มุกดาหาร # “เกือบข้ามฝั่งโขง” ทพ.2107 ตรวจยึดรถยนต์ Ford ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถูกโจรกรรมมาเตรียมส่งประเทศเพื่อนบ้าน

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ตรวจยึดรถยนต์ข้ามแดนโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรในพื้นที่ จ.นครพนม

         เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 62 เวลา 19.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีการลักลอบนำรถยนต์ข้ามแดน โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร บริเวณ ริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.แพงใต้ ต. บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม จึงได้จัดกำลังพล 6 นาย ซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

         ต่อมาครั้นเมื่อ 18 ต.ค.62 เวลา 01.30 น. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจได้ยินเสียงเรือจากฝั่ง สปป. ลาว มาจอดบริเวณริมแม่น้ำโขง ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 300 ม. ในเวลาต่อมาได้มีรถยนต์ จำนวน 1 คัน วิ่งด้วยความเร็วไปยังจุดที่เรือจอดอยู่ ชุดซุ่มจึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ ต่อมาคนขับรถยนต์พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จึงวิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตาม แต่ผู้ต้องหาอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ เรือที่จอดอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขงได้ขับเรือหันหัวเรือไปยังฝั่ง สปป.ลาว

         เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบบริเวณพื้นที่โดยรอบ พบรถยนต์กระบะ 1 คัน เป็นรถ ยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่น เรนเจอร์ สีบรอนด์ ทะเบียน 5 กค 6292 กทม. จำนวน 1 คัน และแผ่นไม้แพสำหรับติดเรือบรรทุกรถ ณ บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.แพงใต้ ต.บ้าน แพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวไว้ เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

นายกฯนครแหลมฉบัง – ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “ทำความดีด้วยหัวใจ”

https://youtu.be/Wiv2bQgYzvs

จิตอาสาพระราชทาน ” ทำความดีด้วยหัวใจ ” !! นายกฯนครแหลมฉบังร่วมกิจกรรมจิตอาสาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน ถวายเป็นพระราชกุศล วันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวิชราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูร

         วันนี้( 18 ต.ค.)ที่ วัดเขาบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ
เพื่อน้อมรำลึก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ภายใต้โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราช ดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ด้วยความมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวม

        โดยได้รับเกียรติจาก ท่านภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี มีคณะราชการและประชาชนจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วยจิตใจตั้งมั่น เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิ คุณอันหาที่สุดมิได้

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เครือข่าย เกษตรกรภาคตะวันออก กว่า 500 คน เข้าร่วมการเสวนาการแบน 3 สารเคมี

เครือข่ายเกษตรกรภาคตะวันออก กว่า 500 คน เข้าร่วมการเสวนาการแบน 3 สารเคมี ขณะชาวสวนลำไยเผย ยังมีความจำเป็นต้องใช้ รับได้หากมีการควบคุมการใช้ แต่ไม่อยากให้ยกเลิก

          ที่ห้องประชุมบุษราคัม องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เครือข่ายเกษตรกรภาคตะวันออก ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกลำไยและทุเรียนจากจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด เข้าร่วมเสวนา กรณีที่คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติให้ดำเนินการออกประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด โดยคณะกรรมการสั่งให้ยุติการนำเข้าภายในเดือนธันวาคม 2561 และยุติการใช้ทั้งหมดภายใน เดือนธันวาคม 2562 อย่างเข้มงวด ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นข้อถกเถียงกันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร โดยการเสวนาครั้งนี้ เพื่อร่วมพูดคุยกันระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้ เพื่อต้องการหาข้อสรุปว่าเกษตรกรที่ใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ยังมีความจำเป็นต้องใช้ต่อ และช่วยกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อนำเสนอต่อ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเดือนพฤศจิกายนนี้

         นายธนิต จีนะจิตต์ รองประธานกลุ่มทำสวนเอาเงิน ไม่ได้เอาเงินทำสวน หนึ่งในผู้ ร่วมการจัดงานในครั้งนี้ เปิดเผยว่า กลุ่มเครือข่ายฯ มีความเห็นร่วมกันที่จะแสดงพลังของเกษตร กรในการออกความคิดเห็นเรื่องการยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าว โดยการเชิญเกษตรกรรายใหญ่จากจังหวัดภาคตะวันออก มาให้แนวทางการใช้อย่างปลอดภัย และขอความเห็นจากเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อที่จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวไปเสนอยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

