วช.ร่วมกับ วท.และ​ กห. – ส่งมอบ ‘เสื้อเกราะป้องกันกระสุน ระดับ 3 ให้ กอ.รมน. ใช้ในพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนใต้

วช. ร่วม วท.และ​ กห. ส่งมอบ ‘เสื้อเกราะป้องกันกระสุน ระดับ 3 ให้ กอ.รมน. ใช้ในพื้นที่เสี่ยงภัยชายแดนใต้

วันที่ 20 ธันวาคม 2562 ณ ห้องรับรอง 211 ชั้น 1 อาคาร 2 ภายในกองบัญชาการกองทัพบก กรุงเทพมหานคร​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในบทบาทการขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยในมิติด้านความมั่นคง ได้ตอบสนองนโยบายรัฐ ในการบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายการวิจัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เอง ซึ่งที่ผ่านมา วช. ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วน วช. จึงได้ให้การสนับสนุนกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) พัฒนาและผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบาระดับ NIJ III ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองต่อนโยบาย/เป้าหมายรัฐบาล

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งมีความร่วมมือกับ วช. ในการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ : ชุมชนเข้มแข็ง ด้วยวิจัยและนวัตกรรม ผ่านกลไกการดำเนินงานของศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1- 5 (ศปป.1 – 5) นับเป็นความร่วมมือสำคัญในการบูรณาการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาชุมชนสังคมในพื้นที่ของ กอ.รมน. อันเป็นฐานรากสำคัญของการพัฒนาประเทศโดยรวม และโดยที่ กอ.รมน. โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) ได้เห็นความสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรมต่อการพัฒนาด้านความมั่นคง และขอรับการสนับสนุน “เสื้อเกราะป้องกันกระสุน ระดับ 3” เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภายใต้

ศาสตราจารย์นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.ได้สนับสนุนให้ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเสื้อเกราะป้องกันกระสุนระดับ NIJ III หรือระดับ 3 โดยจะทำการส่งมอบเสื้อเกราะดังกล่าวแก่ พลเอก ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จำนวน 105 ตัว เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เสื้อเกราะป้องกันกระสุน ระดับ NIJ 3 เป็นเสื้อเกราะที่มีน้ำหนักเบากว่าเสื้อเกราะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าที่ผลิตด้วยวัตถุดิบนำเข้าเกือบเท่าตัวและมีประสิทธิภาพทัดเทียมต่างประเทศ นับเป็นนวัตกรรมใหม่ทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต การนำวัตถุดิบที่ผลิตได้ในประเทศมาใช้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมพลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์ของประเทศ

เสื้อเกราะป้องกันกระสุน ระดับ NIJ 3 ได้ผ่านการทอสอบจากห้องปฏิบัติการ HP White Laboratory Inc. ประเทศสหรัฐอเมริการ ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐาน NIJ และได้รับการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์กระทรวงกลาโหม ซึ่ง วช. ได้ สนับสนุนงบประมาณในการผลิตขยายผลเสื้อเกราะกันกระสุน ระดับป้องกัน III (รุ่น 2814 SA) เพื่อนำไปใช้สำหรับการป้องกันและลดอันตรายจากกระสุนในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – ไฟไหม้รถเก๋งหรูของนักการตลาดมือทอง ขณะจอดอยู่ในบ้าน

https://youtu.be/Nk1jaBqB8hA

นนทบุรี – ไฟไหม้รถเก๋งหรูของนักการตลาดมือทอง ขณะจอดอยู่ในบ้าน

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 19 ธันวาคม 62 ร.ต.อ.ณัฐภัทร เรืองศิลป์ประเสริฐ รองสว.(สอบ สวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุไฟลุกไหม้รถเก๋ง ภายในบ้านเลขที่ 70/641 ซอยสามัคคี 58 แยก 2 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี เข้าฉีดน้ำเพื่อดับไฟที่กำลังลุกไหม้ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 60 ตารางวา ทราบชื่อเจ้าของบ้านคือนายชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา อายุ 42 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทพรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ถนนพื้นปูนภายในบ้านพบรถเก๋งมินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน 3 กน 4533 กรุงเทพ มหานคร ราคาประมาณ 1 ล้านเศษ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำไม่ให้ลุกลามไปติดตัวบ้านก่อนที่จะควบคุมเพลิงไว้ได้ จาการตรวจสอบสภาพพบว่ารถเก๋งถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน

จาการสอบถามนายชาญวิทย์ เล่าว่า หลังจากที่ตนขับรถคันดังกล่าวกลับมาจากที่ทำงาน ก็จอดรถไว้ตรงจุดที่เกิดเหตุ จากนั้นก็เดินเข้าไปในบ้านยังไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ยินเสียงสัญ ญาณรถดังขึ้น จึงได้เดินมาดูตรงหน้าต่าง ก็สังเกตเห็นลักษณะคล้ายกลุ่มควันพุ่งออกมาจากบริเวณกระโปงหน้ารถ จากนั้นก็มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้โทรแจ้งไปทางตำรวจเพื่อให้ช่วยประสานรถดับเพลิงเพื่อเข้ามาควบคุมเพลิง เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงก็ระดมฉีดน้ำและสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ต้องให้ช่างผู้ชำนาญเข้ามาตรวจสอบ

สำหรับนายชาญวิทย์ เขียงนาวาวงศ์ษา นั้นเป็นนักการตลาดมือทอง ผ่านการบริหารงานบริษัทใหญ่ๆมามากมายหลายบริษัท เช่น เชฟโลเรต ซัมซุง หัวเหว่ย ล่าสุดเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

ไทย-อิหร่าน เห็นพ้อง กระชับความร่วมมือรอบด้าน

วันนี้ (20 ธันวาคม 2562) เวลา 13.30 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายโมเซน มุฮัมมะดีย์ (H.E. Mr. Mohsen Mohammadi) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีในความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยาวนาน และมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง พร้อมขอบคุณที่เอกอัครราชทูตฯ มีบทบาทที่แข็งขันในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิหร่าน โดยทั้งสองประเทศมีพัฒนาการความร่วมมือในหลากหลายสาขา และมุ่งหวังว่าไทยกับอิหร่านจะรักษาความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างกันทั้งในระดับทวิภาคี และกรอบเวทีพหุภาคีต่อไป

เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานในไทยเสมอมา ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ไทยกับอิหร่านดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันต่อไป พร้อมเน้นย้ำว่า ไทยมีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน จึงเป็นโอกาสที่จะสามารถพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกระชับความร่วมมืออย่างรอบด้าน อาทิ ด้านสาธารณสุข ด้านวัฒนธรรม การค้าและการลงทุน และด้านสังคม โดยไทยได้เน้นย้ำกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชน โดยการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว อันจะเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีอวยพรให้เอกอัครราชทูตฯ ประสบความสำเร็จ และขอให้สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอิหร่าน และมุ่งหวังว่าเอกอัครราชทูตฯ คนใหม่จะช่วยผลักดัน และสานต่อการทำงานต่างๆ ต่อไป พร้อมกล่าวฝากความปรารถนาดีไปยังประธานาธิบดีอิหร่านด้วย

รมต.นร.นายเทวัญ ฯ ถกแนวทางแก้ไขปัญหากลุ่ม P-Move ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนและผู้แทนกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (20 ธ.ค.62) เวลา 09.30 น. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธงชัย ลืออดุลย์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  นายสุรศักดิ์ เรืองเครือ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชา ชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move ณ  ห้องประชุม 108 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

การประชุมในครั้งนี้เป็นการรายงานความคืบหน้าแนวทางการให้ความช่วยเหลือที่กลุ่ม P-Move เรียกร้องต่อรัฐบาล จำนวน 19 เรื่อง โดยพบว่ามีจำนวนกว่า 10 เรื่องที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้  เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม  รวมถึงต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบ และบางส่วนพบว่ามีการชะลอการดำเนินคดี

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ภาคประชาชน ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไข โดยให้ประชาขนที่เป็นตัวแทนกลุ่ม P-Move เป็นอนุกรรม การ ร่วมกับทางกระทรวงต่างๆ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องของแต่ละกลุ่มได้อย่างรวด เร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอนุกรรมการดังกล่าวคาดว่าจะเสนอให้ท่านวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานรับผิดชอบ ลงนามอนุมัติแต่งตั้งให้ทันก่อนปีใหม่นี้

ขอบคุณข้อมูล : กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

กรมประมงยืนยัน ไม่ซื้อเรือประมงผิดกฎหมาย ย้ำพร้อมเดินหน่วยช่วยเหลือชาวประมง

วันที่ 20 ธ.ค. 2562 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาให้กลุ่มชาวประมง 22 จังหวัดชายแดนทะเล ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการประมงอย่างเข้มงวด ภายหลังประเทศไทยถูกปลดจากใบเหลืองการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ภายหลังชาวประมงเดือดร้อน ได้เดินทางมาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU) ที่กำหนดอย่างเข้มงวด โดยนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ไปเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

“แต่สืบเนื่องจากมีข้อกังวลว่า การดำเนินการซื้อเรือประมงออกนอกระบบ ตามที่กรมประมงรับข้อเสนอของกลุ่มตัวแทนชาวประมง จะเป็นการซื้อเรือผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ย้ำว่า กรมประมงจะไม่ซื้อเรือที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่จะซื้อคืนเฉพาะเรือประมงถูกกฎหมาย ที่ปัจจุบันได้รับผลกระทบจากมาตรการที่เข้มงวดของรัฐ ทั้งนี้ ในเรื่องการช่วยเหลือชาวประมงด้านสภาพคล่อง รองนายกฯ จุรินทร์ได้เสนอต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป” น.ส.รัชดา กล่าว

นราฯ – น้ำท่วมรอบ 2


ท่วมรอบ 2 ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมเป็นรอบที่ 2 ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือน บางครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ยังศูนย์อพยพเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่ บ้านลันตูปันยัง ต.ปาเสมัส รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก็มีระดับน้ำความสูงกว่าว่าครึ่งเมตร

#น้ำท่วมนราฯ

ขอบคุณข้อมูล : ความจริงปัตตานีบ้านฉัน

24 ธันวาคมนี้ รู้เรื่อง !! แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีเหตุยิงราษฎรเสียชีวิต 3 คน

24 ธันวาคมนี้รู้เรื่อง!! พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเหตุยิงราษฎรเสียชีวิต 3 คน บนเขาตะเว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ว่าเจ้าหน้าที่จงใจหรือกระเกินกว่าเหตุหรือไม่ โดยจะให้ได้รับทราบผลภายในวันที่ 24 ธันวาคม นี้

ขอบคุณข้อมูล : ความจริงปัตตานีบ้านฉัน

มทภ.4 – ยืนยันการตรวจสอบทุกขั้นตอน “โปร่งใส”

ยืนยันการตรวจสอบทุกขั้นตอน “โปร่งใส” มทภ.4 พร้อมให้ความเป็นธรรม ด้วยความจริงใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันการ ตรวจสอบทุกขั้นตอนต้อง โปร่งใส” เหตุยิงราษฎรเสียชีวิต 3 ราย บนเขาตะเว ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

#หัวโขนหรือจะสู้หัวใจ #แม่ทัพยืดอกใช้ความจริงนำหน้า

#ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ขอบคุณข้อมูล : ความจริงปัตตานีบ้านฉัน

ทหาร – เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่นราธิวาส

นราธิวาส อ่วม ! น้ำท่วมรอบ 2 น้ำป่าไหลทะลัก..ตัดขาดเส้นทางสัญจร

จากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ติดต่อกัน 2 วัน ทำให้น้ำป่าไหลทะลัก เข้าท่วมพื้นที่ชุมชน ในเทศบาลตำบลบูเก๊ะตา อ.แว้ง จ.นราธิวาส สูงกว่า 1 เมตร และถนนสายเลี่ยงเมือง บูเก๊ะตา – สุไหงโก-ลก เป็นระยะทางยาวประมาณ 1 กม. รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ประชาชนต้องเดินลุยน้ำ และนั่งเรือออกมาสู่ภายนอก ขณะที่ จนท.ทหาร และหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม..เข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว..!!

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน /NationPhoto

นราฯ – ประกาศเขตภัยพิบัติ ในกรณีฉุกเฉิน แล้ว 5 อำเภอ เตรียมพร้อมอพยพ ผู้ประสบอุทกภัยแล้ว

วันที่ 18 ธ.ค.62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ประกาศเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ในพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอแว้ง, สุคิริน, ศรีสาคร, จะแนะ และรือเสาะ หลังน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน และเส้นทางในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวทั้งในระดับจังหวัด และอำเภอ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างใกล้ชิด และต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนทันทีที่มีสถานการณ์เร่งด่วนฉุกเฉิน นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำให้มีการติดตามฐานข้อมูลรายครัวเรือน เพื่อให้สะดวกต่อการพิจารณาให้ความช่วยเหลือทั้งการอพยพประชาชนออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และการแจกจ่ายถุงยังชีพที่จะมีการปรับให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หญิงตั้งครรภ์ และเด็กแรกเกิด

ส่วนสถานการณ์ที่อำเภอสุไหงโก-ลก ได้มอบหมายนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก ให้ติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำโก-ลก เนื่องจากเริ่มล้นตลิ่ง 20 เซนติเมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าภายในเที่ยงคืนของวันที่ 18 ธันวาคม 2562 ระดับน้ำจะสูงกว่า 1 เมตร โดยเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้เปิดศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัยโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง ไว้พร้อมรองรับผู้ประสบอุทกภัยริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก แล้ว ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่ามาตรการรับมือสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดนราธิวาส จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และผลกระทบจากอุทกภัยให้กับประชาชนได้

ขอบคุณข้อมูล : southernreports