กองเรือยุทธการ จัดงานวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 96 ปี

วันนี้ 19 ธ.ค.62 ที่บนดาดฟ้าเรือหลวงตากสิน ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือเอก ชุม ศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้ให้โอวาทผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงและกำลังพล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจกำลังพล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 96 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

นอกจากนั้น ที่กองบัญชากองเรือยุทธการ ได้ประกอบพิธีทางศาสนา โดยนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป มาสวดเจริญพระพุทธมนต์ และฉันภัตราหารเพล เพื่อความเป็นสิริมงคล และอุทิศส่วนบุญกุศลแด่ดวงพระวิญญาณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตลอดจนข้าราชการที่ล่วงลับไปแล้ว ในการนี้ได้รับเกียรติจาก พลเรือเอก นริส ประทุมสุวรรณ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และอดีตผู้บังคับบัญชากองเรือยุทธการ เดินทางมาร่วมเป็นเกียรติในพิธี พร้อมกันนี้ ได้มีผู้แทนหน่วยงานกองทัพเรือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และกลุ่มพลังมวลชน นำกระเช้าดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี

พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กล่าวว่า สำหรับวันคล้ายวันสถาปนากองเรือยุทธการ ได้ถือเอาวันที่ 19 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบวันสถาปนาหน่วย สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที 19 ธันวาคม 2466 ได้มีการจัดตั้งหน่วยที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลเรือรบเป็นการเฉพาะขึ้นมาใหม่เรียกว่า กองทัพเรือ ขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ มีเรือรบ จำนวน 3 กองเรือ ได้แก่ กองเรือปืน กองเรือใช้ตอร์ปิโด และกองเรือช่วยรบ จนถึงปี 2476 ได้เปลี่ยนชื่อ “กองทัพเรือ” เป็น “กองเรือรบ” ขึ้นตรงต่อกระทรวงทหารเรือ จนถึงปี พ.ศ. 2494 ได้เปลี่ยนชื่อ “กองเรือรบ” เป็น “กองเรือยุทธการ” มาจนตราบทุกวันนี้ รวม 96 ปี ในปัจจุบัน กองเรือยุทธการ มีหน้าที่จัดเตรียมกำลังทางเรือ และกำลังทางอากาศ อำนวยการฝึกหน่วยในบังคับบัญชาให้มีสมรรถภาพ และอยู่ในฐานะที่พร้อมที่จะทำการรบได้ กองเรือยุทธการ ได้เตรียมกำลังเหล่านี้ให้พร้อมที่จะปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบตลอดเวลา เพื่อปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

นอกจากนั้นแล้วยังมีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ จำนวน 119 ทุน และมอบรางวัลประกวดบ้านพักอาศัยใหมู่บ้านกองเรือยุทธการ เนื่องในโอกาส วันคล้ายวันสถาปนาครบรอบปีที่ 96 โดยมี พลเรือเอก ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พร้อมผู้บังคับบัญชา ร่วมมอบทุนฯ และสำหรับการมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ซึ่งได้มอบทุนการศึกษา ในระดับอุดมศึกษา 5 ทุน ทุนละ 6,000 บาท ซึ่งมี พลเรือเอก ธานี ผุดผาด เป็นผู้แทนฯในการมอบทุนและ จากสหกรณ์ออมทรัพย์ กองการฝึกกองเรือยุทธการ 50,000 บาท และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนรวมทั้งสิ้น 310,000 บาท

ภาพ/ข่าว อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองทัพเรือ – น้อมรำลึก วันคล้ายวันประสูติเสด็จเตี่ย องค์บิดาทหารเรือไทย

วันนี้ 19 ธ.ค.62 พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีสักการะและบวงสรวง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ องค์บิดาของทหารเรือไทย เนื่องในวัน คล้ายวันประสูติ ณ สวนกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และในทุกภาคส่วน เข้าร่วมในพิธี

พลเรือโท วราห์ แทนขำ กล่าวว่า พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงมีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่28 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ 1 ใน เจ้าจอมมารดาโหมด ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2423 ในพระบรมมหาราชวัง เสด็จในกรมฯ เป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า กิจการทหารเรือไทยเท่าที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ต้องอาศัยชาวต่างชาติเป็นผู้บัญชาการเรือและป้อม อยู่เป็นอันมาก จึงไม่สู้จะมีความมั่นคงเท่าใดนัก

ภายหลังจากที่ เสด็จในกรมฯ ทรงสำเร็จการศึกษา และเข้ารับราชการทหารเรือแล้ว พระองค์ทรงเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสำคัญและโปรดเกล้าฯ พระราชทานน็ พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ พระองค์ได้แก้ไขปรับปรุงระเบียบการในโรงเรียนนายเรือให้ทันสมัย เพื่อให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือเป็นนายเรือที่มีความรู้ ความสามารถ เทียบได้กับ นายทหารเรือต่างประเทศ จากการที่พระองค์ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็นการณ์ที่ไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าขอพระราชทานที่ดินบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดิน ที่สัตหีบให้แก่กองทัพเรือ เพื่อจัดตั้งเป็นฐานทัพเรือ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2465

นอกจากพระมหากรุณาธิคุณของ นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ดังที่กล่าวมาแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาสามารถ และมีคุณูปการยิ่ง แก่กองทัพเรือ อาทิ ทรงเป็น ผู้บังคับการเรือนำเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังกรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ทรงจัดตั้งกองการบินทหารเรือ ทรงเปลี่ยนสีเรือรบของทหารเรือจากสีขาวเป็นสีหมอกให้เหมือนกับเรือรบต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนกับลักษณะของสีน้ำทะเลและภูมิประเทศ ซึ่งกองทัพเรือได้นำสีดังกล่าวมาใช้เป็นสีเรือทุกลำของกองทัพเรือตราบจนปัจจุบัน

ภาพ/ข่าว อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชุมพร – ครึกครื้น ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมเปิดงาน เทิดพระเกียรติเสด็จเตี่ยฯ และงานกาชาดประจำปี 62

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 62 จังหวัดชุมพร พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชา การทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ พลเรือตรีสุทธิชาติ เข็มอนุสุข รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทนร่วมในพิธีเปิดงาน “เทิดพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และงานกาชาดจังหวัดชุมพร ประจำปี 2562” ณ บริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-25 ธันวาคม 2562

โดยมี นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธาน และนางเพ็ญจันทร์ รัตนาภรณ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชุมพร, พลตรีพรชัย อินทนู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44, พลตำรวจตรีวิมล พิทักษ์บูรพา ผู้บัญชา การตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร, นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ส่วนราชการจังหวัดชุมพร ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

จันทบุรี – สโมสรไลออนส์จัดแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่ง“ไลออนส์ มินิฮาล์ฟมาราธอนจันทบุรี”

สโมสรไลออนส์จันทบุรี ร่วมกับ สโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ แถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่ง“ไลออนส์ มินิฮาล์ฟมาราธอนจันทบุรี” รายได้นำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้โรงพยาบาลสอยดาว และช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาสในจังหวัดจันทบุรี

วันนี้ ( 19 ธ.ค.62 ) ที่ห้องประชุมสโมสรไลออนส์จันทบุรี สโมสรไลออนส์จันทบุรี ร่วมกับ สโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ แถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่ง “ไลออนส์ มินิฮาล์ฟมาราธอนจันทบุรี” นายประยุทธ อ่อนแสง นายกสโมสรไลออนส์จันทบุรี /นางอรวรรณ พลอยชาติตระกูล นายกสโมสรไลออนส์จันทบุรี เมืองจันท์ /นายเจริญชัย พนธารา ประธานจัดงาน และ นพ.ธวัช คงคาลัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสอยดาว ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรมวิ่งในครั้งนี้ กำหนดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงเรียนอนุบาล จันทบุรี(พระยืน) เพื่อนำรายได้ซื้อเครื่องมือแพทย์ ให้โรงพยาบาลสอยดาว และช่วยเหลือผู้ยากไร้ด้อยโอกาสในจังหวัดจันทบุรี

การแข่งขันแบ่งเป็น ระยะ 6 กิโลเมตร ค่าสมัคร 500 บาท ได้รับเสื้อและเหรียญรางวัล, ระยะ 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 600 บาท ได้รับเสื้อ เหรียญรางวัลและถ้วยรางวัล, ระยะทาง 21.1 กิโลเมตร ค่าสมัคร 800 บาท ได้รับเสื้อ เหรียญรางวัล ถ้วยรางวัล และเสื้อผู้พิชิต, และประเภท VIP ค่าสมัคร 2500 บาท สามารถวิ่งได้ทุกรุ่นทุกระยะ ได้รับเหรียญรางวัล ถ้วยรางวัลที่ระลึกทุกคนและเสื้อผู้พิชิตเฉพาะลงวิ่ง 21.1 กิโลเมตร โดยผู้เข้าเส้นชัยในแต่ละประเภท ในอันดับ 1-5 จะได้รับถ้วยรางวัล นอกจากนั้นยังมีรางวัลแฟนตาซี อีก 10 รางวัล

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครผ่านระบอบออนไลน์ได้ที่ www.Thairun.com หรือจะสมัครด้วยตัวเองที่ ศิริเจริญโฮมสแตนดาร์ด สี่แยกตากสิน ธนูทองการยาง ข้างสรรพากรจังหวัดจันทบุรี ห้างเพชรทอง สิริจินดา ศูนย์การค้าเจพี ช.ทีเอ็ม ตึกช้าง โค้งสนามเป้า CTVจันทบุรี และที่ร้าน ชัชชัยเภสัช ทุกสาขา หมดเขตรับสมัคร วันที่ 19 มกราคม 2563 โดยผู้สมัครที่ประสงค์จะรับเสื้อด้วยตัวเอง สามารถรับเสื้อได้ที่ โรงเรียนอนุบาลจันทบุรี (พระยืน) ในวันเสาร์ที่ 15กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – กรมศุลกากร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

https://youtu.be/2Wic0KG07zg

กรมศุลกากร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เก็บขยะรักษ์ทะเล ปันน้ำใจสู่ชุมชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จัดตลาดประชารัฐศุลกากรเพื่อชุมชน

วันนี้ ( 19 ธ.ค.62 ) ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกับคณะผู้บริหารกรศุลกากร จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2562 โดยมีนางสุจิตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี / ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุดเข้าร่วมในพิธี กิจกรรมปล่อยสัตว์น้ำเพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา 7 ธันวาคม 2562 และช่วยคืนสมดุลระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมให้กลับสู่ภาวะปกติให้เป็นที่เหมาะสมแก่การเรียนรู้ จำนวน 150 ชุด และได้ร่วมกันเก็บและคัดแยกขยะบริเวณชายหาดอ่าวคุ้งกระเบน

รวมทั้งได้จัดกิจกรรม”ปันน้ำใจสู่ชุมชน” เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมอบเครื่องใช้ อุปโภคบริโภคและสิ่งของที่จำเป็น ได้แก่ อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์การเรียน, วัสดุทางการแพทย์ ให้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสิรินธรโรงเรียนวัดหมูดุด, องค์การบริหารส่วนตำบลคลองขุด และสำนักงานเหล่ากาชาด จังหวัดจันทบุรี และได้จัดสถานที่ เพื่อเปิดเป็นตลาดประชารัฐศุลกากรเพื่อชุมชน ณ ลานอาคาร กปร. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน SME และสหกรณ์ต่าง ๆ ในจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงจำนวนกว่า 25 ร้านค้า นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาทิ ผลิตภัณฑ์จากมะปี๊ด ผลิตภัณฑ์ฝ้ายมัดย้อม ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก ผลิตภัณฑ์จากตันคุ้ม-คลและสินค้าอื่น ๆ อีกมากมาย มาวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าจ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 10.0 น. – 17.00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชน และกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนในจังหวัดเมืองรอง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง และยังได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพในราคาที่ย่อมเยา

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – มูลนิธิธาตุพุทธคุณ นำสิ่งของ พร้อมมอบทุนช่วยเหลือเด็กบนดอย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. 2562 ที่อาศรมฤๅษีเณร ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ปทุมธานี – บางปะอิน ฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ มูลนิธิธาตุพุทธคุณ ร่วมกับหลวงพ่อแปะ วัดสว่างอารมณ์ และพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิงพระอารามหลวง ได้จัดโครงการรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือน้องๆบนดอย ที่ โรงเรียนบ้านแม่แดดน้อย สาขาบ้านดงสามหมื่น ตำบล แม่แดด อำเภอ กัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ทางมูลนิธิธาตุพุทธ คุณ ร่วมกับหลวงพ่อแปะ วัดสว่างอารมณ์ และพระเทพศาสนาภิบาล วัดไร่ขิงพระอารามหลวงได้ร่วมกันบริจาคของมาแจกให้กับเด็กๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกศิษย์ที่มาในวันนี้นำทีมโดย นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือ โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง นายณฤเดช อ่ำภิรมย์ หรือโกอั้น ประธานชมรมเปิดบ้านพระเครื่อง และ ลูกศิษย์คนอื่นๆอีกหลายคน

บรรยากาศมีเด็กชาวเขาเผ่าม้งมารอกันเป็นจำนวนมากเพื่อรับของบริจาค มีการแสดงของเผ่าม้ง โดยของที่มาบริจาคมีข้าวสารจำนวน 200 ถุง น้ำแดงที่คนถวายกุมารกว่าร้อยแพ็ค ขนมของเล่น เสื้อน้ำมัน ถังใส่น้ำ ผ้าห่ม 500 ผืน ชุดกีฬา 200 ชุด ถุงเท้า 360 คู่ อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน พร้อมทุนการศึกษาเด็กทั้งโรงเรียน หลังจากที่เดินดูโรงเรียนฤๅษีเณร ธาตุพุทธคุณ เห็นห้องน้ำพังหลายห้องเลยบริจาคเงินสร้างห้องน้ำอีก 20,000 บาท เพื่อปรับปรุงสร้างห้องน้ำให้กับเด็กนักเรียนได้ใช้ต่อไป

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

กอ.รมน.ประจวบฯ – ให้การต้อนรับคณะศปป.1กอ.รมน.ในโอกาสเดินทางมาติดตามผล โครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้

กอ.รมน.ประจวบฯ ให้การต้อนรับคณะ ศปป.1กอ.รมน.ในโอกาสเดินทางมาติดตามผลโครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้

วันที่​ 18 ธ.ค.62​ : พ.อ.กรกานต์ นาเวชวนิชกุล รอง ผอ.รมน.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์​ (ท.) พร้อมด้วย​ พ.อ.อิทธิกร ศิริวัลย์ หน.ฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.ฯ, พ.อ.อุดร พิมพา จนท. กอ.รมน.ฯ, พ.อ.สุวัฒน์ สังข์แก้ว จนท.กอ.รมน.ฯ, ร.อ.สมชาย ดอกเตย จนท.ปฏิบัติการกลุ่มงานกิจการมวลชน กอ.รมน.ฯ., ร.อ.ภาคิน นีสันเทียบหน.ชนต.111, นางฐิติกัญญา ตราชู จนท.กอ.รมน.จังหวัด​ประจวบคีรีขันธ์​ ให้การต้อนรับคณะ ศปป.1 กอ.รมน.

โดยมี พ.อ.จิรศักดิ์ พรรังสฤษฏ์ ผช. ผอ.ศปป.1 กอ.รมน./หน. คณะ ที่เดินทางมาเพื่อติดตามผลโครงการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับศูนย์เรียนรู้ฯ ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรภาคปฎิบัติ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปราชญ์ กอ.รมน.เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 7 คน

Cr.ประชาสัมพันธ์กอ.รมน.จ.ประจวบคีรีขันธ์
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

DSI ทลายแหล่งเก็บแว่นตาแบรนด์เนมปลอมหลายยี่ห้อ ความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

https://youtu.be/-J32ND3OWjI

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา 10.30 น.: พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจโท นิรุติ พัฒนรัฐ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนผู้เสียหายจาก บริษัท สัตยะพล แอนด์พาร์ทเนอร์ส จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวการบุกจับแหล่งจำหน่ายสินค้าประเภทแว่นตา หมวก เข็มขัด ปลอมแบรนด์เนมยี่ห้อดังหลายยี่ห้อบริเวณจังหวัดสระบุรี

ตามที่ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา ทำการสืบสวนปราบปรามกวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตามอำนาจหน้าที่ ด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง ดังนั้น พันตำรวจโท พเยาว์ ทองเสน ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา จึงขานรับนโยบายเร่งดำเนินการปราบปรามสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าโดยมีรายละเอียดการจับกุม ดังนี้

กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สืบสวนทราบว่ามีขบวนการนำเข้ามาในราชอาณาจักร และจำหน่ายสินค้าประเภทแว่นตา หมวก และสินค้าอื่นๆ ที่ละะเมิดเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร และสินค้าที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีการนำเข้าของสินค้า โดยจะมีการนำสินค้าดังกล่าวมาจากต่างประเทศโดยเข้ามาทางเรือขนส่งสินค้า จากนั้นก็จะนำสินค้ามาเก็บซุกซ่อน พักไว้ที่อาคารพาณิชย์ จำนวน 2 จุด พื้นที่จังหวัดสระบุรี เมื่อการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานได้แน่ชัด อันเข้าข่ายการกระทำผิดอาญาที่เป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้อนุมัติให้เข้าทำการตรวจค้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2562 เจ้าหน้าที่กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ขออนุมัติหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ภายในจังหวัดสระบุรี จำนวน 2 จุด คือ อาคารพาณิชย์ 5 คูหา 4 ชั้น ถนนเทศบาล 1 อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี และ อาคารพาณิชย์ 5 คูหา 4 ชั้น ถนนเทศบาล 3 อำเภอ จังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ ได้มีตัวแทนจากผู้เสียหายเข้าร่วมปฏิบัติการตรวจค้นเพื่อชี้ยืนยันเครื่องหมายสินค้า​

ด้วยผลการตรวจค้นทั้ง 2 จุด พบของกลางเป็นสินค้าประเภทแว่นสายตา แว่นแฟชั่น หมวก หัวเข็มขัด ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า จำนวนประมาณ 18,000 ชิ้น และแว่นตาที่ไม่มีเอกสารการเสียภาษีนำเข้า จำนวน 140,000 ชิ้น รวมสินค้าทั้งหมด 158,000 ชิ้น มีมูลค่าของกลางประมาณ 50 ล้านบาท และการกระทำความผิดในคดีนี้ เป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ ความผิดตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560

อนึ่ง ในการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มีนโยบายในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะได้ดำเนินการสืบสวนจับกุมการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สกลนคร​ – รวบแก๊งเวียดนาม เย้ยกฎหมาย รวมกลุ่มเร่ขายผ้าใบ แย่งอาชีพคนไทย

วันที่ 16 ธ.ค.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด.ปฏิบัติราชการ สตม., พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ การดี ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ. ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4, ผกก.สส.บก.ตม.4​ และ สว.ตม.จ.สกลนคร ร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแก๊งเวียดนาม รวมกลุ่มเร่ขายผ้าใบ แย่งอาชีพคนไทย

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.62 เวลาประมาณ 17.30 น. ตม.จ.สกลนคร ได้จับกุมดำเนินคดีคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนาม รวม 6 ราย ประกอบด้วย นาย วาน ทุง (MR.VAN TRUNG) อายุ 28 ปี, นายทราน (MR.DINH) อายุ 26 ปี, นายเล (MR.LE) อายุ 35 ปี, นายทิ ซวน (MR.THE XUAN) อายุ 29 ปี, นายวาน ดุง (MR.VAN DUNG) อายุ 40 ปี ในข้อหา “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ​ นายทราน ดิน ฮุย (MR.DINH HUY) อายุ 36 ปี ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร และทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ กล่าว​อีกว่า​ ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ ตม.จ.สกลนคร ได้สืบสวนหาข่าวทราบว่ามีต่างด้าวได้รวมกลุ่มตระเวน ขายผ้าใบในพื้นที่ จ.สกลนคร โดยใช้รถยนต์เก๋งเป็นพาหนะจำนวน 2 คัน และเช่ารีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นที่พักอาศัยและเก็บสินค้า จึงได้ไปตรวจสอบที่รีสอร์ทดังกล่าวปรากฏว่า ไม่พบกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าว จากข้อมูลทราบว่าได้ออกจากที่พักเพื่อไปตระเวนขายผ้าใบให้กับชาวบ้าน

จึงได้ออกติดตามสะกดรอยตามเส้นทางตามที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ จนกระทั่งพบเห็นกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวขับรถยนต์กลับเข้ามาในรีสอร์ทจึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบพบของกลางผ้าใบอยู่ในรถซึ่งบางส่วนได้จำหน่ายไปแล้ว นอกจากนั้นแล้วจากการตรวจค้นห้องพักในรีสอร์ทยังพบผ้าใบที่รอการจำหน่ายอีกจำนวนมาก สอบถามผู้ต้องหารับว่าผ้าใบดังกล่าวเป็นของนายจ้างคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ เป็นผู้ว่าจ้างให้จำหน่ายในราคาผืนละ 600-700 บาท ให้กับชาวบ้าน โดยพวกตนจะได้ค่าจ้างเป็นเงินเดือนๆละ 12,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลางและแจ้งข้อกล่าวหาจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ณัฐวัฒน์ฯ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า เรามีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขันและจับกุมปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาคขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ

วันที่ 19 ธันวาคม 2562 เวลา​ 09.00​ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับเครือข่ายวิจัยภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ภาคใต้ (มหาวิทยาลัยหาดใหญ่) ภาคกลาง (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเครือข่ายวิจัยภูมิภาคด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ปี พ.ศ.2560–2562 ได้ดำเนินการจัดการประชุมวิชาการด้านมาตราฐานการวิจัยและมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ เพื่อเป็นเวทีในการแลกแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ระหว่างหน่วยงานในภูมิภาค ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตระหนักในการยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติในหน่วยให้มากขึ้น โดยที่ที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมและนำเสนอผลงานด้านความปลอดภัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับในปี 2562 วช.ได้มุ่งเน้นให้มีการดำเนินการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการตามกลไกการพัฒนาด้านมาตรฐานความปลอดภัย จึงได้กำหนดให้มีการติดตามผลการดำเนินงานของมหาวิทยา ลัยแม่ข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ ใน 3 ระดับ ได้แก่ เครือข่ายวิจัยภูมิภาค (network), มหาวิทยาลัยแม่ข่าย (node), และลูกข่าย (sub – node)

เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับความปลอดภัยห้องปฏิบัติการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการกำกับดูแลการดำเนินงาน ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยแม่ข่ายและลูกข่ายด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการในภูมิภาค ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ด้านมาตรฐานการวิจัยของภูมิภาค ตลอดจนติดตามการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยห้องปฏิบัติการ และกำกับดูแลกลไกการดำเนินงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการภายในภูมิภาค

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่​ เวลา​ 09.00-16.30​ น.​ ณ ห้องจูปิเตอร์ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ความสำคัญของมาตรฐานการวิจัย” พร้อมมอบรางวัลห้องปฏิบัติการดีเด่น, รางวัลโปรเตอร์ดีเยี่ยม, รองศาสตราจารย์ ดร.เอกราช เกตุวัลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้เกียรติบรรยายเรื่อง “แนวทางการตรวจประเมินและรับรองห้องปฏิบัติการปลอดภัย เพื่อการยอมรับร่วม (peer evaluation)” และการนำเสนอโปสเตอร์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษ “show & share แนวปฏิบัติที่ดี (best practice)”

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​