วช.จับมือ สกสว.หนุน 6 มาตรการ แก้วิกฤต​ หลังยางพาราไทย ถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

          วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 น.ณ ห้องประชุม 3 ชั้น​ 15 อาคาร SM Tower ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงานแถลงข่าว จับตาวิกฤตยางพาราไทย : ยางและไม้ยางพาราไทยกับการถูกกีดกันทางการค้าด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อสรุปสถานการณ์ของยางพาราไทยในปัจจุบันและนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหลังไทยถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริฤกษ์ ทรงวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยางรถยนต์ (มิชลิน) ของประเทศฝรั่งเศส และเฟอร์นิเจอร์ (อิเกีย) ของประเทศสวีเดน ได้ประกาศว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้า ทั้ง 2 บริษัทจะไม่ซื้อยางพารา และไม้ยางพาราที่มีการบุกรุกป่า และในขณะเดียวกันยังมีบริษัทจากต่างประเทศอีกหลายประเทศ เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่จะไม่ยอมรับยางพารา และไม้ยางพาราของไทยจากสวนยางที่ไม่ได้รับรองการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ ทั้งมาตรฐาน FSC, มาตรฐาน PEFC และมาตรฐานการจัดการสวนป่าไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มอก. 14061

          ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นที่สำคัญของโลก ด้วยเหตุนี้ วช. และ สกสว.ได้มองเห็นความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสวนยางทั้งรายเล็กและรายใหญ่เพื่อให้ปรับตัวและสามารถจัดการกับสวนยางให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ

          ด้านศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สืบเนื่องจากยางพาราไทยมีราคาตกต่ำอย่างมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ประเทศ ผู้ซื้อยางและไม้ยางพารายังพยายามกดให้ราคาถูกลงอีก โดยใช้ข้อกีดกันทางการค้าอื่นที่ไม่ใช่ภาษี (Non tariff barriers) โดยประเทศผู้ซื้อจะอ้างอิงมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ทั้ง Forest Stewardship Council (FSC) และ Program for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) สกสว. ได้ตระหนักถึงปัญหาการกีดกันทางการค้าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2559

          ซึ่งในขณะนั้น สกว. (ชื่อ เดิมของ สกสว.) ได้ให้ทุนสนับสนุนการทำวิจัย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพื่อจัดทำมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องและเหมาะสมกับรูปแบบการจัดการรวมทั้งขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชาวสวนยางไทย โดยต้องเป็นที่ยอมรับขององค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศทั้ง FSC และ PEFC อาทิ มาตรฐานการจัดสวนป่าไม้อย่างยั่งยืน มอก.14061, FSC Thailand (มาตรฐาน FSC ที่เหมาะสมกับประเทศไทย)

          ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร หัวหน้าภาควิชาการจัดการป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงวิกฤตการรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางพาราในประเทศไทย 6 ประการ ได้แก่
(1) ผลสืบเนื่องจากปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมโลกที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการเร่งให้มีมาตรฐานการจัดการสวนยางพารา
(2) สถานการณ์การส่งออกผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราในระยะยาวอยู่ในสถานภาพที่มีความเสี่ยงสูง
(3) ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางพาราที่มีการจัดการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติเพียงร้อยละ 0.5 ของพื้นที่สวนยางพาราทั้งประเทศ
(4) มาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามเงื่อนไขของผู้ซื้อมีหลายมาตรฐาน
(5) ผู้ทำสวนยางพาราและผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพาราส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติที่ดีพอ และ
(6) มีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรับรองของ FSC จากเวอร์ชั่น 4 เป็น เวอร์ชั่น 5 ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มมากขึ้นในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐาน

          ซึ่ง ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร ได้เสนอแนะแนวทางเพื่อตอบโจทย์เร่งด่วนของวิกฤตยางพาราไทยบนพื้นฐานงานวิจัย 6 ประการ ได้แก่
(1) กำหนดเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพของการทำสวนยางพาราทั้งระบบเพื่อให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติ
(2) กำหนดหรือสร้างองค์กรที่มีภารกิจในการรับมือ เจรจา และสร้างการรับรู้กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ มหาวิทยาลัย
(3) พัฒนาศักยภาพและสร้างความพร้อมของผู้ทำสวนยางพารา ผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพารา และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติโดยด่วน
(4) สร้าง Forest Management Standard for Thailand บนพื้นฐานของงานวิจัย ที่ได้รับการรับรองจาก FSC หรือ PEFC
(5) เร่งวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมของการจัดการสวนยางพาราที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบในประเทศไทย เช่น การปลูกเชิงเดี่ยว และการปลูกพืชร่วมยางพารา เพื่อรองรับการตรวจมาตรฐาน ภายใน 1-2 ปี และ
(6) ผลักดัน เร่งรัด และเพิ่มศักยภาพให้สวนยางพาราไทยผ่านมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามปริมาณและความต้องการของผู้ซื้อภายใน 2 ปี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับบิดาของเพื่อนร่วมรุ่น 4-5 ป.โท สื่อสารการเมือง

แสดงความอาลัย – พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับคุณพ่อธงชัย บิดา สิทธิชัย นุ่มแจ่ม เพื่อนร่วมรุ่น นศ.ป.โท สื่อสารการเมือง รุ่น4-5 ที่วัดพรหมวงศาราม ซอยเพิ่มสิน ประชาสงเคราะห์ 27 เขตดินแดง เมื่อวันก่อน

Cr. ทอนส์ 79

นครนายก – ผู้ว่าฯ ได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และเงินสนับสนุนให้กับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และเงินสนับสนุนให้กับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ประกอบด้วย

  1. นายชาญชัย จันทา ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์
  2. นายพลธนรัชต์ วงษาพล ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน
  3. นายกฤษฎา ดีทิพย์ ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน

          โดยมีนางกฤษณา เฮ็งฉุน นายสุชาติ เฮ็งฉุน และนายนรัท พูลเพิ่มสุขสมบัติ เป็นครูที่ปรึกษา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ประเภทการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 4.0 (Competition on Automotive Parts Design with Industrial Robot) ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากการแข่งขันการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 2 (Thailand Competition on Robotic and Automation Control using Industry 4.0 Technology 2nd)

         พร้อมให้โอวาท และมอบทุนสนับสนุนให้กับนักศึกษา 19 คน แผนกวิชาช่างอิเล็ก ทรอนิกส์ ช่างกลโรงงาน และช่างยนต์ ที่จะการเดินทางไปศึกษา ในโครงการการศึกษาทวิวุฒิ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ถึง 17 มกราคม 2563 ณ วิทยาลัยถังซานโพลีเทคนิค เมืองถังซาน มณฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ผู้บริหาร ครู และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ร่วมแสดงความยินดี และรับฟังโอวาท ณ ศาลากลางจังหวัดนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – จัดการประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019

จังหวัดจันทบุรี จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019 ในวันที่ 21-24 ธันวาคม 2562 ณ อาสนวิหารปฎิสนธินิรมล วัดโรมันคาทอลิก จันทบุรี ขยายเวลาการจัดงานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

          วันนี้ ( 21 ต.ค.62 ) ที่ห้องประชุมสื่อสารชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas “Festival of Lights 2019” ที่กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคม 2562 ส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมชุมชนชาวคริสต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

          โดยจังหวัดจันทบุรีร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งเทศกาลคริสต์มาศเป็นเทศกาลแห่งความรัก ความศรัทธา และการแบ่งปันเป็นงานประเพณีเฉลิมฉลองของชุมชนชาวคริสต์ เชื้อสายเวียดนามที่อยู่อาศัยในจังหวัดจันทบุรีมานานกว่า 300 ปี ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมทางคริสต์ศาสนาแล้ว ยังมีการแสดง 3D อนิเมชั่น แสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารที่สวยงามตระการตา ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น การแสดงของเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ โรงเรียนลาซาล จันทบุรี และสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เป็นการแสดงที่สื่อถึงความหมายของเทศกาลคริสต์มาส เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาสามารถร่วมกิจกรรมได้ ฟรี รวมทั้งเก็บภาพแห่งความประทับใจ

           นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของโบสถ์ยังมีการประดับตกแต่งอุโมงค์ไฟ มุมถ่ายภาพสวยงามสะพานดาวข้ามแม่น้ำจันทบุรี ทั้งนี้การแสดงแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ จะจัดขึ้นวันละ 3 รอบ ระหว่างวันที่ 21ถึง 24 ธันวาคม 2562 ไม่มีการเก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด และ ในวันอังคารที่ 24 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส เวลา 22.00 น.จะมีพิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาสไปจนถึงเที่ยงคืน มีการแบ่งปันความสุข อาหาร และ ขนมแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จิตอาสา จ.จันทบุรี – ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทาง บริเวณรอบศูนย์ราชการ อ.นายายอาม

จิตอาสาจังหวัดจันทบุรีร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         วันนี้ ( 22 ต.ค.62 ) ที่ศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน, กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, ประชาชน และเยาวชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม รำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถวายเป็นพระราชกุศล

         ทั้งนี้ ตลอดราชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งจวบจนกาลปัจจุบัน ด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจ ถวายพระสมัญญา-ภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” รวมทั้ง ทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

          โอกาสนี้ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้นำน้ำดื่มและลูกอมแจกจ่ายให้แก่จิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – เกษตรกรชาวประมง และชาวบ้าน แห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้

เกษตรกรชาวประมงจ.จันทบุรี และชาวบ้านแห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้ที่ออกมาลอยคอตามธรรมชาติ เป็นจำนวนมากบางรายหาเป็นรายได้เสริมกว่าคืนละ 1,000 บาท

         ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลที่ปูแป้น หรือปูใบไม้จะออกมาลอยคอตามธรรมชาติเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ ในลำคองที่เชื่อมต่อทะเลอ่าวไทยจำนวนมาก โอกาสนี้ ชาวบ้าน ชาวประมงพื้นบ้าน และนักท่องเที่ยวจะพากันนำอุปกรณ์ สวิง หรือกระชอน ดักตักปูแป้นเพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร

          ซึ่งที่ ท่าเทียบเรือขลุง หมู่10 ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นจุดหนึ่งในหลาย ๆ แห่ง ที่เป็นลำคลองน้ำทะเล น้ำกร่อยที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะลอยตามน้ำออกมาจากป่าจาก ป่าโกงกาง มีชาวบ้านนำอุปกรณ์มาดักรอตักปูแป้นเพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารรับประทาน รวมทั้ง บางรายตักเพื่อนำไปจำหน่ายโดยมีการดัดแปลงอุปกรณ์สวิงต่อด้วยด้ามไม้ไผ่ขนาดยาวเพื่อให้ตักได้ระยะไกล รวมทั้งมีไฟฉายส่องสว่างให้มองเห็นปูแป้นที่ลอยตามน้ำมา หากคืนไหนน้ำขึ้นสูงก็จะมองเห็นปูแป้นลอยตามน้ำจำนวนมากกว่าเวลาน้ำลง เพราะน้ำขึ้นส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของปูแป้นในป่าชายเลน หรือรูปูแป้นถูกน้ำท่วมปูแป้นก็จะออกมาลอยคอเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ในทะเล หรือที่น้ำเค็มตามความเหมาะสม และจะออกเป็นประจำทุกปีหลังเทศกาลออกพรรษา แต่ปีนี้ปริมาณปูแป้นตามคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย มีปริมาณปูแป้นที่น้อยลงกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านบอกว่าอาจจะเป็นเพราะลมหนาวยังมาไม่มาก หากมีลมพัดแรงปูก็จะออกเยอะ

         แต่ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์เริ่มให้ความเป็นห่วงทรัพยากรธรรมชาติ และการดำรงชีวิต สืบ พันธุ์ของปูแป้น ที่เกรงว่ามนุษย์ตักมาบริโภค หากปูยังไม่ได้ขยายเผ่าพันธุ์ ก็มีความเป็นไปได้สูง ที่ห่วงโซ่ วงจรชีวิตของธรรมชาติทางทะเลจะเสียสมดุลยและมีโอกาสที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะสูญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมนำอุปกรณ์ตักปูแป้นที่เราไม่รู้ว่าธรรมชาติของเค้าออกมาได้ขยายพันธุ์ในลำคลองแล้วหรือยัง ก่อนที่จะถูกตักไปบริโภค อย่างไรก็ตาม

          ปูแป้นที่ชาวบ้านตักได้นอกจากจะนำไปแปรรูปเป็นอาหาร อาทิ แช่น้ำปลา ยำ หรือเป็นส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวผัดแล้ว ความนิยมในการบริโภคปูแป้นยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันราคาซื้อขายสดอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 150 บาท ถึง 250 บาท บางรายสามารถจับปูแป้นขายได้มากกว่าคืนละ 1,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมของชาวประมงพื้นบ้านในช่วงฤดูนี้ที่มีระยะสั้นประมาณ 1 – 2 เดือน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดอบรม “โครงการ Happy Media, Happy Money”

https://youtu.be/Q7zXqFHNYNQ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดอบรม โครงการ Happy Media, Happy Money” เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนการเงินและการออมให้แก่สื่อมวลชนในจังหวัดจันทบุรี

         วันนี้ ( 22 ต.ค.62 ) ที่โรงแรมมณีจันท์ รีสอร์ท จ.จันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนการเงินและการออมให้แก่สื่อมวลชนในจังหวัดจันทบุรี สอดคล้องวิสัยทัศน์ “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” พัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกคน

         โดยเล็งเห็นว่าสื่อมวลชน เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ที่มีความเข้าใจและใกล้ชิดกับชุมชนเป็นอย่างดี รวมถึงทักษะการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสาร ผ่านสื่อดิจิทัลตามไลฟ์สไตล์ของผู้รับสารที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อสื่อมวลชนจะได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการออมและการบริหารเงินสร้างประโยชน์ให้ประชาชนในวงกว้าง

          ซึ่งจังหวัดจันทบุรีถือเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพทั้งเศรษฐกิจและเครือข่ายสื่อมวลชนที่เข้มแข็ง ซึ่งในการอบรมมีการบรรยายในหัวข้อ “เรื่องเงิน ใกล้ๆ ตัว” และ “จากสื่อดั้งเดิมสู่สื่อดิจิทัล…โพสต์อย่างไรให้ปัง” จันทบุรี โดยมีสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรีเข้าร่วมกว่า 50 ราย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – พบศพชายลอยอืด ในคลองมา 4 วัน

https://youtu.be/8TOq4qpuUnQ

ชาวบ้านออกตัดหญ้าได้กลิ่นเหม็นเน่าเดินไปดูพบศพชายลอยอืดอยู่ในบ่อบัว

          ร.ต.อ.มนตรี ไกรรักษ์ ร้อยเวร สภ.ปากพลี จ.นครนายก ได้รับแจ้ง จากนายสมชาย บุญอร่าม อายุ59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/1 ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นครนายก ว่า พบศพชายเสียชีวิตลอยอืดอยู่ในคลองเม่า หลังซอยวัสดุก่อสร้าง ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นครนา ยก จึงได้รุดไปยังที่เกิด พร้อมด้วยแพทย์เวร ร.พ.ปากพลี และมูลนิธิร่วมกตัญญู

          ในที่เกิดเหตุ พบศพชายลอยอืดอยู่ในคลอง มูลนิธิฯได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาบนฝั่งทราบชื่อนายชิ้น แต้มบัว อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.1 ต.โคกกรวด อ.ปากพลี จ.นคร นายก สภาพศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ ตรวจดูตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ และในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ ซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน.

         จากการสอบถามนายสมชาย ให้การว่า นายชิ้นผู้ตายได้หายตัวไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา เนื่องจากมีงานกฐินที่วัดข้างบ้านและมีมโหรสพตอนกลางคืน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร ตามหาก็ไม่เจอ จนกระทั่งวันนี้ ตนได้ออกมาตัดหญ้าและได้กลิ่นเหม็นจึงมาดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว ในเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายคงจะดื่มเหล้าจนเมา แล้วเดินพลัดหลงมาและได้พลัดตกคลองเสียชีวิตตายเองดังกล่าว.

สัมภาษณ์นายสมชาย บุญอร่าม คนมาพบ
สัมภาษณ์นายวิโรช แต้มบัว ลูกชาย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – พลังศรัทธา ปชช.ร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี-บางปะอิน ประชาชนได้เดินทางมาร่วมพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 34 เมตร

          บรรยากาศภายในพิธียกเศียรปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ องค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทางอาศรมฤๅษีเณร ได้สร้างเป็นวิหารโดยมีองค์ปู่ฤๅษีประทับนั่ง สูง 34 เมตร ภายในพิธีมี หลวงพ่อแป๊ะ วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดนครปฐม จุดเทียนชัย มีประชาชนมาร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งวิหารพ่อปู่ฤๅษีพรหมเมศร์ สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ตามความประสงค์ของอาจารย์ฤๅษีเณร

          นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ให้ประชาชนได้มากราบไหว้ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดความรักสามัคคีกันในประเทศและภายในชุมชน ทั้งนี้ฤๅษีเป็นการถือศีลขั้นสูงสุดของศีลที่เรียกว่า อาศรม 4 ดังนี้ 1. พรหมจรรย์ (อัตถะ) 2. คฤหัสถย์ (กามะ) 3. วานปรัสถย์ (ธรรมะ) และ4. สันนยาสะ (โมกษะ) สำหรับพระฤๅษีพรหมเมศร์ ทรงมีทั้งบุญฤทธิ์อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ และตบะบารมีอย่างมากมาย ไม่มีผู้ใดที่จะเทียบเท่าได้ ชอบช่วยเหลือม้วนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายโดยทั่วไป.

CR.ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

นราธิวาส – รถเก๋งเสียหลัก ชนต้นไม้ พังยับเยิน ที่ตากใบ

         เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 62 เวลา​ 06.40 น. รับแจ้งอุบัติเหตุ ออกตรวจสอบพบเป็น รถยนต์​เก๋ง Suzuki ciaz ป้าย กจ 6314 นราธิวาส​ ชน​ต้นไม้พังยับเยิน​ ขาเข้า ​อ.ตากใบ​ กู้ภัยร่​มเมือง​ตากใบ​

          ออกตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 1 ราย ชื่อวีระวัฒน์ สุวรรณศรี ที่อยู่ 12/2 ม.1 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ตรวจสอบตามร่างกายมีแผลถลอกเล็กน้อยและปวดต้นคอ อาสาฯ​ ได้ใส่​ Collar​ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตรวจสอบ​ร่างกาย​ไม่มีรอยแตกหักของกระดูก​ จากนั้นเคลื่อนย้าย​ผู้บาดเจ็บ​ขึ้นรถ​ กู้ชีพ​ อบต.ไพรวัน​ นำส่ง รพ.ตากใบ​ เรียบร้อย.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้