สืบสวนภ.3 – แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ใช้สื่อออนไลน์ เป็นช่องทางซื้อ – ขาย

สืบสวนภ.3 แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดมีพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า​ ผ่านทางบริษัทรับส่งพัสดุ

         วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 22 ต.ค.62 เวลา 09.00 น.​ ณ หน้าอาคารกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง​ จ.นครราชสีมา​ : พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์, พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย, พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี, พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ รองผบช.ภ.3, พล.ต.ต.ปวริศ บุญสุทธิ ผบก.สส.ภ.3, พล.ต.เวิน จำปาสา รองผอ.ศอ.ปส.ชอน.(ตัวแทนแม่ทัพภาค 2), พ.ต.อ.ชลาสินธุ์ ชลาลัย, พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุนหมื่น, พ.ต.อ.กิตติ กองแสงศรี รอง ผบก.สส.ภ.3​, พ.ต.อ.สุนทร หิมารัตน์ ผกก.สืบสวน​ 2 บก.สส.ภ.3, พ.ต.ท.ไกรสร ศรีอำพร รอง ผกก.สืบสวน 2​ บก.สส.ภ.3

         แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีพฤติกรรมใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางติดต่อซื้อขายยาเสพติดกับลูกค้า และส่งยาเสพติดผ่านทางบริษัทรับส่งพัสดุให้ลูกค้า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคอื่นๆ ในประเทศไทย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.เชียงใหม่​ – รวบเฒ่านิวซีแลนด์ เปิดร้านอาหาร เบื้องหลังค้ายา

         วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ชำนาญ ชำนาญเวช ผบก.ตม.5, พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.โกเมน สุภาพ ผกก.ตม.จ.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวการจับกุม​ชาวนิวซีแลนด์ใช้วีซ่าชีวิตบั้นปลายประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายยาเสพติด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า จากการสืบสวนหาข่าวของชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปราม ตม.จ.เชียงใหม่​ สืบทราบว่า บริษัท ริมิ โฮสดิ้งส์ จำกัด ประกอบการในชื่อ ร้าน SPADES BISTRO&BAR สถานที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่เลขที่ 207 ถนนสามล้าน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นธุรกิจร้านอาหาร​ และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีคนต่างด้าวลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย

          จึงได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมจนพบว่า มีชายคนต่างด้าวอยู่ภายในร้านจะทำหน้าที่มาคอยดูแลลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน มีการรับชำระเงินจากลูกค้า เป็นต้น จึงได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นเพื่อเข้าตรวจสอบและจับกุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562 เวลา 22.00 น.โดยตรวจพบคุณไมค์ หรือ MR.MICHAEL กำลังดูแลลูกค้าอยู่ ภายในร้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบหนังสือเดินทางและเอกสารการจัดตั้งบริษัท

          ซึ่งตรวจพบว่า MR.MICHAEL เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 ได้รับการตรวจลงตราประเภทสงวนสิทธิ์การตรวจลงตราเดิม (ใช้ชีวิตบั้นปลาย) ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 26 มีนาคม 2563 ประกอบกับตรวจพบเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลจากสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดเชียงใหม่​ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า MR.MICHAEL เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทฯ ซึ่งวีซ่าประเภทนี้ไม่สามารถทำงานใดๆ หรือเป็นกรรมการของบริษัทได้

         จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจสอบข้อมูลกล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในร้าน โดย MR.MICHAEL แจ้งว่าไม่มีการบันทึกข้อมูล กล้องวงจรปิดที่ตรวจพบมีเพียงแค่ตัวกล้องติดตั้งเท่านั้น ไม่ได้ใช้งานเนื่องจากเป็นกล้องของผู้เช่าอาคารคนเดิมซึ่งไม่ได้ถอดออกไปด้วย แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อตามที่กล่าวอ้าง จึงให้ MR.MICHAEL นำตรวจสอบบริเวณชั้น 2 และ 3

         ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด แต่ได้ตรวจพบยาเสพติด คือ ยาอีหรือเอสตาชี 64 เม็ด,โคเคน น้ำหนักรวม 9.92 กรัม และยาเค 9.68 กรัม อีกทั้งพบถุงซิปล็อคขนาดเล็ก จำนวนหลายถุง ซุกซ่อนในลิ้นชักโต๊ะทำงาน บริเวณชั้น 3 ของร้านที่เกิดเหตุ จึงเชื่อว่า MR.MICHAEL มีพฤติการณ์มียาเสพติดให้โทษเพื่อเสพและจำหน่ายด้วย ในเบื้องต้นได้สอบถาม MR.MICHAEL ให้การว่าได้ซื้อยาเสพติดทั้งหมดจากเพื่อนผู้ชายชาวต่างชาติซึ่งไม่ได้แจ้งชื่อให้ทราบ โดยซื้อมาเป็นเงินประมาณ 45,000 บาท จากนั้นจึงได้ตรวจ สารเสพติดในปัสสาวะของ MR.MICHAEL พบว่ามีผลเป็นบวกในกลุ่มยาเสพติดประเภทโคเคน ประกอบกับจากการสอบปากคำพยานซึ่งเป็นพนักงานของร้าน ให้การสอดคล้องต้องกันว่าเจ้าของร้าน คือ MR.MICHAEL และพนักงานบางคนเคยรู้เห็นว่า MR.MICHAEL เคยใช้ยาเสพติดบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด

         เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ MR.MICHAEL ได้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต”, “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”, “เป็นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวแต่ประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอีหรือเอสตาซี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”,“มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”, “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย”, “มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (ยาเคหรือเคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          ต่อมาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 14.00 น. ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ นำโดย พันตำรวจโท ฐิติวัฒน์ ฤชานุกูล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ และชุดสืบสวน ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมยาเสพติดดังกล่าว จนทราบว่า MR.MICHAEL ได้เช่าบ้านพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 280 หมู่ 5 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

          จึงได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 315/2562 เข้าตรวจค้นเพื่อหาสิ่งผิดกฎหมาย​ และยาเสพติด โดยได้แสดงหมายค้นให้ นางสาวภัณฑิราฯ เจ้าของบ้าน​ และเป็นผู้ให้เช่า ผลการตรวจค้นพบอุปกรณ์ที่สันนิษฐานว่าใช้เสพยาเสพติดให้โทษ จำนวน 14 รายการ เช่น อุปกรณ์ท่อสูบทองเหลือง มีเขม่าสีดำด้านใน เชื่อว่ามีไว้เสพยาเสพติดของเหลวลักษณะข้นสีดำเชื่อว่าอาจจะเป็นยาเสพติดประเภทฝิ่น เป็นต้น จึงได้ทำการตรวจยึดและมอบให้พนักงานสอบสวนส่งตรวจพิสูจน์ที่งานตรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้การตรวจพิสูจน์ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งจะได้ติดตามผลการตรวจพิสูจน์นำเรียนผู้บังคับบัญชาในลำดับต่อไป

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการ ระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทรกรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือ ทางเว็บไซต์ www. immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นักศึกษานิเทศศาสตร์ มรรภ.รำไพพรรณี คว้ารางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global

นักศึกษานิเทศศาสตร์ มรรภ.รำไพพรรณี คว้ารางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง งาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global

          นายอดิเทพ อุ่นมล นักศึกษาสาขาการสื่อสารมวลชน แขนงวิชาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ได้เข้ารับโล่รางวัลเกียรติยศเชิดชูเกียรติ เยาวชนต้นแบบ สาขา ศิลปิน ดารา นักแสดง ในงาน The HONOR Awards 2019 Best.Of Global จาก ม.ร.ว.นิวัติ กัลยาณวงศ์ ซึ่งเกณฑ์ในการพิจารณาเยาวชนต้นแบบนั้น ต้องมีคุณสมบัติ เป็นผู้มีความประพฤติดี ปฏิบัติดี เหมาะต่อการเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ และมีผลงานในระดับประเทศ หรือนานาชาติ ซึ่งมีเยาวชนต้นแบบเข้ารับรางวัลในสาขาต่างๆ ร่วม 20 คน ณ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

          นอกจากนี้ ในเดือนธันวาคม 2562 นายอดิเทพ อุ่นมล รองอันดับ 2 Mister Star Thailand 2019 ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย ในการประกวดเวทีระดับโลก Best Model Of The World ที่ประเทศ Turkey และมีผลงานละครทางช่อง 7 HD เร็วๆนี้

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สืบสวน​สตม. รวบชาวเยอรมัน หนีหมายจับซุกไทย​ และยังเข้ามาก่อคดี อำพรางศพหญิงชราร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ ทิ้งคลองย่านบางแสน หวังเงินเกษียณ

สืบสวน​สตม.รวบชาวเยอรมันหนีหมายจับซุกไทย​ และยังเข้ามาก่อคดีอำพรางศพหญิงชราร่วมชาติ ยัดตู้ไม้ทิ้งคลองย่านบางแสน หวังเงินเกษียณ

         วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี, พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ สตม. และ พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.2 บก.สส.สตม.

         ตำรวจภูธรภาค 2 นำโดย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.เทียนชัย​ เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.สภ.แสนสุข, พ.ต.ท.ชัฎ บรรทัดเที่ยง รองผกก.สอบสวนฯ, พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ กู้พิมายวรกูล รองผกก.สส.สภ.แสนสุข ร่วมแถลงข่าว​ผลการจับกุม​หนุ่มเยอรมัน ยัดศพหญิงชราร่วมชาติ ใส่ลังไม้ทิ้งคลองย่านบางแสน อำพรางการตายหวังเงินเกษียณ

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับการประสานจากตำรวจเยอรมัน ให้ช่วยติดตามนาง Margund อายุ 77 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการเยอรมันได้รับแจ้งว่าสูญหาย โดยได้เดินทางมาพร้อมกับนาย Richard ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 ทางญาติไม่สามารถติดต่อได้เกรงว่ามารดาอาจถูกทำร้ายหรือจะได้รับอันตราย ตรวจสอบข้อมูลพบว่านาย Richard กระทำผิดลักษณะหลอกลวงผู้หญิงสูงอายุหลายครั้ง​ และมีหมายจับประเทศเยอรมันในข้อหาฉ้อโกงบัตรเครดิต 17 กระทง รวมเป็นเงิน 6,000 ยูโร (240,000 บาท)

          พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ​ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.สส.สตม.ออกสืบสวนติดตามจับกุมตัวนาย Richard และสืบสวนหาตัวนาง Margund เจ้าหน้าที่​กก.2 บก.สส.สตม.ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่านาย Richard ได้อาศัยอยู่ที่บ้านเช่า ภายใน ต.แสนสุข อ.เมือง​ จ.ชลบุรี อาศัยอยู่กับหญิงไทย จึงได้แสดงตัวเข้าพบว่าวีซ่าหมดอายุตั้งแต่ 22 มิ.ย.60 จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.แสนสุข สอบสวนปากคำ ให้การว่าได้อาศัยอยู่ด้วยกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560

         สอบสวน น.ส.สุปราณี ภรรยานาย Richard ให้การว่านาย Richard พานาง Margund มาอยู่ด้วยกัน โดยใช้เงินที่โอนมาจากประเทศเยอรมัน เดือนละหลายหมื่นบาท ซึ่งเงินดังกล่าวนาย Richard บอกว่าส่วนหนึ่งเป็นเงินเกษียณของนาง Margund ต่อมาประมาณต้นเดือนมกราคม 2562 นาง Margund ได้ล้มลงในห้องน้ำ จึงได้ช่วยกันพามานอนพัก จนทราบภายหลังว่าเสียชีวิตแน่นอนแล้ว นาย Richard จึงได้นำผ้าห่มมาห่อศพแล้วยัดใส่ตู้ลังไม้ใส่ของ จากนั้นได้นำใส่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (ซาเล้ง) ซึ่งนาย Richard ขี่ไปทิ้งที่คลองบางโปรง หลังสนามกีฬาเทศบาลเมืองแสนสุข​ และต่อมาปรากฏว่ามีข่าวพบศพหญิงนิรนามที่ถูกยัดใส่ตู้ลังไม้ลอยน้ำ

          จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบ​ เชื่อว่าศพดังกล่าวคือนาง Margund พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ จึงได้ประสาน ผบช.ภ.2 และตำรวจประเทศเยอรมัน ร่วมพิสูจน์หลักฐานในคดีดังกล่าว ซึ่งอยู่ในระหว่างตรวจสอบผลดีเอ็นเอ และประวัติการทำฟันของนาง Margund เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​สภ.แสนสุข จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลจังหวัดชลบุรี ออกหมายจับนาย Richard ในข้อหา ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพฯ และได้แจ้งข้อกล่าวหา อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

          พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชาสัมพันธ์​ให้ว่าการบูรณาการกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการระดมกวาดล้างการจับกุมคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมายเป็นมาตรการในการป้องกันปราบปรามที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากผู้ใดพบเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หมายเลข 1178 หรือทางเว็บไซต์ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.จับมือ สกสว.หนุน 6 มาตรการ แก้วิกฤต​ หลังยางพาราไทย ถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

          วันนี้​ วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00-12.00 น.ณ ห้องประชุม 3 ชั้น​ 15 อาคาร SM Tower ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงานแถลงข่าว จับตาวิกฤตยางพาราไทย : ยางและไม้ยางพาราไทยกับการถูกกีดกันทางการค้าด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อสรุปสถานการณ์ของยางพาราไทยในปัจจุบันและนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหลังไทยถูกกีดกันทางการค้า ด้วย “มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี”

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริฤกษ์ ทรงวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยางรถยนต์ (มิชลิน) ของประเทศฝรั่งเศส และเฟอร์นิเจอร์ (อิเกีย) ของประเทศสวีเดน ได้ประกาศว่าในอีก 2 เดือนข้างหน้า ทั้ง 2 บริษัทจะไม่ซื้อยางพารา และไม้ยางพาราที่มีการบุกรุกป่า และในขณะเดียวกันยังมีบริษัทจากต่างประเทศอีกหลายประเทศ เริ่มมีการเคลื่อนไหวที่จะไม่ยอมรับยางพารา และไม้ยางพาราของไทยจากสวนยางที่ไม่ได้รับรองการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ ทั้งมาตรฐาน FSC, มาตรฐาน PEFC และมาตรฐานการจัดการสวนป่าไม้เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน มอก. 14061

          ทั้งนี้ เนื่องจากกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นที่สำคัญของโลก ด้วยเหตุนี้ วช. และ สกสว.ได้มองเห็นความจำเป็นในการเตรียมความพร้อม จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาและเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสวนยางทั้งรายเล็กและรายใหญ่เพื่อให้ปรับตัวและสามารถจัดการกับสวนยางให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานนานาชาติ

          ด้านศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สืบเนื่องจากยางพาราไทยมีราคาตกต่ำอย่างมาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ประเทศ ผู้ซื้อยางและไม้ยางพารายังพยายามกดให้ราคาถูกลงอีก โดยใช้ข้อกีดกันทางการค้าอื่นที่ไม่ใช่ภาษี (Non tariff barriers) โดยประเทศผู้ซื้อจะอ้างอิงมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืน ทั้ง Forest Stewardship Council (FSC) และ Program for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) สกสว. ได้ตระหนักถึงปัญหาการกีดกันทางการค้าดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2559

          ซึ่งในขณะนั้น สกว. (ชื่อ เดิมของ สกสว.) ได้ให้ทุนสนับสนุนการทำวิจัย ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพื่อจัดทำมาตรฐานการจัดการสวนป่าอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องและเหมาะสมกับรูปแบบการจัดการรวมทั้งขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของชาวสวนยางไทย โดยต้องเป็นที่ยอมรับขององค์กรมาตรฐานระหว่างประเทศทั้ง FSC และ PEFC อาทิ มาตรฐานการจัดสวนป่าไม้อย่างยั่งยืน มอก.14061, FSC Thailand (มาตรฐาน FSC ที่เหมาะสมกับประเทศไทย)

          ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร หัวหน้าภาควิชาการจัดการป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึงวิกฤตการรับรองมาตรฐานการจัดการสวนยางพาราในประเทศไทย 6 ประการ ได้แก่
(1) ผลสืบเนื่องจากปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมโลกที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อการเร่งให้มีมาตรฐานการจัดการสวนยางพารา
(2) สถานการณ์การส่งออกผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราในระยะยาวอยู่ในสถานภาพที่มีความเสี่ยงสูง
(3) ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางพาราที่มีการจัดการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติเพียงร้อยละ 0.5 ของพื้นที่สวนยางพาราทั้งประเทศ
(4) มาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามเงื่อนไขของผู้ซื้อมีหลายมาตรฐาน
(5) ผู้ทำสวนยางพาราและผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพาราส่วนใหญ่ไม่เข้าใจในมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติที่ดีพอ และ
(6) มีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานการรับรองของ FSC จากเวอร์ชั่น 4 เป็น เวอร์ชั่น 5 ในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีเงื่อนไขเพิ่มมากขึ้นในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐาน

          ซึ่ง ผศ.ดร.ขวัญชัย ดวงสถาพร ได้เสนอแนะแนวทางเพื่อตอบโจทย์เร่งด่วนของวิกฤตยางพาราไทยบนพื้นฐานงานวิจัย 6 ประการ ได้แก่
(1) กำหนดเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพของการทำสวนยางพาราทั้งระบบเพื่อให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติ
(2) กำหนดหรือสร้างองค์กรที่มีภารกิจในการรับมือ เจรจา และสร้างการรับรู้กับผู้เกี่ยวข้อง เช่น การยางแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ มหาวิทยาลัย
(3) พัฒนาศักยภาพและสร้างความพร้อมของผู้ทำสวนยางพารา ผู้ประกอบธุรกิจไม้ยางพารา และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ให้ได้รับการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติโดยด่วน
(4) สร้าง Forest Management Standard for Thailand บนพื้นฐานของงานวิจัย ที่ได้รับการรับรองจาก FSC หรือ PEFC
(5) เร่งวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสมของการจัดการสวนยางพาราที่มีอยู่หลากหลายรูปแบบในประเทศไทย เช่น การปลูกเชิงเดี่ยว และการปลูกพืชร่วมยางพารา เพื่อรองรับการตรวจมาตรฐาน ภายใน 1-2 ปี และ
(6) ผลักดัน เร่งรัด และเพิ่มศักยภาพให้สวนยางพาราไทยผ่านมาตรฐานการรับรองการจัดการป่าไม้ในระดับนานาชาติตามปริมาณและความต้องการของผู้ซื้อภายใน 2 ปี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับบิดาของเพื่อนร่วมรุ่น 4-5 ป.โท สื่อสารการเมือง

แสดงความอาลัย – พล.อ.ดร.ปกิตน์ สันตินิยม หัวหน้าพรรคสร้างชาติ ร่วมแสดงความอาลัยกับคุณพ่อธงชัย บิดา สิทธิชัย นุ่มแจ่ม เพื่อนร่วมรุ่น นศ.ป.โท สื่อสารการเมือง รุ่น4-5 ที่วัดพรหมวงศาราม ซอยเพิ่มสิน ประชาสงเคราะห์ 27 เขตดินแดง เมื่อวันก่อน

Cr. ทอนส์ 79

นครนายก – ผู้ว่าฯ ได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และเงินสนับสนุนให้กับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดี และเงินสนับสนุนให้กับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ประกอบด้วย

  1. นายชาญชัย จันทา ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์
  2. นายพลธนรัชต์ วงษาพล ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน
  3. นายกฤษฎา ดีทิพย์ ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน

          โดยมีนางกฤษณา เฮ็งฉุน นายสุชาติ เฮ็งฉุน และนายนรัท พูลเพิ่มสุขสมบัติ เป็นครูที่ปรึกษา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขัน ประเภทการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 4.0 (Competition on Automotive Parts Design with Industrial Robot) ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากการแข่งขันการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 2 (Thailand Competition on Robotic and Automation Control using Industry 4.0 Technology 2nd)

