ตร.ภูธร มุกดาหาร – ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2562

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.30 น. พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุสรณ์ พัฒนถาบุตร รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ธีรัชช์ โอสถานนท์ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.วีรสันธ์ สมใจ รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.ธวัชชัย สัตยพัฒน์ รอง ผบก.ฯ พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร พ.ต.ท.พลไชย ภูจอมจิตร สวป.สภ.เมืองมุกดาหาร ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อรักษาความปลอด ภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงปี 2562 ณ ภ.จว.มุกดาหาร กองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด หัวหน้าหน่วยงานตำรวจสังกัดกองบัญชาการอื่นที่ตั้งใน จ.มุกดาหารและข้าราชการตำรวจทุกนาย

ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้าง
อาชญากรรม เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อย ในห้วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2562 นั้น

ทั้งนี้เนื่องจากการจัดงานเทศกาลในพื้นที่ต่างๆ ที่ผ่านมานั้น พบว่ามีหลายเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ดังนั้นจึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายได้กวดขันจับกุม ผู้ก่อเหตุ หรือผู้ที่กระทำการ ในลักษณะที่ ทำให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญ หรืออาจเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น และให้ตรวจสอบร้านจำหน่ายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และร้านจำหน่ายอาหาร สถานบันเทิงตลอดจนสถานบริการต่างๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากตรวจสอบพบว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆ ที่กระทำการผิดกฎหมาย ให้ดำเนินคดีทันที

เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2562 และขอให้ทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ และมีความปลอดภัยต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน //// 092-5259-777

นครนายก – วัดโพสต์เฟสบุ๊ค (กระทงพระทำ)

วัดอุดมธานีพระอารามหลวง โพสต์ลงเพจวัด (กระทงพระทำ) เพื่อเตรียมการจัดงานลอยกระทงสายไหลประทีปในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 นี้
ที่วัดอุดมธานีพระอารามหลวง ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พระครูปริยัติโพธิสุนทร เจ้าคณะอำเภอเมืองนครนายก เจ้าอาวาสวัดอุดมธานี พระอารามหลวง พร้อมคณะกรรมการวัด และประชาชน ได้ร่วมจัดงานเทศกาลวันลอยกระทง ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งทางวัดได้เตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาลอยกระทงภายในวัด พร้อมมีสถานที่ถ่ายภาพ โดยมีโคมไฟสุ่มไก่ห้อยไว้ตามต้นไม้ในยามที่ฟ้ามืดมิดจะเกิดแสงสว่างทั่วบริเวณวัดอุดมธานี

พระครูปริยัติโพธิสุนทร กล่าวว่า ในวันนี้ได้เตรียมความพร้อมได้มอบหมายให้พระสงฆ์และเณร และชาวบ้าน ได้ช่วยกันนำกะลามะพร้าวมาผ่าครึ่ง จำนวน 509 ใบมาประดิษย์ทำเป็นกระทงสายไหลประทีป โดยนำเทียนพรรษาที่มีอยู่แล้วมาต้มให้ละลายแล้วนำมาเทใส่ไว้ในกะลามะพร้าวที่ประกอบ ไว้แล้ว รอให้เทียนในกระลาแห้งแล้วนำมาทดลองลอยในอ่างน้ำเมื่อเสร็จแล้วนำมาเก็บไว้เพื่อใช้ในการลอยกระทงสายไหลประทีปในวันที่ 11 พฤศจิกา ยน 2562 นี้ เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป

ในการประกอบกระทงในครั้งนี้ มีพระสงฆ์และสามเณรในวัดอุดมธานี ได้ช่วยกันทำ โดยมีรูปแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นมรดกสืบทอดมาแต่โบราณ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวกิจกรรม“สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวกิจกรรม “สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

วันนี้ ( 5 พ.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจัง หวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำส่วนราชการ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “สานพลังท้องถิ่นไทยถวายพ่อของแผ่นดิน” เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กำหนดจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เวลา 05.30 น. บริเวณริมคลองภักดีรำไพ

แบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น ประเภท Fun run ระยะ 4.5 กิโลเมตร / มินิมาราธอน ระยะทาง 9 กิโลเมตร รุ่นอายุ 19 ปี รุ่นอายุ 20 ถึง 29 ปี รุ่นอายุ 30 ถึง 39 ปี รุ่นอายุ 40 ถึง 49 ปี รุ่นอายุ 50 ถึง 59 ปี และ รุ่นอายุ 60 ปีขึ้นไป รายได้สนับสนุนทุนการศึกษามูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้า ที่จะกลับมาเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนยากจนในจังหวัดจันทบุรีต่อไป

ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ สำนักงานเทศบาลเมืองท่าช้าง หรือที่ เฟสบุ๊ค เดิน – วิ่ง มินิฮาร์ฟมาราธอน เฉลิมพระเกียรติ จันทบุรี กิจกรรมครั้งนี้มีเสื้อ และเหรียญที่ระลึกสวยงามควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้มอบแก่ผู้สมัครทุกคน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ศึกเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น นายกเล็ก เมืองจันทบุรี เริ่มแล้ว

อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดจันทบุรี เปิดตัวทีมงานอาสาลงสมัครรับเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองจันทบุรี ในนาม พลังจันท์ ครบ 3 เขต

วันนี้ ( 5 พ.ย.62 ) ที่บริเวณอาคารพาณิชย์หมู่บ้านมหาราชซิตี้ วัดป่าคลองกุ้ง พันตำรวจเอก สุเทพ บุญค้ำ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นายวิเชษฐ์ เปลี่ยนโมฬี อดีตรองนายกเทศมนตรี ท.เมืองจันทบุรี และ นายอิทธิพล จังสิริมงคล ทันตแพทย์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว การเปิดตัว และ เปิดที่ทำการ ทีมพลังจันท์ เป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรี และมีผู้สมัครเขตเลือกตั้งครบทั้ง 3 เขต รวม 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ที่มีบทบาททางสังคมในเมืองจันทบุรี

โดยมีนักการเมือง พ่อค้า นักธุรกิจ และประชาชนให้ความสนใจร่วมฟังการแถลงข่าวเปิดตัว และให้กำลังใจ จำนวนมาก ทั้งนี้ ทีมพลังจันท์ ถือเป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่น ที่อาสาลงเลือกตั้ง เทศบาลเมืองจันทบุรี ทีมแรกที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้คำขวัญ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตั้งใจพัฒนา” ซึ่งคาดว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น ของเทศบาลเมืองจันทบุรีสมัยหน้า จะมีความคึกคัก

เบื้องต้นมีผู้แสดงตัวจะลงศึกเลือกตั้งแล้วประมาณ 4 ทีม อาทิ

  • ทีมเก่าของนายกที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน คือ นางสุกานดา สุทธิพัฒนกุล
  • ทีมเรารักจันท์ ของ นายชยกร รักสุนทรธรรม หรือ สจ.แกละ
  • ทีมจันท์ก้าวหน้า ของ นายกิจฐพร โชติสุวรรณ หรือ สจ.บัท

ซึ่งชาวบ้าน คอการเมือง ต่างจับตามองการเลือกตั้งท้องถิ่น เทศบาลเมืองจันทบุรีที่เริ่มโชว์ตัวผู้สมัครกันอย่างคึกคักเป็นที่คาดเดายาก ว่าใครจะได้ นั่งเป็นผู้บริหารเทศบาลเมืองจันทบุรี ในสมัยต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ลูกเรือพลัดตกเรือลอยคอในทะเล 11 ชม. ทัพเรือภาค 1 ส่งเรือ ต.81 ค้นหาช่วยเหลือรอดชีวิตหวุดหวิด

ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ส่งเรือ ต.81 (เรือตรวจการณ์ 81) ค้นหาลูกเรือประมงพลัดตกทะเลลอยคอตัวเปล่า นานกว่า 11 ชั่วโมง รอดชีวิตหวุดหวิดแบบปาฏิหารย์

ลูกเรือประมง ท.เทพอนุรักษ์ 9 พลัดตกทะเลขณะทำการประมงในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำให้ต้องลอยคอนานกว่า 11 ชั่วโมง ก่อนทัพเรือภาคที่ 1 ส่งเรือ ต.81 ค้นหาอย่างไม่ย่อท้อข้ามคืน ก่อนพบและให้ความช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้ง จากศูนย์อำ นวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ศรชล.จ.ประจวบคิรีขันธ์) ว่าลูกเรือประมง ท.เทพอนุรักษ์ 9 ชื่อนายพงษ์พร เปรี้ยวน้อย อายุ 51 ปี ได้พลัดตกทะเล ขณะทำการประมง เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.-19.00 น. ของวันที่ 4 พ.ย.62 บริเวณ แลต 11 องศา 41 ลิปดาเหนือ ลอง 99 องศา 47 ลิปดาตะวันออก (แบริ่ง 172 ระยะ 1 ไมล์ จาก เกาะพิง ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์)

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ผบ.ทรภ.1/ผอ.ศรชล.ภาค 1) สั่งการให้ เรือเอก วิโรจน์ อารียวงศ์สถิตย์ ผู้บังคับ การเรือ ต.81 นำเรือและเจ้าหน้าที่ประจำเรือ ออกทำการลาดตระเวนค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว ในระยะ 15×18 ไมล์ (270 ตารางไมล์) จากจุดเกิดเหตุ โดยการใช้วิธีคำนวนทิศทางกระแสน้ำและกระแสลม แบริ่ง 150 ความเร็ว 6 น๊อต การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระเเสน้ำกระแสลมและคลื่นลมแรง ต้องใช้เวลาทำการค้นหาข้ามคืน

จนเมื่อเวลาประมาณ 06.15 น. ของวันนี้ (5 พ.ย.62) จึงพบผู้ประสบภัยและได้เข้าทำการช่วยเหลือปฐม พยาบาล ในเบื้องต้น ซึ่งผู้ประสบภัยมีอาการมือเท้าเปื่อย เกิดจากการลอยตัวอยู่ในทะเลนาน และมีอาการเบลอเล็กน้อย แต่พอสื่อสารได้ เรือ ต.81 จึงได้นำผู้ประสบภัยเดินทางกลับท่าเรือประจวบ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้ประสานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำตัวผู้ประสบภัยเข้ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลต่อไป

พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และผู้ประสบภัยในทะเลนั้น เป็นนโยบายของ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชา การทหารเรือ ที่มอบหมายให้หน่วยต่างๆของกองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา ให้สามารถช่วยเหลือประชา ชนและผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างทันท่วงทีเพื่อให้เป็น “กองทัพเรือ ที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ” พร้อมทั้งต้องขอขอบคุณหน่วยงานจาก ศรชล.และกู้ภัยสว่างราษฎ์ศรัทธาฯ บางสะพาน ที่ให้การสนับสนุนและร่วมให้ความช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ประสบเหตุในครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว จาก ปชส.กพร.บก ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีฯ จัดอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money”

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” ทักษะการวางแผนด้านการเงินและการออมแก่สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

วันที่ (5 พ.ย.62) ที่โรงแรมปุระนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมโครงการ “Happy Media, Happy Money” ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะด้านการวางแผนด้านการเงินและการออมแก่สื่อมวลชนสาขาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างความมั่นคง และความสุขในวัยเกษียณ

อีกทั้งยังเป็นการหวังผลการเพื่อการขยายองค์ความรู้ และความเข้าใจไปยังประชาชนในพื้นที่ด้วย โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายในหัวข้อ เรื่องเงินใกล้ๆ ตัว จากนายกิตติพัฒน์ แสนทวีสุข อาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร

นอกจากนี้ยังจัดให้มีการถ่ายทอดทักษะการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อดิจิทัลตามไลฟ์สไตล์ของผู้รับสาร เพื่อให้โดนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ในหัวข้อ “จากสื่อดั้งเดิมสู่สื่อดิจิทัล…โพสต์อย่างไรให้ปัง” โดยนายรัตนากร ตั้งพุทธรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออฟฟิเชี่ยนซี่ จำกัด

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

สมาคมสื่อมวลชนภาคเหนือ ประชุมสัญจร ครั้งที่ 2/2562

สมาคมสื่อมวลชนภาคเหนือประชุมสัญจรครั้งที่2/2562 โดยท่านภาษเดช หงษ์ลดารมภ์ รองผู้ว่าเชียงราย เป็นประธานเปิดประชุม วันที่ 4 – 6 พ.ย. 2562 ณ.ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย

ตราด /ชาวเรือประมง เจอศพหัวขาด ลอยกลางทะเลเกาะกูด เผยยืนปัสสาวะอยู่ท้ายเรือ ตกน้ำ 3 วัน เจอศพ

วันที่ 4 พย 62 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 15.30 น. บ่ายวันที่ 4 พย 2562 สมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด เขต 2 คลองใหญ่ ได้รับแจ้งจากชาวเรือประมงว่าพบศพลอยน้ำอยู่กลางทะเลห่างจากฝั่ง 7 ไมล์ทะเล จึงแจ้ง พ.ต.ท.วีรวิชญ์ บัวสันเทียะ สารวัตรเวรสภ.คลองใหญ่ และขอกําลังตํารวจน้ำคลองใหญ่ นำเรือตรวจการณ์ 432 ออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ

หลังเรือแล่นตระเวนไปในทะเลเกาะกูด พบศพ นอนหงายอยู่ในสภาพ ไม่มีศรีษะมีแต่ลําตัวสวมเสื้อลายขาวดําแขนยาว นุ่งกางเกงวอร์มขายาวสีดํา อยู่ในสภาพเน่าเหม็น ทราบชื่อนายวุฒิ เย็นวุฒิ อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา อยู่เรือชื่อ ต.ศักดิ์ 3 เป็นเรืออวนดํามีลูกน้องเรือทั้งหมด 28 คน ออกจากท่าเทียบเรือชลาลัยในวันที่ 1 พย.2562 ในเวลาบ่าย 14.00น.

ขณะที่ลูกชายของผู้ตายบอกว่านายวุฒิ ผู้เสียชีวิตเดินมาฉี่ท้ายเรือแล้วก็หายไปช่วงค่ำวันที่ 1 พย.แต่ไม่มีใครรู้ มารู้ตอนเย็นๆจึงได้ค้นหากันไม่พบ หลังจากนั้นได้กลับเข้าบ้านมาแจ้งทางเจ้าหน้าที่ ตม.และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยค้นหาจนพบศพได้นําศพไปทําการตรวจสอบอีกครั้งที่ รพ.คลองใหญ่เพราะเป็นแรงงานประมงถูกกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ผบ.ตร. – สั่งไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังคดียาเสพติด แทงตำรวจ ยิงปืนขึ้นฟ้า หลบหนีศาลพัทยา มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณี 3 ผู้ต้องหา คดียาเสพติด ใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา ได้รับบาดเจ็บว่า ได้รับรายงานว่าวันนี้ เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุ 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยา จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 4 นัด เพื่อขึ้นรถกระบะหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณด้านหลังอาคารคุมตัวผู้ต้องหาศาลจังหวัดพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันไปตรวจที่เกิดเหตุพบ ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สวป.สภ.สัตหีบ ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยา ถูกมีดพับสแตนเลสขนาดเล็กแทงปักอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายนอนฟุบอยู่กับพื้นบริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือ ก่อนเร่งนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี 
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่าส จากการสอบถาม รปภ.ประจำศาลจังหวัด เบื้องต้นทราบว่าวันนี้ ทางเรือนจำพิเศษหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำผู้ต้องหาคดีต่างๆจำนวน 14 รายเดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน จากนั้นก็คุมตัวทั้งหมดเข้าสู่ห้องควบคุมตัวด้านหลังอาคารศาล โดยขณะกำลังยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอก จากนั้นก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านใน จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะเห็นภาพผู้ต้องหา 3 รายเป็นชายต่างชาติ 1 ราย ชายไทย 1 ราย และหญิงไทยอีก 1 ราย ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนวิ่งตามกันออกมา จากนั้นก็ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 3 นัด แล้วพากันวิ่งขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่ด้านหน้าศาลก่อนพากันขึ้นรถหลบหนีไป

รอง โฆษก ตร.กล่าวต่อว่า โดยขณะนี้เจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้ประสาน สถานีตำรวจพื้นที่ข้างเคียงในการบูรณาการสกัดจับ ตลอดจน เร่งระดม ปูพรม ตรวจค้น สืบสวนหาข่าวตามจุดต่างๆ ที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ใช้กบดาน เพื่อติดตามผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ ผู้ต้องหามีอาวุธปืนทำร้ายเจ้าหน้าที่และสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พี่น้องประชาชน โดยกำชับผู้บังคับบัญชาทุกพื้นที่ใกล้เคียง ควบคุมบัญชาการ การทำงานและกำหนดมาตรการป้องกันเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นอีก

รองโฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนี หรือให้การสนับสนุนในการหลบหนี หรือให้ที่พักอาศัย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน จึงขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขัง เกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว และหากผู้ใดพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สำหรับพี่น้องประชาชนท่านใดทราบเบาะแสหรือมีข้อมูลของคนร้าย สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) โทร.1599 หรือ สภ.เมืองพัทยา โทร. 038-420-804 ได้ตลอด 24 ชม.

สำหรับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายประกอบด้วย

  • นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ ผู้ต้องหาในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง ได้แก่ ยาบ้า 229.800 เม็ด ยาอี 100 เม็ด ยาไอซ์ จาก สภ.บ่อวิน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุแทงและใช้อาวุธปืนยิง
  • และ นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน
  • พร้อมด้วย น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ คดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 กก.และ มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต.

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878


อุกอาจ!!ผู้ต้องขังคดีค้ายา 3 รายขณะนำตัวมาพิจารณาคดีที่ศาลพัทยา แทงตำรวจคุมศาลพัทยาสาหัส ก่อนชักปืนยิงขึ้นฟ้าเปิดทาง 4 นัด แล้วพากันขึ้นกระบะหลบหนีลอยนวล ผบ.ตร สั่งตำรวจทุกพื้นที่ไล่ล่าสกัดจับมาลงโทษให้ได้

พัทยา-เมื่อเวลาประมาณ 15.18 น.วันที่ 4 พ.ย.62 พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ รรท. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดเหตุ 3 ผู้ต้องหาคดียาเสพติด พากันแหกห้องควบคุมศาลจังหวัดพัทยา โดยใช้อาวุธมีดแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดพัทยาในห้องคุมขังจนบาดเจ็บสาหัส แล้วยังใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าจำนวน 4 นัด ขู่เข้าหน้าเพื่อเปิดหลบหนี จากนั้นทั้ง3ซึ่งมีเครื่องพันธนาการโซ่ตรวนติดตัว พากันวิ่งไปขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่หน้าศาลขับหลบหนีไป โดยเหตุเกิดที่บริเวณด้านหลังอาคารคุมตัวผู้ต้องหาของศาลจังหวัดพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งจึงรีบรายงานผู้บัวคับบัญชาพร้อมนำกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยาไปชวยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บาดเจ็บทันที

ที่เกิดเหตุพบร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกผู้ต้องใช้มีดแทงก็คือ ร.ต.อ.ธนะเมศฐ์ โพธิพันธ์ รอง สวป.สภ.สัตหีบ (ช่วยราชการศาลจังหวัดพัทยา) ถูกมีดพับสแตนเลสขนาดเล็กแทงเข้าที่ชายโครงซ้าย นอนฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้นบริเวณห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาอาการสาหัส ท่ามกลางความแตกตื่นของเจ้าหน้า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าปฐมพยาบาลแล้วรีบนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ทันที

เบื้องต้นจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาลจังหวัดพัทยา เล่าว่าก่อนเกิดเหตุวันนี้ทางเรือนจำพิเศษหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้นำผู้ต้องหาคดีต่างๆจำนวน 14 รายเดินทางมาที่ศาลจังหวัดพัทยา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คุมตัวทั้งหมดส่งเข้าสู่ห้องควบคุมตัวด้านหลังอาคารศาล โดยขณะกำลังยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอก ก็ได้ยินเสียงดุงเอะอะโวยวายจากด้านในห้องควบคุม แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ก่อนจะเห็นผู้ต้องหา 3 คน เป็นชายชาวต่างชาติ 1 คน ชายไทย 1 คน และหญิงไทยอีก 1 คน ที่ยังถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนวิ่งตามกันออกมา จากนั้นผู้ต้องหาก็ยิงปืนขึ้นฟ้าอีก 3 นัด แล้วพากันวิ่งขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์ ไม่ทราบทะเบียน ซึ่งจอดทิ้งไว้อยู่ด้านหน้าศาลพากันขึ้นรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่ง รปภ.หน้าประตูศาลพยายามจะจับตัวผู้ต้องหาแต่ถูกยิงปืนขู่จึงต้องวิ่งหลบ แล้วผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทัเง3คนก็วิ่งออกไปทั้งๆที่มีโซ่ตรวจวิ่งขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่หน้าศาลซึ่งไม่ทราบว่ามีคนมาจอดรอรับหรือไม่แล้วพากันหนีไปทางถนนเทพประสิทธิ์ ได้อย่างลอยนวลซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอุกอาจอย่างมาก

จากการตรวจสอบภาพวงจรปิดก็สามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ทั้งหมดแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่อยากเปิดเผย ส่วนอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ น่าจะเป็นปืนขนาด 9 มม. อยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่าผู้ต้องหานำปืนและมีดพับมาได้อย่างไร หลังเกิดเหตุทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค2ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และพื้นที่ใกล้เคียงเร่งสกัดจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง3คนที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วพร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ก่อเหตุอุกอาจครั้งนี้ ประกอบด้วย

  • นายหน่อย หรือต้น นิลเทศ เป็นผู้ต้องขังแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ได้แก่ ยาบ้า 229.800 เม็ด ยาอี 100 เม็ด ยาไอซ์ จาก สภ.บ่อวิน (ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุแทงตำรวจและใช้อาวุธปืนยิง)
  • นายบาส หรือบาร์ค อาเลน เฮลมัส สัญชาติอเมริกัน
  • น.ส.สิรินภา วิเศษฤทธิ์ เป็นผู้ต้องหาคดีมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นยาไอซ์น้ำหนัก 1 ก.ก.และอาวุธปืน.

พัทยา จ.ชลบุรี/ โยธิน พรมแตง-คัมภีร์ อาบสุวรรณ์-วิรัตน์ ขำแตร-ศิระ แย้มตระกูล
*086-1499878