ผบ.ทบ.ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารปี 2569 ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์นำร่อง ยกระดับความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกประชาชน

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารปี 2569 ชูระบบอิเล็กทรอนิกส์นำร่อง ยกระดับความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกประชาชน

วันนี้ (7 เมษายน 2569) เวลา 10.45 น. ณ เวสต์ฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 โดยมี พันเอก ชัชวาล อังวณิชย์สกุล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 14 ในฐานะประธานกรรมการตรวจเลือกฯ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ อาทิ พลเอก อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา, พลโท ธนิศร์ ยูสานนท์ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก และ พลโท นฤดล สุขมา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ให้การต้อนรับ โดยหน่วยตรวจเลือกแห่งนี้ มีชายไทยเข้ารายงานตัวกว่า 300 คน ซึ่งมียอดความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 34 คน และในเบื้องต้นมีผู้สมัครใจเข้ารับราชการแล้ว 11 คน

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้รับชมการสาธิตและทดสอบการใช้งานระบบการตรวจเลือกรูปแบบใหม่ (New Recruiting Procedure: NPR) ซึ่งเป็นการนำระบบยืนยันตัวตนและบันทึกข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้นำร่อง เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาในขั้นตอนต่าง ๆ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ในการพิจารณาแนวทางจัดพื้นที่สำหรับสำรวจขนาดเครื่องแต่งกายให้มีมาตรฐานเป็นรูปแบบเดียวกัน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยในกระบวนการตรวจเลือก

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกยังได้พบปะพูดคุยและให้กำลังใจแก่ชายไทยรวมถึงญาติที่มาคอยสนับสนุนอย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำความเชื่อมั่นว่า กองทัพบกมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลกำลังพลทุกนายเสมือนสมาชิกในครอบครัวตามมาตรฐานเดียวกัน

ซึ่งในห้วงต่อไปกองทัพบกจะจัดกิจกรรม Open House เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยฝึก สัมผัสสภาพความเป็นอยู่ และโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงได้เห็นพัฒนาการทางร่างกายและบุคลิกภาพของบุตรหลานหลังเข้าประจำการ

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 มีกำหนดดำเนินการในระหว่างวันที่ 1–12 เมษายน 2569 (ยกเว้นวันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรี) จึงขอเชิญชวนชายไทยที่ได้รับหมายเรียก (สด.35) เข้ารับการตรวจเลือกตามวันและเวลาที่กำหนด เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบของชายไทยในการรับใช้ชาติสืบไป


นที มีเดช รายงาน

รอง ผอ.รมน.ฝ่ายทหาร จัดชุดปฏิบัติการช่วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดับไฟพร้อมทำแนวกันไฟป้องกันการเกิดเหตุที่รุนแรง

รอง ผอ.รมน.ฝ่ายทหาร จัดชุดปฏิบัติการช่วยเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ดับไฟพร้อมทำแนวกันไฟป้องกันการเกิดเหตุที่รุนแรง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 พันเอก วรา อุตรพงศ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (ฝ่ายทหาร) เปิดเผยว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ได้บูรณาการทำงานร่วมกับส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดกำลังทหารช่วยดับไฟในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมสนับสนุนปฏิบัติการลาดตระเวนป้องกันไฟป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยตลอดทั้งวันชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าหน้าดอยจากกรมทหารพราน ที่ 36 จำนวน 2 ชุดปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติช่างเคี่ยน หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 7 และ อุทยานแห่งชาติแม่เหี่ยะ หน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 4 ลงพื้นที่ลาดตระเวนจรยุทธ์ ป้องปราม และดับไฟป่า จากจุดเริ่มต้น ต.แม่เหี่ยะ อ.เมืองเชียงใหม่ ถึง ห้วยแม่นาทราย ต.บ้านโป่ง อ.หางดง เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุย ด้านอำเภอหางดง

ขณะที่ชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าจากกองพันมณทลทหารบกที่ 33 (พัน.มทบ.33) ร่วมกับ – เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ปุย ที่ 2 (น้ำตกศรีสังวาลย์) และ เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ (แม่เหียะ) ได้ร่วมกันเข้าทำแนวกันไฟและดับไฟป่าที่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บริเวณป่าแม่นาไทร หมู่ ที่ 10 ต.บ้านปง อ.หางดง จนดับสนิท

นอกจากนี้ชุดปฏิบัติการป้องกันไฟป่าหน้าดอยสุเทพ – ปุย จากกรมทหารพรานที่ 36 ยังจัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนจรยุทธ์ตามเส้นทางบ้านห้วยตึงเฒ่า ถึง บ้านป่าแหว่ง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ด้านอำเภอแม่ริม เพื่อป้องปรามการลักลอบเผาป่าด้านอำเภอแม่ริม เนื่องจากมีพื้นที่เขาสูงชันหากเกิดไฟป่าอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่

ทั้งนี้ได้กำชับกำลังทุกชุดปฏิบัติการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบ ผู้ที่เข้าป่าเพื่อหาของป่า พร้อมช่วยในการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เรื่องการไม่เผาป่าให้กับชาวบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย


นที มีเดช รายงาน

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา พร้อม จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันจักรี

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา พร้อม จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันจักรี)

กองร้อยฝึกรบพิเศษ 3 ค่ายฝึกการรบพิเศษประตูผา จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน และ จิตอาสา 904 “หลักสูตรพื้นฐาน” (ภาค 3) รุ่นที่ 6/69 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนา เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ (วันจักรี) ณ บริเวณลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จว.ลำปาง โดยมี นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษา ผู้นำชุมชน และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ กำลังพลจิตอาสาของหน่วยได้ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย อันเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ โดยผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

จิตอาสา904 #จิตอาสาพัฒนา #ทำความดีด้วยหัวใจ #วันจักรี #เราทำความดีด้วยหัวใจ


นที มีเดช รายงาน

กอ.รมน.เชียงราย ร่วม มทบ.37 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อคุมเข้มราคา–สต๊อก หลังวิกฤตตะวันออกกลาง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 37 และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบริเวณสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดเชียงราย เพื่อคุมเข้มราคา–สต๊อก หลังวิกฤตตะวันออกกลาง

การลงพื้นที่ครั้งนี้นำโดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสรรพสามิตร จังหวัดเชียงราย, ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 37, ผู้แทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่, ผู้แทนพาณิชย์จังหวัด ชร., ผู้แทนสืบสวนภูธร ภาค 5 และผู้แทนสำนักพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ร่วมบูรณาการ ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการจัดเก็บบริเวณคลังสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงคอสโม ยอดเหนือปิโตรเลียม จำกัด เพื่อติดตามกำกับดูแลระดับการจัดเก็บน้ำมันสำรองคลัง /คุณภาพของน้ำมันในคลัง /ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากการสู้รบในตะวันออกกลาง

จากการตรวจสอบพบว่าสถานีบริการมีการแสดงราคาน้ำมันอย่างชัดเจน ทั้งป้ายหน้าและหัวจ่ายตรงกัน โปร่งใส ตรวจสอบได้ ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด ประชาชนยังคงเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก แต่สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอ รองรับความต้องการในพื้นที่ ไม่พบการกักตุนสินค้า โดยสถานีเปิดเผยข้อมูลสต๊อกน้ำมันอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน ห้ามกักตุนสินค้า ห้ามปฏิเสธการจำหน่าย และห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ผลการตรวจสอบโดยรวมพบว่า ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ณ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง คอสโม ยอดเหนือปิโตรเลียม จำกัด ต.ท่าสุด อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร.


นที มีเดช รายงาน

รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 จังหวัดเชียงราย

รอง ผบ.มทบ.37 ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 จังหวัดเชียงราย

พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รอง ผบ.มทบ.37 พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินฯ ประจำปี 2569 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่ง ใส และยุติธรรม สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและชายไทยผู้เข้ารับการตรวจเลือก โดยมี พ.ท. เลิศวิทย์ ตีณรงค์ ผบ.นฝ.นศท.มทบ.38/ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ ณ หอประชุมอำเภอเมืองเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร. และ พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รอง ผบ. มทบ. 37 พร้อมคณะ ได้ตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การตรวจเลือกทหารกองเกินฯ ประจำปี 2569 โดยมี พ.อ. วีระชาติ โชติวรอานนท์ ผบ.พัน.ซบร.23 บชร.3/ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ ณ หอประชุมอำเภอพาน อ.พาน จว.ช.ร.

การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าประจำการ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน 2569 (ยกเว้นวันที่ 6 เม.ย.) ทั่วประเทศ เน้นความโปร่งใส ยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมีผู้บังคับบัญชาแต่ละพื้นที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกอย่างต่อ
นโยบายหลัก: เน้นความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรวจสอบได้ และเชิญชวนสมัครใจเป็นทหารสร้างโอกาสต่อยอดเป็นทหารอาชีพ

สำหรับจังหวัดเชียงรายบรรยากาศทั้ง 2 พื้นที่ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีความเป็นระเบียบ โปร่งใส และสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปฏิบัติภารกิจสำคัญของชาติ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของชายไทยในการก้าวสู่การรับใช้ชาติด้วยความภาคภูมิใจ


เริ่มแล้วสงกรานต์เมืองละโว้ประชาชนร่วมทำบุญ สรงน้ำขอพรเจ้าพ่อพระกาฬ

จังหวัดลพบุรี – เริ่มแล้ว สงกรานต์เมืองลิง ทำบุญใหญ่ อัญเชิญรูปหล่อ องค์เจ้าพ่อพระกาฬ ลงมาให้ประชา ชนสรงน้ำขอพร พร้อมทำบุญจัดตั้งโรงทาน ตลอดเทศกาลสงกรานต์ และ ปีใหม่ไทย

ที่ศาลพระกาฬ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองลพบุรี นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้บริหารงานศาลพระกาฬ ได้ร่วมกันทำบุญใหญ่ เพื่อบวงสรวงและอัญเชิญรูปหล่อ องค์เจ้าพ่อพระกาฬ ลงมาประดิษฐานด้านล่าง บริเวณทางขี้น ศาลพระกาฬ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสรงน้ำ ขอพร จากองค์เจ้าพ่อพระกาฬ และปิดทอง องค์เจ้าพ่อพระกาฬ เทวรูปเก่าแก่องค์จริง บริเวณด้านบน ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ของชาวจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย โดยมีประชาชน เดินทางมากราบไหว้ สรงน้ำ ขอพร พร้อมทั้งนำผลไม้ อาหารคราวหวาน ไข่ต้ม หัวหมู น้ำแดงมาเซ่นไหว้ ตามความเชื่อ เพื่อความเป็นสิริมงคล ให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยในพิธียังจัดให้มีการรำถวาย ต่อองค์พ่อพระกาฬ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวและต่างชาติที่เดินทางมาสักการะขอพรต่อองค์เจ้าพ่อพระกาฬเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบุญใหญ่ประจำปี มาร่วมจัดตั้งโรงทานนำอาหาร คาวหวาน อาทิ ขนมจีนน้ำยา ข้าวพะโล้ขาหมู ไข่ต้ม เย็นตาโฟ สุกี้แห้ง น้ำแข็งไส และน้ำดื่ม จำนวนมาก มาแจกฟรี ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ นี้ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2569 นี้ อีกด้วย

สำหรับ ศาลพระกาฬ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลเทพารักษ์ขนาดย่อมก่ออิฐ มีลักษณะสถาปัตยกรรมพระราชนิยม ทรงตึกเป็นแบบฝรั่ง หรือเปอร์เซีย ผสมผสานกับไทย บนฐานศิลาแลงเดิม ตัวศาลเป็นอาคารชั้นเดียวหลบแดดขนาดสามห้อง ภายในบรรจุทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ กับเทวรูปสีดำองค์หนึ่ง ถือกันว่าเป็นศาลประจำเมือง

ส่วนเจ้าพ่อพระกาฬ ถือ เป็นเทวรูป รุ่นเก่าแก่ ซึ่งอาจเป็นพระวิษณุ หรือพระโพธิสัตว์ ศิลปะลพบุรี เดิมมีสีดำ ไม่มีเศียร ไม่มีพระกรทั้งหมด ต่อมาภายหลังได้มีผู้ศรัทธาจัดหาเศียรพระศิลาทรายศิลปะสมัยอยุธยา ส่วนพระกรนั้นหามาต่อได้เพียงสองข้าง ปัจจุบันไม่เหลือเค้าเดิมที่มีสีดำแล้ว เพราะถูกปิดทองดูเหลืองอร่าม และถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เลื่อมใส่ศรัทธา ของประชาชนทั่วไปมาช้านาน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

นายอำเภอวังโป่ง ลุยเข้ม ! เรียกประชุม อบต.ท้ายดง กวาดล้างยาเสพติด ตรวจปัสสาวะ 83 ราย ไม่พบสารเสพติด

นายอำเภอวังโป่ง ลุยเข้ม! เรียกประชุม อบต.ท้ายดง กวาดล้างยาเสพติด ตรวจปัสสาวะ 83 ราย ไม่พบสารเสพติด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 เมษายน 2569 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ นายทศพร เกตุทอง นายอำเภอวังโป่ง ลงพื้นที่เข้าร่วมประชุมกับคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลท้ายดง เพื่อมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาล เน้นย้ำการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยนายอำเภอวังโป่งได้กำชับทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน เดินหน้าสร้าง “หมู่บ้านชุมชนสีขาว” ให้ปลอดจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงลงมือปฏิบัติทันที

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ร้อย อส.อำเภอวังโป่งที่ 11 ดำเนินการตรวจปัสสาวะข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างของ อบต.ท้ายดง รวมจำนวน 83 ราย เพื่อคัดกรองสารเสพติดในหน่วยงานภาครัฐ ผลการตรวจปรากฏว่า ไม่พบสารเสพติดในบุคลากรทั้ง 83 ราย สร้างความเชื่อมั่นต่อภาพลักษณ์องค์กร และเป็นต้นแบบหน่วยงานภาครัฐสีขาว ปลอดยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม

ก็ตาม ทางอำเภอวังโป่งจะยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ควบคู่กับการดูแลปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในระยะยาว


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นประธานประดับยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้ข้าราชการตำรวจ 119 นาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เป็นประธานประดับยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้ข้าราชการตำรวจ 119 นาย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ

นครราชสีมา — เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยภริยา เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศ “ร้อยตำรวจตรี” ให้แก่ข้าราชการตำรวจที่สำเร็จการฝึกอบรม จำนวน 119 นาย

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ประจำปี พ.ศ.2569 โดยมีผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจ และครอบครัวของผู้เข้ารับการประดับยศเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียง

ทั้งนี้การฝึกอบรมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติภารกิจในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงการให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการประดับยศในครั้งนี้ ถือเป็นการเลื่อนตำแหน่งเข้าสู่ชั้นสัญญาบัตร โดยมียศ ร้อยตำรวจตรี และเข้ารับตำแหน่งในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนคร ราชสีมา จำนวนทั้งสิ้น 119 นาย เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์ พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 69 เวลา 07.30 น. พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 ร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์พระเดชพระคุณท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรักเคารพบูชาในองค์หลวงปู่ ผู้งดงามในวัตรปฏิบัติเปี่ยมด้วยคุณธรรมองค์สำคัญของจังหวัดอุดรธานี โดยมีพลตรี ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบปที่ 24 พร้อมกำลังพลและประชาชนผู้มีศรัทธาเข้าร่วมพิธีมุทิตาคารวะ เจริญธาตุขันธ์ แสดงความรัก ความเคารพบูชา และความกตัญญูกตเวทีต่อพระเถรานุเถระผู้ทรงคุณธรรม ณ วัดป่าหนองแซง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี

หลวงปู่เสน ปัญญาธโร นามเดิมท่านชื่อ ประเสน ชัยพันธุ์ ต่อมาบิดาของหลวงปู่ได้เป็นทหารจึงเปลี่ยน นามสกุลเป็น จงประสม ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ.2477 ถิ่นกำเนิด ณ บ้านหนองอ้อใหญ่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

“หลวงปู่เสน ปัญญาธโร” เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านิโครธาราม (วัดป่าหนองแซง) พระเถระผู้ปฏิบัติดีตามแบบปฏิปทาตามบูรพาจารย์กัมมัฏฐานสายพระป่า “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” ท่านเป็นพระเกจิวิปัสสนากรรมฐาน เป็นวัดป่าที่เงียบสงบ มุ่งเน้นการปฏิบัติธรรมตามแนวทางวิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่มั่น ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดข้อวัตรปฏิบัติจากหลวงปู่บัว สิริปุณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าหนองแซง และเป็นศูนย์รวมจิตใจพุทธบริษัท และสานุศิษย์พร้อมทั้งชาวบ้าน ในเขตอำเภอหนองวัวซอและใกล้เคียงให้ความเคารพศรัทธาอย่างมาก


พรพิพัฒน์ รายงาน

ตม.สงขลา สกัดจับรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 2 คัน คาด่านตรวจ

สงขลา – ตม.สงขลา สกัดจับรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 2 คันคาด่านตรวจทางหลวงใช้ผ้าใบคลุมมิดชิดมาในกระบะท้ายรถจำนวน 21 คน มีคนไทยและคนพม่าเป็นคนขับ รับสารภาพหมดเปลือกใครจ้างใครมารับทำมาแล้ว5 ครั้งเร่งขยายผลจับกุมขบวนการค้าแรงงานเถื่อนกลุ่มนี้

เมื่อเวลา 21.15 น. เมื่อคืนนี้ (6เม.ย.69) ชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.บก.ตม.6 พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมลออ ผกก.ตม.จว.สงขลา ร่วมกับตำรวจทางหลวงตำรวจสภ.รัตภูมิ และชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว สกัดจัดรถกระบะขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาจำนวน 2 คัน คาหน่วยบริการตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ถนนเพชร เกษม ต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ขณะลักลอบขนแรงงานเถื่อนอัดแน่นมาเต็มท้ายรถกระบะทั้งสองคันจำนวน 21 คนเป็นผู้ชายทั้งหมด

โดยขนมากับรถยนต์กระบะฟอร์ด สีดำ ทะเบียน กน 9392 ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 11 คน ใช้ผ้าใบและตาข่ายคลุมมาบนกระบะท้ายรถและนอนหมอบกับพื้นกระบะเพื่อพรางตัว มีนายทินกร พรมดี อายุ 45 ปี เป็นคนขับ อีกคัน เป็นรถกระบะโตโยต้ารีโว่ สีเทาดำ ทะเบียน ขท. 9798 สุราษฎร์ธานี ขนมา 10 คนในสภาพเดียวกันคือใช้ผ้าใบคลุมอำพรางท้ายรถกระบะ คันนี้มีนายจอตูยะ อายุ44 ปี ชาวเมียนมาเป็นคนขับ

การจับกุมขบวนการขนแรงงานเถื่อนครั้งนี้ทางชุดสืบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา สืบทราบว่าจะมีการขนแรงานเถื่อนชาวเมียนมาชุดใหญ่โดยใช้รถกระบะ2คัน รับแรงงานเถื่อนมาจากพื้นที่ อ.ปะทิว จ.ชุมพร มาส่งในพื้นที่อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และจะมีการรับช่วงต่อพาไปส่งลักลอบข้ามแดนเข้าไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย ทันทีที่รถกระบะทั้งสองคันวิ่งมาบนถนนเพชรเกษมเข้าสู่พื้นที่อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนติดตามและตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน่วยบริการตำรวจทางหลวงรัตภูมิ ถนนสายเอเชีย และสกัดจัดรถกระบะทั้งสองคันเอาไว้ได้คาจุดตรวจ

และจากการสอบสวน นายทินกร และนายจอตูยะ คนขับรถกระบะทั้งสองคันให้การซัดทอดไปยังคนว่าจ้างและคนที่มารับช่วงต่อขนเข้ามาเลเซียหมดเปลือกว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง
โดยนายทินกร ได้รับค่าจ้างครั้งละ 7,500 บาทขนมาแล้ว 5 ครั้ง ส่วนนายจอตูยะ ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท และขนมาแล้ว5 ครั้งและเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมา 30 ปี แล้ว ส่วนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาทั้ง 21 คนบอกว่า ลักลอบข้ามแดนเข้ามาทางชายแดนจ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา จ่ายค่าเดินทางให้นายหน้าคนละ 7 ล้านจ๊าดหรือประมาณ 9 หมื่นบาท
โดยหลังจากนี้ทางชุดสืบสวนตม.สงขลา จะเร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ที่ร่วมขบวนการทั้ง หมด และควบคุมตัวผู้ต้องหาชุดนี้ทั้ง23คนส่งสภ.รัตภูมิ ดำเนินคดี


ภาพ/ข่าว อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา