม.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​มานะ กลีบสัตบุศน์,พัน​ตำรวจ​เอก​ ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง​ผู้​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (รองผบก.ปคม.)​ ได้สั่งการให้พัน​ตำรวจ​เอก​ มารุต กาญจนขันธกุล ผู้กำกับ​การ​1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (ผกก.1 บก.ปคม.),พัน​ตำรวจ​โท​ มนต์ชัย เพ็งเลิศ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​การ​ค้ามนุษย์​ (สว.กก.1​ บก.ปคม.)​ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ กก.1​ บก.ปคม.

       ร่วมกันเข้าทำการ​จับกุมตัว นายภานุพงษ์ ชัยเกียรติไพศาล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 1963/2546 ลงวันที่ 17 ธ.ค.46 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่ร้านอาหาร ริมถนนสุขาภิบาล 8 ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

       พ.ต.อ.มารุตฯ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อราว​ เดือนตุลาคม​ 2546 ในขณะนั้นผู้ต้องหา มีอายุ 19 ปี
      เป็นสมาชิกระดับหัวหน้าแก๊งแฝด ซึ่งเป็นแก๊งชื่อดังในย่านศรีราชาสมัยนั้น ด้วยความคึกคะนอง ได้นัดรวมตัวกันในกลุ่มจำนวนเกือบ 50 คน ใช้รถจักรยานยนต์ ไปรุมถล่มกลุ่มคู่อริ ซึ่งมีประมาณเกือบ 20 คน เหตุเกิดบริเวณ สำนักสงฆ์สวนป่าใน​ อ.ศรีราชาฯ โดยหนึ่งในกลุ่มของผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงฝ่ายตรงข้ามจนถึงแก่ความตาย 1 คน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนีไป และถูกออกหมายจับในภายหลัง​

       ต่อมาผู้ต้องหาหลบหนีออกจากพื้นที่ไปทำงานละแวก​ จ.สมุทรปราการ ก่อนกลับมาในพื้นที่​ อ.ศรีราชา​ อีกครั้ง เนื่องจากคิดว่าไม่มีตำรวจติดตามตัวได้แล้ว จึงกลับมาทำงานอยู่ย่าน ต.แพรกษา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุม จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ ก่อน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา​ จ.ชลบุรี​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ”กองทุนยุติธรรม”

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา
คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

กองปราบฯ​ จับกุมหนุ่มแสบโกงเงินซ่อมรถเฟอรารี่ พบประวัติฉ้อโกงหลายคดี

       วันนี้ วัน​เสาร์​ที่​ 8 มิ.ย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (บก.ป.)​ พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้​บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พันตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.) และพันตำรวจ​ตรี​ ณัติรุจน์ วัฒนะฉัตรรัตน์ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 1​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)

       นำกำลังเข้าจับกุม นายธนกฤต ทรัพย์ฅณาณณ หรือเช หรือนายประพัฒน์พงษ์ ศรีวิไล อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ซ.4 (ถนนชัยมงคล) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ตามหมายจับ ศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 1160/2559 ลงวันที่ 15  ธันวาคม 2559 ข้อหา “ ฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านพหลโยธิน กทม.

       พ.ต.อ.ธงชัยฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นปี พ.ศ.2559 นายประพัฒน์พงษ์ฯ ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายว่าตัวเองมีอู่แต่งรถสปอร์ตหรู จนมีผู้เสียหายหลงเชื่อได้นำรถยนต์ เฟอรารี่ มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท ไปทำสีพร้อมเปลี่ยนพวงมาลัย และของแต่งรถอื่นๆรวมราคาทั้งสิ้น 400,000 บาท เมื่อผู้ต้องหาได้รับเงินมาแล้วก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมซ่อมรถให้ กระทั่งปิดโทรศัพท์หนี แล้วได้เปลี่ยนชื่อ นามสกุล และเปลี่ยนที่อยู่หลายครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเจอ ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนติดตามจนพบเบาะแส และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว

       สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้จากการสืบประวัติผู้ต้องหาพบว่า เมื่อปี 2557 เคยก่อคดี ยักยอกทรัพย์ ที่ สน.สำเหร่ และปี 2559 ได้ก่อเหตุ คดีฉ้อโกง และ พ.ร.บ.คอมฯ จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ รวบแก๊งโรแมนซ์สแกมอ้างแค่เปิดบัญชีเท่านั้น

       เมื่อวันที่ 7 มิย.62​ ที่กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5.บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ สุพจน์ พุ่มแหยม,พัน​ตำรวจ​โท​ เผด็จ งามละม่อม รอง​ผู้​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (รองผกก.5 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​ตรี​ เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5.บก.ป.)

       พร้อมกันนำกำลังเข้าจับกุม​ น.ส.ขนิษฐา แพงมี อายุ 19 ปี ตามหมายจับศาลเพรชบุรีที่ 71/2562 ลงวันที่ 4 มี.ค.62 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น​ และร่วมกันโดยทุจริตหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน​ หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน​ หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ และ หมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 106/2561 ลงวันที่ 24 ต.ค.61 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ของ สภ.นครศรีธรรมราช

       ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้โปรแกรมสตาแกรมสนทนากับผู้เสียหายโดยปลายทางเป็นชาวต่างชาติผิวดำ คุยกันได้ 4 เดือนจนสนิทสนมกันบอกว่าจะมีสิ่งของภายในเป็นเงินจำนวน 4 แสนปอนด์ส่งเข้ามาในพัสดุ​ และจะมีขบวนการหลอกลวงต่างๆเช่น ต้องเสียค่าภาษี นำเข้าเงินตราต่างประเทศ เงินค้ำประกันใบรับรองการฟอกเงิน​ ใบรับรองการใช้เงินอย่างถูกต้องตามกฎหมายการเสียเงินใต้โต๊ะ

       ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ 7 บัญชีรวม 31 ครั้งยอดเงินทั้งหมด 2,049,500 บาท โดย น.ส.ขนิษฐาฯ เป็นหนึ่งในขบวนการ โดยทำหน้าที่รับจ้างไปเปิดบัญชีครั้งละ 5 พันบาทแล้วให้ ค่าจ้างเจ้าของบัญชีตัวจริง 2 พันบาท ต่อมาเจ้าของบัญชีตัวจริงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ขนิษฐาฯ ไว้ที่ สภ.ชะอำ จ.เพรชบุรี และมีการออกหมายจับ​

       โดยสามารถจับกุม​ตัวผู้ต้องหา​ได้ที่บริเวณถนนพัฒนาการแขวงและเขตประเวศ กทม.เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.62​ ที่ผ่านมา น.ส.ขนิษฐาฯ รับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ไปเปิดบัญชีจริงหลังจากได้สมุดบัญชี​ และบัตรเอ.ที.เอ็ม.มาแล้วก็จะส่งไปรษณีย์ไปให้กับขบวนการโดยติดต่อกันทางเฟสบุ้คไม่ทราบชื่อจริง และไม่รู้ว่าจะนำไปหลอกลวง ภายหลังจากถูกจับกุมได้​ เจ้าหน้า​ที่​กองปราบ​ฯ​นำส่งตัวผู้ต้องหา​ให้ สภ.ชะอำ​ จ.เพชรบุรี​ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงยุติธรรม จัดสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อ เพื่อสร้างการรับรู้ของประชาชนในกิจการ””กองทุนยุติธรรม”.

       วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม. เป็นประธานในพืธีเปิดโครงการสัมมนาพัฒนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กองทุนยุติธรรม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ. เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ ภารกิจและผลการดำเนินงานของกองทุนยุติธรรมแก่สือมวลชนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้เครือข่ายสื่อให้เป็นช่องทางเผยแพร่ภารกิจของกองทุนยุติธรรมสู่ประชาชนทุกสื่อดิจิตอลในยุคดิจิตอล 4.0. ตามนโยบายของรัฐบาล. โดยมีนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม. ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานกองทุนยุติธรรม. ผู้ปฎิบัติงานประชาสัมพันธ์ของกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสื่อมวลชนจากภาคเอกชน เข้าร่วมงาน. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในอดีตทีผ่านมา การเข้าถึงความยุติธรรม. ของประชาชนเเป็นเรื่องยากเพราะการไม่มีความรู้ไม่เข้าใจกฎหมาย สิทธิเสรีภาพอันพึงมีพึงได้ โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชน. ถูกเอารัดเอาเปรียบและถูกล่วงละเมิดจากบุคคลทีอยูในภาวะเหนือกว่า. ตลอดจนความยากจนเป็นอุปสรรค. ต่อการเข้าถึงความยุติธรรม. เพราะขบวนการดำเนินคดีนั่นมีค่าใช้จ่ายสูง เพือลดช่องว่างและความเหลือมล้ำ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในการช่วยเหลือคนยากจนให้เข้าถึงความยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมจึงได้จัดตั้ง กองทุนยุติธรรม ในปี2558. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านกฎหมาย.อาทิ การฟ้องร้อง การดำเนินคดี หรือการบังคับคดี การปล่อยตัวชั่วคราว การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน การสนับสนุนโครงการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบและเข้าถึงการบริการของกองทุนยุติธรรมได้อบ่างสะดวกรวดเร็วและประสิทธิภาพในยุค4.0 จึงจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายสื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ รวมทั้งเป็นช่องทางในการเผยแพร่บทบาทภารกิจ. และผลการดำเนินการของกองทุนยุติธรรมไปสู่ประชาชนในทุกช่องทางให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว. ด้านนางสาวมยุรี จำจรัส ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุน กล่าวเสริมว่า รัฐบาลได้เสนอกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติอนุมัติเป็นพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ.2558 กำหนดให้จัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับใช้จ่ายช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดี โดยกองทุนยุติธรรมจะได้รับเงินทุนหรือทรัพย์สินจากการเก็บค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับในคดีอาญา และเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล ทั้งนี้ รัฐบาลคาดว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชนผู้ยากไร้ที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นคดีความในกรณีต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นไปตามหลักสากล โดยออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2558 และมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2559 นี้เป็นต้นไปโครงการสมัมนาเครือข่ายสื่อมวลชนเพื่อการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กองทุนยุติธรรม ได้จัดขึ้นในระหว่างวันที่5-7 มิถุนายน2562. ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพ และโรงแรมเอวันเดอะรอยัล ครูส เมืองพัทยาจังหวัดชลบุรี. นอกจากนี้ทางสำนักงานกองทุนยุติธรรมยังได้ผลิตสื่อดิจิตอล ซีรีย์ซิกคอม สนุกสนานจำนวน20 ตอน ความยาวตอนละ 5. นาที เผยแพร่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง5. และช่องทางสื่อดิจิตอลออนไลน์ เสนอเป็นตอนแรกวันที่12 มิถุนายน เป็นต้นไป
       ในช่วงท้ายได้มีการเสวนาหัวข้อ”การให้ความช่วยเหลือของกองทุนยุติธรรม และการประชาสัมพันธ์ในโลกยุคดิจิตอล “. โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม นางสาวมยุรี จำจรัส นางสาวสุดาพร สกุลดี หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมายและช่วยเหลือประชาชน นายเศรษฐวุฒิ เพชรสง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายและพัฒนาระบบงาน นางจิตลดา เสียงใส หัวหน้ากลุ่มงานเทคโนโลยี่สารสนเทศ นายคณาโชค ตามจิตเจริญ. เลขาธิการ สำนักข่าวเออีซีไทยนิวส์. นายคัมภีร์ พลการ เป็นพิธีกรดำเนินการเสวนา คณาโชค ตามจิตเจริญ รายงาน ภาพ/ข่าว

ผอ.รมน. ย้ำปัญหาการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

       วันนี้ (๘ มิ.ย.๖๒) พลตรี ธนาธิป  สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบาย “ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ”เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องสานต่อการขจัดการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้น จึงได้มอบนโยบายให้ทุกส่วนราชการ   ที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังในการดำเนินงานป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าสู่ขบวนการค้ามนุษย์ โดยจะเน้นงานหลัก ๓ ด้าน ได้แก่  การป้องกันกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ, การเร่งรัดการดำเนินคดีเพื่อนำตัวผู้กระทำผิด      มาลงโทษขั้นเด็ดขาดและคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายตามมาตรฐานสากล

            ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นกฎหมายสำหรับบังคับใช้กับความผิดฐานค้ามนุษย์เป็นการเฉพาะ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่  ๕ มิ.ย. ๒๕๕๑ มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับพระราชบัญญัติดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาช่องว่างของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ได้ครอบคลุม ๓ ด้าน ได้แก่

       ขยายความเหยื่อหรือผู้เสียหายจากผู้หญิงและเด็กเป็นบุคคลโดยไม่จำกัดเพศและอายุ กำหนดนิยามคำว่าค้ามนุษย์ไว้อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะรูปแบบการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ที่สอดคล้องและครอบคลุมกับการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจริงในสังคม กำหนดให้ผู้กระทำการค้ามนุษย์เป็นขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรม มีความผิด แม้สมาชิกองค์กรอาชญากรรมนั้นไม่ได้ลงมือกระทำผิดเอง ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับสภาวะไร้พรมแดนของสังคมในปัจจุบัน

                        อย่างไรก็ตามการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งจึงจำเป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือของทุกภาคส่วนร่วมกันผนึกพลังต่อต้านการค้ามนุษย์เพื่อทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นในเวทีระหว่างประเทศ

                        และจากความร่วมมือมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทำให้เกิดผลสำเร็จจากการปรับสถานะของประเทศไทยเป็นอันดับ ๒ ( TIER 2 ) คือประเทศที่ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่แต่มีความพยายามที่จะปฏิบัติ ตามกฎหมายคุ้มครองผู้ตกเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ พ.ศ.๒๕๔๓ ของประเทศสหรัฐอเมริกา             

                        การค้ามนุษย์นับว่าเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสนใจเพราะถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงหลายมิติ ยากต่อการแก้ไข และที่สำคัญส่งผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรซึ่งเป็นหน่วยงานบูรณาการจะร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติตามนโยบาย ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตราฐานสากล

รรท.ผบช.สตม.แถลงข่าวการกวดขันปราบปรามกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ

      วันนี้​ วันศุกร์ที่ 7 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น ณ ห้องแถลงข่าว กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (บช.สตม.)​ ซ.สวนพลู : พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รัก​ษาราชการ​แทน​ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ พร้อมด้วย พลตำรวจ​ตรี​ อิทธิพล อิทธิสารรณชัย,พล​ตำรวจ​ตรี​ สรายุทธ สงวนโภคัย รองผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รอง​ผบช.สตม.),พล​ตำรวจ​ตรี​ ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 1​ (ผบก.ตม.1)​,พล​ตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผบก.ตม.2)​,พลตำรวจ​ตรี​ พัฒนา เพศยนาวิน ผู้บังคับการ​ตำรวจ​นครบาล​ 6​ (ผบก.น.6)​,พลตำรวจ​ตรี​ อาชยน ไกรทอง ผู้บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผบก.ตม 3),พัน​ตำรวจ​เอก​ รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผู้กำกับ​การ​สืบ​สวนสอบ​สวน​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 3​ (ผกก.สส.บก.ตม.3)​ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมร่วมกันแถลงข่าว

      พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ฯ กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวน ตม.1 มีผลการจับกุมดังนี้
      1.จับหนุ่มอังกฤษหนีหมายจับยาเสพติด class A มากบดานในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้สืบทราบว่า MR.REECE BLAIN สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเป็นบุคคลที่ประเทศอังกฤษ ต้องการตัว ตามหมายจับคดียาเสพติด class A หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูล หมายจับคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (PIBICS) และประสานกับเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย เพื่อตรวจสอบและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว จนทราบแน่ชัดว่าคนต่างด้าวดังกล่าวจะเดินทางมาสถานทูตอังกฤษ เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงได้วางกำลังไว้ ที่บริเวณสถานทูตฯ เมื่อพบตัวจึงทำการจับกุมและเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร การจับกุมครั้งนี้เป็นการ ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง ตม.ไทย และสถานทูตอังกฤษ
      2.จับหนุ่มเกาหลีหนีหมายจับเว็ปพนันออนไลน์และฟอกเงิน มาทำงานในประเทศไทย เป็นกรณีที่คนต่างด้าว MR.JAEHEE CHO สัญชาติเกาหลีใต้กระทำความผิดที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วเดินทางเข้ามาอยู่​ และทำงานในประเทศไทย โดยเดินทางเข้ามาในประเทศเมื่อวันที่ 09/04/2019 มีวีซ่าประเภท NON-B ได้รับอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27/05/2019 และเมื่อวันที่ 23/5/2019 ได้มายื่นเรื่องขออยู่ต่อฯ ประเภทธุรกิจ ที่ กก.2 บก.ตม.1 ต่อมาได้รับการประสานจากสถานทูตเกาหลีใต้ ว่าคนต่างด้าวดังกล่าวเป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ ต้องการตัว ตามหมายจับเว็บพนันออนไลน์และฟอกเงิน เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ตม.1 จึงได้ตรวจสอบข้อมูลและจัดกำลังไปติดตามควบคุมตัวมาได้ในที่สุด โดยได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และดำเนินการ ส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรต่อไป
      3.รวบ ดี เจ หนุ่มอิหร่าน คาผับดังย่าน RCA โอเวอร์สเตย์และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้รับการร้องเรียนว่ามีชาวต่างชาติมาทำงานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน รูท 66 ย่านอาร์ซีเอ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวและเข้าตรวจสอบ ตามที่ได้รับการร้องเรียนดังกล่าว พบ นายแคชยา คาราชมี่ (MR.KASHAYAR KHARAZMI) สัญชาติอิหร่าน อายุ 26 ปี ทำงานเป็น ดี เจ เปิดเพลงในร้าน จากการตรวจสอบนายแคชยาฯ มีการลงข้อความเชิญชวนในเฟสบุ๊คว่าตนจะมาเปิดเพลงที่ร้านรูท 66 ย่าน อาร์ซีเอ ช่วงกลางคืน นายแคชยาฯ​ ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ และรับว่าตนเองเป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งมาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ขณะจับกุมมีนายสมุทร เพชรแอ แสดงตนเป็นผู้จัดการร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ดำเนินการทางกฎหมาย กับเจ้าของร้านต่อไปอีกส่วนหนึ่งด้วย
      4.จับสาวจีนนั่งดริ้งค์ร้านคาราโอเกะ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทราบว่าจะมีผู้หญิง ชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและเข้ามาลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนมาพักอาศัยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้จัดกำลังไปเฝ้าสังเกต และหาข่าวบริเวณห้วยขวาง สุทธิสาร รัชดาภิเษก พบว่าจะมีผู้หญิงจีนจำนวนหนึ่งมักจะเดินทางออกจากที่พัก ในช่วงเวลากลางคืน โดยแต่งกายในลักษณะสวยงามสะดุดตาและกลับเข้าที่พักในช่วงดึกหรือเช้ามืด หลังจากหาข่าว จนแน่ใจก็ทราบว่าสาวจีนเหล่านั้นจะออกไปทำงานช่วงกลางคืนตามร้านคาราโอเกะและสถานบริการที่มีแขกชาวจีน มาใช้บริการ จนกระทั่ง​เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย.62 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้าน GOLDEN CLUB ซอยรัชดาภิเษก 18 ห้วยขวาง พบสาวชาวจีน จำนวน 7 คน กำลังให้บริการนั่งดริ้งค์กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าทั้งหมดเป็น นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจากการตรวจสอบเอกสารประจำตัว​ และจากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง พบว่าสาวชาวจีนทุกคนเข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนใหญ่มีวีซ่าประเภท ท่องเที่ยว ทุกคนไม่มีใบอนุญาตทำงาน แต่มาทำงานให้บริการกับลูกค้าชาวจีนด้วยกัน โดยมี น.ส.หงส์ม่าน หวัง อายุ 51 ปี สัญชาติไทย เป็นเจ้าของ​ และผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมและนำส่ง พงส.บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

      พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ เปิดเผยว่า พบชาวต่างชาติมีพฤติการณ์เดินทางมายังประเทศไทย และใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นทางผ่าน เพื่อลักลอบเดินทางไปยังประเทศที่สาม โดยแสดงเอกสารยืนยันการตรวจลงตราปลอม หรือ ETA : Electronics Travel Authorization ในการเช็คอิน​ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.62 เวลา 22.30 น.เจ้าหน้าที่​ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุม นายอัลวา ฮัสสัน (Mr.Anwa Hussain) อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย ขณะแสดงเอกสารตรวจลงตราประเทศแคนาดา หรือ ETA : Electronics Travel Authorization เพื่อเช็คอินเดินทางไปยังกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ สายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ PR733 ก่อนจะต่อไปยังเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา เที่ยวบินที่ PR118

      และเมื่อวันที่ 25 พ.ค.62 เวลา 14.00 น. จับกุม นายลูเซนี กาบา (Mr.Lounceny Kaba) อายุ 21 ปี สัญชาติกินี ขณะแสดงเอกสารตรวจลงตราประเทศแคนาดา หรือ ETA : Electronics Travel Authorization เพื่อเช็คอินเดินทางไปยัง สายการบินไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU9854-MU597 เส้นทางเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน-เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ซึ่งในการเดินทางไปประเทศแคนาดาสำหรับสัญชาติที่ไม่ต้องขอวีซ่าจากสถานทูต จะต้องขอ ETA : Electronics Travel Authorization ผ่านทางเว็บไซด์ที่กำหนด หากไม่มีวีซ่าหรือการยืนยันการยื่นสมัคร ETA สายการบินจะไม่สามารถ ออกบัตรที่นั่งเพื่อเดินทางไปยังประเทศแคนาดา​ ได้ โดยเจ้าหน้าที่​ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้จับกุมชาวต่างด้าวทั้ง 2 ในข้อหา “ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ (E-VISA Canada ปลอม)”

      พล.ต.ต.อาชยนฯ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ฯ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น., พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6, พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ ผกก.สน.จักรวรรดิ และ พ.ต.อ.ชาญฤทธิ์ ทรัพย์สมบัติ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญ ดังนี้

      เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 เวลาประมาณ 01.15 น. เกิดเหตุชาวต่างชาติ ร่วมกัน ใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นกำแพงบ้าน ประตูบ้าน รถยนต์ ตู้ชุมทางสายโทรศัพท์ ได้รับความเสียหาย จำนวนหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่อมาได้เป็นข่าวเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของชาวต่างชาติกลุ่มดังกล่าวอย่างแพร่หลาย ถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายและกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศเป็นอย่างมาก ต่อมา พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม. 3 และเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มชาวต่างชาติที่ก่อเหตุให้ได้โดยด่วนที่สุด และจากการสืบสวนเบื้องต้น ทราบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น เป็นชาวต่างชาติ จำนวน 3 คน (ชาย 2 หญิง 1) ซึ่งจำนวน 2 ใน 3 คน คือ นายเทิร์นโบส (MR.TURNBEAUGH SHEA COTE) และ นางสาวกอลแลน (MS.GOLLAN NICHOLE FRANCES LOUISE) ทั้งคู่เป็นแฟนกัน ได้เดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 29 เม.ย.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 27 มิ.ย.62 พักอาศัยอยู่บริเวณห้องเช่าชุมชนริมทางรถไฟสายท่าเรือ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ จึงได้วางสายเพื่อเฝ้าติดตามตัว

      ต่อมาสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้หลบหนีไปอยู่ที่พัทยา จ.ชลบุรี จึงได้บูรณาการกำลัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.จักรวรรดิ สน.พลับพลาไชย 2 และตำรวจท่องเที่ยว ติดตามไปพบตัว ที่โรงแรม Pump station house ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ เข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลในภาพที่ปรากฏในสื่อโซเชียล และก่อเหตุดังกล่าวจริง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป

      สตม.ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย และดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินคดีแล้ว จะทำการส่งตัวกลับประเทศ และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรต่อไป ซึ่งกรณีที่ปรากฏนั้น ได้เคยมีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว หรือพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมในหลายๆ ลักษณะของชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาพำนักอยู่ชั่วคราวหรือมาท่องเที่ยวในประเทศ ที่ผ่านมาได้รับบทลงโทษและโดนขึ้นบัญชีเป็นบุคคลต้องห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน

      พ.ต.อ.กฤชมงกุฎฯ เปิดเผยว่า ได้มีการจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติรายสำคัญโดยรวบมาม่าซังอุซเบกีสถานหนีหมายแดงค้ามนุษย์ตำรวจสากล เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม.ได้จับกุมตัว นางซาโยร่า เมลิโคว่า (Mrs.SAYORA MELIKOVA) สัญชาติอุซเบกีสถาน อายุ 62 ปี โดย จนท.สืบสวน กก.2 บก.สส.สตม. ได้ร่วมกับ จนท.กงสุลอุซเบกีสถาน ประจำประเทศไทย ติดตามสืบสวนจับกุม นางซาโยร่าฯ ได้จากห้องพักแห่งหนึ่งย่าน ถ.พระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เนื่องจากตำรวจสากลอุเบซกีสถานได้ออกประกาศหมายแดง (Interpol Red notice) ต้องการตัว นางซาโยร่าฯ เพื่อกลับไปดำเนินคดีในประเทศอุซเบกีสถาน ในความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์,การเป็นธุระจัดหาซึ่งการค้า ประเวณีฯ,หน่วงเหนี่ยวกักขัง และองค์กรอาชญากรรม เหตุเกิดที่ เมือง KHOREZM ตอนใต้ของประเทศอุซเบกีสถาน เมื่อปี 2011 หรือ พ.ศ.2554 โดยเมื่อ พ.ศ.2557 ตำรวจสากลอุเบซกีสถานได้แจ้งหมายแดงมายัง ตำรวจสากลไทย และ สตม.ได้บันทึกเป็นบุคคลมีหมายแดงตำรวจสากลไว้ในระบบแล้ว ทำให้ นางซาโยร่าฯ ซึ่งเดินทางเข้าออกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2009 (ปี​ 2552) จนกระทั่งปี 2015 (ปี​ 2558) หลังจากนั้นได้หลบหนีการจับกุม ไม่พบการเดินทางออกประเทศไทยหรือขออยู่ต่ออีกเลย จนกระทั่งถูกจับกุม รวมอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตมากว่า 7 ปี นำตัวส่ง พงส.บก.สส.สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป นอกจากนี้ ขณะจับกุมในที่เกิดเหตุ พบหญิงชาวอุซเบกีสถานอีกจำนวน 3 คน พักอาศัยรวมอยู่ในห้องดังกล่าว ลักษณะเป็น หญิงลักลอบค้าประเวณีให้กับนักท่องเที่ยว จึงได้เชิญตัวมาสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยพนักงาน​สอบสวน​บก.สส.สตม.ร่วมกับ จนท.พม.และกงสุลอุซเบกีสถาน สรุปว่า ทั้ง 3 คนสมัครใจเข้ามาในประเทศไทยเพื่อลักลอบค้าประเวณีด้วยตัวเอง ไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จึงดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในประเทศทั้ง 3 คน ควบคุมตัวเพื่อประสานกับ สอท.อุซเบกีสถาน ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

      ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​