ผู้ว่าสุพรรณบุรี ติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM2.5

สุพรรณบุรี – ผู้ว่าสุพรรณบุรี เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถาน การณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) พร้อมยกตัวอย่างการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว

ที่จังหวัดสุพรรณบุรี 16 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณ บุรี เป็นประธานการติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยมีนายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, พ.อ. ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี, นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง, นายอำเภอทุกอำเภอ อบจ. อปท. และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพลายแก้ว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

จากการรายงานของหน่วยงาน ทราบว่าขณะนี้แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จุดความร้อน (Hotspot) จำนวน 545 จุด โดยเป็นพื้นที่เกษตร 109 จุด พื้นที่เผาไหม้ สภาพอากาศ การก่อสร้างและการเผาพื้นที่สองข้างทาง ข้อมูลการเผาในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้านการเผาในเขตพื้นที่วัด ด้านการเผาในเขตพื้นที่โรงเรียนประถม และมัธยมศึกษา รวมทั้ง ด้านทรัพยากร และเครื่องจักรกลสาธารณภัย และการสนับสนุนการปฏิบัติ

นอกจากนี้ ยังได้มีการพิจารณาแนวทางการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถาน การณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้ยกตัวอย่าง นายชัยพร พรหมพันธุ์ ปราชญ์เกษตรของแผ่นดินและเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ (ปี 2538) จากอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้นแบบของ “ชาวนาเงินล้าน” ที่ประสบความสำเร็จจากการทำนาแบบไม่เผาตอซังข้าว โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ดังนี้ (1) การไถกลบตอซัง แทนที่จะเผาทิ้งซึ่งเป็นการทำลายหน้าดิน วิธีไถกลบตอซังและฟางข้าวเพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย (2) ใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย มีการผลิตและใช้จุลินทรีย์จากป่าหรือน้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นเพื่อเร่งกระบวนการย่อยสลายตอซังให้เร็วขึ้น ทำ ให้สามารถเตรียมพื้นที่ทำนารอบต่อไปได้ทันโดยไม่ต้องเผา


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ชื่นมื่น ! เทศกาลสงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ สนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ประจวบคีรีขันธ์ – ชื่นมื่น ! เทศกาลสงกรานต์บ้านกรูด 2569 ยิ่งใหญ่ ขบวนแห่นางสงกรานต์ตระการตา การแสดงขบวนนางรำ สืบสานประเพณีทำบุญตักบาตร และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุสนับสนุนโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันที่ 16 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2569 ณ ชายหาดบ้านกรูด แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ เป็นไปอย่างคึกคักและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิดสืบสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ผสมผสานความสนุกสนานและความอบอุ่นในครอบครัว

ไฮไลต์สำคัญของงาน ขบวนแห่นางสงกรานต์สุดอลังการ ซึ่งตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยดอกไม้ และสัญลักษณ์นางสงกรานต์ประจำปี งานฝีมือของพนักงานเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยนางสงกรานต์ในปีนี้มาในชุดไทยประยุกต์ที่สะท้อนถึงความอ่อนช้อยของศิลปะท้องถิ่น โดยเคลื่อนขบวนไปตามถนนเลียบชายหาดบ้านกรูด ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยเถิดเทิง และขบวนนางรำสวยงาม ที่สร้างความสนุกสนานตลอดเส้นทาง

​พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ณ บริเวณศูนย์การท่องเที่ยวชายหาดบ้านกรูด เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและสืบสานประเพณีอันดีงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยคณะบริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำชุมชน พนักงานเทศบาล และนักท่องเที่ยว เข้าร่วมรดน้ำขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นปีใหม่ไทย กิจกรรมความบันเทิงและวัฒนธรรม​ภายในงานยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นเลิศรสของชาวบางสะพาน

โดยนายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด ระบุว่า การจัดงานในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และตอกย้ำให้บ้านกรูดเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสสงกรานต์แบบวิถีไทยดั้งเดิม “สงกรานต์บ้านกรูดปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของความสนุกจากการเล่นน้ำ แต่คือการกลับมาเจอกันของครอบครัวและการรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ของพวกเราให้คงอยู่สืบไป”

โดยคณะผู้จัดงาน ได้เตรียม​มาตรการดูแลความปลอดภัย โดย สมาชิก อปพร.ทต.บ้านกรูด บูรณาการร่วมกับ​เจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.และชรบ. รวมถึงหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ทต. บ้านกรูด ได้สนธิกำลังดูแลความเรียบร้อยรอบบริเวณงาน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยทางถนน และทางน้ำ รวมถึงรณรงค์ “เมาไม่ขับ” เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุขนี้มีแต่รอยยิ้มและความปลอดภัยของทุกคน จึงนับเป็นอีกหนึ่งพิกัดสงกรานต์ที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่เสื่อมคลาย



ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

งานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ชมการแสดงโขนฟรี ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

สุพรรณบุรี – วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จัดงานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ทอดผ้าป่าสามัคคี สมทบทุนการก่อสร้างเมรุเผาศพ มีการแสดงโขน ฟรี ตอน ยกรบ, ถวายลิง, หนุมานชูกล่อง ในงานมีบูธอาหารคาว หวานและเครื่องดื่มมาเลี้ยงฟรี

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีสง กรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนางสาวนนท์พรรณ ซึงเกิดพงษ์ธนัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลรั้วใหญ่ กล่าวรายงาน, มีนางสาวณัฐริกา แก่นพุทธ นางสุจิตรา ขาวประเสริฐ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุพรรณบุรี, ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา, ผศ.ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, นายวีระ ตั้งวุทฒิไกรวิทย์ ประธานหอการค้าจัง หวัดสุพรรณบุรี, นายเชาวลิต ทวีไทย รองประธานหอการค้าจังหวัดสุพรรณบุรี, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำชุมชนและประชาชน ร่วมงานจำนวนมาก

โดยพระครูศรีรัตนวิภูษิต เจ้าคณะตำบลโคกโคเฒ่า เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ร่วมกับคณะกรรมการวัด ศิษย์ยานุศิษย์ นายอาทิตย์ สุริยะพันธุ์พงศ์ (เฮียหนุ่ม) เจ้าของร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ “ศรีประจันต์วัฒนยนต์ สามชุกวัฒนยนต์” และผู้นำชุมชน ร่วมกันจัดงานประเพณีสงกรานต์บูรพาจารย์หลวงปู่โพธิ์ ทอดผ้าป้าสามัคคี ขึ้นเพื่อสมทบทุนการก่อสร้างเมรุหลังใหม่ทดแทนเมรุหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม

ภายในงานมีการแสดง ระบำสุพรรณภูมิ จากวิทยาลัยนาฏศิลป์สุพรรณบุรี /การรำถวาย จากกลุ่มชาติพันธุ์ จำนวน 100 คน ชมการแสดงโขน ตอน ยกรบ, ถวายลิง, หนุมานชูกล่อง และยังมีบูธอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มมาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รับประทานฟรี มีการออกร้านแสดงสินค้าและการแสดงมหรสพให้ประชาชนได้ชมฟรี

งานวันบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นครบรอบวันละสังขาร หลวงปู่โพธิ์ ญาณรังสี ครบ 30 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระครูศรีรัตนาภิรักษ์ (หลวงปูโพธิ์ ญาณรังสี) บูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนจึงได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศล จัดให้มีการแสดง โขน แสดงโดยคณะครูอาจารย์ลูกหลานวิทยาลัยนาฏศิลป์ สุพรรณบุรี เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทยเอาไว้ให้คงอยู่สืบไป

สำหรับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดสำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นโบราณสถานสำคัญที่ทรงคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเชื่อมสัมพันธ์กับกรุงศรีอยุธยามาแต่อดีต มีโบราณสถาน พระปรางค์วัดพระศรีรัดนมหาธาตุ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ มีสถาปัตยกรรมและศิลปะที่งดงาม ที่บูรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิได้สร้างวัดนี้เป็นพุทธบูชา แต่ด้วยพิษภัยสง คราม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุได้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานับร้อยปี ในกาลต่อมาได้มีพระสงฆ์ได้เข้ามาบูรณปฏิสังขรณ์ โดยมีพระอธิการยุทธและพระครูศรีรัตนาภิรักษ์ (หลางปู่โพธิ์ ญาณรังสี) ได้บูรณะซ่อมแซมวัดจนมีพระสงฆ์กลับมาจำพรรษามาถึงทุกวันนี้


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

ยังหนัก ไฟป่ามรดกโลก-ป่าชะอำ จนท.สู้สุดกำลัง ขณะที่ป่าชะอำบ้านโรงต้านไม่ไหวประกาสปิดป่าห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด ฝ่าฝืนดำเนินคดีเด็ดขาด

ยังหนัก ไฟป่ามรดกโลก-ป่าชะอำ จนท.สู้สุดกำลัง ขณะที่ป่าชะอำบ้านโรงต้านไม่ไหวประกาสปิดป่าห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด ฝ่าฝืนดำเนินคดีเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 17 เมษ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี นายธีรชาติ เปียประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมและปฏิบัติการไฟป่า ลงพื้นที่บัญชาการและวางแผนการดับไฟป่า นายศักดิ์นเรนทร์ อยู่สมบูรณ์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระ จาน ร่วมลงพื้นที่ติดตามสั่งการรและวางแผนการดับไฟป่า ในพื้นที่ห้วยเสือกัดช้าง (ค่ายตาพันบน) ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี โดยมี เจ้าหน้าชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) เข้าร่วมพร้อมสนับสนุนมอบเสบียงอาหาร และน้ำดื่มให้แก่เจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่

โดยเจ้าหน้าชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน 15 นาย ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าสถานีควบคุมไฟป่าแก่งกระจาน (ตอนบน) เครือข่าย อส.อส.บ้านพุน้ำร้อน, บ้านสาลิกาและบ้านห้วยกระซู่ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ได้แก่ ชุดที่1ทำหน้าที่ลำเลียงเสบียง อาหาร น้ำดื่ม และน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าพื้นที่, ชุดที่ 2-3 เข้าปฏิบัติงาน 2 ฝั่งในพื้นที่ เพื่อจัดทำแนวกันไฟล้อมรอบพื้นที่ป่า และปฏิบัติงานดับไฟป่าด้วยการดับตรง ทำแนวกันไฟบริเวณสันห้วยขม ทำแนวกันไฟมาชนกันบริเวณสัน 1143

สถานการณ์เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งควบคุมไฟป่าอย่างเต็มกำลัง เนื่องจากพื้นที่เผาไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง ประกอบกับสภาพพื้นที่สูงชันและเป็นป่ารกทึบ ทำให้การเข้าปฏิบัติงานต้องใช้การเดินเท้าอย่างบากลำบาก และการจัดทำแนวกันไฟมีระยะทางยาว ด้านป่าสงวนแห่งชาติป่าชะอำ-ป่าบ้านโรง จังหวัดเพชรบุรี ได้เกิดไฟป่ามาตั่งแต่ 10-17 เมย. ที่ผ่านมาส่งผลให้พื้นที่เสียหายไปกว่า 700 ไร่

ล่าสุดนายพัฒนพันธ์ เจือจันทร์ หัวหน้าพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง ได้ออกหนังสื่อประกาศพื้นที่ป่าเตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่าชะอำ-ป่าบ้านโรง จังหวัดเพชรบุรี ห้ามมิให้บุคคลใดเข้าไปในเขตพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง ยกเว้นมีเหตุจำเป็นให้ประสานแจ้งชื่อสกุลเลขบัตร ปชช.เบอร์โทรศัพท์บริเวณ และสาเหตุที่จะเข้าไป ต่อเจ้าหน้าที่ของพื้นที่ฯ กำนัน ผู้ใหญ่บ้า หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำจุดเฝ้าระวังไฟป่า/จุดตรวจ เพื่อให้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณีไป

หากพบบุคคลใดฝ่าฝืนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในเขตพื้น ที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรง บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าชะอำและป่าบ้านโรง มีความผิดตามกฎหมายจะถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด หากพบมีการเผาในบริเวณใกล้เคียงกับเขตพื้นที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโรงและเกิดไฟไหม้ลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่เตรียมการฯเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจะมีความผิดตามกฎหมาย ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป


/บรรณรต จ.เพชรบุรี

“นายกอนุทิน” ร่วมเปิดงานสงกรานต์ “งานวันไหลบางเบิด” นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำหลายพัน

ประจวบคีรีขันธ์ – “นายกอนุทิน” พร้อมนักการเมืองข้าราชการ ชุมพร – ประจวบฯ ร่วมเปิดงานสงกรานต์ “งานวันไหลบางเบิด” นักท่องเที่ยวแห่เล่นน้ำหลายพัน

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 17 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ชายหาดบางเบิด เขตติดต่อระหว่าง ตำบลทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันไหลบางเบิด จัดงานโดย อบจ.ชุมพรและ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน สส.เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์, นายสังคม แดงโชติ สส.เขต 2 ประจวบฯ, นายกิจติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.เขต 2 จ.ชุมพร, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์, นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายก อบจ. ประจวบคีรีขันธ์, นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และผู้นำท้องถิ่น ทั้ง 2 จังหวัด เดินทางมาร่วมในพิธีเปิด

งานวันไหลบางเบิดจัดขึ้นบริเวณชายหาดบ้าน บางเบิด ซึ่งชายหาดติดต่อกันระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร เริ่มงานตั้งแต่ 12.00 น.-24.00 น โดยงานมีการปิดถนนสายแยกเพชรเกษม บางเบิด ช่วงสามแยกเข้าบ้านถ้ำธงยาวไปถึงถนนเลียบชายหาดบางเบิดระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ภายในงานจัดให้มีการเล่นน้ำวันสงกรานต์ มีดนตรี ร้านขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม อาหารพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และปาร์ตี้โฟม มีประชาชนชาวจังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนักท่องเที่ยวกว่า 3000 คน นำอุปกรณ์เล่นน้ำมาร่วมงานด้วยความสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ชายหาดบางเบิดตั้งอยู่ หมู่ 8 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร และหมู่ 5 ต.ทรายทองทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะเป็นโค้งอ่าวความยาว 14 กิโลเมตร ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่าเขาบางเบิด เป็นสัญลักษณ์ประจำอ่าวบางเบิด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดชุมพร ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติและคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกด้วย

บ้านบางเบิด เดิมชื่อ “บ้านคลองอ้อ” เรียกตามชื่อ “คลองอ้อ” ซึ่งเป็นคลองที่มีต้นอ้อขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่ทำการเกษตรในสมัยก่อนก็ต้องมาหาบน้ำจากที่นี่ไปใช้ เป็นคลองน้ำสายหลักของหมู่บ้านที่ใช้ในครัวเรือนและให้วัวควายได้ดื่มกิน แต่ในปัจจุบันลำคลองนี้ได้ถูกทับถมหมดแล้ว โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในบางเบิดได้เปลี่ยนจากอาชีพเกษตรกรรมมาประกอบอาชีพชาวประมง

บ้านบางเบิด มาจากชื่อภูเขา “เบิด” ซึ่งเป็นภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านและยื่นลงไปในทะเลครึ่งลูก ในสมัยคงครามโลก ได้มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมากที่สุด ทั้งแบบที่ระเบิดและลูกที่ด้าน ชาวบ้านจึงได้เรียกชื่อว่า “เขาเบิด” ติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งบนเขาบางเบิดเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวผจญภัยปีนขึ้นไป


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0623644468

มทบ.37 บูรณาการร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 พร้อมกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่รับผิดชอบ ณ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย ร้อยโท ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้ม ครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ พร้อมกำลังพล บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเชียงราย พร้อมด้วยชุดดับไฟป่า ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อเป็นการตรวจตรา ตรวจสอบป้องกันไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่โครงการ อีกทั้งเป็นการป้องกันผู้กระทำความผิดด้านยาเสพติด การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ลักลอบเผาป่าเพื่อหาของป่าและล่าสัตว์ หรือทำเป็นพื้นที่ทำกินในพื้นที่เขตหวงห้ามด้วย บริเวณเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ และหากเกิดไฟไหม้ก็จะเป็นการยับยั้งไม่ให้ไฟป่าลุกลามเข้าในพื้นที่ชั้นในของโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ

ซึ่งจังหวัดเชียงรายประกาศมาตรการ “ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด” ในปี 2569 ช่วงขอความร่วมมือ (งดเผาในที่โล่ง) 1 มกราคม – 13 กุมภาพันธ์ 2569 และช่วงห้ามเผาเด็ดขาด 14 กุมภาพันธ์ – 10 พฤษภาคม 2569 (86 วัน) เป็นต้นไป เพื่อลดจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และ Pm2.5 ทั้งนี้ในการการลาดตระเวน ที่หน่วยได้ทำแนวป้องกันไฟป่ามีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร การลาดตระเวนครั้งนี้ใช้รถมอเตอร์ไซค์และบางจุดใช้การเดินเท้า ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับดอยช้างและอีกฝั่งติดกับฝาง ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการเกิดไฟป่าขึ้นในพื้นที่

#เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานมทบ.37 จัดตั้งจุดบริการประชาชนห้วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ 10 – 16 เม.ย. 69

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37/ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 จัดตั้งจุดบริการประชาชนห้วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่ 10 – 16 เม.ย. 69 และลงพื้นที่ให้บริการประชาชน โดยการแจกน้ำดื่ม, ลูกอม และผ้าเย็น ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

พ.อ. สิงหนาท โลสุยะ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37/รองผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 ตรวจเยี่ยมกำลังพลที่บูรณาการร่วมกับ ร.17 พัน 3 ในพระองค์, และเสนารักษ์เดินเท้าจาก โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ในการตั้งจุดบริการประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและผู้ที่เดินทางสัญจรไปมา ตั้งแต่ 10 – 16 เม.ย. 69 ณ บริเวณหน้าแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร โดยมีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทค นิคเชียงรายมาร่วมให้บริการประชาชนในการซ่อมรถจักรยานยนต์ที่ชำรุด

ทั้งนี้ ได้มีการจัดกำลังพลจิตอาสา พร้อมเสนารักษ์เดินเท้าจาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช ออกให้บริการประชาชนในจุดสำคัญต่าง ๆ ดำเนินการแจกน้ำดื่ม, ลูกอม และผ้าเย็น ซึ่งในวันนี้ได้ออกปฏิบัติในบริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จว.ช.ร สถานการณ์การเดินทางกลับกรุงเทพฯ จากสถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) จังหวัดเชียงราย ในช่วงวันที่ 15 เมษายน 2569 มีความคึกคักอย่างมากเนื่องจากเป็นช่วงท้ายของเทศกาลสงกรานต์ปริมาณผู้โดยสาร มีประชาชนเข้าใช้บริการหนาแน่น โดย บขส. คาดการณ์ยอดผู้โดยสารรวมทั่วประเทศเดินทางกลับเข้ากรุงในวันนี้อาจสูงถึง 180,000 คน

การบริหารจัดการรถ บขส. และผู้ประกอบการรถร่วมได้จัดรถเสริม (รถ 30) เพื่อรองรับปริมาณคนเดินทางให้เพียงพอและยืนยันว่าจะ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ราคาค่าโดยสาร มีการประกาศ ตรึงราคาค่าโดยสารเดิมจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาล มาตรการความปลอดภัย เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกคุมเข้มการตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถ โดยแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ และพนักงานต้องมีชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด


นที มีเดช รายงาน

ทบ. ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ เปิดแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” รับสงกรานต์ 13–16 เม.ย. 69 ประชาชนเข้าชมกว่า 14,155 คน

ทบ. ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ เปิดแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” รับสงกรานต์ 13–16 เม.ย. 69 ประชาชนเข้าชมกว่า 14,155 คน

กองทัพบก โดยกองกำลังสุรนารี ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ เปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และพื้นที่สำคัญของประเทศ เนื่องในห้วงเทศกาลสง กรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 16 เมษายน 2569 เวลา 07.00 – 13.00 น. ณ บริเวณปราสาทตาควาย และเนิน 350 ตำบลบักได อำเภอพนม ดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าชมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสิ้น 14,155 คน ครอบคลุมทั้งเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป แสดงถึงความสนใจของประชาชนต่อแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพื้นที่ชายแดนของประเทศ

ประชาชนที่เข้าชมพื้นที่ได้กราบสักการะ สรงน้ำพระสมเด็จองค์ปฐม เพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงความเคารพรำลึกถึงวีรชนทหารกล้าบริเวณอนุสาวรีย์นักรบกล้าเนิน 350 พร้อมทั้งเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชายแดน ซึ่งมีคุณค่าในมิติประวัติศาสตร์ความมั่นคง และความสำคัญต่อประเทศ

ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน มูลนิธิ วัด และจิตอาสาในพื้นที่ โดยได้จัดตั้งกองอำนวยการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวประจำพื้นที่ปราสาทตาควาย–เนิน 350 เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ

ในการนี้ หน่วยได้จัดกำลังพลร่วมดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการเข้าชม การกำหนดช่วงเวลาในการเข้าพื้นที่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร การให้ข้อมูล และประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติในการเข้าชมโบราณสถานอย่างเหมาะสม รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น ส่งเสริมรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง โดยภาพรวมการจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม หลังจากนี้จะดำเนินการปรับปรุงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้ประชาชนเข้าเที่ยวชมในครั้งต่อไป เพื่อร่วมเรียนรู้และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์สำคัญของชาติไทยร่วมกัน



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

วัดหัวเวียงใต้ สืบสานประเวณีปี๋ใหม่เมือง ทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2569

น่าน – เทศกาลสงกรานต์ 2569 วัดหัวเวียงใต้ อายุ 290 ปี สืบสานประเวณีทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง ถวายเป็นพุทธบูชา เผาเทียนค่าคิง ด้ายสีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง มาหื้อมีโจคไจย-ไปหื้อมีโจคลาภ

เมื่อเช้าวันนี้ วันพฤหัสบดี 16 เมษายน 2569 วัดหัวเวียงใต้ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน วันนี้เป็นวันปากปี วันที่ 16 เมษายน ของทุกปี วันที่สี่ของประเวณีปี๋ใหม่เมือง จัดว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ จะมารวมตัวกันเพื่อสืบสานประเวณีทำบุญตักบาตร ตานเจดีย์ทรายตานตุง ถวายเป็นพุทธบูชา เผาเทียนค่าคิง ด้ายสีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2569 เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัวสร้างขวัญและกำลังใจ ขจัดปัดเป่าเสนียดจัญไร และเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต

โดยพระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ /เจ้าคณะตำบลผาสิงห์ ตำบลบ่อ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายจักรพันธ์ เทพสุคนธ์ ประธานคณะกรรมการชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ นายสุพจน์ รัตนอนันต์ ไวยาวัจกร วัดหัวเวียงใต้/สมาชิกสภาเทศบาลเมืองน่าน นายนิคม บริบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เขต 1 อสม.บ้านหัวเวียงใต้ คณะศรัทธาบ้านหัวเวียงใต้กว่า 100 คน ร่วมพิธี

พิธีเริ่มตั้งแต่เย็นวานนี้วันที่ 15 เม.ย.ซึ่งเป็นวันพญาวัน เยาวชน ผู้สูงอายุบ้านหัวเวียงใต้ เริ่มขนทรายแม่น้ำน่านเข้าวัด มาก่อเจดีย์ทรายเฐานป็นรูปแบบสี่เหลี่ยม จะประดับประดาปักตุงชัยมงคล ตุง 12 ราศี ไม้ค้ำสลี เพื่อเป็นสิริมงคลตามประเพณีปี๋ใหม่เมืองชาวนันทบุรีศรีนครน่านนคร ตลอดทั้งคืน จนถึง รุ่งช้าวันนี้ 16 เมษายน 2569 06.00 น.

งานเทศกาล สงกรานต์ “ปี๋ใหม่เมือง” 2569 ที่เริ่มมาตั้งแต่วัน ที่ 12 เม.ย.69 วัดหัวเวียงใต้จัดพิธีสรงน้ำพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองวัดหัวเวียงใต้ อายุ 111 ปี วันที่ 13 เมษายน 2568 ถือว่าเป็นวันล่องหรือสังขารล่อง มีพิธีส่งเคราะห์ให้ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ทั้ง 4 ค้อบ้าน และจัดพิธี สูมาคารวะรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป 39 คน วันที่ 14 เม.ย.เป็นวันเนา หรือ เน่า ถือว่าไม่ดี วันที่ 15 เม.ย.เป็นวันพญาวัน ส่งเสริมการทำมงคล ไปขนทรายจากลำน้ำน่านเข้าวัด

วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 16 เม.ย.เป็นวันปากปี วัดชุมชนจัดพิธี ตานเจดีย์ทราย ตานตุง วันปากปี และเผาเทียนค่าคิง สีสายค่าคิงสะเดาะเคราะห์เพื่อ ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ตานเจดีย์ทราย ตานตุง และเผาเทียนค่าคิง เผาด้าย สีสายค่าคิง สะเดาะเคราะห์ให้ชุมชน ปิดท้ายเทศกาลสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ชุมชนบ้านกาดบ้านเก่าหัวเวียงใต้ได้อนุรักษ์สืบทอดประเพณีนี้นี้มาเป็นเวลายาวนานทุกปี

พระครูนิเทศนันทกิจ เจ้าอาวาสวัดหัวเวียงใต้ กล่าวเจริญพรว่า พิธีเผาเทียนค่าคิง ทำจากเทียนขี้ผึ้งมีใส้เป็นด้ายสายสิญจน์ 9 เส้น ความยาวเท่าความสูงของเจ้าของเทียน สีสายค่าคิง ใช้ด้ายสายสิญจน์ 9 เส้น นำมาวัดรอบศีรษะ 1 เส้น วัดความยาวเท่าวาแขนตัวเอง 1 เส้น และความยาวเท่าความสูง 1เส้น นำไปชุบน้ำมันพืชเพื่อให้ติดไฟง่าย ตุงค่าคิงเป็น ธงกระดาษเป็นรูป 12 นักษัตร ผูกติดไม้ค้ำสะหลี หรือไม้ค้ำโพธิ์ ก้านยาว เท่าคิง คือเจ้าชาตา ไม้ค้ำสะหลี มีง่ามเหมือนไม้ง่ามลูกเสือ ความยาวเท่าเจ้าของชะตาแต่ละคน เพื่อเป็นการ สะเดาะเคราะห์,ปล่อยเคราะห์ ให้มอดไหม้ไปกับเปลวไฟ ทั้งผู้ที่อยู่ในเมืองน่าน และผู้ที่ไปศึกษาต่อ ทำงานต่างจังหวัดมา รับโจคไจยในวันปี๋ใหม่เมือง รับความเป็นสิริมงคล กลับไปหื้อมีโจคลาภ

หลังจากเสร็จพิธีสงฆ์ ญาติโยมที่เอาเสื้อผ้ามาร่วมพิธี ที่นำไปวางไว้ในบริเวณเจดีย์ทราย ก็นำเสื้อผ้าที่มาร่วมพิธีไปสะบัดให้สิ่งอัปมงคลออกจากเจ้าของเสื้อผ้าไว้ที่พระธาตุเจดีย์ สะเดาะเคราะห์ให้สิ้นไปกับปี๋เก่า รับโจคไจยปี๋ใหม่เมือง 2569 นำสิ่งที่เป็นมงคล โชคลาภ ติดเสื้อผ้า “ปิ๊กบ้าน” หมายถึง “กลับบ้าน”


จ.ส.อ.สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร NATION TV-NAN

เสร็จภารกิจเหยี่ยวไฟในเมืองสามหมอก

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปะและให้โอวาท กองกำลังพลเหยี่ยวไฟ ที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนภารกิจสำเร็จลุล่วงได้ดี

เช้าวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบปะและให้โอวาท กองกำลังพลเหยี่ยวไฟ ที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนภารกิจสำเร็จลุล่วงได้ดี โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพบปะในครั้งนี้

ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวแสดงความขอบคุณ พร้อมให้โอวาทแก่กำลังพลเหยี่ยวไฟ พร้อมชื่นชมในความเสียสละ ความทุ่มเท และความมุ่งมั่นอย่างเต็มความสามารถ ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ กำลังพลเหยี่ยวไฟ จำนวน 40 นาย ได้รับมอบหมายให้สนับสนุนภารกิจควบคุมและดับไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้ได้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นคณะจะเดินทางออกจากศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดแม่ฮ่องสอน (ศปก.มส.) ไปยังฐานปฏิบัติการชั่วคราวในอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับมอบหมายภารกิจและปฏิบัติหน้าที่ในครั้งต่อไป


ภานุเดช ไชยสกูล / แม่ฮ่องสอน