ตม.สนามบิน รวบโคลัมเบียลักทรัพย์กว่า 5 ล้าน ก่อนผ่านไทยไปเยอรมัน

      เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย.62 เวลาประมาณ 23.30 น. : พลตำรวจ​ตรี​ พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ กอง​บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (ผบก.ตม.2)​ ได้รับรายงาน จาก พันตำรวจ​เอก​ เพลิน กลิ่นพยอม ผู้กำกับ​การสืบสวน​ปราบ​ปรา​ม​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2)​ ว่า พันตำรวจ​โท​ ไพฑูรย์ พรไชยา สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​สืบสวน​ปราบ​ปราม​ กอง​บังคับการ​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ 2​ (สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2)​ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกับ กก.3 บท.ทท.1 และ เจ้าหน้าทีาตำรวจ สภ.บางแก้ว

      ได้ร่วมกันจับกุม Mr.JOSE ARMANDO MORALES อายุ 29 ปี ชาวบังคลาเทศ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 399/2562 ลงวันที่ 24 พ.ค.62​ จากกรณีการจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจาก ระบบ ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า หรือ APPS ( Advance Processing System ) ของ ตม.สนามบิน ได้แจ้งเตือนว่า จะมี ผู้ต้องหา ตามหมายจับไทย ดังกล่าว เดินทางเข้าไทย โดยเดินทางจาก ประเทศ สปป.ลาว ด้วย TG575 เพื่อจะเปลี่ยนเครื่องไปยังเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี โดยสายการบินลุฟทันซ่า เที่ยวบินที่ LH773

      พ.ต.อ.เพลินฯ จึงรายงาน พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ และได้รับสั่งการ ให้ร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบ โดยนำกำลัง เข้าตรวจสอบเที่ยวบินขาเข้าดังกล่าว พบผู้ต้องหาว่าเป็น​ Mr.JOSE ARMANDO MORALES ตามหมายจับจริง จึงทำการจับกุม

      จากการสอบถามทราบว่า Mr.JOSE ARMANDO MORALES ได้เดินทางเข้าไทยเมื่อกลางเดือน พ.ค.62 และ เช่ารถตระเวน ลักทรัพย์ ตามบ้านเรือนประชาชน ที่ปลอดคน โดยเฉพาะในเขต จ.สมุทรปราการ มีผู้เสียหาย ถึง 3 ราย มูลค่าความเสียหาย กว่า 5 ล้านบาท และได้ถือโอกาสหลบหนีไปประเทศ สปป.ลาว ก่อนไทยออกหมายจับ และ ขึ้นเครื่องบินจาก สปป.ลาว ผ่านไทย ไป เยอรมัน เพื่อต่อเครื่องกลับโคลัมเบีย แต่ถูก ตม.ไทย ตรวจพบ และจับกุมได้ เสียก่อน

      ชุดสืบสวน ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และนำตัวส่ง สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีต่อไป

      กรณีปฏิบัติการดังกล่าว เป็นไปตามมาตรการ นโยบายของ พลตำรวจ​โท​ สมพงษ์ ชิงดวง รักษา​ราชการ​แทน​ ผู้บัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ (รรท.ผบช.สตม.)​ ที่มอบหมายให้ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ฯ สั่งการให้ทุกด่าน เพิ่มความเข้ม ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะ กรณีชาวต่างชาติกลุ่มเฝ้าระวัง ที่มักแฝงตัวเป็นน้กท่องเที่ยวเข้ามาเป็นมิจฉาชีพ หรือ ก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะแก็งลักทรัพย์กลุ่มชาวโคลัมเบีย ที่เคยมีข่าวเข้ามาก่อเหตุ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และถูกจับกุมได้หลายกลุ่ม ซึ่ง พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ฯ ได้สั่งตม.สนามบิน ทุกแห่ง ใช้มาตรการเข้ม กับบุคคลสัญชาติเฝ้าระวังทุกกลุ่ม โดยอาจมีการสัมภาษณ์ สอบถาม ตรวจสอบ การเดินทาง แผนการท่องเที่ยว ที่พัก ตั๋วเครื่องบิน สำหรับชาวต่างชาติบางราย

      หากพบคนต่างด้าวมีท่าทีพิรุธอาจจะเข้ามากระทำผิดกฎหมาย สามารถ แจ้งหรือสอบถาม ผ่านสายด่วน 1178 หรือ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 หมายเลขโทรศัพท์ 02-134-0303 ตลอด 24 ชั่วโมง

Cr.ทีมงาน​ประชา​สัมพันธ์​ บก.ตม.2
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บริษัท จีจีไอ.กรุ๊ป และมูลนิธิพระราหู ร่วมสนับสนุนถุงยังชีพใน​ “โครงการเพชรในตม” และช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง

      คุณ ณัฐรยาณ์ โรจน์ธีรวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด เป็นประธานรับมอบถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดจาก​ “มูลนิธิพระราหู” เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการเพชรในตม โดยมีพลเอก​ ชนาธิป บุนนาค​ เป็นประธานโครงการฯ ซึ่งมีกลุ่มตัวแทนนิสิตนักศึกษา​ “โครงการเพชรในตม” คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒฯ​ เป็นตัวแทนพลเอก​ ชนาธิป บุนนาค มารับมอบ ในครั้งนี้

      สำหรับถุงยังชีพทั้งหมดนี้กลุ่มนิสิตนักศึกษาจะนำไปทำความดีใน​ “กิจกรรมค่ายเพชรอาสาพัฒนาชุมชน ครั้งที่ 21 ประจำปี 2562” ณ โรงเรียนวัดหนองปรือ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง และพัฒนาชุมชน สามารถทำงานร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

      นอกจากนี้ คุณณัฐรยาณ์ โรจน์ธีรวนิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป จำกัด ยังได้มอบถุงยังชีพ จาก “มูลนิธิพระราหู”อีกจำนวน 30 ชุดโดยมี ร้อยเอก​ วรวุธ อินวอ สังกัด สบป.กอ รมน. ตำแหน่งประจำ สง.ลธ.กอ.รมน.เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปบริจาคให้กับผู้ป่วยติดเตียง ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวผู้ป่วยติดเตียง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีต่อไป​ เมื่อเร็วๆนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับช่างเครื่องรถยนต์​ หลบหนีคดียิงคู่อริได้รับบาดเจ็บมานานกว่า 15 ปี

      เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับ​การ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.5 บก.ป.)​ และ​ พันตำรวจ​ตรี​เกริก เสนาะสำเนียง สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 5​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.5 บก.ป.)

ร่      วมนำกำลังจับกุม นายโชคทวี หรือคล้าว ทิณพัฒน์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/12 หมู่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ จ.1555/2547 ลงวันที่​ 26 มี.ค.47
       ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้มี่บริเวณริมถนนภายในหมู่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร

      พ.ต.อ.เนติฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ต.ค.47 เวลา 22.30 น.นายโชคทวีฯ ผู้ต้องหาได้ขับขี่จักรยานยนต์ก่อนใช้อาวุธปืนที่นำติดตัวมายิงใส่กลุ่มวัยรุ่นคู่อริได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในหมู่บ้านสินสมบูรณ์ 10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้ขออนุมัติหมายจับกับศาลฯไว้ แต่ผู้ต้องหาก็หลบหนีออกจากพื้นที่ไปก่อน​ และหนีเรื่อยมา พักอาศัยไม่เป็นหลักแหล่งทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวนานกว่า 15 ปี

      ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายโชคทวีฯ หลบหนีมาทำงานเป็นช่างเครื่องยนต์รับทำเกี่ยวกับจูนกล่อง​ ECU เครื่องยนต์ ทางชุดจับกุมจึงได้ทำการนัดติดต่อว่าจ้างให้จูนเครื่องรถยนต์ จนกระทั่งถึงเวลานัดหมายจึงแสดงตัวจับกุมได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายโชคทวีฯ รับว่าเคยติดคุกในคดีชิงทรัพย์มาก่อน แต่ตอนนี้ได้กลับตัวกลับใจแล้ว​ และไม่รู้เรื่องราวดังกล่าวแต่อย่างใด โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร​ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองปราบฯ​ จับหนุ่มใหญ่เจ้าของอสังหาฯ​ หลอกขายบ้านสูญเงินเกือบ 2 ล้าน

      เมื่อวันที่​ 9 มิ.ย.62​ ที่กองบังคับการ​ปราบปราม : พลตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กองปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผู้กำกับ​การ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (ผกก.2 บก.ป.)​ และพัน​ตำรวจ​โท​ กษิดิ์เดช เจริญลาภ สารวัตร​กอง​กำ​กับการ​ 2​ กอง​ปราบปราม​ (สว.กก.2 บก.ป.)

      ร่วมนำกำลังจับกุมตัว นายธนัท อัศวเดชานนท์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ซอยลาดพร้าว 57 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ 4/2561 ลงวันที่ 26 ม.ค.61 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” โดยสามารถจับกุม​ผู้ต้องหา​ได้บริเวณริมถนนรามอินทรา ระหว่างซอยรามอินทรา 121–123 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กทม.

      พ.ต.อ.อรุณฯ กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2559 นายธนัทฯ ผู้ต้องหาได้ทำธุรกิจโครงการหมู่บ้านณัชริญา ใน ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นได้รับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 1,800,000 บาท แต่กลับไม่สามารถส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างได้ จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา​ เพื่อให้ดำเนินคดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามจนพบเบาะแส และตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ดังกล่าว

      จากการสอบสวน นายธนัทฯ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าได้เอาเงินมาจากผู้เสียหายจริง เพื่อนำมาสร้างบ้านในโครงการหมู่บ้านณัชริญา แต่เกิดปัญหาสถานบันการเงินไม่ปล่อยเงินกู้ให้ จึงไม่สามารถโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้กับผู้เสียหายได้ เมื่อทราบว่าทางผู้เสียหายแจ้งความจึงได้หลบหนีมาเพื่อหาเงินชดใช้หนี้ ซึ่งมีผู้เสียหายที่ไม่สามารถโอนที่ให้ได้จำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง ร่วมกับศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย และสโมสรกีฬาคลองเตย​ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬามวยไทย ต้านภัยยาเสพติด

      เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.62 เวลา 19.30 น.ที่ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย : ได้มีจัดกิจกรรมการแข่งขัน ต้านภัยยาเสพติด ซึ่งจัดโดย กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง ร่วมกับ ศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย และสโมสรกีฬาคลองเตย โดยมี คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรกรุงเทพมหานคร เขต 4 คลองเตย วัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานพิธี พร้อมกล่าวเปิดงาน

      การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก พลตำรวจ​เอก​ อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร,ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท รักษาความปลอดภัย จีจีไอ.กรุ๊ป.จำกัด และ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู,คุณอภิศักดิ์ จิตตโรภาส นายกสโมสรกีฬาคลองเตย,ศูนย์เมอร์ซี่,คุณพรเพ็ญ ผ่องอำไพ สหกรณ์เคหสถานชุมชนคลองเตย,คุณสมชาย เอื้ออมรสุข ประธานมูลนิธิอนุเคราะห์คลองเตย,คุณสมใจ นิรันดร์ตรานุชิต โปรโมเตอร์ไฟแรง,คุณพิชาติ เผ่าพงษ์ ประธานชุมชนหัวโค้ง และกรรมการตัดสิน ชุดอาจารย์พรภิรมย์ กิจสมัย

      โดยการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ​ ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสมาชิกศูนย์สร้างสุขทุกวัยคลองเตย​ ที่เข้าร่วมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนมวยไทย ได้มีโอกาสพัฒนาทักษะให้ก้าวหน้านำข้อบกพร่องจากการแข่งขันไปปรับปรุงแก้ไข สร้างแรงจูงใจให้ตั้งใจขยันฝึกซ้อม​ และอนุรักษ์สืบสานความเป็นไทย ทางด้านกีฬา โดยให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พัฒนาตัวเองในด้านกีฬามวยไทย และยังทำให้ห่างไกลปัญหายาเสพติด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนคลองเตยให้ดียิ่งขึ้น โดยมีการสนับสนุนจากทางภาครัฐและเอกชน

      สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีเยาวชนเข้าร่วม กีฬามวยไทยทั้งหมด 39 คู่ โดยภายใต้โครงการ กองทุนแม่ของแผ่นดินชุมชนหัวโค้ง​ และศูนย์เยาวชนคลองเตย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และยังทำการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมให้ชาวชุมชนคลองเตยให้ได้ทราบรายละเอียดต่างๆ​ ของโครงการและเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน 2562

      ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ และมีแนวโน้มที่จะขยายความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งกลุ่มที่มีโอกาสใช้ยาเสพติดได้ง่าย ดังนั้นการที่จะไม่ให้เยาวชน​ ไม่หันไปยุ่งกับยาเสพติด จึงต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ปลูกฝังเยาวชนให้เกิดการคิดดีทำดี

      กองทุนแม่ของแผ่นดิน ชุมชนหัวโค้ง จึงได้กำหนดแนวทางทำกิจกรรม การแข่งขันชกมวยไทย ภายใต้กรอบแนวความคิดที่ว่า “กีฬามวยไทย ต้านภัยยาเสพติด​ และอนุรักษ์สืบสานเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมมวยไทย อย่างเป็นระบบต่อเนื่องและยังยืน”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชาวมุกดาหาร กว่า 1,500 คน การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมร่วมวิ่ง มินิมาราธร รวมพลคนรักกีฬา ” RUN FOR KING

      จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร จัดวิ่งมินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

      เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 06.00 น.ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นำชาวมุกดาหาร ร่วมเดิน-วิ่ง ในงาน รวมพลคนรักกีฬา มินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 โดยมี น.ส.เสาวนีย์ บุพบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร และ ชาวมุกดาหาร จำนวนกว่า 1,500 คน ร่วมสวมเสื้อเหลือง วิ่งไปตามถนนชยางกูร ไปจนถึงสามแยกโคกสุวรรณ รวมระยะทาง 9.5 กิโลเมตร

      ทั้งนี้สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร นำโดยน.ส.เสาวนีย์ บุพบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดมุกดาหาร กล่าวรายงาน การจัดกิจกรรม มินิมาราธอน 2562 ” RUN FOR KING ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งที่มีต่อประชาชนชาวไทย และเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการออกกำลังกาย และสร้างสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ.


ธานินทร์, ฐานิตา / ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร
เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกสิบล้อพ่วง​ คนขัดขับรอดตายหวุดหวิด

      วันที่9มิถุนายน2562เวลา22.00น.​ พันตำรวจโท​ ชินวัชร​ พุทธ​ พนักงานสอบสวน​ สภ.​ หนองแค​ สาขาหินกอง​ ได้รับแจ้งจาก191​ ว่ามีเหตุรถสิบล้อพ่วงเกิดเพลิงไหม้ บริเวณถนนพหลโยธิน​กม.91ฝั่งขาเข้ากรุงเทพ ตำบลหนองไข่น้ำ​ อำเภอหนองแค​ จังหวัดสระบุรีจึงรุดไปที่เกิดเหตุมีมูลนิธิร่วมกตัญญู​ รถดับเพลิงจากเทศบาลหินกอง​ เทศบาลหนองแค​ อบต.หนองไข่น้ำ​ อบต.หนองปลาหมอ​ อบต.ห้วยทราย​ ร่วม6คันและรถกู้ชีพโดยไฟกำลังลุกไหม้หัวเก๋งรถสิบล้อพ่วงอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ช่วยกันใช้น้ำฉีดเข้าสกัดเพื่อไม่ให้ไฟลุกลาม พร้อมทั้งปิดการจราจรทั้งหมดจราจรติดขัดยาวกว่า4กิโลเมตร​ เพื่อไม่ให้รถผ่านเส้นทางเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะรถสิบล้อคันนี้ได้ติดตั้งแก๊สเป็นเชื้อเพลิง
      จากการสอบถาม นายณัฐพล​ เงินจัตุรัส​ อายุ24ปีเป็น คนขับรถสิบล้อ​ ทะเบียน​ 70-4801สระบุรีทะเบียนพ่วง​ 70-4821 สระบุรี บอกว่าตนเองรับเม็ดหินปูนจากโรงงานปูนแห่งหนึ่ง​ ที่อำเภอแก่งคอย​ จะไปส่งลูกค้าที่​ เอกมัย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อนที่ขับรถตามกันมาบีบแตรบอกว่าไฟไหม้รถ ตนจึงขับรถเข้าช่องทางด้านซ้ายและรีบลงมาจากรถรอดตายหวุดหวิด​ ซึ่งรถคันนี้ได้ติดตั้งถังแก๊สจำนวน6ลูกด้วย​ แต่ก็โชคดีที่ตนเองลงมาจากรถทันก่อนที่จะถูกไฟคลอกตนเสียชีวิต
      ส่วนสาเหตุเพลิงไหม้คาดว่าจะเกิดจากไฟรัดวงจรบริเวณห้องเครื่องยนต์จึงทำให้เกิดไฟไหม้ดังกล่าว/ดำรงค์ชื่นจินดารายงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเปิดงานคืนสู่เหย้า BACK TO SCHOOL โรงเรียนวัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี

      วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2562 ที่สนามฟุตบอล รร.วัดราชโอรส พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ( ที่ปรึกษาสมาคมและศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่ารุ่น 56 ) ได้ให้เกียรติเดินทางมาเปิดงาน คืนสู่เหย้า โรงเรียนวัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี โดยมี พล.ต.อ. รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( นายกสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่า รุ่น 58 ) ให้การต้อนรับ

      โดย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. นายกสมาคมศิษย์เก่า รร.วัดราชโอรส ศิษย์เก่ารุ่นที่ 58 กล่าวว่า งานเลี้ยงคืนสู่เหย้าครั้งนี้ รร.วัดราชโอรส ครบรอบ 105 ปี ทางคณะสมาคมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ศิษย์เก่าได้มากันอย่างพร้อมเพียง ร่วมทำกิจกรรมเป็นการสร้างความรักความสามัคคี สร้างความอบอุ่นกับศิษย์เก่าทุกรุ่น โดยทางสมาคมหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ศิษย์เก่ามาร่วมงานกันมากขึ้น โดยในปีนี้ทางสมาคมมีการจัดฐานข้อมูลศิษย์เก่าแต่ละรุ่นลงในฐานข้อมูลของทางสมาคม

      พล.ต.อ รุ่งโรจน์ ยังกล่าวต่อไปว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม( ที่ปรึกษาสมาคมและศิษย์เก่าโรงเรียนวัดราชโอรส ศิษย์เก่า รุ่น 56 ) ที่กลับมาช่วยโรงเรียนของเราและมอบทุนสมบทให้กับทางสมาคมอีกด้วย และขอขอบคุณ
            ดร.พลากร กรพิทักษ์ ( ศิษย์เก่ารุ่น 64 )
            คุณสมศักดิ์ รัตนศรีอำไพพงศ์ ( ศิษย์เก่า รุ่น 65 )
             จ.ส.อ.คชธร พ่วงสมบูรณ์ ( ศิษย์เก่า รุ่น 71 ) และคณะกรรมการการจัดงานในครั้งนี้ทุกๆท่าน

เปิดตำนานละครป้องปากเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ”ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย

      “เลเจนด์ สยาม พัทยา” LEGEND SIAM PATTAYA THAILAND เชิญสื่อมวลชนพัทยา ร่วมชมการเปิดตัวเฟส1เต็มรูปแบบ พร้อมเปิดตำนานละครป้องปาก แรงบันดาลใจจาก พระอัจฉริยภาพของล้นเกล้ารัชกาลที่6 ในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ “ที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย

      เมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมานี้ เลเจนด์ สยามพัทยา เมืองแห่งตำนานอารยะสยาม ธีมพาร์คเชิงวัฒนธรรมไทยที่นำเสนอตำนานและอารยะธรรมอันภาคภูมิใจของสยามประเทศ ในยุคสมัยต่างๆอย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ฤกษ์เปิดตัวเฟส1 แบบเต็มรูปแบบขึ้น โดยครั้งนี้ทางผู้บริหาร เลเจนด์ สยามพัทยา ได้นำพาคณะสื่อมวลชนพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงร่วมรับชมตำนานละครป้องปาก ตอน “ตำนานมัจฉานุ” รอบแรกในประเทศไทย ณ โรงมหรสพแห่งสยาม1

      โดยนายธนู ตรีวิมล รองผู้บริหารสายงานการตลาดโครงการ เลเจนด์ สยามพัทยาเปิดเผยว่าทาง เลเจนด์ สยามพัทยา ได้น้อมนำสืบสานตำนานการแสดงด้วยเทคนิคการแสดง “ละครป้องปาก” จากพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเก้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่6 กลับมานำเสนอในรูปแบบละครเวทีร่วมสมัยในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ” เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกได้ร่วมชื่นชมกันอีกครั้งพร้อมด้วยอรรถรสใหม่ใหม่ในรูปแบบการแสดงสดผสมผสานระบบมันติมีเดียสุดตื่นตาตื่นใจเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นละครป้องปากที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ซึ่งวาระพิเศษนี้ถือว่า เลเจนด์ สยามพัทยา ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสืบสาน ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพด้านการละครในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเก้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่6 ให้คงอยู่คู่แผ่นดินสยามสืบต่อไป
หลังจากนั้นคณะสื่อมวลชนได้เข้าเยี่ยมชมบรรยากาศและการแสดงศิลปะวัฒนะธรรมไทยภายในโครงการด้วยกันนั่งรถไฟสยามแวะไหว้เทพศักดิ์สิทธิ์ประจำโครงการอันได้แก่ “พระพรหมทรงหงส์, พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ และ เจ้าย่าศรีปทุมนาคาคินี” รวมทั้งร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับเครื่องเล่นในโซนงานวัดป่าหิมพานต์ อาทิเช่น เรือไวกิ้งปลาอานนท์ ม้าหมุนสัตว์ป่าหิมพานต์ ชิงช้าสวรรค์วงล้อมเมขลา Black magic บ้านจอมขมังเวทย์ห้องกระจกวงกตแห่งอาคมมนตราและที่สุดของเครื่องเล่นภายในโครงการของเราคือ บ้านแม่นาค บ้านผีสิงที่ติดอันดับความน่ากลัวอันดับต้นๆของเอเชีย ซึ่งเป็นตำนานรักอมตะสุดเฮี้ยนแห่งคลองพระโขนงของไทย ที่น่าสะพรึงกลัวจนขนหัวลุก ก่อนปิดท้ายด้วยความประทับใจด้วยการร่วมรับประทานอาหารมื้อเย็นสุดพิเศษที่ภัตตาคารอาหารเรือนอารยะ เรียกว่าได้จบทริปความสุขความสนุกสนานแบบเต็มอิ่มขอบรถกันเลยทีเดียว

      ทั้งนี้สำหรับการแสดง “ละครป้องปาก” ที่เป็นการแสดงละครเวทีร่วมสมัยในเรื่อง “ตำนานมัจฉานุ” ที่สุดตื่นตาตื่นใจซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ เลเจนด์ สยามพัทยา ภาคภูมิใจนำเสนอได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ทุกวันอังคารถึงวันศุกร์ โดยเปิดการแสดง 2รอบต่อหนึ่งวันคือในรอบ 14:00 น. และ ในรอบ 17:00 น. สำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดการแสดง 3 รอบเวลาคือ ในรอบ 12:00 น. ในรอบ 14:00 น. และรอบ 17:00 น.

      ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถติดตามกิจกรรมข่าวสารและโปรโมชั่นเข้าชมต่างๆของทาง เลเจนด์ สยามพัทยา ได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.Legendsiam.com http://www.legendsiam.com/ หรือทาง Facebook Fanpage: Legend Siam หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 033073333 ซึ่งตอนนี้มีราคาโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆสุดประทับใจเพื่อเอาใจผู้ชื่นชอบวัฒนะธรรมไทย สำหรับชาวไทยบัตรเข้าชมเพียงคนละ150บาท และชาวต่างชาติ บัตรเข้าชมคนละ250 เท่านั้น หรือจะมาแบบครอบครัวก็ยิ่งได้รับส่วนลดต่างๆมากมาย ใครที่สนใจก็ไม่ควรพลาดโอกาสส่วนลดโปรโมชั่นเข้าชมในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง…..

ทหารพราน สนธิกำลังจับยึดกาแฟไทยชื่อดังส่งออก และลักลอบกลับนำเข้า

      มุกดาหาร ทหารพราน ร่วมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ นำกำลังปิดล้อมตรวจค้นโกดังริมฝั่งโขง ตรวจจับพ่อค้าไทยหัวใสรับซื้อกาแฟส่งออกโดยที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ยังมีการลักลอบขนข้ามโขงกลับเข้ามาขายในไทยแต่ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่ จับได้เป็นกาแฟชื่อดังของไทยคิดเป็นมูลค่ากว่า1แสนบาท

      เมื่อเวลา 09.00น.วันที่ 7 มิถุนาคม 2562 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ได้รับรายงานจากกองร้อยทหารพรานที่ 2110 มุกดาหาร ว่าเมื่อกลางดึกของวันที่ 7 มิถุนาคม 2562 ได้นำกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าระวัง และปราบปรามกลุ่มขบวรการส่งออกและนำเข้าสินค้าเถื่อน โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรมุกดาหาร จากการเผ้าระวังได้พบเรือหางยาวลักลอบขนสิงค้าเป็นกล่องกระดาษเต็มลำเรือจอดอยู่ริมฝั่งโขงแนวชายแดน

      บริเวณโกดังเลขที่ 94 ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหารได้พบชายจำนวน 6-7 คนกำลังแบกกล่องสิงค้าขึ้นเก็บภายในโกดังดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ กลุ่มชายที่รับจ้างแบกขน พากันทิ้งกล่องวิ่งหลบหนี ส่วนกลุ่มที่อยู่ในโกดัง ล็อกกุญแจโกดังก่อนวิ่งหลบหนีทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในโกดังไม่ได้ต้องวางกำลังไว้เฝ้าโกดังจนสว่าง ครั้นเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2562 นายอำเภอเมืองจึงประสานไปหน่วยงานฝ่ายความมั่นคง

      นำกำลังร่วมเข้าตรวจสอบโกดังดังกล่าวโดยจากการตรวจสอบภายในโกดัง พบรถยนต์กระบะ ยี่ห่อ Isusu สีขาวทะเบียน บม-3315 กำแพงเพชร บรรทุกกล่องกาแฟจำนวน 65 กล่อง และรถยนต์กระบะสีขาวยี่ห่อเดียวกัน ทะเบียน 1 ฒฮ-303 กรุงเทพฯ บรรทุกกาแฟบดละเอียด (3in1)ยี่ห่อดังจำนวน 27 กล่อง รวมจำนวน 94 กล่อง มีมูลค่ากว่า 1แสนบาท ซึ่งกาแฟคั่วบดละเอียดยี่ห่อดัง ดังกล่าวที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

      แต่มีนายทุนหัวใส ลักลอบนำกลับเข้ามาในราชอาณาจักรขายหากำไรเพิ่ม ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้มีนายบวรชยพจน์ ภู่ทองชินพงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 24/6 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร ได้มาแสดงตัวรับเป็นเจ้าของ แต่ไม่มีเอกสารมาแสดงการชื้อกาแฟมาโดยถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดกาแฟทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขยายผลหานายทุนที่ลักลอบนำเข้า

      กาแฟของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นกาแฟที่ส่งออกไปต่างประเทศ ที่ได้การยกเว้นภาษี หรือได้รับการช่วยเหลือทางภาษีทำให้มีราคาถูกกว่าที่ประเทศไทย จึงมีนายทุนส่งให้พ่อค้าหัวใสในฝั่งไทยลักลอบนำกาแฟที่ส่งออกไปแล้วกลับมาขายอย่างต่อเนื่อง เพราะต้นทุนต่ำกว่าท้องตลาดได้กำไรดี และไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางกาแฟทั้งหมด ส่งด่านศุลกากรจังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.


นิรันดร์. ภาพ/ข่าว
เดวิด มุกดาหาร หน.ศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน