เซนต์ปอลฯ – เปิด SPC เกมส์ ประจำปี 2562 ยิ่งใหญ่ ผู้ปกครองปลื้ม ลูกๆกล้าแสดงออก..

         เมื่อเวลา 09.30 น.(31 ต.ค.62) ที่สนามกีฬาพอลลิเนียน โรงเรียนเซนต์ปอล คอน แวนต์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด การแข่งขันกีฬา SPC เกมส์ ประจำปี 2562 โดยมี นางปัทมา วิวัฒน์วานิช นายกกิ่งกาชาดอำเภอศรีราชา นายไพบูลย์ เสริมสาตร์ (โต บางแค) นายกสมาคมสื่อมวลชนศรีราชา และ พ.ต.ท.ธันยวิช มณีโชติ สว.จร.สภ.ศรีราชา ร่วมในพิธี มี อธิการิณี เซอร์มอนิกา ประทุมเทา ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ

         โดยพิธีเริ่มจาก ขบวนนักกีฬาของแต่ละคณะสี ตั้งแถวและเดินขบวนพาเหรดมาตามถนนจาก สวนสาธารณะ เทศบาลเมืองศรีราชา มายัง โรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ โดยมี ขบวนวงโยธวาฑิตของโรงเรียนฯ นำขบวน เมื่อมาถึงยังบริเวณ สนามกีฬาพอลลิเนียน สถานที่จัดการแข่งขัน ขบวนนักกีฬาของแต่ละคณะสี ขบวนธงชาติ ขบวนธงประจำโรงเรียน ขบวนธงประจำแต่ละคณะ พาเหรดเดินเข้าสู่สนาม โดยมี นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา ประธานในพิธี คณะแขกผู้มีเกียรติ คณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ยืนปรบมือให้การต้อนรับ และประกอบพิธีเปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ มีการแสดงของนักเรียนในแต่ละคณะสี ประกอบด้วย คณะสีเขียว สีเหลือง สีส้ม และ สีชมพู อย่างยิ่งใหญ่อลังการ เป็นที่ประทับใจต่อผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

          นางสาวเพ็ญพร พูลสมบัติ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กล่าวว่า โรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ บริหารงานโดย คณะภคินีเซนต์ปอลเดอร์ชาร์ต แขวงประเทศไทย ซึ่งจัดการศึกษาในประเทศไทยมาแล้วถึง 120 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนไทย ให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ตามวัย กิจกรรม SPC เกมส์ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นคุณค่า ของตนเองและผู้อื่น เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความมั่นใจ กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ให้เกียรติผู้อื่น และปฏิบัติตนต่อผู้อื่นอย่างเหมาะสม และ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน มีความมั่นคงทางอารมณ์ เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น สามารถจัดการปัญหาต่างๆได้อย่างสร้างสรรค์

         โดยทาง คณะกรรมการจัดการแข่งขัน SPC เกมส์ ได้จัดแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 คณะสี ประกอบด้วย สีเขียว สีเหลือง สีส้ม และ สีชมพู , โดยจัดการแข่งขันประเภททีม ได้แก่ บาสเกตบอล แชร์บอล ฟุตซอล วอลเล่ย์บอล แบดมินตัน และ เทเบิ้ลเทนนิส, ประเภทลาน ได้แก่ กระโดดไกล ประเภทลู่ ได้แก่ กรีฑา

         โดยเริ่มทำการแข่งขันกันมาตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม 2562 เป็นต้นมา และมาประกอบพิธีเปิดการแข่งขันและมอบรางวัลกันใน วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2562 โดยผู้ปกครองที่มาร่วมในงาน ต่างได้ดูลูกหลานของตัวเอง ร่วมแสดงในชุดต่างๆอย่างสุดสวยอลังการ อาทิ การแสดงใน ชุดวิจิตรหิมพานต์ ชุดเซนต์ปอลฯจตุรมิตร แห่งสีสัน รวมพลังรักสามัคคี การแสดงชุด The Avengers โดยวงโยธวาฑิต และวงเครื่องสายตะวันตก รวมถึงการแข่งขันกีฬา การแสดงโชว์กองเชียร์ลีดเดอร์ ฯลฯ โดยผู้ปกครองต่างประทับใจและปลื้มใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นลูกหลานของตนเองทั้งเก่งและน่ารัก กล้าแสดงออก ซึ่งผู้ปกครองต่างฝากขอบคุณ คณะผู้บริหารโรงเรียน คณะครู ที่ดูแลเอาใจใส่บุตรหลานเป็นอย่างดี ส่งผลทำให้เด็กๆต่างสนุกสนาน ร่าเริงและกล้าแสดงออกในทิศทางที่เหมาะสม

