วช.ร่วมกับ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมชุดแปรรูปผลิตภัณฑ์สับปะรด ยกระดับและเพิ่มมูลค่าผลผลิต หนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดและแปรรูปบ้านโคกนาดี จ.นครพนม

วช. ร่วมกับ ม.มหาสารคาม นำนวัตกรรมชุดแปรรูปผลิตภัณฑ์สับปะรด ยกระดับและเพิ่มมูลค่าผลผลิต หนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดและแปรรูปบ้านโคกนาดี จ.นครพนม

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นำนวัตกรรมเพื่อการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัปปะรด ส่งมอบกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสัปปะรดและแปรรูปบ้านโคกนาดี จ.นครพนม โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) เป็นประธานในการส่งมอบนวัตกรรม พร้อมด้วย นายโกวิท อิ่มเต็ม ปลัดอำเภอโพนสวรรค์ กล่าวต้อนรับ รองศาสตราจารย์จักรมาส เลาหวณิช หัวหน้าโครงการวิจัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวรายงาน และผู้บริหารในท้องถิ่นพื้นที่ จ.นครพนม ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดและแปรรูปบ้านโคกนาดี อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า โครงการ “การยกระดับผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปครบวงจรระดับชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครพนม” เป็นสร้างชุมชนต้นแบบที่ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ด้วยวิจัยและนวัตกรรมตามโจทย์ความต้องการของพื้นที่ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเกษตรอย่างครบวงจร ทั้งในด้านเทคนิค วิธีการ และอุปกรณ์ ตลอดจนการจัดอบรมส่งเสริมความรู้เพื่อสร้างทักษะและความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจฐานราก และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนให้มีความยั่งยืน

นายโกวิท อิ่มเต็ม ปลัดอำเภอโพนสวรรค์ กล่าวขอบคุณ (วช.) สำหรับการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โดยการส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนครพนมเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับ เป็นชุมชนต้นแบบที่ยังสามารถขยายผลความรู้และนวัตกรรมให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากการใช้งานจริงสู่ประชาชนในวงกว้าง

รองศาสตราจารย์จักรมาส เลาหวณิช หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการใน 2 พื้นที่กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยพื้นที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกสับปะรดและแปรรูปบ้านโคกนาดี อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนาแก ตำบลนาแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยนวัตกรรมชุดแปรรูปผลิตภัณฑ์สับปะรดจะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางเกษตรกรรม และมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับใช้ในกระบวนการแปรรูป เพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้จากการแปรรูปผลผลิตที่มีคุณภาพสูงขึ้น ตามแนวทางการพัฒนายกระดับท้องถิ่น เสริมสร้างความเข้มแข็งและความมั่นคงให้แก่ประชาชนและชุมชนในมิติด้านต่างๆ

ทั้งนี้ (วช.) มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม โดยกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงส่งเสริมการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรให้มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรม สู่การพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

พม.เตรียมจัดงานใหญ่ “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” พร้อมโชว์ศักยภาพ ก้าวข้ามข้อจำกัดความพิการ

พม. เตรียมจัดงานใหญ่ “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” พร้อมโชว์ศักยภาพ ก้าวข้ามข้อจำกัดความพิการ

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น. : นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานงานแถลงข่าวการจัดงาน “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” ภายใต้นโยบาย “พม.ใกล้คุณ” โดย นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2568 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ กรุงเทพฯ เพื่อให้กลุ่มเปราะบางได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ด้วยการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงมี และสามารถ “ตั้งหลักใหม่” เพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นคง โดยมี นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกระทรวง (พม.) คนพิการ ครอบครัวคนพิการ องค์กรคนพิการ อาสาสมัคร เครือข่ายเอกชน เข้าร่วมงานแถลงข่าว ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สะพานขาว กรุงเทพฯ

นายกันตพงศ์ฯ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่สูงและยืดเยื้อ และการดูแลแบบ “บ้านสองวัย” ที่ผู้สูงอายุต้องเลี้ยงดูเด็กแทนพ่อแม่วัยทำงาน ซึ่งส่งผลต่อช่องว่างระหว่างวัย อีกทั้งคนพิการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าคนทั่วไป ทั้งค่าดูแลอุปกรณ์ และการเดินทาง มีความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ความยากจนซ้ำซ้อน

ทั้งนี้ กระทรวง (พม.) จึงมุ่งขับเคลื่อนงานตามนโยบาย “พม.ใกล้คุณ” ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงานใกล้ชิดประชาชนและปัญหา โดยใช้หลัก 3H คือ Heart Head Hand ด้วยการทำด้วยใจ คิดด้วยสมอง แล้วยื่นมือมาช่วยเหลือกัน ตามมาตรการ “เร่งสร้างคุณภาพชีวิตคนพิการ” เพื่อส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ และใช้ประโยชน์ได้จากสิ่งอำนวยความสะดวก ด้วย 4 Quick Win ได้แก่ 1) เร่งทบทวนหลักเกณฑ์ประเมินความพิการให้ครอบ คลุมกลุ่มเป้าหมาย 2) ปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการ 1,000 บาท ถ้วนหน้า 3) ปูพรมลงพื้นที่สำรวจข้อมูล เพื่อส่งมอบกายอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับประเภทความพิการ และ 4) พัฒนาแนวทางการกู้ยืมเงินกองทุนอย่างยั่งยืน ซึ่งทั้งหมดจะทำให้คนพิการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้ง่ายขึ้น ลดภาระหนี้สิน และมีโอกาสสร้างรายได้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดีขึ้นในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการสร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวัน

นายกันตพงศ์ฯ กล่าวต่อไปว่า สำหรับงาน “Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” นั้น เป็นหนึ่งในภารกิจของการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะอาชีพ เชื่อมโยงตลาดแรงงาน และเปิดเวทีให้คนพิการได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยได้รับความร่วมมืออย่างยิ่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งภายในงานนี้ มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ พิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2568

โดย นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน การลงนามบันทึกความร่วมมือ “ด้านการเสริมสร้างโอกาสการจ้างงานและการประกอบอาชีพ การมอบรางวัลหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านคนพิการของกรม พก. และรางวัล “We Can Do” เชิดชูคนพิการต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่สังคม ตลาดอาชีพและสินค้าคนพิการกว่า 300 ร้านค้า เวทีเสวนาและเวิร์กชอปสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบอาชีพ การสาธิตอาชีพเชิงสร้างสรรค์ ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ การแสดงดนตรีจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เก่ง ธชย,นัน อนันต์ ไมค์ทองคำ และไรอัล กาจบัณฑิต และการแสดงความสามารถของคนพิการ วงดนตรีคนพิการ S2S ถ่ายทอดบทเพลงแห่งแรงบันดาลใจ ภายใต้แนวคิด “ความพิการไม่ใช่อุปสรรคของความสามารถ”

นายกันตพงศ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง (พม.) มุ่งหวังให้งานครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนพิการมีงานทำ แต่ยังเป็นเวทีที่แสดงให้สังคมได้เห็นคุณค่าของคนพิการที่มีศักยภาพและความสามารถไม่ต่างจากคนทั่วไป เพียงแค่ต้องการโอกาสที่เหมาะสม โดยกระทรวง (พม.) พร้อมเป็นสะพานเชื่อมให้โอกาสนั้นเกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมให้กำลังใจ ให้โอกาสแก่คนพิการ ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดความพิการ และก้าวสู่ชีวิตใหม่อย่างมั่นคง สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ในงาน Job and Market Fair : มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพคนพิการ” ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2568 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ กรุงเทพฯ

#พมใกล้คุณ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ป.ป.ส.เตือน! แจ้งเท็จ 1386 อาจเข้าข่ายเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมาย หลังลงพื้นที่พบเป็นการกลั่นแกล้ง ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ปกป้องผู้บริสุทธิ์

ป.ป.ส. เตือน! แจ้งเท็จ 1386 อาจเข้าข่ายเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมาย หลังลงพื้นที่พบเป็นการกลั่นแกล้ง ย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ปกป้องผู้บริสุทธิ์

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการดำเนินงานตามนโยบาย ‘1386 ท่านแจ้ง เราจับ’ โดยย้ำถึงหลักการทำงานที่สำคัญว่า “ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นอกจากความรวดเร็วในการเข้าระงับเหตุแล้ว หลักสำคัญของปฏิบัติการคือ ความยุติธรรมและความโปร่งใส ทุกเบาะแสที่ได้รับจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบที่รัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ที่อาจถูกกลั่นแกล้ง”

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ส. โดยชุดปฏิบัติการอินทรีย์ 19-69 (ชป.1 และ ชป.2 (ปพ.)) ได้เข้าดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 กรณีได้รับแจ้งว่ามีบุคคลพฤติการณ์เสพและค้ายาเสพติด ณ อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยรามอินทรา 21 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าข้อมูลที่พักและบุคคลที่ถูกร้องเรียนไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยเจ้าของห้องพัก ณ ที่อยู่ดังกล่าว ยืนยันว่าตนเป็นผู้พักอาศัยและไม่รู้จักบุคคลตามที่ถูกร้องเรียนแต่อย่างใด เพื่อพิสูจน์ทราบให้สิ้นข้อสงสัย ชุดปฏิบัติการจึงได้ประสานไปยังสถานที่ทำงานของบุคคลที่ถูกร้องเรียน ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้แสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงาน ป.ป.ส. (ทุ่งสองห้อง) ด้วยตนเอง พร้อมทั้งชี้แจงว่า ตนเชื่อว่าการร้องเรียนครั้งนี้เกิดจากการถูกกลั่นแกล้งเนื่องจากเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับบุคคลอื่นมาก่อน และเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ได้สมัครใจให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งผลการตรวจปรากฏว่า “ไม่พบสารเสพติด”

เลขาธิการ ป.ป.ส. ย้ำว่า “กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของกระบวนการทำงานของเรา เราขอขอบคุณประชาชนสำหรับทุกเบาะแสที่แจ้งเข้ามา และขอยืนยันว่าเราจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความระมัดระวังเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในขณะเดียวกัน ขอเน้นย้ำและแจ้งเตือนอย่างจริงจังว่า การใช้ช่องทางร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่น ถือเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทได้อีกด้วย สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ปลอดภัยบนพื้นฐานของความยุติธรรม และจะปกป้องสิทธิของผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มที่”

สำนักงานปปส #ปปส #oncb #ท่านแจ้งเราจับ #1386ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศิลปากร อวดโฉม “The Orientalist” แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสุดตระการตาในงาน Sustainability Expo 2025

ศิลปากร อวดโฉม “The Orientalist” แฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสุดตระการตาในงาน Sustainability Expo 2025

มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ นำเสนอผลงานแฟชั่นผ้าขาวม้าทอมือสุดประณีต ภายใต้คอลเลคชัน “The Orientalist” ในงาน Sustainability Expo 2025 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอกย้ำถึงศักยภาพการออกแบบที่ผสานความงามทางวัฒนธรรมเข้ากับแนวคิดความยั่งยืนได้อย่างลงตัว

ผลงานอันโดดเด่นนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กับ กลุ่มทอผ้าแม่คูณแม่คืน อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยคณาจารย์และนักศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาผ้าขาวม้าทอมือและเครื่องแต่งกายให้มีความร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์และเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างชัดเจน

ในการเดินแบบโชว์ผลงานครั้งนี้ ได้เผยให้เห็นถึงดีไซน์ที่ผสมผสานความงามแบบตะวันออกเข้ากับกลิ่นอายโมเดิร์นได้อย่างกลมกลืน ผ้าขาวม้าทอมือที่ถูกนำมาตีความใหม่ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสวยงามด้านศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นผลงานที่ให้ความสำคัญกับหลักการ ความยั่งยืน (Sustainability) และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง

การนำเสนอคอลเลคชั่น “The Orientalist” ในเวทีระดับประเทศอย่าง Sustainability Expo 2025 จึงนับเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยศิลปากรในการสร้างสรรค์งานออกแบบที่มีคุณค่า โดยผสานศาสตร์แห่งศิลป์เข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัยได้อย่างลงตัว
 


ขอบคุณภาพจากเพจ Part of SU

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“1386 ท่านแจ้ง เราจับ” เดินหน้าปฏิบัติการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามข้อร้องเรียนจากประชาชน และให้ความช่วยเหลือผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด

“1386 ท่านแจ้ง เราจับ” เดินหน้าปฏิบัติการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามข้อร้องเรียนจากประชาชน และให้ความช่วยเหลือผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัด

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ปฏิบัติการ “1386 ท่านแจ้ง เราจับ” ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ไว้เมื่อครั้งรับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2568 ที่ผ่านมา อีกทั้งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนจากประชาชน และให้ความช่วยเหลือผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการอินทรีย์ 19-69 ร่วมกับสำนักงาน ปปส.ภาค 3 บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา รวมจำนวน 6 จุด แบ่งเป็น เป้าหมายตามข้อร้องเรียน 3 จุด และขยายผลตรวจค้นเพิ่มเติมอีก 3 จุด

ซึ่งการปฏิบัติการดังกล่าวนำโดย ชุดปฏิบัติการที่ 7 (ปป.4 จังหวัดหนองคาย) ร่วมกับ บก. ปปส.ภาค 3 ได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดบัวใหญ่ เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย 3 แห่ง ในพื้นที่ ตำบลบึงพะไล อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อร้องเรียนว่ามีพฤติการณ์จำหน่ายและมั่วสุมเสพยาเสพติด โดยผลการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายทั้ง 3 หลัง ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย แต่พบผู้มีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก จำนวน 2 ราย ซึ่งสมัครใจเข้ารับการบำบัด จากนั้นได้ขยายผลตรวจค้นแหล่งมั่วสุมในพื้นที่เพิ่มเติมอีก 3 จุด พบผู้มีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวกอีก 8 ราย รวมทั้งหมด 10 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดส่งต่อยัง โรงพยาบาลแก้งสนามนาง เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนต่อไป

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้โครงการ “1386 ท่านแจ้ง เราจับ” สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐในการแก้ไขปัญหายาเสพติดจากระดับชุมชน ทุกเบาะแสที่ได้รับจะถูกนำไปตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าทุกความเดือดร้อนของประชาชน จะได้รับการตอบสนองและแก้ไขอย่างทันท่วงที”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

วช. ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ ร่วมยินดีและสนับสนุนทีมนักวิจัยที่คว้ารางวัลในงาน INOVA 2025 โครเอเชีย

วช. ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ ร่วมยินดีและสนับสนุนทีมนักวิจัยที่คว้ารางวัลในงาน INOVA 2025 โครเอเชีย

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยา ศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงานแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 49th International Invention Show” (INOVA 2025) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (ผอ.วช.) กล่าวว่า (วช.) ส่งเสริมให้นักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยเข้าร่วมเวทีนานาชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพและเผยแพร่ผลงานสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นกลไกในการขยายโอกาสและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรม เวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 49th International Invention Show” (INOVA 2025) จัดขึ้นที่ประเทศโครเอเชีย มีผลงานเข้าร่วมกว่า 400 ชิ้นจากกว่า 20 ประ เทศทั่วโลก ประเทศไทยส่งผลงาน 18 ชิ้น จาก 10 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งผลงานของไทยสามารถคว้ารางวัล INOVA 1 Runner และรางวัลพิเศษ (Special Prize) จากสาธารณรัฐโรมาเนีย สะท้อนถึงความสามารถ ความคิดสร้าง สรรค์ และความมุ่งมั่นของนักประดิษฐ์ไทย ความร่วมมือนี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนและนักวิจัยรุ่นใหม่สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “From Creation to Celebration: เรื่องเล่าความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยในเวทีนานาชาติ“

  • ผลงานเรื่อง “การประยุกต์นวัตกรรมการตรวจสอบโซลาร์ฟาร์มด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และอากาศยานไร้คนขับ” โดยนางสาวศิริกัญญา บูรณะนายก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้รับรางวัล INOVA 1 Runner
  • ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมใหม่เลิกบุหรี่แบบสองกลไก: มุ่งเป้าหมายสมองและปอด ด้วยเม็ดยาแตกตัวเร็วในช่องปาก” โดย เภสัชกรหญิงธีราธร สังหร่าย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยทางเลือก ได้รับ Special Prize on Stage จาก Lucian Blaga University of Sibiu สาธารณรัฐโรมาเนีย
  • ผลงานเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์กัมมี่เยลลี่สุขภาพจากสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 89” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับ Special Award on Stage จาก Corneliu Group Association สาธารณรัฐโรมาเนีย

ทั้งนี้ งานแถลงข่าวในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักวิจัยไทย สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตำรวจสมุทรสาคร รวบต่างด้าวเครือข่ายยาบ้าและบัญชีม้า พร้อมยาบ้า,สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และ บัตร ATM จำนวนมาก

ตำรวจสมุทรสาคร รวบต่างด้าวเครือข่ายยาบ้าและบัญชีม้า พร้อมยาบ้า, สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และ บัตร ATM จำนวนมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.ภ.จ. สมุทรสาคร, พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.ไชยภูมิ ฉลองภูมิ รอง ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.ภูวเศฎฐ์ เอมทอง รอง ผกก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดังมีรายชื่อดังนี้ พ.ต.ท.สำเริง ศรีนามบุรี สว.กก.สส.ภ. จ.สมุทร สาคร, พ.ต.ต.ชยุตพงศ์ พรหมศร สว.กก.สส.ภ.จ.สมุทรสาคร, ร.ต.อ.วิทยา อ่องยิ้ม, ร.ต.อ. พัฒนพล วันชูเชิด, ร.ต.อ.ขจัด การินทร์, ร.ต.ท.สุทธินันท์ จิตอารีย์, ร.ต.ต.บัญชากิจ ภู่ กาญจน์, ร.ต.ต.ไพบูลย์ อินทะรังสี, ร.ต.ต.ภัทธราวุฒิ ยี่โถหุ่น, ด.ต.เดชกรณ์ เขาถ้ำทอง, ด.ต.ธนกร เวียงนิล, จ.ส.ต.อภิวัฒน์ ชื่นสงวน ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายจิรเดช (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี เป็นบุคคลต่างด้าวซึ่งเกิดในประเทศไทย บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย พร้อมของกลาง 1.ยาบ้าชนิดเม็ดกลมแบน สีส้ม มีอักษรภาษาอังกฤษ “WY” ปรากฏอยู่บนด้านหนึ่ง บรรจุอยู่ในขวดพลาสติกแบบใส แบบมีฝาปิด-เปิด จำนวน 64 เม็ด,2.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 36 เล่ม และ 3.บัตร ATM จำนวน 86 ใบ

โดยกล่าวหาว่า 1.”จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต”, 2.”เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ตาม พ.ร.ก.มาตราการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโล ยี พ.ศ.2566 มาตรา 10″


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. รวมพลังเครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายนายกอนุทิน ‘พลังงานสะอาด–สังคมคาร์บอนต่ำ’

ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. รวมพลังเครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายนายกอนุทิน ‘พลังงานสะอาด–สังคมคาร์บอนต่ำ’ เตรียมพร้อมเทคโนโลยี พลังงานไฟฟ้านิว เคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR) เพื่ออนาคตพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

นายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังกล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมวิชาการ “Conference on the Peaceful Uses of Nuclear Technology to Celebrate the 50th Anniversary of China–Thailand Diplomatic Relations Establishment” ว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) และ China National Nuclear Corporation (CNNC) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

รวมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี และมุมมองต่อการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติในการพัฒนาประเทศ โดยสอดคล้องกับนโยบาย “สิ่งแวดล้อม–พลังงานสะอาด–สังคมคาร์บอนต่ำ” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การลดการปล่อยคาร์บอน และการใช้เทคโนโลยีสะอาดเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็น 1 ในนโยบายของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง (อว.) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด การสร้างนวัตกรรม และการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยจัดขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ

นายแพทย์รุ่งเรือง กล่าวว่า (ปส.อว.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิว เคลียร์และรังสีของประเทศไทย มีความมุ่งมั่นเตรียมความพร้อมในการวางรากฐานด้านกฎระเบียบ มาตรการ และระบบการกำกับดูแล เพื่อรองรับการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตร ฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดประชุมในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเปิดเวทีให้ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแล นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจากไทยและจีน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงเทคนิค และถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ไทยและจีนมีความร่วมมืออย่างต่อเนื่องทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยในปี 2565 กระทรวง (อว.) และ China Atomic Energy Authority (CAEA) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ความร่วมมือด้านการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างทรัพยากรบุคคลด้านพลังงานนิวเคลียร์และเสริมศักยภาพความร่วมมือในระยะยาว

นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านพลังงานนิวเคลียร์ อาทิ

  • Mr. Ma Minggeng ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย พร้อมสนับสนุนความร่วมมืออย่างเต็มที่ และความร่วมมือนี้จะกลายเป็นไฮไลต์สำคัญของความสัมพันธ์ไทยและจีน พร้อมสร้างผลประโยชน์ร่วมกันและอนาคตที่สะอาด สดใส และเต็มไปด้วยมิตรภาพ”
  • รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ (สทน.) กล่าวว่า “SMR เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ปลอดภัย และยืดหยุ่น ซึ่งไทยสามารถเรียนรู้จากความก้าวหน้าของจีนเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในเส้นทางพลังงานที่ยั่งยืน อีกทั้งเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยังสามารถประยุกต์ใช้ในด้านการแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่ง สทน. ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ พัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างไทยและจีนต่อไปในอนาคต”
  • Dr. Fan Liuyan ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป CNECและผู้แทนจากบริษัท CNNC กล่าวว่า “CNNC พร้อมร่วมมือกับประเทศไทยในการส่งเสริมการประยุกต์ใช้นิวเคลียร์ สร้างความเข้าใจต่อสาธารณะ และสนับสนุนการดำเนินแผนงานพลังงานนิวเคลียร์ของไทย ร่วมกันเปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นความก้าวหน้า และเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เป็นความจริง พร้อมสร้างอนาคตที่สะอาด สดใส และเต็มไปด้วยมิตรภาพ”

ภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 70 คนอาทิ (สทน.) สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สมาคมนิวเคลียร์แห่งประเทศไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และจากฝั่งจีน ได้แก่ CNNC, China Nuclear Engineering & Construction Corporation (CNEC), Nuclear Power Institute of China (NPIC), China Isotope & Radiation Corporation (CIRC) และ China National Nuclear Power Corporation Ltd. (CNNP) โดยมีการนำเสนอหัวข้อทางวิชาการที่สำคัญ ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตรฐานปลอดภัยขนาดเล็ก (SMR)การกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในภาคส่วนต่าง ๆ การผลิตไอโซโทปรังสีทางการแพทย์ รวมถึงแนวทางการสื่อสารสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ในสังคม


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“รองนายกฯ สุชาติ” นำคณะผู้บริหาร ทส. บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

“รองนายกฯ สุชาติ” นำคณะผู้บริหาร ทส. บำเพ็ญกุศลน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิ คุณ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม

วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงฯ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดสร้อย ทอง จำนวน 10 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“วันนวมินทรมหาราช“ ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี โดยคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 เห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งคำว่า วันนวมินทรมหาราช แปลว่า “วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่“


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

1386 ‘ท่านแจ้ง เราจับ’ เดินหน้าทั่วไทย แก้ปัญหาผู้เสพคลั่ง-นำเยาวชนส่งบำบัด คืนความปลอดภัยสู่ชุมชน

1386 ‘ท่านแจ้ง เราจับ’ เดินหน้าทั่วไทย แก้ปัญหาผู้เสพคลั่ง-นำเยาวชนส่งบำบัด คืนความปลอดภัยสู่ชุมชน

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยถึงการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด ตามนโยบายที่ให้ไว้เมื่อครั้งรับตำแหน่ง เมื่อ 1 ตค. 2568 โดยย้ำว่า “ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ปฏิบัติการ ‘1386 ท่านแจ้ง เราจับ’ จึงไม่ได้มุ่งเน้นแค่การจับกุมผู้ค้า แต่หัวใจสำคัญคือการเข้าถึงทุกความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการนำผู้เสพที่มีอาการทางจิตเวชเข้ารับการบำบัด หรือการช่วยเหลือเยาวชนที่หลงผิดให้กลับคืนสู่สังคม”

ในช่วงวันที่ 7-8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดย สำนักงาน ปปส.ภาค 4,ภาค 5 และ ภาค 6 ได้เข้าปฏิบัติการต่อเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1386 ในหลายพื้นที่ สามารถเข้าช่วยเหลือและนำผู้เสพยาเสพติดที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว รวมถึงเยาวชนที่ถูกชักจูงเข้าสู่วังวนยาเสพติด เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของครอบ ครัวและชุมชนที่ต้องอยู่กับความหวาดระแวงจากพฤติกรรมของผู้เสพยาเสพติดที่มีอาการคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว และสร้างความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในการประสานงานกับหน่วยงานภาคีทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข เพื่อนำผู้ป่วยเข้าสู่การบำบัด ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและคืนพื้นที่ปลอดภัยให้กับสังคม

ผลการปฏิบัติการที่สำคัญ มีดังนี้

  • จังหวัดเชียงใหม่ : สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 เข้าช่วยเหลือเร่งด่วน กรณีมารดาร้องเรียนว่าบุตรชายวัย 14 ปี ถูกชักจูงให้ใช้ยาเสพติดหลายชนิดจนมีพฤติกรรมก้าวร้าวและหนีออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นางสาวสุกันยา ใหญ่วงศ์ ผอ.ส่วนประสานพื้นที่ฯ ได้ประสานความร่วมมือกับตำรวจ สภ.สันทราย และสามารถนำตัวเยาวชนส่งเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูในระบบผู้ป่วยใน ณ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ ได้เป็นผลสำเร็จ
  • จ.พิษณุโลก : สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 6 นำโดย นายสุวิทย์ สิงห์อยู่ นักสืบสวนสอบ สวนชำนาญการพิเศษ บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.นคร ไทย เข้าควบคุมสถานการณ์กรณีนายชาลีฯ อายุ 28 ปี ที่มีพฤติการณ์เสพยาจนคลุ้ม คลั่ง ทำลายข้าวของและทำร้ายคนในครอบครัวรวมถึงลูกหลานของตนเอง โดยนายชาลีฯ สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ณ คลินิกฟ้าใส (มินิธัญญารักษ์) ซึ่งสร้างความพึงพอ ใจให้กับผู้ร้องเรียนเป็นอย่างมาก

สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 ได้ดำเนินการติดตามและแก้ไขปัญหา ดังนี้

  • จังหวัดขอนแก่น : นายสังเวียนฯ ที่มีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง ถืออาวุธข่มขู่ ทำความเดือดร้อนให้ครอบครัวและชาวบ้าน ทั้งนี้สำนักงาน ปปส.ภาค 4 ได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.ย่อยพระลับ นำตัวส่งเข้ารับการบำบัด ณ โรงพยาบาลขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว และจะติดตามผลการบำบัดเพื่อช่วยเหลือในระยะต่อไป
  • จังหวัดเลย : กรณีนายเจตนิพัทธ์ฯ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 ได้ประสานการทำงานร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเลย (ศอ.ปส.จ.เลย) และหน่วยงานในพื้นที่เข้าตรวจสอบตามข้อร้องเรียน พบว่า ชุดปฏิบัติการอำเภอเมืองเลย ได้เข้าดำเนินการตามเบาะแส และได้นำตัวนายเจตนิพัทธ์ฯ ซึ่งเป็นผู้ถูกร้องเรียน ส่งเข้ารับการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลเลย เป็นที่เรียบร้อย และจะติดตามผลการบำบัดเพื่อวางแผนการช่วยเหลือในระยะต่อไป
  • จังหวัดร้อยเอ็ด- กรณีร้องเรียน นายธีรภัทรฯ ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวและอาละวาดบิดามารดาอยู่ตลอดเวลา แม้ครอบครัวจะเปลี่ยนใจขอระงับการช่วยเหลือ แต่เนื่องจากประเมินแล้วว่ายังอาจเป็นอันตรายต่อชุมชน สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 จึงได้ประสานงานกับกำนันในพื้นที่เพื่อหาแนวทางนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อไป

เลขาธิการ ป.ป.ส. เผยว่า “ผลการดำเนินงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ทุกเบาะแสของประชาชนมีค่าและจะถูกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง สำนักงาน ป.ป.ส. ขอขอบคุณทุกข้อมูล และขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากยาเสพติดอย่างเต็มความสามารถ ขอให้เชื่อมั่นในปฏิบัติการ ‘1386 ท่านแจ้ง เราจับ’ เพราะเราจะเปลี่ยนทุกความเดือดร้อนของท่านให้เป็นความปลอดภัย”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน