ชีวิตรันทด ครอบครัวแม่ลูกอ่อน กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนประสานผู้ใจบุญยื่นมือช่วย ย้ายสู่ห้องใหม่ น้ำตาแห่งความหวังไหลทั้งชุมชน

ชีวิตรันทด ครอบครัวแม่ลูกอ่อน อยู่ห้องเช่าสุดแออัดกับลูกวัย 6 เดือน สภาพสกปรกเสี่ยงโรค-สัตว์มีพิษ กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนประสานผู้ใจบุญยื่นมือช่วย ย้ายสู่ห้องใหม่ น้ำตาแห่งความหวังไหลทั้งชุมชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวกรชวัล อินทร์ชะมาต กลุ่ม “ซานตาคลอสข้างถนน” ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวของ นางบี (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวและหลานชายวัยเพียง 6 เดือน ภายในห้องเช่าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยพบว่าสภาพความเป็นอยู่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ภายในห้องมีทั้งกองเสื้อผ้า ที่นอน หมอน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้เด็กเล็กวางระเกะระกะในพื้นที่คับแคบ อากาศอับชื้นและสกปรก เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อ รวมถึงอันตรายจากสัตว์มีพิษกัดต่อย

หลังเห็นสภาพชีวิตที่น่าเวทนา กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนจึงเร่งประสานผู้ใหญ่ใจบุญเข้าช่วยเหลือ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวดังกล่าวให้ดีขึ้น

ต่อมา คุณภัคชัญญา สุขนิษฐากุล ผู้บริหารสูงสุด บริษัท พีทีเอสเค จำกัด และบริษัทในเครือ ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที โดยพาครอบครัวย้ายเข้าอยู่ห้องเช่าแห่งใหม่ ในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าเดิม พร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าอ้อมเด็ก ที่นอน เครื่องครัว และอุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีวิตอีกจำนวนมาก

บรรยากาศขณะนำสิ่งของเข้าช่วยเหลือเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ ทำเอา กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึง อสม. ในพื้นที่ ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพชีวิตของครอบครัวที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักมาโดยตลอด

คุณภัคชัญญา เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากกลุ่มซานตาคลอสข้างถนนว่ามีครอบ ครัวหนึ่งกำลังใช้ชีวิตอย่างลำบาก ตนจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทันที เพราะเป็นคนชอบทำ บุญและอยากเห็นคนที่ลำบากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้เช่าห้องพักใหม่ให้ในราคาเดือนละ 1,500 บาท พร้อมทำสัญญาเช่านาน 1 ปี รวมถึงจัดซื้ออาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้หลายรายการ หวังว่าตลอด 1 ปีจากนี้ ครอบครัวดังกล่าวจะสามารถตั้งหลักชีวิตใหม่ได้

ด้าน นางบี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจและตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ห้องพักเก่าทั้งแออัดและสกปรก ไม่มีเงินพอจะปรับปรุงคุณภาพชีวิต จนเมื่อมีผู้ใหญ่ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ พร้อมสัญญาว่าจะตั้งใจทำงาน เลี้ยงดูครอบครัว และเป็นคนดีของสังคมต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

ประจวบคีรีขันธ์ – เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

เตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมเสียงไปตะโกนให้สุดเสียงกับเทศกาลดนตรีริมทะเลที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ! เมื่อ Pazan Music Festival ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล” ซึ่งในปีนี้การันตีความเดือดและอลังการกว่าเดิมด้วยการจับมือร่วมกับพี่ใหญ่อย่าง “เครื่องดื่มคาราบาว” และ “ตะวันแดง” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเนรมิตลานสโมสรลานมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 นี้

ความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ถูกยืนยันผ่านงานแถลงข่าวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า โดยได้รับเกียรติจาก นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณ บุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ และ อบต.ปากน้ำปราณ ที่พร้อมใจกันเดินหน้าผลักดันให้งานนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ให้กลับมาคึกคักอย่างขีดสุด โดยมีศิลปินรุ่นใหญ่ระดับครูอย่าง น้าหงา คาราวาน และ สุเมธ วงละมัย มาร่วมยืนยันความพร้อมว่าบนเวทีปีนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน

ไฮไลท์ที่ทำเอาแฟนเพลงต้องรีบจองตั๋วคือการรวมตัวของ 10 ศิลปินระดับตำนานที่จะมาพ่นไฟบนเวทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นวงคาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, อ้อย กะท้อน, เสือ ธนพล, ทอม ดันดี, L.กฮ., มายมอมแมม และละมัย ซึ่งทุกคนพร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เข้มข้น เคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของลมทะเลและกลิ่นอายธรรมชาติริมหาดปากน้ำปราณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันก่อนงานจริง นายกเป็ด-นำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ ร่วมกับภาคธุรกิจชุมชน ได้เตรียมของขวัญพิเศษมอบความสนุกแบบอุ่นเครื่องให้ชมฟรี! กับมหกรรมรำวงชื่อดังจากเมืองเพชรบุรีถึง 5 คณะใหญ่ ทั้งรุ่งนภาเมืองเพชร, เพชรโสภาดาวรวมใจ, เพลินพิศ วงศ์ทัศวรรณ, ขวัญใจตาลกง และทรายทองเมืองเพชร ที่จะมาเปิดฟลอร์ให้เต้นกันให้ยับตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ณ ลานมหาราชที่เดิม เพื่อเป็นการต้อนรับมิตรรักแฟนเพลงและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

นี่คือโอกาสเดียวในรอบปีที่คุณจะได้สัมผัสความมันส์ระดับพระกาฬท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร อย่ารอช้า! สามารถสั่งจองได้ทันทีทาง Inbox เพจ Pazan Music Festival หรือแอดไลน์ @pazanmusicfestival และสอบถามข้อมูลที่เบอร์ 098-828-2187 แล้วมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันที่ปราณบุรี 3-4 กรกฎาคมนี้ ความมันส์กำลังจะซัดเข้าฝั่งแล้วครับ!



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

“ดร.ซัน” ประกาศชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ชูแคมเปญ “A.I. CAPITAL” พลิกโฉมเมืองหลวงด้วยเทคโนโลยี

“ดร.ซัน” พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ประกาศชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ชูแคมเปญ “A.I. CAPITAL” พลิกโฉมเมืองหลวงด้วยเทคโนโลยี

กรุงเทพมหานคร–ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ “ดร.ซัน” ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม, กฎ หมายเศรษฐกิจ และการศึกษา ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการในนาม “ผู้สมัครอิสระ” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปฏิรูปการบริหารจัดการเมืองภายใต้แนวคิด “A.I. CAPITAL” เพื่อพัฒนา ระบบการบริหาร จัดการที่ล่าช้า ให้มีความรวดเร็ว ในการให้บริการ คนกรุงเทพฯ สร้างความเท่าเทียมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ

วิสัยทัศน์ “ครอบครัวกรุงเทพ” ในนโยบาย หลัก “A.I. CAPITAL” ไปสู่เป็าหมาย “security phone” ดร.พงษ์ศักดิ์ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ที่เน้นการใช้ข้อมูล (Data-Driven) และการประสานงานแบบ 2 ทาง เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง ได้แก่:

  • นโยบาย A.I. CAPITAL : มุ่งเน้นการใช้ระบบ AI และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังของคนกรุง ทั้งเรื่องการจราจรที่ติดขัด ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ถูกจุด และยกระดับความโปร่งใส ในการ บริหาร และใช้งบประมาณ
  • นโยบาย Security Phone : เป็น Out-Put หรือความสำเร็จของโครงการ โดยใช้ การติดต่อ แบบ 2 ทาง ประชาชนช่วยภาครัฐในการบริหาร ส่งปัญหาและความต้องการ ที่เป็นไปตาม แผน-ระเบียบ-งบประมาณ ต่อ หน่วยงาน หน่วยงานมีหน้า ปฎิบัติ ตรวจสอบระเบียบ-งบประมาณ ให้เป็นไปนามภารกิจ กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหา บรร เทา ทุกข์ ให้ กับ ชาว กรุงเทพมหานคร

การแจ้งเหตุผ่านระบบ 2 ทาง ที่กระจายอยอยู่ 100,000 จุด(ในเบื่องต้น) เชื่อมต่อระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ในทุกระบบ ที่ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมงและส่งเข้อมูล ผ่านสมาร์ทโฟน ของประชาชน เพื่อทราบความเคลื่อนไหว ข้อมูลเหตุ ต่างๆ เพื่อป้องกันอาชญากรรม และเหตุต่างๆ ทั้งสถานการณ์ในปัจจุบัน และ เหตุอันเกินความคาดหวัง เพื่อเตือนภัย-ช่วยเหลือ – สนับสนุน ตลอดจนการเตือนภ้ยธรรมชาติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

เปิดโปรไฟล์ “ดร.ซัน” วิศวกรนิวเคลียร์ สู่สนามการเมือง ด้วยดีกรีการศึกษาและประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ดร.พงษ์ศักดิ์ ถือเป็นผู้สมัครที่มีความ เชี่ยวชาญแบบ สหวิทยาการ : การศึกษา : จบปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา พร้อมด้วยปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) รวมถึงพื้นฐานทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง จาก สจล. ประสบการณ์เด่น : เคยดำรงตำแหน่ง วิศวกรนิว เคลียร์ สังกัดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และล่าสุดมีบทบาทเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สายงานนโยบาย : มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาและทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นักวิจัย และวงการอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน “ถึงเวลา A.I. CAPITAL. มาเปลี่ยนกรุงเทพไปด้วยกัน”

การลงสมัครในครั้งนี้ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ เป็นการแสดงจุดยืนที่ต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์การตรวจสอบการทุจริต มาสร้างกรุงเทพมหานคร ด้วยมือเรา ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย ปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมในทุกคนทุกฐานะ มาเป็น “ครอบครัวกรุงเทพ” ด้วยกัน


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง” แถลงข่าวเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรม รุ่นที่ 3 ตั้งแต่ 15 พ.ค – 15 มิ.ย 69

การประกาศรับสมัครเข้าเรียนและเจ้าศึกษาอบรม “หลักสูตร วชส .รุ่นที่ 3” ของสมาคมตำรวจ ให้กับประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจ เป็นเครือข่ายอบรมหลักสูตรที่มีประโยชน์ต่อชีวิต/ครอบครัว และ ยังได้ ร่วมเป็นเครือข่าย ทำบุญ ทำกุศล ช่วยเหลือสังคม จาก พล.ต ต.ภัคพงศ์ สายอุบล (ฝ่ายประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าว หลักสูตร วชส.)

วันนี้ (15 พ.ค 69) พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจประธานหลักสูตรพร้อมคณะกรรมการ หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี

ด้วยสมาคมตำรวจร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้ร่วมกันเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาอบรมหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Life Vaccine for Social) รุ่นที่ 3 ขึ้น ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม ถึง 18 ธันวาคม 2569 ณ สโมสรตำรวจ กรุงเทพฯ หรือสถานที่อื่นตามความเหมาะสม โดยใช้ระยะเวลาศึกษาอบรม ประมาณ 5 เดือน เรียนทุกวันเสาร์ (รวม 22 ครั้ง) เน้นเนื้อหาทั้งด้านสุขภาพ กฎหมาย เทคโนโลยี ความมั่นคง และการเสริมพลังเครือข่ายสังคม รวมถึงการศึกษาดูงานในประเทศทั่วทั้งสี่ภาค และต่างประเทศ โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมเลือกระหว่างเอเชียหรือยุโรป (เฉพาะศึกษาดูงานต่างประเทศ : ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง)

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 150 คน อาทิ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตั้งแต่ระดับพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรี ขึ้นไป ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 ขึ้นไป ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจเจ้าของกิจการ และภาคเอกชน ที่มีอายุระหว่าง 40 – 70 ปี หรือผู้ที่คณะกรรมการพิจารณา

  • เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2569
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรม : ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569
  • ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร : เพียง 160,000บาท เท่านั้น (รวมVAT พร้อมค่าใช้จ่ายศึกษาดูงานทั่วประเทศทั้ง 4 ภาค 4 ครั้ง และงานเลี้ยงรับน้องพร้อมปฐมนิเทศต่างจังหวัด )
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมศึกษาดูงานต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทวีปยุโรป กับทวีปเอเซีย : (ในส่วนนี้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเลือกได้และจะต้องรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการดูงานเองสำหรับท่านที่สมัครใจไป)

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สมาคมตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณสโมสรตำรวจ ชั้น 1 หรือ สำนักงานเลขานุการหลักสูตร…คุณอรพรรณ โทร.095-346-2555 คุณอภิญญา โทร.095-331-6555

หรือสมัครออนไลน์
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSftmfcq7lEhvfAW8MOcPr25JNru_GvassDKs3NHxlrcc9el8g/viewform?usp=sharing&ouid=118052933789992249325


พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานเปิดโครงการ “ฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2569

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัว หน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า

วันนี้ (15 พ.ค.69) เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2569 ของ ภ.1 ณ สโมสรตำรวจ โดยมีผู้เข้ารับการอบรม 700 คน แบ่งเป็น

  • หัวหน้าหน่วยบริหารเงินกองทุน
  • หัวหน้างานสอบสวน
  • เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม,สืบสวน,งานการเงินกองทุน
  • ผู้สังเกตการณ์

ชื่นชม !! ด.ต. ณัฐภูมิฯ ไม่รอช้าช่วยเหลือเยาวชน นำส่งรพ.จนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและปลอดภัย

วันนี้ (11 พ.ค.69) เวลาประมาณ 24.00 น. พ.ต.ท.นัทธโชต ธัญญเจริญ ปรก. สวป. คลอง หลวง เวร 70 ๆ ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ณัฐภูมิสุทธิประภา ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งงานป้องกันปราบปรามฯ ที่ 85/2569 ลง 11 พ.ค. 2569 ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุบริเวณสถานที่จัดทำค่ายผู้นำเยาวชน “คนราชภัฎ ครั้งที่ 3”

ขณะปฏิบัติหน้าที่เวลาประมาณ 23.30 น. ด.ต. ณัฐภูมิฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีเยาวชนที่มาเข้าค่ายฯ มีอาการป่วยจากการแพ้อาหารหรืออาหารเป็นพิษ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ด.ต. ณัฐภูมิ ฯ จึงได้ประสานศูนย์วิทยุ สภ.คลองหลวง เพื่อขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่กูู้ชีพ (1669) เข้าตรวจสอบ แต่ในขณะที่รอเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่นั้น สังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง หากเนิ่นช้ารอรถกู้ภัยจะมาถึงเกรงว่าผู้ป่วยอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต ด.ต. ณัฐภูมิ ฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเยาวชน จึงตัดสินใจใช้รถยนต์ส่วนตัว นำตัวผู้ป่วยพร้อมเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลเยาวชน นำส่งที่ห้องฉุกเฉิน รพ. ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด จนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยในที่สุด

สภ.คลองหลวง
ภ.จว.ปทุมธานี


ก้าวแรกแห่งการรับใช้ชาติ

มทบ.31 เปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ มอบธงประจำหน่วยฝึก สร้างขวัญกำลังใจและความภาคภูมิใจแก่ ”น้องเล็กของกองทัพบก“

พลตรี อภิเดช ผลทวี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 เป็นประธานในพิธีเปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 31 พร้อมมอบธงประจำหน่วยฝึกทหารใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญ ลักษณ์แห่งเกียรติยศ ความเป็นหนึ่งเดียว และความสามัคคีของกำลังพลภายในหน่วย ณ อาคารอเนกประสงค์ ค่ายจิรประวัติ มณฑลทหารบกที่ 31 จังหวัดนครสวรรค์

ในการนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ได้กล่าวให้โอวาทแก่ทหารใหม่ โดยเน้นย้ำถึงการปรับตัวจากชีวิตพลเรือนสู่การเป็นทหารอาชีพ การมีระเบียบวินัย ความเสียสละ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ รวมถึงการยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อปลูกฝังอุดมการณ์และสร้างความภาคภูมิใจในการรับใช้ประเทศชาติ

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 และคณะผู้บังคับบัญชา ยังได้พบปะพูดคุยกับทหารใหม่อย่างใกล้ชิด สอบถามความเป็นอยู่ การปรับตัวในการฝึก พร้อมให้กำลังใจน้องทหารใหม่ทุกนาย ให้มีความมุ่งมั่น อดทน และตั้งใจฝึกอย่างเต็มกำลัง เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นทหารที่มีคุณภาพ พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ การเปิดหน่วยฝึกทหารใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างกำลังพลที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และระเบียบวินัย อันจะเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบกในการปฏิบัติภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติและดูแลประชาชนต่อไปในอนาคต


นที มีเดช รายงาน

รองเสธ.นทพ. ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน ตรวจติดตามแผนงานปี 69 พร้อมส่งมอบโครงการพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตชาวขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

กองบัญชาการกองทัพไทย โดย หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 36 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นพค.36 สนภ.3 นทพ.) ต้อนรับคณะผู้บังคับบัญชา ในโอกาสตรวจเยี่ยมความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ชายแดน


15 พ.ค.69 พล.ต. พิสุทธิ์ มณฑานุช รองเสธนาธิการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของ นพค.36 สนภ.3 นทพ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในเขตพื้นที่ ต.ขุนยวม และ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยมี เสธ.สนภ.3 นทพ. และ ผบ.นพค.36 สนภ.3 นทพ. ให้การต้อนรับและนำตรวจเยี่ยมการดำเนินงานยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะได้เข้าตรวจติดตามโครงการสำคัญที่มุ่งเน้นการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการสัญจรและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โครงการจัดหาน้ำกินน้ำใช้ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งและสร้างระบบสุขาภิบาลที่ดี ส่งเสริมอาชีพ และส่งมอบความสุขให้ชุมชน

นอกจากการตรวจงานโครงสร้างพื้นฐาน พล.ต. พิสุทธิ์ มณฑานุช ยังได้เป็นประธานใน พิธีส่งมอบโครงการพัฒนาช่วยเหลือประชาชน ให้กับชุมชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเยี่ยมชมและสนับสนุนการดำเนินงานของ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านแม่สะเป่เหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้เสริม และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่น เน้นย้ำมาตรฐานและประโยชน์ของประชาชน

รองเสธ.นทพ. ได้ให้คำแนะนำและแนวทางในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการ ถูกต้องตามระเบียบ ปฏิบัติตามมาตรฐานที่หน่วยกำหนดอย่างเคร่งครัด คุณภาพที่ยั่งยืน เพื่อให้สิ่งก่อสร้างและโครงการต่างๆ มีอายุการใช้งานยาวนาน ประชาชนเป็นศูนย์ กลาง มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรม

การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญ ชาการทหารพัฒนา ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

นบ.ยส.35 สกัดรถต้องสงสัย ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

ที่ พื้นที่รอยต่อ อ.ภูซาง จ.พะเยา กับ อ.เทิง จ.เชียงราย นบ.ยส.35 สกัดรถต้องสงสัย ยึดยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด

(เมื่อคืนนี้) เวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค. 69 กองบังคับการสกัดกั้นที่ 4 หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) จัดชุดปฏิบัติการสกัดกั้นที่ 13 และ 14 บูรณาการกำลังร่วมกับ กองร้อยทหารพรานที่ 3105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด (ชั่วคราว) บริเวณ ทางหลวงชนบท 1155 หน้าเทศบาลตำบลหงาว อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ต่อมาได้มีรถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์ด เอฟเวอร์เรส สีแดงเลือดหมู ทะเบียน เชียงใหม่ เมื่อเจอด่านตรวจจึงกลับรถพยามหลบหนีทำให้เสียหลักตกลงข้างทาง ส่วนคนขับรถอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบขั้นต้นในรถคันดังกล่าว พบถุงกระสอบคาดว่าจะเป็นยาเสพติดให้โทษหรือสิ่งของผิดกฎหมาย ประมาณ 15 กระสอบ จึงทำการตรวจยึดรถคันดังกล่าวพร้อมของกลางภายในรถ

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเทิง พบเป็นยาเสพติดประเภทที่ 1(ยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ บรรจุยาบ้าประมาณกระสอบละ 250,000 เม็ด รวมกว่า 4 ล้านเม็ด ซึ่งปัจจุบันทางเจ้าหน้าตำรวจร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จะดำเนินการขยายผลต่อไป


นที มีเดช รายงาน

กองพลพัฒนาที่ 3 ตรวจความพร้อม กำลังพล ยุทโธปกรณ์เคลื่อนย้ายสนับสนุน อ.แม่สาย รับมือฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก

กองพลพัฒนาที่ 3 พร้อมด้วยหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์เคลื่อนย้ายสนับสนุน อำเภอแม่สาย องค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น ซ่อมพนังบิ๊กแบ็ค ปราการกั้นลำน้ำสาย รับมือฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 กองพลพัฒนาที่ 3 และหน่วยทหารช่างของกองทัพภาคที่ 3 ตรวจความพร้อมกำลังพลและเครื่องมือช่าง ในการสนับสนุนการซ่อมแซมผนังกั้นน้ำแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และได้ทำการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและเหตุภัยทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียง ราย ซึ่งเทศบาลตำบลแม่สายได้สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการรซ่อมแซมพนังบิ๊กแบ็ค (Big Bag) ซึ่งเป็นปราการสำคัญในการกั้นลำน้ำสาย

โดย พลตรี สมใจ คิดเกื้อการุญ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 เป็นประธานตรวจสภาพความพร้อม กำลังพลและยุทโธปกรณ์ ก่อนการเคลื่อนย้าย ไปปฏิบัติงานปรับปรุงและซ่อมแซมพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร แม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการจากหน่วยในพื้นที่ หน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ประกอบด้วย กำลังพลทหารช่างและจิตอาสาภัยพิบัติ จำนวน 60 นาย

พร้อม ยุทโธปกรณ์ รถยนต์บรรทุก ขนาด 1 ตัน จำนวน 3 คัน, รถยนต์บรรทุกเทท้าย จำนวน 6 คัน, 5 ตัน , รถยนต์บรรทุกลากจูง จำนวน 3 คัน รถบรรทุก เชื้อเพลิง จำนวน 1 คัน, รถโกยตัก จำนวน 6 คัน และ รถตักบรรทุก จำนวน 1 คัน รวม 20 คัน ณ ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดย เริ่มปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 – 28 มิถุนายน 2569 รวม 45 วัน

ซึ่ง กองทัพภาคที่ 3 และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันภัยเชิงรุก จึงได้ มอบหมายให้ กองพลพัฒนาที่ 3 พร้อมด้วยหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ร่วมกับ เทศบาลตำบลแม่สาย ซ่อมแซมพนังบิ๊กแบ็ค (Big Bag) เดิมที่ชำรุด ซึ่ง นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียง ราย ได้ขอรับการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกรกลจากกองทัพภาคที่ 3 สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

ซึ่ง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้ประชุมเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์พายุฝนที่อาจเกิดขึ้น และได้มีข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน โดยมอบหมายให้เทศบาลตำบลแม่สาย และเทศบาลตำบลเวียงพางคำ เป็นหน่วยรับผิดชอบ งบประมาณในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าขนย้ายเครื่องจักรกล เบี้ยเลี้ยงกำลังพลผู้ปฏิบัติงานและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการซ่อมแซมพนักกั้นน้ำชั่ว คราวกึ่งถาวร ทั้งนี้ หากงบประมาณปกติไม่เพียงพอให้พิจารณาใช้จ่ายจากงบประมาณงบกลางหรืองประมาณเงินสะสมของหน่วยงาน พร้อมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลและเครื่องจักรกลจากกองทัพภาคที่ 3


นที มีเดช รายงาน