บรรยากาศพิธีบรรจุสรีรสังขารหลวงปู่แผ้ว ปวโร ลงในหีบโลงแก้ว เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ วันแห่งมรณภาพ

บรรยากาศพิธีบรรจุสรีรสังขารหลวงปู่แผ้ว ปวโร ลงในหีบโลงแก้ว เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑๐๐ วันแห่งมรณภาพ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสงบ อิ่มเอม และเปี่ยมด้วยศรัทธา

นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานพิธีทำบุญครบ 100 วัน กุศลสตมวาร (100 วัน) ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร (หลวงปู่แผ้ว ปฺวโร) ณ กุฎิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนและลูกศิษย์จากทุกสารทิศ พร้อมใจกันมาร่วมถวายดอกบัว บูชาด้วยความอาลัยและร่วมบุญสร้าง วิมานแก้ว (โลงแก้ว) แด่หลวงปู่ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที และน้อมรำลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ท่านได้เมตตาไว้ และทางวัดได้ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหากุศลครั้งสำคัญนี้

ขออานิสงส์แห่งบุญกุศลในครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีความร่มเย็นเป็นสุข ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง คิดหวังสิ่งใดอันเป็นไปโดยชอบ ขอจงสำเร็จสมดังปรารถนาทุกประการ เทอญ


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

เริ่มแล้วงานสามบุรี SOFT POWER FAIR จัดใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่งเสริมท่องเที่ยว

สุพรรณบุรี – จัดใหญ่ “สามบุรี SOFT POWER FAIR” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว-เกษตร-อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ขนสินค้าเด็ด 120 ร้าน เอาใจนักช้อป มุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์พร้อมทั้งยกระดับเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการท่องเที่ยว 3 จังหวัด ภาคกลางตอนล่าง 1

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานพิธีเปิดงาน “สามบุรี SOFT POWER FAIR” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ณ ลานด้านหน้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนายสุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการองเที่ยวอย่างยั่งยืนเมืองโบราณอู่ ทอง (อพท.อู่ทอง), นายรวัสสรร ศิลปาภิสันทน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวณัฐริกา แก่นพุฒ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสพรรณบุรี, นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชา สัมพันธ์จังหวัดสุพรรณบุรี, คุณจงกลณี ไชยองค์การ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, สื่อมวลชน จังหวัดสุพรรณบุรี, จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมงานอย่างคึกคัก

ภายในงาน “สามบุรี SOFT POWER FAIR” พบกับการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชมชน สินค้าเด่น และสินค้าขึ้นชื่อจากทั้ง 3 จังหวัด มากกว่า 120 ร้านค้า ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้เลือกชม เลือกชิม และเลือกชื้อครบในที่เดียว พร้อมนิทรรศการแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ กิจกรรมประกวดแข่งขันทำอาหาร “รังสรรค์อาหารพื้นถิ่น” โดยในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี เน้นให้ผู้เข้าแข่งขันต้องใช้ “แห้ว” เป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหาร กิจกรรมประกวดวงดนตรี รวมถึงความบันเทิงจากมินิคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง อาทิ เป็กกี้ ศรีธัญญา ตรี ชัยณรงค์ และเรไร ไลฟ์สด และตลอดจนกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมาก มายทุกวัน

สำหรับการจัดงานครั้งที่ 2 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2569 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายน 2569 ณ ลานด้านหน้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ กาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรีขอเชิญชวนประชา ชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ของสินค้าและวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนผ่านงาน “สามบุรี SOFT POWER FAIR” ที่รวบรวมความโดดเด่นของทั้ง 3 จังหวัดไว้ในงานเดียว ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มอบหมาย อพท.อู่ทอง จัดโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนโยบาย Soft Power เพื่อผลักดันการท่องเที่ยว/การเกษตร/และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ในพื้นที่ให้เกิดความต่อเนื่องเชื่อมโยงกันในการท่องเที่ยว ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และสร้างชุมชนในพื้นที่ โดยเน้นการบูรณาการด้านการท่องเที่ยว เกษตร กรรม และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางและการใช้จ่ายระหว่างกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 อย่างต่อเนื่อง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

สุพรรณบุรี เชิญชวนเที่ยวงาน 132 ปี ของดีอำเภอสามชุก

นางดวงพร คุณากรวงศ์ นายอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ขอเชิญชวนเที่ยวงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” ระหว่างวันที่ 4-11 เมษายน 2569 ณ บริเวณถนนริมคลองชลประทาน หน้าโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม และบริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี และชิมอาหารอร่อย พร้อมช้อป สินค้า OTOP ของสามชุก มีจุดถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวได้ แชะ แชท แชร์ เช็คอิน หลายหลายสไตล์

  • สำหรับกิจกรรม วันที่ 4 เมษายน 2569
    • เวลา 09.00 – 12.00 น.จัดให้มีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร (มะม่วงสุกพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง) ณ บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก รอบตัดสินการประกวด เวลา 13.00 – 14.00 น. ชิงเงินรางวัลรวม 5,000 บาท พร้อมใบประกาศ หมายเหตุ “มะม่วงที่ส่งเข้าประกวดต้องเป็นผลผลิตในพื้นที่อำเภอสามชุกเท่านั้น”
    • เวลา 15.00 – 16.00 น.ร่วมสนุกสนานกับการแข่งขันกิน “ข้าวเหนียวมะม่วง” ณ บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก หลักเกณฑ์การแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องกินข้าวเหนียวครึ่งกิโลกรัม และมะม่วงสุก 1 กิโลกรัม ในเวลา 10 นาที (ผู้แข่งขันที่กินหมดก่อนจะเป็นผู้ชนะ) ได้รับเงินรางวัล 1,500 บาท รับสมัครแข่งขันกินข้าวเหนียวนะม่วง จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 ณ สำนักงานเกษตรอำเภอสามชุก หรือทาง Page Facebook : สำนักงานเกษตรอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี (รับจำนวนวนจำกัด 10 ราย) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอสามชุก โทร 09 4442 6247
    • เวลา 18.00 น. วันที่ 4 เมษายน 2569 พิธีเปิดงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก” อย่างยิ่งใหญ่ ณ เวทีการแสดง
  • วันที่ 5 เมษายน 2569 ชมการประกวดสาวงามสามชุก และมีรางวัลตำแหน่งขวัญใจมหาชนคนสามชุก ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 บาท พร้อมมงกุฎ ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐาน, ด้วยตนเอง ได้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 เวลา 08.30 – 16.30 น ณ ห้องสำนักงานอำเภอ (ชั้น 2 ) ที่ว่าการอำเภอสามชุก “สมัครฟรี”
  • ส่วนวันที่ 7 เมษายน 2569 ชมการเดินแบบผ้าไทย “ผ้าไทย ใส่ให้สนุก” เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ณ เวทีการแสดงงาน “132 ปี ของดีอำเภอสามชุก”
  • วันที่ 8 เมษายน 2569 ชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง ท้องถิ่น ท้องที่ อำเภอสามชุก แบ่งเป็น 2 ประเกท ดังนี้ 1.ประเภทนักร้องชาย และประเภทนักร้องหญิง ชิงเงินรางวัลรวม 30,000 บาท รับสมัคร ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2569 ณ ห้องชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอสามชุก (ชั้น 1) ที่ว่าการอำเภอสามชุก
  • สำหรับวันที่ 10 เมษายน 2569 ชมและร่วมเชียร์การประกวดรำวง “ย้อนยุค คนสามชุก” ชิงเงินรางวัลรวม 25,000 บาท

ภายในงานมีอาหารอร่อยมากมายมาจำหน่าย พร้อมช้อปสินค้า OTOP ของสามชุก แชะแชทแชร์เช็คอินจุดถ่ายรูปภายในงานหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกค่ำคืนจะได้ชมคอนเสิร์ตจัดเต็มทุกวัน ณ เวทีการจัดงานบริเวณด้านข้าง สำนักงานเทศบาลตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

เปิดเวที Public Hearing ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่1ประจำปี 2568

เปิดเวที Public Hearing ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โครงการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่1ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.ที่ โรงแรมราชศุภมิตร อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พลเอกสิทธิชัย มากกุญชร กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ.(พิเศษ) พล.ต.ท.ดร.ณรงค์ กุลนิเทศ หัวหน้าโครงการฯ ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวทาง และยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล

การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสะท้อนความคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย อันจะนำไปสู่การพัฒนากลไกการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยประเด็นสำคัญที่ได้รับการสะท้อน ได้แก่ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าทัน การรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล การคุ้มครองสิทธิในบริการโทรคมนาคม และปัญหาการโฆษณาเกินจริงในหลากหลายช่องทาง

ทั้งนี้ ผลจากเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้าง “ภูมิคุ้มกันด้านข้อมูลข่าวสาร” ให้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณในยุคดิจิทัล ควบคู่กับการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคในระดับพื้นที่ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคม ในการจัดเวทีครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากร เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของประชาชนในปัจจุบัน
ในระยะต่อไป

ข้อเสนอแนะที่ได้รับจากเวทีดังกล่าวจะถูกนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง อาทิ สำนักงาน กสทช. ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง และนำไปสู่การพัฒนาระบบการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยั่งยืนต่อไป


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 ยื่นหนังสือผ่าน ส.ส.กาญจนบุรี เร่งแก้ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ ฤดูการผลิต 2568/69

สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 ยื่นหนังสือผ่าน ส.ส.กาญจนบุรี เร่งแก้ปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ ฤดูการผลิต 2568/69

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อยเขต 7 โดยการมอบหมายของ นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ นายกสมาคมฯ ได้ให้นายสายชล ตันมันทอง อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกลาง สาขา 10 หนองตากยา และรางสาลี่ เข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาราคาอ้อยตกต่ำในฤดูการผลิตปี 2568/2569 ผ่านนายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต 2 เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาผลผลิตในตลาด รวมถึงปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนเกษตรกร

ทั้งนี้ การยื่นข้อเสนอผ่านผู้แทนราษฎรถือเป็นกลไกสำคัญในการสื่อสารปัญหาจากภาคเกษตรกรรมสู่ระดับนโยบาย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ อาทิ การประกันราคาผลผลิต การบริหารจัดการอุตสาห กรรมอ้อยและน้ำตาล รวมถึงการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพด้านราคาและความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมในระยะยาว การเคลื่อนไหวในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาคประชาชนในการผลักดันเชิงนโยบาย เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป


///////#ทีมข่าวภาคตะวันตก

หนุ่มรถเกี่ยวจำใจ!! ฝืนขึ้นราคารับจ้าง ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

อุทัยธานี – หนุ่มรถเกี่ยวจำใจ!! ฝืนขึ้นราคารับจ้าง ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 1 เมษายน 2569 ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ได้พบกับชายหนุ่มชื่อนายปติณญา มีอาชีพรับจ้างรถเกี่ยวข้าวโพด เปิดเผยว่า ช่วงนี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน ช่วงก่อนหน้านี้ยังประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน แต่ขณะนี้แม้จะมีเพียงพอแล้ว แต่ราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้น ทำให้การรับงานว่าจ้างเกี่ยวข้าว โพดจากเดิมไร่ละ 750 บาท เพิ่มเป็นไร่ละ 800 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนค่าน้ำมัน และหากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็มีความจำเป็นต้องปรับราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นไปอีก โดยปกติรถเกี่ยวนั้น ต้องใช้น้ำมันไม่ต่ำกว่าวันละประมาณ 80-100 ลิตร

ขณะเดียวกัน ได้สอบถามกับนางเพียงใจ ชาวเกษตรกรชาวอำเภอทัพทัน เผยว่า ได้ว่าจ้างรถเกี่ยวข้าวโพด มาเก็บเกี่ยวผลผลิตในพื้นที่เพื่อเก็บเกี่ยวข้าวโพดนำไปเลี้ยงสัตว์ ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน และปัจจัยการผลิตหลายๆอย่างที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปลายฤดูแล้ว แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือฤดูกาลทำนาปีที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างหนัก เนื่องจากกระบวนการทำนาต้องพึ่งพาน้ำมันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การไถนา การตีดิน การหว่าน การสูบน้ำ รวมถึงต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ยิ่งซ้ำเติมภาระของเกษตรกร


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงข่าวตรวจยึดจับกุมยาบ้า 2,000,000 เม็ด และ ไอซ์ นำหนัก 249 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สังคม จ.หนองคาย

มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 แถลงข่าวตรวจยึดจับกุมยาบ้า 2,000,000 เม็ด และ ไอซ์ นำหนัก 249 กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สังคม จ.หนองคาย

พล.ท. วีรยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 เป็นประธานในการแถลงข่าวตรวจยึดจับกุมยาบ้า 2,000,000 เม็ด และ ไอซ์ นำหนัก 249 กิโลกรัม กรณีที่ ร้อย.ฉก.ทพ. 2110 ฉก.ทพ.21 ทำการตรวจยึดยาบ้า 2,000,000 เม็ด เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 บริเวณพื้นที่ บ.แก้งใหม่ ม.4 ต.สังคม อ.สังคม จ.หนองคาย และ ร้อย.ฉก.ทพ.2109 ฉก.ทพ.21 ตรวจยึด เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์ จำนวน 249 ห่อ/ก.ก. พร้อมผู้ต้องหา 2 รายบริเวณเมรุ บ.ปากมั่ง ม.5 ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย โดยมี พล.ต. มงคล หอทอง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, ผวจ.หนองคาย, หน.ส่วนราชการ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ ณ ทก.ร้อย.ฉก.ทพ.2110 ฉก.ทพ.21 บ.ม่วง ต.บ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย

ซึ่งการตรวจยึด/จับกุม ที่เกิดขึ้น มทภ.2 ได้กล่าวขอบคุณ ฉก.ทพ.21 และตลอดจนหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกันจนทำให้สามารถตรวจยึดจับกุมยาเสพติดในครั้งนี้ได้สำเร็จ และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร และขอให้เป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด ผ่านเจ้าหน้าที่ทหาร ทุกหน่วย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอด 24 ชม. ซึ่งปัจจุบันยาเสพติดยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง เป็นภัยต่อสังคมส่วนรวม เป็นภัยร้ายต่อครอบครัว จึงขอให้พี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ในการป้องกันปราบปรามเพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง พี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อย่างยั่งยืนต่อไป


พรพิพัฒน์ รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารฯ ร้อยเอ็ด-หนองคาย ย้ำการทำงานต้องโปร่งใส 100%

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารฯ ร้อยเอ็ด-หนองคาย ย้ำการทำ งานต้องโปร่งใส 100%

วันที่ 1 เม.ย.69 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 โดยในช่วงเช้าเวลา 09.30 น. ในพื้นที่ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด และช่วงบ่ายเวลา 14.30 น. ที่ อ.สังคม จ.หนองคาย การตรวจเลือกในปีนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยึดถือแนวทางของผู้บัญชาการทหารบก “สุจริต ทันสมัย โปร่งใส และยุติธรรม” เป็นสำคัญ โดยจัดตั้งกองอำนวยการประสานงานการตรวจเลือก เพื่อให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการตรวจเลือกฯ รวมถึงได้เปิดช่องทางพิเศษ (Fast Lane) ให้กับผู้ป่วย ผู้พิการ ผู้สมัครใจ และผู้ผ่อนผัน เพื่ออำนวยความสะดวก และลดความแออัดในวันตรวจเลือก

สำหรับผู้ที่สมัครใจเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในวันตรวจเลือกซึ่งจะได้รับสิทธิในการแสดงความจำนงเลือกหน่วยเข้ารับราชการ สามารถเลือกแผนก และเลือกผลัด ที่ประสงค์เข้ารับราชการทหารกองประจำการ รวมถึงสิทธิในการลดระยะเวลาการเข้ารับราชการในกรณีที่มีวุฒิการศึกษา ตั้งแต่ระดับ ม.6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือสำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 1 และ ปีที่ 2

กองทัพบก #RTA

#กองทัพภาคที่2 #ตรวจเลือกทหาร69


พรพิพัฒน์ รายงาน

“ทหารพราน 23” สกัดจับยาบ้า 194,000 เม็ด ที่ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 โดยกองร้อยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ตั้งจุดตรวจจุดสกัดที่ด่านตรวจความมั่นคงโบกม่วง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี เพื่อป้องกันป้องปรามการกระทำความผิดเงื่อนไขตามชายแดน ต่อมาเวลา 20.32 น. มีรถยนต์เก๋งฮอนด้า รุ่น อเมช สีดำ มีผู้โดยสารภายในรถยนต์ จำนวน 3 คน (ชาย) ขับขี่เข้าด่านตรวจ (มาจากทางปากแซง) จึงได้ทำการเรียกตรวจค้นตามปกติ เเต่คนขับ (นายภราดร พลานนท์ ทราบภายหลัง) มีอาการเป็นพิรุธ ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า เดินทางมาจากไหน จะไปไหน จึงสั่งให้ลดกระจกหลังลงเพื่อตรวจสอบในรถโดยละเอียด คนขับได้เร่งเครื่องหลบหนี จึงได้ทำการขับรถจักยานยนต์ไล่ติดตาม จากนั้นได้มีการโยนกระสอบสีฟ้าออกจากรถยนต์คันดังกล่าว (ตรวจสอบภายหลังเป็นยาบ้า) บริเวณริมถนนหมายเลข 2112 บ.โบกม่วง – บ.นาแวง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี และผู้ต้องสงสัยชาย ทั้ง 3 คน ได้ขับรถยนต์หลบหนีต่อเข้าไปในหมู่บ้านนาแวงและจอดทิ้งไว้ในหมู่บ้าน

จากนั้น หน่วยได้ประสาน นรข.เขตอุบลราชธานี สภ.เขมราฐ ผู้นำหมู่บ้าน ร่วมบูรณาการไล่ติดตาม และสามารถควบคุมตัวได้ จำนวน 1 คน (นายภราดร พลานนท์ คนขับรถยนต์) บริเวณริมแม่น้ำโขง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมของกลาง เป็นยาบ้า จำนวน 86,000 เม็ด พร้อมรถเก๋งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังจากนั้นได้ทำการสอบสวนผู้ต้องหา และเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพิ่มเติมต่อเนื่องจากเมื่อคืน โดยสามารถตรวจยึดยาบ้า จำนวน 108,000 เม็ด ห่างจากจุดแรก ประมาณ 500 ม. บริเวณริมถนนหมายเลข 2112 บ.โบกม่วง – บ.นาแวง ต.นาแวง อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี รวมยาบ้าที่ตรวจยึดได้ 194,000 เม็ด นำส่ง สภ.เขมราฐ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

#หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่23 #กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


คนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำความหวังริบหรี่พ้อเสียงพวกเราคงไปไม่ถึงถึงรัฐบาล

จังหวัดลพบุรี – รถโดยสาร-จักรยานยนต์รับจ้าง หมดหวัง ยิ่งวิงวอนเหมือนยิ่งซ้ำเติม เสียงของพวกเราคงดังไม่ถึงรัฐบาล อยากให้ลดราคาน้ำมันกลับยิ่งเพิ่มขึ้น ไม่รู้จะอยู่กันได้อีกนานแค่ไหน จะขึ้นราคาอย่างน้ำมันก็ไม่ได้ หากสำนักงานขนส่งไม่กำหนด ตอนนี้ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ ต้นทุนก็มีน้อย และได้ปักหลักกับอาชีพนี้แล้วคงต้องเป็นไปตามสภาพจะประหยัดที่สุดเพื่อครอบครัว และยังให้บริการในราคาเดิมแม้น้ำมันจะแพงขึ้นทุกวัน

สำหรับสถานการณ์ของราคาน้ำมันในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นเพราะได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยส่งผลกระทบทำให้รัฐบาลต้องมีการปรับขึ้นค่าน้ำมันทุกชนิดในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมาและช่วงดึกของคืนวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนที่ต้องซื้อหาน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น ราคาสินค้าก็เริ่มที่จะปรับตัวสูงขึ้นตามมา ผู้ประกอบการรถยนต์โดยสารขนาดเล็กประจำทาง และรถจักรยานยนต์รับจ้างต้องแบกรับภาระแบบจำใจ สวนทางกับคำวิงวอนรัฐขอลดราคาน้ำมันแต่กลับยิ่งขึ้น ค่าโดยสารของรถประจำทางในสายต่าง ๆ ก็อยากจะขอปรับราคาค่าโดยสาร เนื่องจากต้นทุนราคาน้ำมันแพงขึ้นมากแต่ก็ต้องรอการอนุมัติในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารตามที่ทางสำนักงานขนส่งจัง หวัดลพบุรีกำหนด ขณะที่บรรยากาศในเขตเมืองลพบุรีพบว่าเป็นไปด้วยความเงียบเหงาการจราจรไม่หนาแน่นเหมือนช่วงปกติ

นายณัฐดม โพธิ์เนียม หรือหนุ่ม อายุ 46 ปี พนักงานขับรถโดยสารสายลพบุรี – บ้านนายาว ซึ่งเป็นรถสองแถววิ่งรับผู้โดยสารในระยะสั้น ได้เปิดเผยว่าช่วงนี้แย่มากไม่ค่อยมีผู้โดยสาร และยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนด้วย ในเรื่องของการจะมีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือไม่นั้นต้องให้ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรีกำหนด เราไม่สามารถที่จะกำหนดราคาเองได้ ส่วนในเรื่องที่จะฝากถึงรัฐบาลนั้นก็ขอในเรื่องราคาน้ำมันควรที่จะปรับลดลงอีก เนื่องจากเห็นว่าวัตถุดิบในการผลิดน้ำมันและโรงกลั่นก็อยู่ในประเทศไทย สำหรับในวันที่ 1 เมษายนที่จะถึงนี้อาจจะมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพราะตอนนี้รถโดยสารก็ต้องแบกภาระจะอยู่กันไม่ได้แล้ว โดยในปัจจุบันก็ต้องทน แม้ค่าน้ำมันที่วิ่งไปกลับก็ต้องเสียเงินเติมน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีก

ด้านนายสมศักดิ์ บานชื่น อายุ 58 ปี คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างในตัวเมืองลพบุรี ได้เปิดเผยถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า เราคงเรียกร้องในการปรับราคาค่าโดยสารจากผู้โดยสารไม่ได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์รับจ้างในรูปแบบแก๊ป ไรเดอร์ ไลน์แมน รถรับจ้างส่งอาหาร มากขึ้นเพราะพวกเขาก็ต้องทำมากิน ถ้ามอเตอร์ไซด์รับจ้างขึ้นราคา ลูกค้าก็จะหันไปใช้บริการในรูปแบบอื่นแทน จึงต้องยืนในราคาเดิม ….. ซึ่งผู้โดยสารในปัจจุบันเข้าใจในเรื่องของการที่เราต้องแบกภาระ ก็ให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นเองด้วยความสงสาร เห็นใจ โดยให้เพิ่มไม่มากนักประมาณ 10-20 บาท แค่นี้เราก็สุขใจที่ทุกคนเข้าใจในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ซึ่งผู้โดยสารที่ใช้บริการก็จะเป็นผู้โดยสารที่เรียกใช้บริการกันเป็นประจำเค้าเข้าใจดี …..สำหรับในเรื่องที่จะฝากถึงรัฐบาลนั้นก็คงไม่รู้จะฝากอะไร ฝากไปก็คงจะช่วยอะไรเราไม่ได้ เรามันคนรากหญ้า หาเช้ากินค่ำเสียงไม่ดังพอเราคงจะไม่มีปัญญา ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรได้


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090