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สโมสรไลออนส์ ร่วมกันจัดกิจกรรม บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเบาหวานและโรคมะเร็ง พร้อมกับมอบทุนการศึกษา จำนวน 52 ทุน และมอบข้าวสารให้กับผู้ยากไร้

สโมสรไลออนส์จันทบุรี และสโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ ร่วมกับสโมสรไลออนส์กรุงเทพเจ้าพระยา จัดกิจกรรม บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเบาหวานและโรคมะเร็ง พร้อมกับมอบทุนการศึกษา จำนวน 52 ทุน และมอบข้าวสารให้กับผู้ยากไร้

          เช้าวันนี้ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองท่าช้าง นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ นายกเทศมนตรีเมืองท่าช้าง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองท่าช้าง ได้กล่าวต้อนรับคณะของสโมสรไลออนส์ ที่ได้มาทำกิจกรรมในวันนี้ โดยมี ไลออนประยุทธ อ่อนแสง นายกสโมสรไลออนส์จันทบุรี และไลออนอรวรรณ พลอยชาติตระกูล นายกสโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ พร้อมสมาชิกทั้ง 2 สโมสรร่วมในพิธี และมีสโมสรไลออนส์กรุงเทพเจ้าพระยา ที่มาทำกิจกรรมที่จันทบุรี

          ซึ่งเป็นกิจกรรมที่หลากหลายและยิ่งใหญ่ และเป็นการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของสโมสรไลออนส์ ให้ประชาชนและองค์กรต่างๆได้ประจักษ์ นอกจากนี้สโมสรไลออนส์กรุงเทพเจ้าพระยา ยังได้บริจาคเงินส่วนหนึ่ง เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับสโมสรไลออนส์จันทบุรี และสโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่และเจ้าภาพร่วม

          สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ เรื่องโรคมะเร็งในเด็ก โดยแพทย์จากโรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี และการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับเบาหวาน ตรวจและคัดกรองเบาหวาน โดยแพทย์และคณะพยาบาล จากโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี และมอบทุนการศึกษา 50 ทุน ทุนละ 1, 000 บาท จากสโมสรไลออนส์ และอีก 2 ทุน จากโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี รวมเป็น 52 ทุน รวมเป็นเงิน 52, 000 บาท นอกจากนี้ยังได้มีการมอบข้าวสารให้กับประชาชน 200 ถุง ถุงละ 5 กิโลกรัม และเลี้ยงอาหารผู้มาร่วมกิจกรรม และผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน อีกด้วย

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ประมงจังหวัดร่วมกับนายกเทศมนตรี ปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน 500,000 ตัว

         วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 นายเสรี เรือนหล้า ประมงจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกวียนหัก อำเภอขลุง ปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ จำนวน 500,000 ตัว ณ บริเวณแหล่งอนุรักษ์ปูแป้นธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ให้มีความสมบูรณ์ยั่งยืนและให้ประชาชนใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์กุ้งกุลา ดำ จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจันทบุรี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานพิธี ไถ่ชีวิตกระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

หม่อมหลวงสราลี กิติยากร เป็นประธานพิธีไถ่ชีวิตกระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมมอบให้เกษตรกรไปเลี้ยงเพื่อใช้ประโยชน์

         บ่ายวันนี้ ( 1 พ.ย.62 ) ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดจันทบุรี อ.เมือง จ.จันทบุรี หม่อม หลวงสราลี กิติยากร เดินทางมาเป็นประธาน ในพิธีไถ่ชีวิตโค กระบือ ถวายเป็นพระราชกุศล พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมมอบกระบือแก่เกษตรกรจังหวัดจันทบุรีจำนวน 10 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของเกษตรกรจาก อำเภอเมือง จันทบุรี

         โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนองค์กรภาคการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ นำกระบือไปใช้ประโยชน์ ในเรื่องของแรงงานภาคการ เกษตร การผลิตปุ๋ยคอก การเพิ่มจำนวนกระบือตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งโค-กระบือ ถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการประกอบอาชีพการเกษตรของเกษตรกร

          โดยจังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริในพื้นที่ โดยให้เกษตรกรทำสัญญายืมเพื่อการผลิต โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อลูกโค – กระบือตัวแรก อายุครบ 18 เดือน ให้ส่งคืนโครงการ ส่วนลูกโค-กระบือตัวต่อไปให้ตกเป็น กรรมสิทธ์ของเกษตรกร และเมื่อยืมแม่โค-กระบือครบ 5 ปี ให้ยกแม่โค-กระบือดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – จัดพิธีตักบาตรประเพณีบูชามารข้าว

วัดวังยายฉิม จัดพิธีตักบาตรประเพณีบูชามารข้าว วิถีชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม อันดีงามให้อยู่คู่บ้านวังยายฉิมสืบไป

         ที่ศาลากระลาไม้ยองหิน วัดวังยายฉิม อายุ 100 ปี หมู่ที่ 6 ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก จ.ส.ต.สกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก เป็นประธาน ในพิธีทำบุญตักบาตรในประเพณีบูชามารข้าว โดยมีพระมหาพิทักษ์ คุณากโร เจ้าอาวาสวัดวังยายฉิม เป็นประธานสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต พร้อมมี ผู้นำชุมชน ประชาชน ชาวบ้านชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม ครู นักเรียน ร่วมนำข้าวสุกหรือข้าวเหนียวมาร่วมทำบุญจำนวนมาก

         ด้วยวัดวังยายฉิม ร่วมกับคณะกรรมการและชาวบ้านวิถีขุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม จังหวัดนครนายก ได้จัดกิจกรรม พิธีตักบาตรประเพณีบูชาข้าว วิถีชุมชนลาวเวียงบ้านวังยายฉิม เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามให้อยู่คู่บ้านวังยายฉิม

         ชุมชนลาวเวียงเป็นหมู่บ้านเล็กๆมีวิถีชีวิตที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ประเพณีวัฒนธรรม เช่นการทำบุญตักบาตร พูดภาษาลาวเป็นหลัก รักษาสืบทอดขนบประเพณีของบรรพบุรุษ ตื่นแต่เช้ามืด หุงข้าวจัดเตรียมสำรับ เมื่อพระสงฆ์เดินมารับบิณฑบาตจะใส่เฉพาะข้าวสุก อาจจะเป็นข้าวเหนียวหรือข้าวจ้าวลงในบาตรพระภิกษุสงฆ์ อันเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามสืบต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ข้าวสารเถื่อน “ทะลัก” ข้ามโขงตามแนวชายแดน มุกดาหาร 26,000 กิโลกรัม ถูกจับขณะนำส่ง

          (แถลงข่าว) มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ด่านศูลกากร ร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ กอ.รมน.มุกดาหาร, ทหารพรานที่ 2110, กกล.สุรศักดิ์มนตรี, นรข.มุกดาหาร, ตชด.234 มุกดาหาร, ตร.ภูธรมุกดาหาร ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 2 คัน บรรทุกข้าวสารเถื่อน ที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ลำเลียงข้ามโขงมาขึ้นตามแนวชายแดนมุกดาหาร เตรียมส่งนายทุน ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับยึด น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 26,000 กิโลกรัม มูลค่ารวมประมาณ 600,000 บาท พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย

         เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 25462 เวลา 15.00 น. ณ ที่ด่านศุลกากร จังหวัดมุกดาหาร อธิบดีกรมศุลกากร นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ และรองอธิบดีกรมศุลกากร นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ เดินทางมาเป็นประธานการแถลงข่าว โดย นายพร้อมชาย สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นายด่านศุลกากรมุกดาหาร โชว์ผลงานร่วมกับกำลังฝ่ายความมั่นคง

          สกัดจับนายวชิระ ศิริเกตุ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางข้าวสารเหนียว บรรจุกระสอบๆ ละ 50 กิโลกรัมจำนวน 320 กระสอบ น้ำหนักรวม 16,000 กิโลกรัม และรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซู( isuzu)หมายเลขทะเบียน 70-1445 กาฬสินธุ

        และนายอาทิตย์ พันธสุวรรณ ผู้ต้องหา พร้อมของกลางปลายข้าวสารเหนียว บรรจุกระสอบๆ ละ 50 กิโลกรัม จำนวน 200 กระสอบ น้ำหนักรวม 10,000 กิโลกรัมซึ่งกระสอบบรรจุข้าวสารจะมีตัวอักษรไทยพิมพ์ อยู่ 2 ข้างกระสอบว่าเป็นกระสอบน้ำตาล เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่และกระสอบส่วนหนึ่งจะพิมพ์ตัวหนังสือเวียดนาม ว่าข้าวเวียดนาม รวมกันอยู่บนรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ หมายเลขทะเบียน 8ด-2846 กาฬสินธุ์ น้ำหนักรวมทั้งสิ้น 26,000 กิโลกรัมมูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 600,000 บาท

         โดยหลังแถลงข่าวนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งด่านศุลกากร จังหวัดมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจยึดจับกุม ในครั้งนี้ เป็นการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เพื่อรอส่งต่อให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ตอนใน เพื่อจำหน่าย เชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และทำมานานแล้ว ที่ผ่านมา หนีภาษี ที่ไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง เจ้าหน้าที่จะให้ความเข้มงวดในการปราบปรามต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี / หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //////

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน รุกแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการต่อเนื่อง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน รุกแก้ปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการต่อเนื่อง มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพช่วยเหลือครัวเรือนยากจน จังหวัดจันทบุรี ตราด และชลบุรี

         วันที่ 30–31 ตุลาคม 2562 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดยดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง,นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและรองเลขาธิ การฯ, นายวุฒิชัย อภิวัฒนกุลชัย ผู้จัดการมูลนิธิฯ และนายพินัย ศรีพนาสณฑ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ฯ มอบอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจนในพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดจันทบุรี จำนวน 14 ครัวเรือน จังหวัดตราด จำนวน 1 ครัวเรือน และจังหวัดชลบุรี จำนวน 2 ครัวเรือน ให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ ”บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ”

         โดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีร่วม พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการจังหวัดต่างๆ อาทิ นายณัฐพงษ์ สงวนจิต รองผู้ว่าราชการจัง หวัดตราด, นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และนายบรรเทา ดวงนภา พัฒนาการจังหวัดชลบุรี ร่วมในพิธีมอบ

          การประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จัดทีมลงพื้นที่ ร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พร้อมให้ความรู้ ทักษะ และมีวัสดุอุปกรณ์ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดหาอุปกรณ์การประกอบอาชีพให้กับครัวเรือนยากจน โดยดำเนินการกลุ่มเป้าหมายแรกในพื้นที่ 25 จังหวัด จำนวน 150 ครัวเรือน รวมงบประมาณเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เจ้าของคลินิกรักษาสัตว์ ร้องกองปราบฯ ช่วยตามคดี ถูกอดีตสัตวแพทย์กำมะลอ ยักยอกทรัพย์สิน หลังคดีไม่คืบ

เจ้าของคลินิกรักษาสัตว์ ร้องกองปราบฯช่วยตามคดีถูกอดีตสัตวแพทย์กำมะลอยักยอกทรัพย์สิน หลังคดีไม่คืบ

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 1 พ.ย.62​ เวลา 11.00 น.ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) : น.ส.ศิริลักษณ์ จุลเจิม อายุ 25 ปี เจ้าของคลินิกรักษาสัตว์แฮปปี้เวทแคร์ พร้อมด้วย สพ.ญ.ธนิภัทร ขจัดภัย อายุ 31 ปี เจ้าของคลินิกธนิภัทร์สัตวแพทย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยติดตามคดีที่ถูก นายธีรวุฒิ สงวนนามสกุล อายุ 48 ปี ยักยอกทรัพย์สินเป็นรถยนต์ และเงินมูลค่ารวมหลายล้านบาท​ ก่อนหน้านี้มีการเข้าแจ้งความเอาผิดกับนายธีรวุฒิฯ ไว้ที่ สน.คันนายาว เมื่อวันที่ 5 ต.ค.62​ ที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

          สพ.ญ.ธนิภัทรฯ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2557 ตนได้ลงทุนเปิดกิจการคลินิกธนิภัทร์สัตวแพทย์ ขึ้นมา และได้ว่าจ้างให้ นายธีรวุฒิฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทตน ให้เข้ามาช่วยดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายของคลินิก รวมถึงคอยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยตนเวลารักษาสัตว์ กระทั่งเมื่อเปิดกิจการมาได้ถึงปี 61 ตนเริ่มพบเห็นความผิดปกติของบัญชีรายรับรายจ่ายของคลินิก รวมถึงมีสิ่งของจำพวก ยา วัคซีน รักษาสัตว์ ที่สต๊อกเก็บไว้หายไปแบบไม่ทราบสาเหตุ

         จึงได้ทำการตรวจสอบจนพบว่านายธีรวุฒิฯ ได้มีการแอบยักเงินของคลินิกออกไปใช้ส่วนตัว รวมถึงแอบขโมยยาวัคซีน ออกไปขายต่อให้กับคนอื่น แต่เมื่อถูกจับได้ นายธีรวุฒิ กลับยังไม่ยอมรับ ทั้งยังแสดงพฤติกรมใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายตนเอง ก่อนจะขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส ซึ่งเป็นของคลินิก หลบหนีไปตนจึงไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.คันนายาว ก่อนจะมีการติดตามจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา

          ทั้งนี้ภายหลังถูกจับกุมนายธีรวุฒิฯ ได้ให้การปฏิเสธ​ และขอรับการปล่อยตัวชั่วคราว อย่างไรก็ตามภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อสู้คดีนั้น นายธีรวุฒิฯ ก็ได้ไปสมัครงานตามคลินิกต่างๆและก่อเหตุในลักษณะเดียวกับกันคนอื่นๆ ซึ่งเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีของตนนั้นก็มีมากถึง 3 ล้านบาทแล้ว

         ด้าน น.ส.ศิริลักษณ์ฯ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ นายธีรวุฒิฯ ถูกไล่ออกจากคลินิกดังกล่าว ก็ได้มาทำทีตีสนิทกับตน ก่อนชักชวนให้ตนนำเงินมาลงทุนเปิดคลินิกรักษาสัตว์แฮปปี้เวทแคร์ขึ้นมา โดยอ้างว่าตัวเองนั้นเป็นสัตวแพทย์ มีใบอนุญาตและใบรับรองวิชาชีพสามารถดำเนินการบริหารกิจการให้ได้ ด้วยความที่ตนเป็นคนรักสัตว์ และอยากมีคลินิกเป็นของตนเอง ประกอบกับเคยเห็นว่านายธีรวุฒิฯ แต่ก่อนทำงานอยู่ที่คลินิกอื่น จึงหลงเชื่อนำเงินมาลงทุนดังกล่าว

          แต่พอเปิดกิจการได้ประมาณ 7 เดือน ก็ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมปศุสัตว์ เข้ามาตรวจสอบที่คลินิก​ และพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบการรวมถึงยังตรวจสอบพบอีกว่านายธีรวุฒิฯ นั้นก็ไม่ได้เป็นสัตวแพทย์จริงตามที่กล่าวอ้าง จึงได้มีคำสั่งปิดคลินิกของตนชั่วคราว เมื่อคลินิกถูกปิดตัวลงตนก็ได้มาทำการตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายของคลินิกย้อนหลังจึงทำให้ทราบความจริงอีกว่าเงินของคลินิกถูกนายธีรวุฒิฯ ยักยอกไปเป็นจำนวนกว่าล้านบาท

          จึงได้ติดต่อไปสอบถามข้อเท็จจริงกับนายธีรวุฒิฯ จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานนายธีรวุฒิฯ ก็ได้วกกลับมาที่คลินิก พร้อมกับแอบนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ ของคลินิก ขับออกจากคลินิกไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก ตนจึงได้เข้าแจ้งความเอาผิดกับ นายธีรวุฒิฯ ไว้ที่ สน.คันนายาว เมื่อวันที่ 5 ต.ค.62 ที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้คดีกลับยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงได้ตัดสินใจมาเข้าร้องทุกข์กับทางกองปราบฯ​ ในวันนี้เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าทางคดี

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำเพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานอื่น ก่อนจะส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“กอ.รมน.กทม.” คุมเข้ม ปล่อยแถว เจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชน ร่วมระวังภัยในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซี่ยน ครั้งที่​ 35

“กอ.รมน.กทม.” คุมเข้ม ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือพี่น้องประชาขนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยในพื้นที่ สนับสนุนงานด้านความมั่นคงให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซี่ยน ครั้งที่​ 35

          วันที่ 31 ต.ค. 62 เวลา 16.00 น.ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน​ : กอ.รมน.กทม.(ท) ร่วมกับ สำนักการข่าว กอ.รมน.,ตำรวจสน.หัวหมาก,เจ้าหน้าที่เทศกิจ สขช. และ ขกท. นำโดย พ.อ.วิโรจน์ หนองบัวล่าง รอง ผอ.รมน.กทม.(ท) พ.ท.บันเทิง แสงดอกไม้ ปขร.สขว.กอ.รมน.ได้สรุปขั้นตอนการปฏิบัติ​ และวัตถุประสงค์การปฏิบัติงานขั้นสุดท้าย ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน

          ก่อนปล่อยแถวเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ 007 สายข่าวความมั่นคง และมวลชน กอ.รมน.กทม. รวมจำนวน 80 นาย ทำการประชาสัมพันธ์ แจกเอกสารแผ่นพับ พบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ย่านรามคำแหง เพื่อขอความร่วมมือพี่น้องประชาขนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัยในพื้นที่ สนับสนุนงานด้านความมั่นคงให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซี่ยน ครั้งที่35 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบย่านรามคำแหง มีทั้งหมด 9 จุด ซึ่งได้ทำการแบ่งพื้นที่เป็น 2 โซน ดังนี้

(โซน1) ประกอบด้วย
1.ซอยรามคำแหง33
2.ซอยรามคำแหง53
3.ซอยรามคำแหง55
4.ซอยรามคำแหง61
5.ซอยรามคำแหง65

(โซน2) ประกอบด้วย
1.ภายในม.รามคำแหง กลุ่ม P.N.Y.S
2.หมู่บ้านหลังม.รามคำแหง
3.ซอยรามคำแหง50
4.หมู่บ้านนักกีฬา

          โดยใช้วิธีเดินเท้าเข้าที่หมายเป็นหลัก พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเสริมในบางจุดที่พื้นที่อยู่ห่างจากจุดรวมพลมาก ผลการปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 16.00 น.-21.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนมากให้การต้อนรับและเข้าใจเป็นอย่างดี มีการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และเรื่องร้องเรียนหลายเรื่อง มีผลสำเร็จตามเป้าหมายทุกประการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รมช.กนกวรรณ – ลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบาย ในพื้นที่จังหวัดนครพนม

          เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ที่​ จ.นครพนม​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย​ ดร.พะโยม ชินวงศ์ ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยมี นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่ 2 นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้บริหาร ศธ. ข้าราชการในกำกับให้การต้อนรับ

         ดร.กนกวรรณฯ​ กล่าวว่า “การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการมาให้กำลังใจ​ และรับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ได้รับมอบหมายจาก​ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้กำกับดูแลการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.),สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ได้รับฟังปัญหาความต้องการของผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา พร้อมผลักดันและส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของหน่วยงานที่รับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพ ตอบสนองนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการมากขึ้น รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดีที่สุด”

         ดร.กนกวรรณฯ​ กล่าวเพิ่มเติมตอนหนึ่งว่า “ได้เห็นถึงความพยายามและความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายนักเรียน/นักศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน และประชาชนทั่วไปเกิดกระบวนการเรียนรู้เชิงวิทยาศาสตร์ ซึ่งความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาอาชีพแก่คนในชุมชน ในรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายที่ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ตามความต้องการและความพร้อมของตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

          โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ การประสานงานกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายระดับต่างๆ เพื่อร่วมกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนในชุมชนให้มีความกว้างขวางและหลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เกิดต่อกลุ่มเป้าหมายอย่างดียิ่ง ตนตระหนักดีว่า ในการพัฒนาการศึกษาต้องอาศัยทั้งความรู้ ความสามารถ การทุ่มเทและเสียสละการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชุมชน แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ตลอดจนการทำกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแล ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เต็มกำลังความสามารถต่อไป”

          จากนั้นได้เดินทางไปตรวจค่ายลูกเสือภูเขาทอง เพื่อดูสภาพความเป็นจริงในการหาแนวทางพัฒนาค่ายลูกเสือให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมและการให้บริการแก่เยาวชน ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ได้เดินทางต่อไปยังบริเวณศาลาท่าน้ำแสงสิงแก้ว ถนนสุนทรวิจิตร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อติดตามดูสถานการณ์แม่น้ำโขง ซึ่งลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง วิกฤติสุดในรอบ 10 ปี ต่ำกว่า 2 เมตร ในการเตรียมผลักดันเป็นวาระรัฐบาลเสนอในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 (ASEAN Summit) ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562 ณ กรุงเทพมหานคร

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​