“พลเอกรังษี” ลุยลำพูน รับฟังเกษตรกรเดือดร้อน เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

ภาคเหนือ-ลำพูน “พลเอกรังษี” ลุยลำพูน! รับฟังเกษตรกรเดือดร้อน เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อพบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และเกษตรกรชาวสวนลำไย ที่ได้รับผลกระทบจากราคาผลผลิตตกต่ำ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดลำพูน โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่น ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดลำพูน ได้แก่ นาวาเอกณัฐพงศ์ คชเสนี้ (เสธ.ณัฐ) ผู้สมัครเขต 2 หมายเลข 4, นายสุวสันต์ จันทร์ตราธรรม ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกรังษีเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ในช่วงเวลา 08.00 น. ก่อนเดินทางไปกราบสักการะ อนุสาวรีย์พระนางเจ้าจามเทวี และ พระธาตุหริภุญชัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำพูน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพืชผลทางการเกษตรมารอพบ พูดคุย และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง บ้านห้วยหละ อำเภอบ้านโฮ่ง เพื่อพบปะพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ และต่อด้วย บ้านหล่ายแก้ว อำเภอบ้านโฮ่ง พบปะเกษตรกรชาวสวนลำไยและสวนมะม่วงที่ประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ

ทั้งนี้ พลเอกรังษีได้กล่าวถึงแนวนโยบายของพรรคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ รถไฟความเร็วสูง 2 เส้นทาง ซึ่งจะมีการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมการเกษตรตามแนวเส้นทาง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร โดยลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคเหนือ จะถูกผลักดันสู่การพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อช่วยพยุงราคา ลดภาระการชดเชยจากภาครัฐในระยะยาว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พลเอกรังษีและคณะมีกำหนดเดินทางไป กาดจตุจักร จังหวัดลำพูน เพื่อพบปะประชาชน รับฟังปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น ก่อนช่วงเย็นจะเดินทางไปพบพี่น้องประชาชนที่ ถนนคนเดิน อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

พรรคเศรษฐกิจยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน พร้อมเชิญชวนประชาชนสนับสนุน พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 11 และผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคในแต่ละพื้นที่


นที มีเดช รายงาน

“เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” สร้างฝายชะลอน้ำ ฝายกึ่งถาวร โดยยึดหลักตามศาสตร์พระราชา ของนศท.ปี 5 ในการฝึกภาคสนามประจำปี 2568

การปลูกป่าทดแทนป่าไม้ที่ถูกทำลายนั้นจะต้องสร้างฝายเล็กเพื่อหนุนน้ำส่งไปตามเหมืองไปใช้ในพื้นที่เพาะปลูกทั้งสองด้าน ซึ่งจะให้น้ำค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปทำ ความชุ่มชื้นในบริเวณนั้นด้วย” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

การสร้างฝายชะลอน้ำ ฝายกึ่งถาวรของนักศึกษาวิชาทหารชั้นปี 5 ในการฝึกภาคสนามประจำปี 2568 เพื่อกำหนดจุดสร้างฝายโดยรอบเขาชนไก่ กิจกรรมการสร้างฝาย ชะลอน้ำ ฝายกึ่งถาวรเพื่อน้อมรำลึก พระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิ พลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยได้รับเกียรติ วิทยากรกิตติมศักดิ์ พลโท เยี่ยมชัย บุตรดาวงษ์ อดีตที่ปรึกษากองกำลังสุรสีห์ ตท.20 จปร.31 (โรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 20, โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 31) มาถ่ายทอดให้ความรู้

ฝายมีชีวิต อีกหนึ่งรูปแบบของการบริหารจัดการน้ำ โดยการร่วมแรง ร่วมใจของชุมชน ที่นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้ามาช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง และชะลอน้ำมิให้กระแสน้ำไหลหลาก ลดความรุนแรงของการกัดเซาะ ช่วยเติมน้ำใต้ดิน ด้วยกลไกทางธรรมชาติ ทำให้พื้นที่โดยรอบตัวฝายมีความชุ่มชื้น อีกทั้งยังช่วยพยุงเศษซากพืช ซากสัตว์ ไม่ให้ถูกพัดพาลงสู่แหล่งน้ำตอนล่างหมด ช่วยให้คุณภาพน้ำตอนล่างดีขึ้น ขณะที่ซากสัตว์ต่างๆ ที่ถูกพยุงไว้ ก็จะเป็นอาหารให้กับสัตว์น้ำ เป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ป่าโดยรวม

และอีกตัวอย่างหนึ่งของฝายมีชีวิต โดยมีวิทยากรครูฝาย วิทยากรกิตติมศักดิ์ พลโท เยี่ยมชัย บุตรดาวงษ์ อดีตที่ปรึกษากองกำลังสุรสีห์ เตรียมการฝึกการสร้างฝายให้กับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปี 5 ในการฝึกภาคสนามประจำปี 2568 เพื่อกำหนดจุดสร้างฝายโดยรอบเขาชนไก่ สอนการสร้างฝายอย่างถูกหลักถูกวิธี สร้างฝายให้เกิดเป็นระบบฝาย อย่าสร้างฝายตรงทางโค้งน้ำ อย่าสร้างฝายด้วยกระสอบทรายเด็ดขาด น้ำในห้วยช่วยกันทำตลอดสาย ด้วยฝายในหลวง

โดยหัวใจหลักของการทำฝายมีชีวิต ประกอบด้วย บันไดนิเวศน์ อยู่ด้านหน้า และด้านหลังฝาย แก้ปัญหาการตื้นเขินที่หน้าฝายได้ ตลอดจนสัตว์น้ำทุกชนิดสามารถผ่านตัวฝายได้ ตัวฝายกั้นน้ำ ใช้วัสดุธรรมชาติ คือ ดิน ทราย บรรจุใส่กระสอบวางเรียงซ้อนกันเพื่อให้เป็นกำแพงกั้นชะลอน้ำ ลำไผ่ ตัวโครงปักฝังลงไปในลำคลองเสมือนเสาเข็มเป็นแนว ผูกด้วยเชือกยึดโยงกระสอบที่กั้นน้ำไว้แข็งแรง และหูช้าง เป็นแนวกำแพงยาวยื่นไปตามริมตลิ่งทั้งเหนือฝาย ตลอดจนใต้ฝาย และใช้กระสอบทรายผสมเช่นเดียวกัน ซึ่งจะเป็นอาหารให้กับต้นไม้ที่นำมาปลูกกับหูช้างได้เป็นอย่างดี

“ฝายมีชีวิต” อีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ของการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ที่ไม่ใช่แค่เพียงการกักปริมาณน้ำไว้ให้พอใช้ตลอดปีเท่านั้น แต่คือการรักษาระบบนิเวศน์ เพื่อให้ได้น้ำ เพื่อรักษาการผลิตน้ำตามธรรมชาติไว้เติมเต็มระบบอย่างยั่งยืน เกิดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เป็นพื้นที่เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยยึดหลักตามศาสตร์พระราชา และดึงความร่วมมือทุกภาคส่วน ตามแนวทางประชารัฐ โดยจะเน้นชุมชนเป็นหลักสำคัญ เพราะคือผู้ที่ใกล้ชิดแหล่งน้ำ ต้องเป็นผู้รักษาและรับประโยชน์มากที่สุด ซึงทุกครั้งที่ไปทำฝายจะได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการช่วยเหลือเอื้ออาทรกันทั้งหมู่บ้าน ทั้งคนนอกที่ไปช่วย จึงเรียกได้เต็มปากว่า ฝายมีชีวิตและคือการปรองดองที่แท้จริง


พรพิพัฒ์รายงาน

แรลลี่ชุดไทยไหว้พระดี ครั้งที่ 9 เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

จังหวัดลพบุรี – แรลลี่ชุดไทยปี 2569 ในชื่อ “แรลลี่ชุดไทย ไหว้พระดี” ครั้งที่ 9 จัดโดยสโมสรโรตารี่พระรามเมศวรลพบุรี ร่วมกับภาครัฐ โดยเน้นการแต่งกายชุดไทยนุ่งโจงห่มสไบ แข่งขันแรลลี่ชมเมือง และท่องเที่ยวทำบุญ ณ โบราณสถานในจังหวัดลพบุรี มุ่งเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยววัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่หน้าประตูวังนารายณ์ราชนิเวศน์ ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี สโมสรโรตารี่พระรามเมศวรลพบุรี ร่วมกันปล่อยรถในจัดกิจกรรมการแข่งขันแรลลี่ชุดไทยไหว้พระดี ครั้งที่ 9 เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเชิญชวนนักท่องเที่ยวท่องเที่ยว เที่ยวโบราณสถานในจังหวัดลพบุรี มุ่งเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยว ในช่วงการจัดงานสำคัญของจังหวัดลพบุรี ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 13 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ต.ท่าหิน อำเภอเมืองจังหวัดลพบุรีนี้

ในการแข่งขัน แรลลี่ ชุดไทยไหว้พระดีครั้งที่ 9 ในครั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันจะต้องแต่งชุดไทยทุกคน โดยเริ่มออกสตาร์ท เวลา 07.09 น ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์โดยใช้เส้นทางลพบุรี-สระบุรี ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งผู้ร่วมแข่งขันทุกคัน จะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศยามเช้า ถ่ายภาพชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางผ่าน ได้ไหว้พระตามวัดต่างๆ โดยเข้าเส้นชัยที่จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้การแข่งขันแรลลี่ชุดไทยไหว้พระครั้งที่ 9 ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ในการจัดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ผู้ชนะในการแข่งขันจะได้รับถ้วยรางวัลจากนายวีรพงษ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี รวมถึงถ้วยเกียรติยศ รางวัลมากมายให้กับนักแข่ง และผู้แต่งชุดไทยได้สวยงามอีกด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

สัสดีเชียงใหม่ …มีอะไรจะบอก โค้งสุดท้ายของทหารออนไลน์69 เชียงใหม่ เกิน 100%

ทีมสัสดีเชียงใหม่ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าลุยเชิญชวนน้องๆสมัครทหารออนไลน์ จนถึงวันนี้เป็นวันรับสมัครวันสุดท้าย …ยอดทะลุเป้า… ขอขอบคุณน้องทหารกองเกิน ครอบครัวและญาติพี่น้องพี่น้อง ที่ให้ความวางไว้วางใจมาเป็นครอบครัวเดียวกัน

โดยนอกเหนือจากการ ประชาสัมพันธ์ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และขอความร่วมมือหัวหน้าส่วนระดับ อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน, การบริหารจัดการข้อมูลทหารกองเกินกลุ่มเป้าหมาย, การประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางในจุดสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่แล้ว หน่วยยังได้นำกำลังพล และนักศึกษาฝึกงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียง ใหม่ จำนวน 8 คน ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ณ ตลาดประชารัฐคนไทยยิ้มได้ หน้าศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในห้วงเดือน ต.ค. – พ.ย. 68 จำนวน 3 ครั้ง มีประชาชนที่มาติดต่อราชการ ผู้ประกอบการร้านค้า ข้าราชการ หัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับจังหวัด อำเภอ จนถึงหมู่บ้าน ให้ความสนใจสมัครจำนวนหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังร่วมกับ จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ และกรมการจัดหางาน ลงพื้นที่ ออกบูธ เดินเท้าประชาสัมพันธ์ ในงาน “คนไทยต้องมีงานทำ @เชียงใหม่ ห้วง 3-4 ธ.ค. ที่ผ่านมา นับได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญภายในงาน เป็นผลให้หน่วยงาน สกร.อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้นำ นักศีกษาของตนเข้าร่วมงาน ได้ติดต่อหน่วย เพื่อจัดบูธ บรรยาย ในงานปฐมนิเทศนัก ศึกษา ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองเชียงใหม่ ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด เป็นจุดสนใจในงานได้อย่างดี มีนักศึกษาสนใจสอบถามการสมัครเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้น หน่วยยังมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมมอบผ้าห่ม โดยกลุ่มทหารผ่านศึกอเมริกันจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ใช้โอกาสนี้ประชาสัมพันธ์เช่นกัน โดยใช้ความเป็นทหารของเหล่าทหารผ่านศึกทั้ง 2 ประเทศ ช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับครอบครัว ญาติพี่น้องที่เป็นคนไทย หลายครอบครัวเปิดร้านอาหาร ก็จะนำข้อมูลเหล่านี้ ประชาสัมพันธ์ต่อไปยังลูกค้าของตน โดยทหารผ่านศึกอเมริกันยังได้ชื่นชมกองทัพไทย ประชาชนคนไทย และแสดงความเสียใจกับเหล่าทหารและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนอีกด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของหน่วยสัสดีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้ง 25 อำเภอ ได้พยายามผลักดัน เป็นผลให้ยอดการสมัคร เกิน 10% ไปแล้ว (ปัจจุบัน 113% ณ 24 ม.ค. 69) ซึ่งจะปิดรับสมัครใน 25 ม.ค. 69


นที มีเดช รายงาน

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 พันเอก ธนะพันธ์ ขำทวี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ส่วนแยก 2 ร่วมให้การต้อนรับ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประ จำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในโอกาสที่เดินทางมาติดตามการดำเนินโครงการร้อยใจรักษ์ ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ครอบ คลุมพื้นที่ 4 หมู่บ้านหลัก 20 หมู่บ้านย่อย ของตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย เป็นพื้นที่เปราะบางและมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ จากปัญหาจากการค้าและลำเลียงยาเสพติดข้ามแดน

ด้วยทรงเห็นว่าควรพัฒนาและสร้างโอกาส สร้างทางเลือกในการดำรงชีวิตให้ประชาชนในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้อย่างสุจริต เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหายาเสพติด จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการ “ร้อยใจรักษ์” ขึ้น เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาทางเลือก มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมีส่วนร่วม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน สร้างอาชีพทางเลือกที่สุจริตและหลากหลาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ระยะสั้น และวางรากฐานสู่รายได้ที่มั่นคงในระยะยาว พัฒนาด้านการศึกษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงในการกลับไปค้ายาเสพติด ควบ คู่กับกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพ ลดจำนวนผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน ที่ผ่านมา ได้พัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตราษฎร ทั้งด้านเกษตร ปศุสัตว์ หัตถกรรม สุขภาพ การศึกษา และการท่องเที่ยว ครอบคลุมทุกมิติ ราษฎรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีเงินออม

ต่อมา พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานการประชุมติดตามการดำเนินงาน “โครงการร้อยใจรักษ์” อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการร้อยใจรักษ์เป็นโครงการที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมีพระดำริเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ประธาน นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พันตำรวจโท นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 นางนฤมล ช่วงรังษี ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาพ 3 ส่วนแยก 2 รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจไชยานุภา รองผู้บังคับกองบังคับการควบคุมทหารพรานศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าร่วมประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการร้อยใจรักษ์ ณ สำนักงานโครงการร้อยใจรักษ์ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ด้าน พันตำรวจโท นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 5 ได้รายงานสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าในพื้นที่สถานการณ์ลดความรุนแรงลง ไม่ปรากฏคดียาเสพติดร้ายแรง และไม่มีขบวนการการลักลอบลำเลียงผ่าน อย่างไรก็ตามยังคงต้องเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนใกล้เคียง เนื่องจากเป็นพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และมีชนกลุ่มน้อยผู้มีอิทธิพลอยู่ รวมทั้งต้องเฝ้าระวังป้องกันในกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด และการใช้ยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น กลุ่มยาโปรโคดีล ยาทามาดอล พอร์ตเค เป็นต้น รวมทั้งขอให้ความสำคัญโดยใช้กลไกกองทุนแม่ของแผ่นดินเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการรายงานความก้าวหน้า การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม การติดตามการขอใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ การประเมินผลโครงการร้อยใจรักษ์ระยะที่ 1 โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ รายงานความพร้อมในการจัดการแข่งขันร้อยใจรักษ์ฮาร์ฟมาราธอน ครั้งที่ 4

จากนั้น ได้มอบผ้าห่ม 60 ผืน แก่ตัวแทนอาสาทำดี โครงการร้อยใจรักษ์ ที่ผ่านการบำบัดยาเสพติดโดยไม่หวนกลับไปเสพซ้ำ และได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ และตัวแทนอาสาทำดีโครงการฯ

รวมทั้งติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม อำเภอแม่อาย ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เมื่อปี 2563 เพื่อให้บริการตรวจรักษาประชาชน ปัจจุบัน โรงพยาบาลมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมาก มีบุคลากรเพียงพอ มีห้องตรวจและอุปกรณ์ทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานครบถ้วน อาทิ ห้องคลินิกพิเศษ ห้องเอกซเรย์ ห้องทันตกรรม กรณีมีผู้ป่วยวิกฤตจะส่งไปยังโรงพยาบาลแม่อาย ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเมืองงาม สนับสนุน การบริการด้านสุขภาพ การบำบัดรักษายาเสพติดในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ พร้อมทั้งได้มอบผ้าห่ม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ผู้ผ่านการบำบัด ยาเสพติดจำนวน 10 ราย นายแพทย์ และให้กำลังใจ นายแพทย์ ทันตแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขที่มาปฏิบัติหน้าที่ ด้วย

ช่วงบ่าย ไปเยี่ยมชมแปลงเกษตร ของนายสมชาติ กุนา เกษตรกรในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ณ บ้านเมืองงามใต้ อำเภอแม่อาย ซึ่งเป็นแปลงริเริ่มทดสอบการปลูกโกโก้สายพันธุ์ im1 ซึ่งเป็นพืชระยะยาวปลูกใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ร่วมกับพืชชนิดเดิม ทั้งยังมีราคาสูง นำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้หลากหลาย อาทิ ผงโกโก้ชงดื่ม และขนมช็อกโกแลต

จากนั้นไปเยี่ยมชมสวนส้มของนายอาเลผ่า แสนจันทร์ ณ บ้านสันงาม อำเภอแม่อาย ปลูกส้มสายน้ำผึ้ง กว่า 4,000 ต้น บนพื้นที่ 40 ไร่ ร่วมกับการปลูกทุเรียน สร้างรายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านบาท

ในการนี้ ได้ให้ข้อเสนอแนะด้านการประชาสัมพันธ์ “ส้มโครงการร้อยใจรักษ์” ให้เป็นที่รู้จัก ด้วยการสร้างคุณภาพ รสชาติ ที่ได้มาตรฐาน ราคาเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ซื้อได้ง่ายในทุกช่วงฤดูกาล เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่า สร้างภาพจำ

การติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาทางเลือกโครงการร้อยใจรักษ์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนชนเผ่าอย่างครอบคลุม ซึ่งจากเดิมเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง เปลี่ยนสู่การพัฒนาทุกมิติทั้ง สาธารณสุข การเกษตร ระบบน้ำ การพัฒนาอาชีพ และการป้องกันยาเสพติด โดยในปีที่ผ่านมาโครงการร้อยใจรักษ์สร้างรายได้ให้ประชาชนรวม 68 ล้านบาท กองทุนพันธุ์สัตว์โค กระบือ หมูและประมงมีการยกระดับต่อเนื่อง การส่งเสริมการปลูกไม้ผลพืชระยะสั้นและระยะยาวสร้างรายได้มากกว่า 9 ชนิด การพัฒนาพันธุ์ข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองสร้าง รายได้รวม 9 ล้านบาท เกิดความมั่นคงทางอาหาร 1,132 ครัวเรือน หมู่บ้านปลอดยาเสพติด 23 แห่ง คงเหลือเพียง 1 หย่อมบ้าน(ห้วยเต่า) มีการใช้กฎชุมชนต่อเนื่องในเรื่องยาเสพติด 223 ครั้ง และ มีการพัฒนาเยาวชนใฝ่ดีป้องกันยาเสพติด ในภาพรวมประชาชนในพื้นที่โครงการมีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยครัวเรือนละ 200,000 บาท ยังมีครัวเรือนที่ไม่พ้นเส้นมาตรฐานความยากจนอยู่ 390 ครัวเรือน ซึ่งเป็นเป็นเป้าหมายในการดำเนินการปี 2569 ต่อไป


นที มีเดช รายงาน

‘หน่อย-นลินี’ ปัดฝุ่นร้านเก่า ลุยเปิดธุรกิจบริการอาหาร-เครื่องดื่มริมหาดจอมเทียน หวังอนาคตสดใส

‘หน่อย-นลินี’ ปัดฝุ่นร้านเก่า ลุยเปิดธุรกิจบริการอาหาร-เครื่องดื่มริมหาดจอมเทียน หวังอนาคตสดใส

ค่ำวันที่ 24 ม.ค.69 ได้มีพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ ภายในซอยเวลคัม จอมเทียน ถ.เลียบชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ธุรกิจขนาดย่อมที่บริหารงานโดนนางนลินี คอก์ ผู้สื่อข่าวประชาไทยออนไลน์ประจำเมืองพัทยา โดยได้รับเกียรติจากนางลิซ่า แฮมิลตัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา เป็นประธานขึ้นกล่าวแสดงความยินดี

โดยร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ จะเปิดให้บริการอาหารนานาขาติทั่งไทย อีสาน ยุโรป โดยเปิดเป็นรูปแบบสถานประกอบการจำพวกโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ซึ่งสามรถให้บริการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ในเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ไม่มีวันหยุด ยกเว้นวันหยุดราชการ

นางนลินี คอก์ เจ้าของร้านแชมป์ เรสทรัวรองต์ แอนด์ บาร์ เปิดเผยว่า อดีตร้านนี้เคยเปิดให้บริการก่อนต้องปิดตัวไปช่วงโควิดที่ผ่าน จนได้ฤกษ์เปิดร้านใหม่อีกครั้งเพื่อเป็นตัวเลือกในการให้ริการอาหารนานาชาติและเครื่องดื่มต่างๆ มากมาย พร้อมรองรับอนาคตสดใสของการท่องเที่ยวหาดจอมเทียนและเมืองพัทยาต่อไปด้วย


ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมให้กำลังใจ ตำรวจอ.แม่สอด ได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 จังหวัดตาก

แม่ทัพภาคที่ 3 เยี่ยมให้กำลังใจ ตำรวจอำเภอแม่สอดได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ดาบตำรวจ เสกสันต์ กันกา ผู้ช่วยพนักงานสอบ สวนสถานีตำรวจภูธรแม่สอด ที่ถูกผู้ต้องหา ใช้อาวุธปืนยิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะเข้าทำการจับกุมในการปฏิบัติหน้าที่ ในพื้นที่ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ ให้กับ ดาบตำรวจ เสกสันต์ ฯ และครอบครัว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ณ โรงพยาบาลแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ไพศาล นันตา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล.แม่สอด ร่วมให้การต้อนรับ

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ที่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ฐานปฏิบัติการบ้านวังแก้ว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 และคณะฯ ได้สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำฐานปฏิบัติการ รับฟังการบรรยายสรุป การปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมปลูกต้นไม้

พร้อมทั้ง พบปะให้โอวาท และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล โดยมี พลตรี ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พันเอก ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู และ พันเอกศุภกร ภู่จันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ร่วมให้การต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

ชื่นชม นักเรียนโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จัดแสดงผลงานหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในกิจกรรมเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House

เพชรบูรณ์ – ชื่นชม นักเรียนโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ จัดแสดงผลงานหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ ในกิจกรรมเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมอิสระ โรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ นำโดย ดร.บัณฑิต ครุฑางคะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ และ มิส.วรรณวิมล ครุฑางคะ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือกุลดิศวิทยานุสรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารฯ ได้จัดโครงการเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อแสดงผลงาน ศักยภาพทางวิชาการของนักเรียนเชิงประจักษ์ , ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำงานร่วมกันของนักเรียน ,สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง หน่วยงานการศึกษา และเพื่อเป็นการส่งเสริมความ กล้าแสดงออก ความมั่นใจ และทักษะการสื่อสารของนักเรียนแต่ละระดับชั้น

โดยมี นางสาวกุลนิษฐ์ ครุฑางคะ ผู้จัดการโรงเรียนกุลดิศวิทยานุสรณ์ ได้กล่าวรายงานวัตถุ ประสงค์การจัดโครงการเปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House แก่นางขวัญนภา จันทร์ดี รองศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานในพิธีเปิด พร้อมกล่าวถึงความมุ่งมั่น และความอุตสาหะของโรงเรียน ที่ได้ร่วมกันจัดพื้นที่แห่งการเรียนรู้นี้ขึ้นมา นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา เพราะเป็นเวทีที่สะท้อนให้เห็นถึง “กระบวนการเรียนรู้”มากกว่าเพียงผลลัพธ์ในสมุดพก และการที่โรงเรียนสามารถรวบรวมผลงานของนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาจัดแสดงร่วมกันได้นั้น แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของการพัฒนาลำดับการเรียนรู้ การวางรากฐานทางความคิด ความคิดสร้าง สรรค์ และความกล้าแสดงออก ขยายผลไปสู่ทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำโครงงานและการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ปกครอง ที่ให้การสนับสนุนทุกกิจกรรมของทางโรงเรียน ด้วยดีเสมอมา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน เปิดบ้านนิทรรศการ KDS Open House ในครั้งนี้ โรงเรียนได้จัดให้มีนิทรรศการและการแสดงผลงานของนักเรียนจากหลากหลายกลุ่มสาระการเรียนรู้ อาทิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรี-นาฏศิลป์) ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะในศตวรรษที่ 21ของนักเรียน

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีกิจกรรมฐานการเรียนรู้ และการสาธิตการเรียนการสอน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปกครอง ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ และได้สัมผัสบรรยากาศการจัดการศึกษาของโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ ทางโรงเรียน ยังได้จัดพิธีมอบเหรียญรางวัลและเกียรติบัตรให้แก่นักเรียน ที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการ ทั้งในระดับเขตพื้นที่ และระดับประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้เรียน อีกทางหนึ่งด้วย


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์ชายแดน จ.ตาก พร้อมขับเคลื่อนแก้ไฟป่า หมอกควัน 17 จังหวัดภาคเหนือ

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์ชายแดน จ.ตาก พร้อมขับเคลื่อนแก้ไฟป่า หมอกควัน 17 จังหวัดภาคเหนือ

วันที่ 23 มกราคม 2569 พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมคณะฯ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงกองกำลังป้องกันชายแดน พื้น ที่กองกำลังนเรศวร จังหวัดตาก โดยมี ผู้บังคับบัญชากองทัพภาคที่ 3 ร่วมให้การต้อนรับ

โดยคณะผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางไปยังจุดตรวจการณ์สันยายหลู่ ตำบลแม่กุ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร พร้อมทั้งรับฟังการบรรยายสรุปการปฏิบัติงานและการแก้ไขปัญหาความมั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ การปราบปราม Cyber scam การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การสกัดกั้นยาเสพติด ตลอดจนการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกชนิด พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติงานป้องกันชายแดนในพื้นที่ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อันเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปฏิบัติทุกภารกิจเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกและคณะ ได้เดินทางไปยังห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยกองทัพภาคที่ 3 ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ได้จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาค 3” โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันการบุกรุกทำลายผืนป่าและการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน

สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไหม้ลงร้อยละ 10–20 และลดค่าเฉลี่ยฝุ่นละออง PM2.5 ลงร้อยละ 5–10 โดยใช้กลยุทธ์การเสริมสร้างความร่วมมือทั้ง 17 จังหวัด และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้ถือเป็นภารกิจด้านความมั่นคงและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ให้บูรณาการการทำงาน และใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถใช้ศักยภาพและทรัพยากรของกองทัพบกได้อย่างเต็มที่ โดยยึดความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ

RTA #กองทัพบก


ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ตรวจพบกระสอบบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ประมาณ 800,000 เม็ด ขณะออกลาดตระเวน

วันที่ 22 มกราคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก จัดกำลังพลออกลาดตระเวนบริเวณหน้าฐานฯ บ้านห้วยอื้น หมู่ที่ 10 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ตรวจพบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากมีพฤติกรรมน่าสงสัยขับรถจักรยานยนต์วนไป – มา คล้ายเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประกอบกับได้รับข่าวสารว่ามีรถต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่

ต่อมาหน่วยได้เพิ่มเติมกำลังออกตรวจจนถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติ บ้านเมืองสอง ตรวจพบ กลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 5-6 คน พฤติการณ์น่าสงสัยนั่งอยู่บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้วิ่งหลบหนี และใช้อาวุธไม่ทราบขนาดและชนิดยิงใส่ จนท. เพื่อป้องกันการไล่ติดตาม จึงเกิดการปะทะ ประมาณ 5 นาที ผลการปฏิบัติฝ่ายเราปลอดภัย หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติมกำลังเข้าควบคุมพื้นที่

จากการเข้าทำการพิสูจน์ทราบพื้นที่โดยรอบตรวจพบกระสอบดัดแปลง 4 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) กระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด ประมาณ 800,000 เม็ด จนเช้าวันที่ 23 มกราคม 2569 หน่วยได้เชิญ ชุดปฏิบัติการข่าวกองกำลังผาเมือง, ตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง, ฝ่ายปกครอง และ ตำรวจตระเวนชายแดนฐานบ้านนาโต่ เข้าร่วมตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมชี้แจงให้ข้อมูลบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


นที มีเดช รายงาน