          ด้านนายชรัตน์ เนรัญชร เกษตรกรสวนลำไย เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีข่าวการแบน 3 สารเคมีดังกล่าว โดยส่วนตัวทำสวนลำไย กว่า 200 ไร่ และได้ใช้ ยากำจัดศัตรูพืช เช่น ไกลโฟเซต มาโดยตลอด ซึ่งกระบวนการใช้ก็ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ทางภาครัฐได้วางไว้ และมีการป้องกันขณะใช้สาร เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพมาโดยตลอด ซึ่งความคิดเห็นส่วนตัวไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกการใช้ รับได้หามีการจำกัดการใช้ เพราะตนเองยังมีความจำเป็นต้องใช้สารกำจัดศัตรูพืชชนิดนี้อยู่ จึงมาร่วมแสดงพลังชาวสวนในวันนี้เพื่อหาข้อสรุปและร่วมเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต่อไป

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวไร่ยาสูบ วอนสรรพสามิต ปรับอัตราภาษีบุหรี่ให้เหมาะสม ชี้การเปลี่ยนอาชีพไม่ง่าย ต้องใช้เวลาในการปรับตัว

ชาวไร่ยาสูบวอนสรรพสามิตปรับอัตราภาษีบุหรี่ให้เหมาะสม ชี้การเปลี่ยนอาชีพไม่ง่าย ต้องใช้เวลาในการปรับตัว

          จากกรณีกรมสรรพสามิตแถลงข่าว การออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2562 เพื่อลดอัตราภาษียาเส้นจาก 0.10 บาทต่อกรัม เหลือเพียง 0.025 บาทต่อกรัม หรือลดลงให้ถึง 3 ใน 4 ระหว่างวันที 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูกและผลิตยาเส้น รวมถึงผู้ผลิตยาเส้นรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษียาเส้นในช่วงเดือนพฤษาคม 2562 ให้สามารถปรับตัวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังอยู่ระหว่างการหารือหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า จะให้มีการเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ไปหรือไม่ หรือจะให้มีการปรับเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบมีเวลาปรับตัว

         นายสุธี ชวชาติ ประธานภาคีชาวไร่ยาสูบและนายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบลำปาง กล่าวว่า เข้าใจและเห็นด้วยกับกรมสรรพสามิตและกระทรวงการคลังโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สันติ พร้อมพัฒน์ ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนของชาวไร่ยาเส้น จากการขึ้นภาษีแบบก้าวกระโดด เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่ทำให้ยาเส้นต้องขึ้นราคาไปเฉลี่ยประมาณห่อละ 2-3 บาท การขึ้นภาษีที่ทำแบบก้าวกระโดดไม่ว่าจะทำกับสินค้าใด ก็ย่อมสร้างความเดือดร้อนรุนแรงให้กับผู้ผลิตและอุตสาหกรรมต้นน้ำ ในกรณีภาษียาเส้นก็ไม่ต่างจากกรณีการขึ้นภาษีบุหรี่ที่ผ่านมา เมื่อเดือนกันยายน 2560 ขึ้นไปจนบุหรี่ราคาขึ้นทีเดียว 20 บาทหรือขึ้นราคาไป 50% แต่รัฐก็ไม่เคยลดภาษีให้เหมือนยาเส้น

          ทั้งที่บุหรี่ถูกขึ้นภาษีมาตลอดในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 15-16 ครั้ง จนชาวไร่ยาสูบ โดนตัดโควตาซื้อใบยาไปกว่าครึ่งหนึ่งมา 2 ปี แล้ว และรายได้หายไปไม่น้อยกว่า 450 ล้านบาท เกษตรกรอยากให้กรมสรรพสามิต และท่าน รมช. สันติ พิจารณาทบทวนการขึ้นภาษี 40% เพื่อช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบกว่า 50,000 ครอบครัวทั่วประเทศ เพราะหากขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% ปีหน้าจริง คาดว่าจะทำให้ราคาบุหรี่บ้านเราต้องไปขายที่ 90 บาทต่อซอง ยอดขาย ยสท. จะตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่อการรับซื้อใบยาสูบอีก ในขณะที่ยาเส้นราคาเพียงห่อละไม่เกิน 15 บาท แต่บุหรี่จะมีราคาตั้งแต่ 90-165 บาท ต่างกัน 5-10 เท่าตัว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำไมเก็บภาษียาสูบเท่าไร่คนไทยก็ยังมีอัตราการบริโภคยาสูบเท่าๆ เดิม รวมถึงปัญหาบุหรี่หนีภาษีราคาถูกที่ถือเป็นปัญหาหนึ่งของการบริโภคยาสูบเช่นกัน”

          นายสุธีกล่าวทิ้งท้ายว่า แทนที่จะขึ้นภาษีบุหรี่แบบก้าวกระโดด อยากให้รัฐบาลปรับอัตราภาษีบุหรี่ให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐฏิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคคนไทย โดยหันมาใช้แนวทางการขึ้นภาษีแบบค่อยเป็นค่อยไป ทีละน้อยแทนจะดีกว่า เพราะระยะเวลาการปรับตัวเพียง 2-3 ปี คงไม่เพียงพออย่างแน่นอนสำหรับสัดส่วนการขึ้นภาษีที่เรียกได้ว่าจะขึ้น 200% ตั้งแต่ปลายปี 2560 เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาหรือให้ความช่วยเหลือแต่เกษตรกรชาวไร่ยาสูบในเรื่องการปรับเปลี่ยนอาชีพเลย ขอให้ภาครัฐเห็นใจและให้ความช่วยเหลือด้วย

มนสิชา คล้ายแก้ว

จิตอาสาจังหวัดจันทบุรี ร่วมกิจกรรมจิตอาสา พัฒนาปรับภูมิทัศน์

จิตอาสาจังหวัดจันทบุรีร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถานถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

          วันนี้ ( 18 ต.ค.62 ) ที่วัดคมบาง ตำบลคมบาง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. ข้าราชการทหาร ตำรวจ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน – ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนและเยาวชนจิตอาสาร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดศาสนสถานบริเวณรอบวัดคมบาง น้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ถวายเป็นพระราชกุศล

          ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองเพื่อความทันสมัย มีทำการค้ากับต่างประเทศและรับความคิดเห็นใหม่แบบตะวันตก ได้ทรงพื้นฟูพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้พระสงฆ์เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและระเบียบแบบแผนด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งพระองค์ได้ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงไว้ล่วงหน้า 2 ปี ที่ตำบลหว้ากอ จังหวังประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 ได้อย่างถูกต้องแม่นยำซึ่งถือได้พระองค์ได้ทรงวางรากฐานแก่วิทยาศาสตร์และวัตกรรมของประเทศไทยให้มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบมาจนถึงทุกวันนี้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพชรบูรณ์ – งูหลามใหญ่ตกใจเสียงแบคโฮ เลื้อยตกบ่อบาดาล แช่น้ำนานกว่า 3 วัน จนตัวซีด

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดหนองไผ่ อำเภอหนอง ไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีงูขนาดใหญ่เลื้อยตกลงไปในบ่อน้ำลึก ซึ่งภายในมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก โดยงูตัวดังกล่าวเริ่มมีสภาพอ่อนแรง ลำตัวเริ่มซีด คาดตกน้ำมาแล้วหลายวัน จึงได้จัดเตรียมอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน รุดไปยังที่เกิดเหตุบริเวณหลังบ้านเลขที่ 54 หมู่ 1 ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ พบบ่อน้ำบาดาลเก่า ทำด้วยวงท่อซีเมนต์ ฝังดินเรียงกันทั้งหมด 5 บ่อ โดย 4 บ่อแรกถูกดินถมจนเต็ม แต่บ่อสุดท้าย พบว่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อก้มมองลงไปในบ่อพบงูขนาดใหญ่ ลำตัวสีเหลือง สลับน้ำตาล-ดำ กำลังพยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาปากบ่อ แต่พอเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์จับ ก็รีบมุดน้ำหนีลงไปก้นบ่อทันที โดยเจ้าหน้าที่เฝ้ารออยู่ปากบ่อนานเกือบครึ่งชั่วโมง งูตัวดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ลอยน้ำขึ้นมาให้จับสักที จึงตัดสินใจหาตะขอเหล็กมัดใส่ปลายไม้ พยายามควานหาตัวที่ก้นบ่อ กระทั่งสามารถเกี่ยวขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ก่อนใช้อุปกรณ์จับได้สำเร็จ อย่างปลอดภัย ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นงูหลามใหญ่ ขนาดลำตัวยาวกว่า 2 เมตร จึงได้ช่วยกันจับตัวใส่ถุงปุ๋ย นำไปปล่อยในป่าคืนสู่ธรรมชาติต่อไป

          จากการสอบถาม นางสมหมาย กองมนต์ อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านเล่าให้ฟังว่า ตนได้ทำการซื้อขายที่ดินมาจากเจ้าของเดิม ซึ่งเคยเป็นโรงสีเก่ามาก่อน โดยเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ตนได้ว่าจ้างรถแบคโฮเข้ามาดำเนินการปรับที่ และ รื้อโครงสร้างโรงสีเก่า เพื่อปรับพื้นที่ทำการเกษตร ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว กระทั่งวันนี้ ตนได้เดินสำรวจบริเวณสุดเขตแดนซึ่งอยู่ติดกับไร่อ้อย พบว่ามีบ่อบาดาลเก่า ซึ่งใช้เป็นบ่อพักน้ำของโรงสี โดย 1 ใน5 บ่อ พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงชะโงกหน้ามองลงไปภายในบ่อ ก็ต้องตกใจแทบช๊อค เมื่อเห็นงูหลามใหญ่ พยายามเลื้อยวนไปมาเพื่อหาทางขึ้นมาจากปากบ่อ แต่เนื่องจากระดับน้ำกับขอบบ่อ ห่างกันราว 1.50 เมตร ทำให้งูหลามไม่สามารถขึ้นมาได้ ประกอบกับ ตามลำตัวเริ่มมีสีซีด จากการแช่น้ำมาแล้วหลายวัน คาดว่าขณะที่แบคโฮเข้าทำการปรับที่และรื้อถอน งูหลามที่อาศัยอยู่ในบริเวณโรงสีเก่าตกใจเสียงรถแบคโฮ จึงเลื้อยหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนพลาดตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล โชคดีที่ตนเดินมาเห็นเสียก่อน รีบแจ้งกู้ภัยช่วยเหลือได้สำเร็จ

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

ศาลหลักเมืองจันทบุรี แจกข้าวสารผู้ยากไร้ 6,800 ถุง เทิดพระเกียรติ ถวายเป็นพระ ราชกุศลฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวฯ

ศาลหลักเมืองจันทบุรี แจกข้าวสารผู้ยากไร้ 6,800 ถุง เทิดพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวฯในคราวเสด็จทรงเปิดศาลหลักเมืองจันทบุรี

         ที่ศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี คณะกรรมการศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี ได้จัดให้มีพิธีแจกข้าวสารมงคลแก่ประชาชนทั่วไป ถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในคราวเสด็จพระ ราชดำเนินทรงเปิดศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี

         โดย นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานทหาร ตำรวจคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการ 4 ศาลเจ้า ร่วมแจกสารสารจำนวน 6,800 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม แก่ประชาชน และเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นข้าวสารมงคลผ่านพิธีปลุกเสกโดยคณะกรรมการ ที่มี นายถนอมทรัพย์ ลี้เลิศรัชบดี ประธานศาลหลักเมืองจังหวัดจันทบุรี

          สำหรับการมอบข้าวสารในครั้งนี้ สืบเนื่องจากศาลหลักเมืองจันทบุรีครบรอบวันเปิดศาลหลักเมืองจันทบุรี ปีที่ 35 และเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้า เจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 67 พรรษา และจะแจกข้าวสารมงคลแก่ประชาชนทุกปี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ยะลา – ศอ.บต. มอบเงินสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม ด้านเด็กและสตรี

ศอ.บต. มอบเงินสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมด้านเด็กและสตรี เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้างสันติสุข 40 องค์กรเครือข่ายเข้าร่วมพร้อมเพรียง

          เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 เวลา 9.30นที่ห้องประชุมชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.เมือง จ.ยะลา พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานกิจกรรมมอบเงินสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมด้านเด็กและสตรี เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสร้างสันติสุข โดยมีผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้แทนคณะกรรมการศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และองค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคมเด็กและสตรี จำนวน 40 องค์กรเข้าร่วม

          พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ต้องขอชื่นชมทุกท่านที่ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อเด็กและสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ศอ.บต.ได้มีการเปิดพื้นที่ศูนย์ราชการให้มีศูนย์ประสานงานฯ ในการอำนวยความสะดวกให้ทุกคนสามารถมีพื้นที่ในการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเรียนนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งที่ได้มาเปิดศูนย์ราชการฯ ว่า ที่นี่จะเป็นศูนย์ประสานงานเพื่อเด็กและสตรีที่มีความมั่นคงถาวรเป็นที่แรก และมีคณะกรรมการเพื่อการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ เพราะ ศอ.บต.ตระหนักดีว่า สิ่งที่เป็นผลกระทบต่อเด็กและสตรีเป็นสิ่งที่ลึก กว้าง และยาวนาน จึงต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการแก้ไขปัญหา และมีความจำเป็นที่ต้องดึงหน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้องเข้ามาขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน

          โดย ศอ.บต. ทำหน้าที่ในการถือธงนำหน้าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิต และนำพาทุกภาคส่วนให้เดินไปด้วยกัน และจากการที่พื้นที่มีความหลากหลายด้วยอัตลักษณ์พิเศษเฉพาะที่รัฐยังเข้าไปไม่ถึง จึงจำเป็นที่ต้องใช้องค์กรภาคประชาสังคมเป็นตัวเชื่อมระหว่างรัฐกับประชาชน โดยในอนาคตจะมีการขยายต้นแบบด้วยการดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาต่อยอดในการดูแล ทั้งด้านการศึกษา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส จึงอยากให้ทุกองค์กรทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และสร้างโอกาสสู่การขยายผลเข้าสู่พื้นที่ให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

          นางโซรยา จามจุรี ประธานศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เผยว่า มีความยินดีอย่างยิ่งที่ ศอ.บต.ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณให้แก่เครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านเด็กและสตรี ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการศูนย์ประสานงานฯ ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณไปขับเคลื่อนกิจกรรมด้านเด็กและสตรี ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของรัฐบาลต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคณะกรรมการ ศป.ดส. ได้จัดประชุมคัดเลือกพิจารณาองค์กรที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับ จำนวน 2 ครั้ง และยังมีการกำหนดกรอบการทำงานวาระเด็กและสตรีที่ครอบคลุมใน 7 ประการ ซึ่งได้แก่ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยา, ความรุนแรงที่เกิดต่อเด็กและสตรี, เด็ก สตรีกับสันติภาพและความมั่นคง, สุขภาวะของเด็กและสตรี, การเข้าถึงการบริการภาครัฐ, การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกระดับ และการยอมรับและความเท่าเทียมทางเพศ

          ซึ่งจากการคัดเลือกมีองค์กรที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 40 องค์กร จะได้รับทุนสนับสนุนองค์กรละไม่เกิน 250,000 บาท แบ่งเป็นภาคประชาสังคมด้านเด็ก จำนวน 20 องค์กร และภาคประชาสังคมด้านสตรี จำนวน 20 องค์กร ทั้งนี้ศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศป.ดส. จะทำการติดตามการดำเนินงานกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม และจะรายงานผลให้เลขาธิการ ศอ.บต.ได้รับทราบ เพื่อใช้งบประมาณรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี.

สำนักข่าวความมั่นคง3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สุโขทัย – แถลงข่าว การจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2562”

สุโขทัย แถลงข่าวการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2562” ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัส 1 ใน 10 เทศกาลระดับโลก ท่ามกลางบรรยากาศอันขรึม ขลังและสุดอลังการ 10 วัน 10 คืน ในวันที่ 2 – 11 พฤศจิกายน นี้

          วันที่ 17 ตุลาคม 2562 เวลา 18.00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย พล.ต.ต.อมรศักดิ์ เกษมก์สิริ ผบก.ภ.จว.สุโขทัย ,นางธาดา สังข์ทอง ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย,ว่าที่ ร.ต.ศุภชัย ทานะขันธ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ,นายอภิวัฒน์ ทับทิมโต ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562” ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สื่อมวลชนและประชาชน ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

          นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวถึงภาพรวมของการจัดงานว่า “ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2562” นับเป็นปีที่ 42 กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 2 – 11 พฤศจิกายน 2562 รวม 10 วัน 10 คืน ในบรรยากาศอันขรึม ขลังและสุดอลังการ ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย โดยปีนี้จะเน้นการนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานกับความทันสมัย โดยมีกิจกรรมในงานประกอบด้วย การแสดง แสง สี เสียง ความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยในอดีต ซึ่งในปีนี้ได้นำเทคโนโลยีระดับโลกจากบริษัท เอปสัน ประเทศไทย จำกัด มาใช้เพิ่มเทคนิคบรรยากาศดูสมจริงมากยิ่งขึ้น พิธีรับรุ่งอรุณแห่งความสุข ลานเทศน์-ลานธรรม ตลาดแลกเบี้ย ตลาดโบราณและการแสดงศิลปะการต่อสู้ ขบวนวัฒนธรรม 9 อำเภอ การประกวดกระทงใหญ่ กระทงเล็ก โคมชัก-โคมแขวน พนมหมากและพนมดอกไม้ การแสดงโขน กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟและสีสันแห่งสายน้ำ การประกวดนางนพมาศ การแสดงประกอบแสง สี เสียง “ตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์” พิธีเผาเทียนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง ตลอดจนพิธีรับไฟพระฤกษ์และพระประทีปพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่ออัญเชิญลอยเป็นปฐมฤกษ์

          สำหรับในเรื่องความปลอดภัยและการจราจร นั้นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ได้มีการบูรณาการตำรวจทุกหน่วยในจังหวัด อาสาสมัครตำรวจบ้าน เข้ามารักษาความปลอดภัยแก่ผู้มาร่วมงาน และมีการจัดพื้นที่บริเวณโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยรองรับการจอดรถได้ กว่า 3,000 คัน และมีรถคอกหมูคอยรับส่งนักท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงาน

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ลพบุรี – เฒ่าเมียสองพาเมียน้อยเย้ยหน้าบ้าน เมียหลวงฉุนขาด ซัดลูกซองยาว ตกบ้าน

          วันที่ 17 ต.ค. 62 ร.ต.อ.ภชรธาดา พงษ์สุวรรณ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ลำสนธิ อ.ลำสนธิ ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 34/1 หมู๋ที่ 11 ต.กุดตาเพชร อ.ลำสนธิ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี แพทย์เวร รพ.ลำสนธิ และมูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์ลำนารายณ์ พ่งไล้ (16)จุดลำสนธิ รุดเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

          ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูงมีชาวบ้านทราบข่าวมายืนมุงดูอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ใต้ถุนใกล้บันไดบ้าน พบศพนายบุญมาก ถั่วสันเทียะ อายุ 61 ปี สภาพศพนอนหงาย โดยผู้ตายสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อต กางเกงขาสั้นสีดำ เลือดไหลนองพื้น จากการชันสูตรพลิกศพพบว่านายบุญมาก ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวขนาดเบอร์ 12 ที่หน้าท้องจำนวน 1 นัด ซึ่งจากการตรวจสอบบนบ้่านเกิดเหตุพบอาวุธปืนลูกซองยาวเดี่ยวพร้อมปลอกกระสุนปืนเบอร์ 12 คารังเพลิงอยู่จำนวน 1 นัด วางอยู่บนบ้านจึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ในเบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

          จากการสอบสวนนางหนู ถั่วสันเทียะ อายุ 58 ปี ภรรยาผู้ตาย มือปืนผู้ก่อเหตุที่ยังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยความเศร้าหมองว่าก่อนเกิดเหตุ นายบุญมากสามี ได้ขับรถไถเข้ามาเพื่อเก็บในบ้านหลังจากกลับจากไร่ โดยมีนางสมศรี (นามสมมุติ) ภรรยาน้อย ขับรถจักรยานยนต์ตามมารับนายบุญมากสามีถึงหน้าบ้าน ซึ่งตนได้เก็บความแค้นทีร้อนระอุ ที่สุมอยู่ในอก จากความหึงหวงที่สามีแอบไปมีเมี่ยน้อย ซึ่งตนเองก็มีความคับแค้นใจอยู่เป็นทุน ยังพามาเยาะเย้อยถึงหน้าบ้าน จึงได้พูดคุยกันชั่วครู่ ก่อนโต้เถียง ด่าทอกันอย่างรุนแรง โดยมีนางสมศรี (นามมมุติ) ภรรยาน้อยก็ยังคงรอคอยอยู่ ตนจึงได้หนีขึ้นไปบนบ้าน ปิดประตูลงกลอน แต่นา่ยบุญมากยังตามตื๊อขึ้นไปด่าทอ และพยายามจะดันประตูเข้าไปหาตนเอง ตนเองจึงได้หยิบอาวุธปืนลูกซองยาวโดยนำปากกระบอกปืนโผล่ออกมาจากในบ้าน จนเกิดการยื้อแย่ง ฉุดกระชาก ทำให้ปืนลั่นเสียงดังสนั่น พุ่งเจาะร่างนายบุญมากสามีจนกระเด็นตกลงมาจากบ้านเสียชีวิตคาที่

          ทั้งนี้ร้อยเวรเจ้าของคดีได้สอบพยานในที่เกิดเหตุ ได้ควบคุมตัวตัวนางหนู พร้อมอาวูธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนำส่งพนักงานสอบสน สภ.ลำสนธิเพื่อดำเนินคดี ส่วนศพนายบุญมากได้นำส่งพิสูจน์ ที่ รพ.ลำสนธิอีกครั้งก่อนที่จะติดต่อให้ญาตินำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี
นายโยธิน พรมแตงรายงาน