         พร้อมให้โอวาท และมอบทุนสนับสนุนให้กับนักศึกษา 19 คน แผนกวิชาช่างอิเล็ก ทรอนิกส์ ช่างกลโรงงาน และช่างยนต์ ที่จะการเดินทางไปศึกษา ในโครงการการศึกษาทวิวุฒิ ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ถึง 17 มกราคม 2563 ณ วิทยาลัยถังซานโพลีเทคนิค เมืองถังซาน มณฑลเหอเป่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายศิริ จันบำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ผู้บริหาร ครู และนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ร่วมแสดงความยินดี และรับฟังโอวาท ณ ศาลากลางจังหวัดนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – จัดการประชุมเตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019

จังหวัดจันทบุรี จัดการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas Festival of Lights 2019 ในวันที่ 21-24 ธันวาคม 2562 ณ อาสนวิหารปฎิสนธินิรมล วัดโรมันคาทอลิก จันทบุรี ขยายเวลาการจัดงานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

          วันนี้ ( 21 ต.ค.62 ) ที่ห้องประชุมสื่อสารชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อม การจัดงาน Chanthaburi Miracle Christmas “Festival of Lights 2019” ที่กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 ธันวาคม 2562 ส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมชุมชนชาวคริสต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

          โดยจังหวัดจันทบุรีร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งเทศกาลคริสต์มาศเป็นเทศกาลแห่งความรัก ความศรัทธา และการแบ่งปันเป็นงานประเพณีเฉลิมฉลองของชุมชนชาวคริสต์ เชื้อสายเวียดนามที่อยู่อาศัยในจังหวัดจันทบุรีมานานกว่า 300 ปี ซึ่งนอกเหนือจากกิจกรรมทางคริสต์ศาสนาแล้ว ยังมีการแสดง 3D อนิเมชั่น แสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารที่สวยงามตระการตา ชิม ช็อป อาหารท้องถิ่น การแสดงของเยาวชนนักเรียนจากโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ โรงเรียนลาซาล จันทบุรี และสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านยอแซฟพิทักษ์ เป็นการแสดงที่สื่อถึงความหมายของเทศกาลคริสต์มาส เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาสามารถร่วมกิจกรรมได้ ฟรี รวมทั้งเก็บภาพแห่งความประทับใจ

           นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของโบสถ์ยังมีการประดับตกแต่งอุโมงค์ไฟ มุมถ่ายภาพสวยงามสะพานดาวข้ามแม่น้ำจันทบุรี ทั้งนี้การแสดงแสงสีฉาบอาคารอาสนวิหารฯ จะจัดขึ้นวันละ 3 รอบ ระหว่างวันที่ 21ถึง 24 ธันวาคม 2562 ไม่มีการเก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด และ ในวันอังคารที่ 24 ธ.ค.62 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส เวลา 22.00 น.จะมีพิธีเฉลิมฉลองคริสต์มาสไปจนถึงเที่ยงคืน มีการแบ่งปันความสุข อาหาร และ ขนมแก่ผู้ร่วมงานทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จิตอาสา จ.จันทบุรี – ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทาง บริเวณรอบศูนย์ราชการ อ.นายายอาม

จิตอาสาจังหวัดจันทบุรีร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิ คุณและถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

         วันนี้ ( 22 ต.ค.62 ) ที่ศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ข้าราชการทหาร, ตำรวจ, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน, กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน, ประชาชน และเยาวชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดเส้นทางบริเวณรอบศูนย์ราชการอำเภอนายายอาม รำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถวายเป็นพระราชกุศล

         ทั้งนี้ ตลอดราชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ อเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งจวบจนกาลปัจจุบัน ด้วยพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศ พสกนิกรต่างน้อมใจ ถวายพระสมัญญา-ภิไธยว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” และรัฐบาลได้เฉลิมพระเกียรติให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูปข้าวไทย” รวมทั้ง ทรงได้รับการประกาศพระเกียรติคุณยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกในสาขาการศึกษาวัฒนธรรม สังคมศาสตร์ มานุษยวิทยา การพัฒนาสังคมและการสื่อสาร พระเกียรติคุณของพระองค์ยังคงจารึกไว้ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนิจนิรันดร์

          โอกาสนี้ คณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้นำน้ำดื่มและลูกอมแจกจ่ายให้แก่จิตอาสาที่มาร่วมกิจกรรม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – เกษตรกรชาวประมง และชาวบ้าน แห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้

เกษตรกรชาวประมงจ.จันทบุรี และชาวบ้านแห่จับปูแป้น หรือปูใบไม้ที่ออกมาลอยคอตามธรรมชาติ เป็นจำนวนมากบางรายหาเป็นรายได้เสริมกว่าคืนละ 1,000 บาท

         ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูกาลที่ปูแป้น หรือปูใบไม้จะออกมาลอยคอตามธรรมชาติเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ ในลำคองที่เชื่อมต่อทะเลอ่าวไทยจำนวนมาก โอกาสนี้ ชาวบ้าน ชาวประมงพื้นบ้าน และนักท่องเที่ยวจะพากันนำอุปกรณ์ สวิง หรือกระชอน ดักตักปูแป้นเพื่อนำมาประกอบเป็นอาหาร

          ซึ่งที่ ท่าเทียบเรือขลุง หมู่10 ตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นจุดหนึ่งในหลาย ๆ แห่ง ที่เป็นลำคลองน้ำทะเล น้ำกร่อยที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะลอยตามน้ำออกมาจากป่าจาก ป่าโกงกาง มีชาวบ้านนำอุปกรณ์มาดักรอตักปูแป้นเพื่อนำไปประกอบเป็นอาหารรับประทาน รวมทั้ง บางรายตักเพื่อนำไปจำหน่ายโดยมีการดัดแปลงอุปกรณ์สวิงต่อด้วยด้ามไม้ไผ่ขนาดยาวเพื่อให้ตักได้ระยะไกล รวมทั้งมีไฟฉายส่องสว่างให้มองเห็นปูแป้นที่ลอยตามน้ำมา หากคืนไหนน้ำขึ้นสูงก็จะมองเห็นปูแป้นลอยตามน้ำจำนวนมากกว่าเวลาน้ำลง เพราะน้ำขึ้นส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของปูแป้นในป่าชายเลน หรือรูปูแป้นถูกน้ำท่วมปูแป้นก็จะออกมาลอยคอเพื่อผสมพันธุ์ วางไข่ในทะเล หรือที่น้ำเค็มตามความเหมาะสม และจะออกเป็นประจำทุกปีหลังเทศกาลออกพรรษา แต่ปีนี้ปริมาณปูแป้นตามคลองต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับทะเลอ่าวไทย มีปริมาณปูแป้นที่น้อยลงกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านบอกว่าอาจจะเป็นเพราะลมหนาวยังมาไม่มาก หากมีลมพัดแรงปูก็จะออกเยอะ

         แต่ขณะที่กลุ่มอนุรักษ์เริ่มให้ความเป็นห่วงทรัพยากรธรรมชาติ และการดำรงชีวิต สืบ พันธุ์ของปูแป้น ที่เกรงว่ามนุษย์ตักมาบริโภค หากปูยังไม่ได้ขยายเผ่าพันธุ์ ก็มีความเป็นไปได้สูง ที่ห่วงโซ่ วงจรชีวิตของธรรมชาติทางทะเลจะเสียสมดุลยและมีโอกาสที่ปูแป้นหรือปูใบไม้จะสูญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมนำอุปกรณ์ตักปูแป้นที่เราไม่รู้ว่าธรรมชาติของเค้าออกมาได้ขยายพันธุ์ในลำคลองแล้วหรือยัง ก่อนที่จะถูกตักไปบริโภค อย่างไรก็ตาม

          ปูแป้นที่ชาวบ้านตักได้นอกจากจะนำไปแปรรูปเป็นอาหาร อาทิ แช่น้ำปลา ยำ หรือเป็นส่วนผสมของก๋วยเตี๋ยวผัดแล้ว ความนิยมในการบริโภคปูแป้นยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันราคาซื้อขายสดอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 150 บาท ถึง 250 บาท บางรายสามารถจับปูแป้นขายได้มากกว่าคืนละ 1,000 บาท ซึ่งถือเป็นรายได้เสริมของชาวประมงพื้นบ้านในช่วงฤดูนี้ที่มีระยะสั้นประมาณ 1 – 2 เดือน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก