พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ ภ.1 เรียกประชุมงานสืบสวน ศปก.ภ.จว.ชัยนาท

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ ภ.1
ได้เรียกประชุมงานสืบสวนโดยให้สว.สส.กก.สส.ภ.จว.ชัยนาท และสว.สส.สภ.เมืองชัยนาท
มาร่วมประชุมที่ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.ชัยนาท โดยมี พ.ต.อ.ชูชาติ โสภา รอง ผบก.ภ.จว. ชัยนาท รับผิดชอบงานสืบสวนร่วมประชุมในส่วน สว.สืบสวน สภ.อื่นในสังกัดภ.จว.ชัยนาทให้ร่วมประชุม ณ ที่ตั้งโดยผ่านระบบ Confernce

โดยมีข้อสั่งการดังนี้

  1. คดียาเสพติดให้มีการดำเนินการขยายผลถึงผู้กระทำแหล่งที่มาของยาตลอดจนให้มีการดำเนินคดีข้อหาสนับสนุนช่วยเหลือหรือสมคบตลอดจนคดีฟอกเงินด้วยและให้ตรวจยึดทรัพย์สินผู้กระทำผิดด้วย
  2. ให้สว.สส.แต่ละ สภ.เร่งรัดดำเนินเกี่ยวกับคดี 1 สว.2 คดีสมคบ
  3. เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาต้องบันทึกข้อมูลบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
  4. หมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับคดียาเสพติดให้เร่งรัดดำเนินการ
  5. ครูสอนความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด(ครูแดร์)ให้เข้าสอนตามกำหนดเป็นรายเดือนๆไป
  6. โครงการชุมชนตำบลยั่งยืนให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างจริงจัง
  7. ครูประสานโรงเรียนให้ดำเนินตามกำหนดและส่งรายงานการประชุมตามเวลา
  8. ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้นขอให้อย่าเรียกรับผลประโยชน์หรือกระทำการที่ผิดกฎหหมายนำความเสื่อมเสียมาส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

📌ภ.จว.ชัยนาท


ผวาทั้งหอพัก ! ตม.สมุทรสาคร รวบเมียนมาพกปืนโชว์กร่าง ข่มขู่แรงงานต่างด้าว

ผวาทั้งหอพัก! ตม.สมุทรสาคร รวบเมียนมาพกปืนโชว์กร่าง ข่มขู่แรงงานต่างด้าว

พล.ต.ท.ภานุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร จับกุม เมียนมา ครอบครองอาวุธปืน ใช้อาวุธปืนข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวในหอพักคนงานต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สมุทรสาคร ได้รับการร้องเรียนจากผู้ดูแลหอพักแรงงานต่างด้าว ว่ามีสองผัวเมียพม่าที่เช่าห้องอยู่ในหอพัก มีพฤติกรรมก้าวร้าวชอบนำอาวุธปืนมาข่มขู่ โชว์กร่างในหอพักเป็นประ จำ สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนและแรงงานที่พักอาศัย

วันที่ 5 เม.ย.69 เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังชุดสืบสวน เข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าวพบ MISS.SAN SAN KHAING อายุ 42 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมด้วยของกลาง 1.ปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก, 2.แม็กกาซีน 2 อัน, 3.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .380
4.ชุดทำความสะอาดปืน จำนวน 1 ชุด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนใว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย“ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายป้องกันและปราบปรามคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองและกระทำผิดกฎหมาย โดยให้ สตม. วางมาตรการเชิงรุก สกัดกั้น ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าว รวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนและชาวต่างชาติในประเทศไทย


พล.ต.ต.ภูมินทร์ฯ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นประ ธานเปิดโครงการฝึกอบรมสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบสากล SOS

วันนี้ (9 เม.ย.69) เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เป็นประ ธานเปิดโครงการฝึกอบรมสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบสากล SOS, การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) ของตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ประ จำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี คุณวรรณวิภา สิงหสุต ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ, พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผกก.สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ, คณะวิทยากร, เจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานจราจร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม (รุ่นที่ 1 จำนวน 152 นาย), คณะแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยว ข้อง เข้าร่วมฯ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู สำนักงานบางพลี จว.สมุทรปราการ

#ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ


พล.ต.ต.ภัคพงศ์ฯ ผบก.อก.ภ.1 เป็นวิทยากรบรรยายในพิธีประดับยศของข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จการฝึกอบรม ข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน

วันที่ 8 เม.ย.69 เวลา 08.30 น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ได้รับการเรียนเชิญ จาก พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง ให้เป็นวิทยากรบรรยายในพิธีประดับยศของข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จการฝึกอบรม ข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ยศ ด.ต. อายุ ๕๓ ปี เพื่อเลื่อนตำแหน่งสัญญาบัตรในหัวข้อ “การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในภาวะการถูกจับจ้องของสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน” ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.อ่างทอง ผลการดำเนินการเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจในการบรรยายดังกล่าว และจะนำความรู้ที่ได้จากการบรรยายไปปรับใช้กับการทำงานในหน้าที่ของตนเองต่อไป

“กองทัพภาคที่ 2” สืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2569

“กองทัพภาคที่ 2” สืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2569

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มณฑิชา รักศิลป์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีสืบสานวัฒนธรรมประเพณี เนื่องในวันสงกรานต์ ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าอาคารพุทธศาสนสถาน กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา

โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่, ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 และสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยกำลังพลกองทัพภาคที่ 2 ร่วมพิธี ประกอบด้วย การร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ สรงน้ำพระพุทธรูป และพิธีรดน้ำและขอพรจาก แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องศรีพัชริทร สโมสรร่วมเริงไชย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในปีใหม่ไทย

#กองทัพภาคที่2 #ปีใหม่ไทย #สงกรานต์2569


พรพิพัฒน์ รายงาน

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ จ.ระนอง ติดตามความสัมพันธ์และความมั่นคงแนวชายแดนภาคตะวันตก

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์และความมั่นคงตามแนวชายแดนภาคตะวันตก ปัญหาแรงงานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด รวมทั้งปัญหาความมั่นคงแบบองค์รวม ณ ศาลากลางจังหวัดระนอง จังหวัดระนอง

วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 10.00 – 13.00 นาฬิกา นำโดยนายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยอนุกรรมาธิ การและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ติดตามงานเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความมั่นคงตามแนวชายแดนภาคตะวันตก ปัญหาแรง งานต่างด้าว การหลบหนีเข้าเมือง ยาเสพติด รวมทั้งปัญหาความมั่นคงแบบองค์รวม

ในการนี้ นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง, นายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง, นายปกาสิต พระประสิทธิ์ ปลัดจังหวัดระนอง, ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดภูธร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดระนอง, หัวหน้าสำนักงานจังหวัดระนอง, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25, ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย – พม่า, ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25, ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง, จัดหางานจังหวัดระนอง ได้ให้การต้อนรับนายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง และคณะเดินทาง

ต่อจากนั้น นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง และคณะเดินทาง รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถาน การณ์การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง การเฝ้าตรวจและการป้องกันตามแนวชายแดน สถิติการจับกุมการสกัดกั้นการหลบหนีเข้าเมืองประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวนแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องภายในจังหวัดระนอง ผลการดำเนินงานศูนย์ร่วมบริการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว สถานภาพผู้ต้องกักที่อยู่ในความควบคุมของ ตม.จังหวัดระนอง สถิติการผลักดันและส่งกลับแรงงานต่างด้าว รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องในการดำเนินงานจอง ตม. จังหวัดระนอง สถิติการจับกุมคดียาเสพติดในพื้นที่จังหวัดระนอง รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแบบองค์รวมภายในจังหวัดระนอง

นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้มแข็งของหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดระนองในการรักษาความสงบในพื้นที่ที่ปลอดภัยของจังหวัดชายแดนภาคใต้และทำให้การพัฒนาด้านต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนได้ให้ข้อสังเกตในการขับเคลื่อนงานความมั่นคงในจังหวัดระนองให้บูรณาการ ประสานและสอดคล้องกันของทุกระดับและทุกฝ่ายเพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระนองด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับทราบหรือจากการแลกเปลี่ยนความเห็นมาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมต่อไป


มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 บรรยากาศคึกคัก

ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา บรรยากาศคึกคัก “คนกีฬา” ร่วมเสวนา “การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน” ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ยืนหนึ่งนั่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาอีกวาระ “คนกีฬาและสื่อมวลชนกีฬาร่วมแสดงความยินดี”

วันที่ 9 เม.ย.2569 ที่ ห้องอาร์มทอง สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต : มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังการทำหน้าที่ของ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ และกรรมการบริหารชุดเดิมครบวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา จัดเสวนาในหัวข้อ “การพัฒนาระบบกีฬาของชาติอย่างยั่งยืน : บทบาทรัฐ องค์กรกีฬา ภาคเอกชน และสื่อมวลชน” โดยมีบุคลากรกีฬาที่เปี่ยมคุณวุฒิและองค์ความรู้เข้าร่วมสัมนา ประกอบไปด้วย ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา (ผู้แทนภาครัฐ),ดร.เลอภพ โสรัตน์ (ผู้แทนองค์กรสื่อมวลชน),ร้อยโท ดร.ธนพจน เอกโยคยะ (ผู้แทนฝ่าย กฏหมาย),พันจ่าอากาศเอก นัฐพงค์ เกศาพันธ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย (ผู้แทนองค์กรกีฬา) โดยใช้เวลาเสวนานำเสนอมุมมองด้านต่างๆอย่างครบถ้วน ก่อนที่ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา มอบของที่ระลึกให้กับองค์ปาฐกถาทุกท่าน

หลังจบการเสวนาเข้าสู่บรรยากาศการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา โดยมีวาระสำคัญเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย

  1. พลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  2. ดร.สุนทร ผจญ รองประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  3. นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง
  4. นายวันกล้า ขวัญแก้ว นายกสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาออนไลน์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง
  5. ดร.สโรชินี สุขตระกูล เลขาธิการสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก เลขานุการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง

จากนั้นคณะกรรมการเลือกตั้งนับองค์ประชุมก่อนเข้าสู่วาระการเลือกตั้ง ซึ่งที่ประชุมเสนอชื่อประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาชื่อเดียว คือ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ โดยมีสมาชิกยกมือรับรองเอกฉันท์ และคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่านให้การรับรอง ทำให้ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนนาการกีฬาเป็นสมัยที่ 2 โดยมีหมุดหมายสำคัญในการประสานกับภาคเอกชนในการจัดหางานรองรับให้นักกีฬาทีมชาติไทย เพื่อเป็นสวัสดิการที่มั่นคงให้นักกีฬาทีมชาติและนักกีฬาคนพิการทีมชาติ และยังต้องประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬาเพื่อช่วยเติมเต็มให้กับวงการกีฬาไทย สมกับสโลแกนของมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬาว่า “อยู่เคียงข้างนักกีฬาไทย ทั้งในสนามและนอกสนาม” จากนั้น ดร.จำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา วุฒิสภา และพลเอกชัยวิน ผูกพันธ์ ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี กับ ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ซึ่งได้กล่าวขอบคุณและมอบของที่ระลึกให้กับแขกผู้มีเกียรติตลอดจนคณะกรรมการเลือกตั้งทั้ง 5 ท่าน

หลังผลการเลือกตั้ง ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นั่งเก้าอี้ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา เป็นวาระที่ 2 ก็จะต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในตำแหน่งต่างๆ ก่อนเดินหน้าทำงานในนาม”มูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา” ต่อทันที


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.น. เปิดโครงการเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประชาสัมพันธ์จุดบริการประชาชน 4 จุด ได้แก่ จุดพักใจ จุดพักเสียง ตรวจสภาพรถ จุดตรวจรถขนส่งสาธารณะ

ผบช.น. เปิดโครงการเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประชาสัมพันธ์จุดบริการประชาชน 4 จุด ได้แก่ จุดพักใจ จุดพักเสียง ตรวจสภาพรถ จุดตรวจรถขนส่งสาธารณะ

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณอาคารประสานราชกิจ กองบังคับ การตำรวจจราจร : พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้เดินทางมาเป็นประธาน พิธีเปิดโครงการเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมี พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล,พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร,พ.ต.อ.ณัทศิต สัณห์ปภพ ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร เข้าร่วม ณ อาคารประสารราชกิจ กองบังคับการตำรวจจราจร

ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งการให้กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร ดำเนินการจัดโครงการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเน้นการตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะและผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน

สำหรับโครงการดังกล่าว ได้จัดจุดให้บริการประชาชนรวม 4 จุดสำคัญ ได้แก่

  • “จุดพักใจ” ให้บริการผู้ขับขี่ที่มีอาการอ่อนล้าหรือเมื่อยล้า สามารถแวะพักผ่อน พร้อมทั้งแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
  • “จุดพักเสียง” เป็นจุดตรวจวัดระดับเสียง เพื่อป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะและการกระทำความผิดอื่น ๆ โดยกำหนดจุดตรวจหลัก 5 เส้นทาง ได้แก่ ถนนสรงประภา ถนนลาดพร้าว ถนนวิภาวดี ถนนประดิษฐ์มนูธรรม และถนนบรมราชชนนี
  • “จุดตรวจสภาพรถ” ให้บริการตรวจเช็คความพร้อมของยานพาหนะ อาทิ เครื่องยนต์ ระบบเบรก พร้อมบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • “จุดตรวจรถขนส่งสาธารณะ” ให้บริการตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยวต่างจังหวัด และร่วมกิจกรรมตามจุดจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดช่วงเทศกาล

ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ทุ่มเท และดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยสูงสุด พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด งดดื่มแล้วขับ และตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะก่อนออกเดินทาง\


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ผบช.ภ.1 ปล่อยแถวช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ณ บก.ภ.จ.สระบุรี “ปฏิบัติการเมืองเพรียวสยบศาสตรา”

ผบช.ภ.1 ปล่อยแถวช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ณ บก.ภ.จ.สระบุรี “ปฏิบัติการเมืองเพรียวสยบศาสตรา”

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2569 เวลา 06.00 น. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ประธานพิธีปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรมรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี “ปฏิบัติการเมืองเพรียวสยบศาสตรา” โดยมี พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จ.สระบุรี,เจ้าหน้าที่ตำรวจ,ทหาร,สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี,สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1,ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จำนวนทั้งสิ้น 269 นาย รถยนต์ 46 คัน ร่วมพิธีฯ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดสระบุรี

ในเวลาเดียวกันนี้ ภูธรจังหวัด ในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีพิธีปล่อยแถวฯ พร้อมกันทุก ภูธรจังหวัด โดยมี รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธาน มีเป้าหมายในการระดม ได้แก่ การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด การติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับ

สรุปผลการจับกุมทั้งสิ้น 239 คดี ผู้ต้องหา 237 คน พร้อมด้วยของกลาง

  • อาวุธปืนทั้งหมด 56 กระบอก
  • เครื่องกระสุนปืน 514 นัด
  • ยาบ้า 7787.5 เม็ด
  • ยาอี 41.8 เม็ด
  • ไอซ์ 21.98 กรัม
  • ยาเคตามีน 2.93 กรัม

#ตำรวจภูธรภาค1 #ปล่อยแถว #ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม #รักษาความสงบเรียบร้อย #การบังคับใช้กฎหมาย #อำนวยความสะดวกด้านการจราจร #ช่วงเทศกาลสงกรานต์


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

ภาคเกษตรไทย ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593

ภาคเกษตรไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถาน การณ์ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน โดยในปี 2566 ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.02 ของประเทศ หรือประมาณ 73.16 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยมีแหล่งกำเนิดหลักจากก๊าซมีเทนในนาข้าวร้อยละ 47.57 และการหมัก ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ร้อยละ 25.81 ซึ่ง (สศก.) ในฐานะหน่วยงานนำเชิงยุทธศาสตร์ได้เร่งวางรากฐาน การบริหารจัดการเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

(สศก.) ได้รับภารกิจเป็นหน่วยงานประสานงานกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตร และมุ่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศภาคเกษตร พ.ศ.2566-2570 หรือ Climate Change Action Plan for Agriculture (CCAPA) โดยในปี พ.ศ.2566 สามารถลดได้ 3.40 ล้านตันฯ ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามแผน CCAPA ที่ตั้งไว้ 1 ล้านตันต่อปีเรียบร้อยแล้ว พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC (Nationally Determined Contributions) ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญา ของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปัจจุบันกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย NDC 2.0 ที่ 4.1 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ.2573 ภายใต้การดำเนินการเองในประเทศ (Unconditional target) และเตรียม ความพร้อมสู่เป้าหมาย NDC 3.0 ที่สูงถึง 7.6 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ.2578

นายพีรพันธ์ฯ กล่าวว่า (สศก.) มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพัฒนายกระดับสู่การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการเผา วัสดุเหลือใช้ ลดการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออก ไซด์ ก๊าซมีเทน และ ใช้ประโยชน์พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคการเกษตรไทย ควบคู่การจัดให้มีระบบฐานข้อมูลเกษตรกร (Digital Farm Records) ระบบการ ตรวจวัดและประเมินปริมาณการปล่อย การลดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตามหลักมาตรฐานสากลด้วยระบบ การตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Digital MRV) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูล แบบดิจิทัลที่รวบรวม ข้อมูลจากการตรวจวัดในระดับพื้นที่ (Monitoring) การจัดทำ รายงานผลการลดก๊าซฯ (Reporting) และการเชื่อมโยง กับระบบทวนสอบ (Verification) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ ตลาดคาร์บอนเครดิตสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริม จากคาร์บอนเครดิต ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและสินทรัพย์ (ROI & ROA) ให้แก่เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์ที่การทำระบบก๊าซชีวภาพ สามารถเปลี่ยน ของเสีย เป็นพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนฟาร์ม ได้อย่างมีนัยสำคัญ และภาคการทำนาข้าวที่ส่งเสริมการจัดการน้ำ แบบเปียกสลับแห้ง ร่วมกับ การปรับระดับดินด้วยเลเซอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซมีเทน แต่ยังช่วยให้เกษตร กร ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ได้จริง ส่งผลให้เกิดการยอมรับและขยายผลอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ.2593 อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการเกษตร ต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน ไร่นา ที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับการทวนสอบและรับรองความถูกต้อง แม่นยำโดยหน่วยงานกลาง ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้คำปรึกษา และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน และไร่นาให้มีมาตรฐาน สอดคล้องกับระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต อันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม


ข่าว : ส่วนประชาสัมพันธ์
ข้อมูล : สำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน