ชลบุรี-เมืองพัทยาเตรียมสั่งรื้อถอนสะพานข้ามและอาคารริมคลองพัทยาใต้ภายใน 7 วัน หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต

          รองนายกพัทยาเผยรื้อแน่สะพานข้ามคลอง และอาคารริมคลองพัทยาใต้ หลังพบก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เตรียมเสนอนายกพัทยาลงนามปิดประกาศหมายรื้อถอนหลังครบกำหนดดีเดย์ 35 วันในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ระบุให้เวลา 7 วัน รื้อถอนเอง หากยังไม่ดำเนินการพร้อมลุยรื้อถอนตามขั้นตอนของกฎหมาย

         จากกรณีที่มีการร้องเรียนจากประชาชนว่าแนวคลองพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ที่เมืองพัทยาได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำตลอดแนวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งในส่วนของอาคาร สะพาน และการระงับการก่อสร้างอาคารต่างๆเนื่องจากขัดต่อกฎหมายต้องแนวระวางเขตที่กำหนดไว้ ก่อนจะจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาทั้งระบบการระบายน้ำและทางเดินเท้าสาธารณะใหม่นั้น แต่พบว่ามีผู้ประกอบการบางแห่งนำโครง สร้างสะพานเหล็กมาจัดตั้งคร่อมคลองไว้เพื่อใช้ในการสัญจร ซึ่งสะพานนี้มีลักษณะเป็นเหล็กพร้อมราวสะพานอย่างแน่นหนาเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปยังที่ดินริมฝั่งคลองอีกด้าน โดยหลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างสะพานดังกล่าวมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและสามารถกระทำการได้หรือไม่

          ต่อมาเมืองพัทยาได้ทำการปิดหมายประกาศ แบบ ค.3 แจ้งความไปยังเจ้าของอาคารว่าให้ระงับการสร้างสะพานเหล็กขนาด 2.5 x 20 เมตรดังกล่าว โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 วรรค 1 และมาตรา 41 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต รวมทั้งการห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคารหรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าว และหมายคำสั่งรื้อถอน ค.7 ตามมาตรา 42 กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้ายอาคารกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ โดยให้รื้อถอนสะพานเหล็กออกทั้งหมด ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้แล้วเสร็จภายใน 35 วัน หลังได้รับคำประกาศ โดยหากพ้นกำหนดเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ลงชื่อ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ลงนามวันที่ 5 ก.ค.2562 นั้น

          ล่าสุดวันนี้ (7 ส.ค.) นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมคณะที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา ตรวจสอบความคืบหน้าของปัญหาสะพานข้ามคลอง และอาคารที่เมืองพัทยาได้ปิดหมายให้ระงับการใช้ และรื้อถอนไปก่อนหน้านี้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร โดยผลจากการตรวจสอบยังคงพบ ว่าสะพานดังกล่าวยังคงมีการใช้งานตามปกติ ขณะที่อาคารริมคลองก็ยังคงมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง

          โดยกรณีดังกล่าวนายพัฒนา บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่าสำหรับสะพานข้ามคลองนี้มีการก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีรูปแบบไม่ตรงตามมาตรฐานของกฎหมายอยู่แล้ว เมืองพัทยาจึงได้ออกคำสั่งตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร เพื่อให้ระงับจนกว่าจะได้อนุญาต ห้ามใช้ และรื้อถอนออก รวมทั้งอาคารฝั่งตรงข้ามที่มีการปิดหมายพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้ระยะเวลาดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จใน 35 วัน แต่ปรากฏว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ายังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขแต่อย่างใด ดังนั้นในวันที่ 11 สิงหาคมนี้จะครบกำหนดตามหมายประกาศของเมืองพัทยาแล้ว จากนั้นในวันที่ 13 สิงหาคม จะได้นำเรื่องเสนอต่อนายกเมืองพัทยาเพื่ออนุมัติคำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมาย ก่อนจะนำหมายมาปิดประกาศซึ่งจะให้เวลาผู้ประกอบการ 7 วันในการดำเนินการ หากยังคงนิ่งเฉยเมืองพัทยาก็จะเข้ามาดำเนินการรื้อถอนเองและจะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการอีกครั้ง โดยจะเริ่มที่สะพานก่อนเป็นอันดับแรกจากนั้นจึงจะขยายไปยังอาคารด้านใจต่อไป ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน

          นายพัฒนา กล่าวต่อไปว่าขณะที่ยังมีอาคารข้างเคียงที่เคยถูกคำสั่งรื้อถอนตามระวางแนวเขตริมคลองไปในอดีต ช่วงที่ผ่านมาเคยเข้ามาตรวจสอบแล้วโดยทางเจ้าของแจ้งให้ทราบว่าการเข้ามาดำเนินครั้งนี้เป็นเพียงการรื้อถอนซากของอาคาเดิมเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และเป็นการดำเนินการในที่ดินเอกสารสิทธิ์ส่วนตัวอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การรื้อถอนโครง สร้างเดิม แต่เป็นการก่อสร้างใหม่ โดยมีการทำโครงเหล็กตั้งเป็นเสาและทำโครงเพื่อปูหลังคาแมททัลชีส ซึ่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ในเบื้องต้น จึงได้มอบหมายให้นายตรวจเขตสำนักการช่างทำการเสนอเรื่องต่อนายกเมืองพัทยาเพื่อออกหมายให้ทำการระงับ ดัดแปลงและรื้อถอนต่อไป จนกว่าจะมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองจากวิศวกรและเมืองพัทยาเช่นกัน

*********************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจ​ไทยร่วม​ “มหกรรมกีฬาตำรวจ​ และนักดับเพลิงโลก” ครั้งที่ 18 ณ เมืองเฉินตู

          วันนี้​ วัน​พุธที่ 7 ส.ค.62 เวลา 13.00 น. : พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย คุณลิลลี่ ศรีภิรมย์รักษ์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี​ และ ดร.สิทธิศักดิ์ เจียวพิพัฒน์พงศ์ อดีต ประธาน กต.ตร.จ.นนทบุรี ได้ให้โอวาท อวยพรพร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุน เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ แก่นักกีฬามวย ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องเดินทางไปแข่งขันรายการ “มหกรรมกีฬาตำรวจและนักดับเพลิงโลก” ครั้งที่ 18 ประจำ​ปี 2562 ณ เมืองเฉินตู ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 8-18 ส.ค.2562 นี้ ณ ห้องประชุมฝ่ายอำนวยการ​ 5 กองบัญชาการตำรวจนครบาล

    โดยมี พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกีฬาประเภทมวย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ผู้คุมทีม โดยมี พ.ต.ท.สุรวิทย์ โยนจอหอ รอง ผกก.สภ.บางใหญ่ /หัวหน้าผู้ฝึกสอน และ ดต.นิธิสิทธิ์ ตั้งศิริสกุลไทย ผบ.หมู่ ป.กอง​ปราบปราม​/ผู้ฝึกสอน ,นักกีฬามวยชาย 6 รุ่น/นาย,นักมวยหญิง 2 รุ่น/นาย,โค้ช 4 คน เดินทางไป เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วย

***************************

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สาธารณสุขสุโขทัย แถลงข่าว สุโขทัย เมืองสุขภาพดีบนวิถีไทย

          วันนี้ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30 น. ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการอบรมสร้างความรอบรู้ด้วยศาสตาร์การแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมการขับเคลื่อนสุโขทัย เมืองสุขภาพ บนวิถีไทย ภายใต้โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ณ ห้องประชุมวรรณกลาง มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตสุโขทัย ซึ่งการอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นเฉพาะในเขตพื้นที่ของอำเภอเมือง โดยมีตัวแทนครัวเรือเข้าร่วมจำนวน 300 ครัวเรือน โดยเป็นการอบรมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองเบื้องต้น ด้วยสมุนไพรไทย ผักสวนครัว ด้วยแนวคิด ปลูกหลังบ้าน กินในบ้าน ขายหน้าบ้าน

         จากนั้น ดร.นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยนางชุติมา เพชรรี่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ด้านวิชาการ ได้เปิดแถลงข่าว ต่อสื่อมวลชนในกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การสร้างความรู้ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ภายใต้โครงการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1

          โดยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัยกล่าว่า จังหวัดสุโขทัย เป็นแหล่งสมุนไพรที่มีสมุนไพรมากที่สุดในประเทศไทย และเป็นแหล่งสมุนไพรที่เกิดขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง ชื่อเรียกในศิลาจารึกว่า “เขาสรรพยา” ปัจจุบันคืออุทยานแห่งชาติรามคำแหง หรือเขาหลวง แนวคิดการพัฒนาจังหวัดสุโขทัยให้เป็นเมืองสุขภาพดี บนวิถีไทย จึงเกิดขึ้น โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนสุโขทัย เมืองสุขภาพดี บนวิถีไทย มีหน้าที่ในการส่งเสริมและพัฒนาสวนสมุนไพรหรือปลูกสมุนไพรให้กับประชาชนในการนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ การตลาด การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ตลอดจนการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดกิจกรรมทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจเพื่อยกระดับมาตรฐานและเพิ่มขีดความสามารถทางการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย

*****************************

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

สุโขทัยมอบเงินทุนประกอบอาชีพให้ผู้พิการ และผู้ดูแลคนพิการ

         วันนี้ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 11.00 น. นายสุชาติ ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในพิธีมอบเงินทุนกู้ยืมประกอบอาชีพให้กับคนพิการ/ผู้ดูแลคนพิการ ณ ห้องประชุม TO BE NUMBER ONE (สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ผู้พิการ และผู้ดูแลคนพิการ นำไปเริ่มต้นประกอบอาชีพ หรือนำไปขยายกิจการที่ดำเนินการอยู่แล้วรายละ 60,000 บ. โดยไม่คิดอัตราดอกเบี้ย ในระยะเวลา 5 ปี

          โดยการจ่ายเงินกูยืมในครั้งนี้ เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ประจำจังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 5/2562 เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ได้อนุมัติให้คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุน ฯ จำนวน 56 ราย เป็นเงิน 2,860,000 บาท และอนุมัติเงินสนับสนุนโครงการขององค์กรคนพิการจำนวน 2 องค์กร เป็นเงิน 291,670 บาท ด้วยกัน

*******************************

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

เพชรบูรณ์ : วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562

https://drive.google.com/file/d/1lgDj71qSBWsyLUwcAkiRAtMDtk5YBn6x/view?usp=sharing

          ที่บริเวณอาคารอเนกประสงค์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ นายวัลลภ สาครรัตน์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย คณาจารย์ ได้จัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยมีนางศานิต ชาติกรณ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เพชรบูรณ์ ,เจ้าของกิจการ อู่น้องใหม่เจริญทรัพย์ เดินทางมาประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในงานมหามงคลเฉลิมพระชมพรรษา

          ซึ่งทางคณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสนเทศเพชรบูรณ์ รับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ ทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นโอกาสพิเศษที่ลูก ๆ ทุกคนจะแสดงความรู้สึกที่มีต่อแม่ บอกรักแม่ ให้แม่ได้ชื่นใจ  นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่ บางคนได้แต่งบทกลอนวันแม่ เขียนใส่การ์ดมอบให้แม่เพื่อเป็นของขวัญแด่ท่าน

         โดยกิจกรรมมีดังนี้ การประกวดเรียงความแม่บุคคลผู้เสียสละอ่านเรียงความของตนเอง, การประกวดเรียงความ ภาพถ่ายคู่กับแม่ Live&Love บอกรักแม่), มอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่น ลูกดีเด่น, มอบทุนการศึกษา”ทุนเรียนดี” ให้แก่นักเรียนนักศึกษา, พิธีล้างเท้าแม่ เพื่อให้ลูกรำลึกถึงพระคุณของแม่ และการแสดง “ระบำนางกอย” ซึ่งเป็นระบำชุดหนึ่งที่อยู่ในละครเรื่อง “เงาะป่า” บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว โดยมีเนื้อเรื่องย่อว่า ฮเนาได้จัดขบวนขันหมากมาสู่ขอนางลำหับ บรรดาเพื่อนของลำหับก็มาช่วยกันจัดเตรียมงานมีสาวเงาะเข้ามาร่วมพิธีของฮเนากับนางลำหับ

          ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้คิดประดิษฐ์ท่ารำ เหตุผลที่เลือกชุดการเเสดงนี้ เพราะเป็นการเเสดงที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ทั้งท่าทางการร่ายรำ เเละการเเต่งการที่มีความน่าสนใจ มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้จักเเละไม่เคยพบเห็น จึงอยากนำเสนอให้ได้รับชมเพื่อเป็นการเผยเเพร่วัฒนธรรมอันดีงามเเละอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยต่อไป

***************************

รุ่งทิพย์ บุญบำรุง/มนสิชา คล้ายแก้ว

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) ชี้แจงกรณี“ลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย”

         วันนี้ (7 สิงหาคม 2562) เวลา 15.00 น. พลเรือโทรณภพ กาญจนพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ยุทธการ ศรชล.ชี้แจ้งกรณี “ลูกเรือไทยถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลีย” ว่า

         ตามรายงานข่าวกรณีลูกเรือไทย ถูกนายจ้างไทยทอดทิ้งกลางทะเลโซมาเลียนั้น สรุปได้ดังนี้ เรือที่อยู่ในข่าว ชื่อ WADANI 1 ซึ่งกรมเจ้าท่าตรวจสอบแล้วว่า เจ้าของเรือได้ขายเรือดังกล่าวให้กับเจ้าของเรือชาวอิหร่าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 และกรมเจ้าท่าได้เพิกถอนทะเบียนเรือไทยเรียบร้อยแล้ว และกรมประมงได้ตรวจสอบฐานข้อมูลเรือประมงแล้ว ไม่อยู่
ในบัญชีรายชื่อเรือประมงนอกน่านน้ำไทย ดังนั้น โดยสถานะทางกฎหมายเรือดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย ขณะนี้จอดเทียบท่าอยู่ที่เมืองโบซาโซ (Bosasso) อย่างไรก็ดี เรือลำดังกล่าว อยู่ในกิจการทำประมงในน่านน้ำโซมาเลีย และส่งสินค้ากลับมายังประเทศไทย ซึ่งการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำดังกล่าว กรมประมงมีอำนาจและกลไกการตรวจสอบไม่ให้เป็นสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมงผิดกฎหมาย แม้โดยสถานะทางกฎหมายเรือลำดังกล่าวไม่ใช่เรือไทย แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย  เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยที่ทำงานบนเรือขณะอยู่ในทะเล
   

         เมื่อทราบเหตุ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ได้แจ้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ซึ่งได้มอบหมายให้นายทหารประสานงานของกองทัพเรือประจำกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 มีที่ตั้งอยู่ ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ทราบว่า CTF-151 มีเครื่องบินตรวจการณ์แบบ JN41 ของ กองทัพเรือญี่ปุ่น ขึ้นทำการบินลาดตระเวน โดยมีเส้นทางบินห่างประมาณ 30 – 40 ไมล์ จากเมือง Bosaso และนายทหารประสานงานฯ ได้ร้องขอกองกำลังทางเรือสหภาพยุโรป (EUNAVFOR) ใช้เครื่องมือดักรับสัญญาณช่วยเหลือทางทะเล หรือสัญญาณวิทยุขอความช่วยเหลือ ซึ่งอาจเข้าไปทำการช่วยเหลือโดยทันที แต่จากการตรวจสอบทราบว่าเรือประมง WADANI 1 จอดเทียบท่าเรือของโซมาเลีย ในเบื้องต้นจึงคาดว่ายังไม่มีสถานการณ์ที่เป็นภัยอันตรายร้ายแรง
     

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของ ศรชล. ได้สนทนากับลูกเรือ WADANI 1 กลุ่มที่ขอกลับบ้าน 17 คน ในการให้ความช่วยเหลือ และประเมินว่าขณะนี้ยังไม่มีอันตรายร้ายแรงที่จำเป็นต้องแทรก
แซงโดยทันที การปฏิบัติโดยทั่วไปจึงยังต้องดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งนี้จากการติดตามสถานการณ์ทราบว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า (นายเชิดเกียรติ อัตถากร เอกอัครราชทูต) ได้ประสานงานเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือประมงดังกล่าว และได้รับการตอบรับจากบุคคลระดับผู้นำของรัฐในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว และจากการเฝ้าฟังอย่างใกล้ชิดทราบว่า ลูกเรือได้รับเสบียงและน้ำเพิ่มเติมแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงการต่างประเทศ กำลังเตรียมการเพื่อดูแลการเดินทางกลับของลูกเรือ โดยประสานงานกับองค์การเพื่อการย้ายถิ่นฐานระหว่างประเทศ (International Organization for Migration) ทั้งนี้ คาดว่าลูกเรือดังกล่าวจะสามารถเดินทางกลับได้ภายในปลายสัปดาห์นี้    
     

          สำหรับกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 นั้น ไทยได้เคยส่งเรือ อากาศยาน และกำลังพลเข้าร่วมปราบปรามโจรสลัด และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 และยังปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม CTF151 ในกองกำลังผสมทางทะเลของนานาชาติ” (Combined Maritime Force : CMF) เมื่อปีพ.ศ.2555 อีกด้วย
      

         ซึ่งการส่งกำลังเข้าร่วมในระดับนานาชาติเช่นนี้ มีผลทำให้ไทยสามารถประสานการขอความช่วยเหลือได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จะร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้าย จะได้แจ้งให้นายทหารประสานงาน ติดตามความเคลื่อนไหวของเรือต่อไป

*********************************

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว : ประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

ตราด/โรงพยาบาลคลองใหญ่ จัดมหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา

         ณ.อาคารศูนย์เอี้ออาทรผู้สูงอายุโรงพยาบาลคลองใหญ่ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2562 โดยมีแพทย์หญิงศิรดา วงศ์วานวัฒนา ผู้อํานวยการโรงพยาบาลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิด มหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา

          โดยมี นายสิทธิกร เลิศสิทธิกุล เลขานุการนายกเทศมนตรี ต.คลองใหญ่ ในฐานะ ประธานชมรมสายใย สายใจผูกพัน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การเปิดงาน พร้อมด้วยประธานชมรมสายใย สายใจผูกพัน และสมาชิกแกนนํานมแม่ร่วมจัดงานมหกรรมรวมพลคนกินนมแม่ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลคลองใหญ่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคลองใหญ่เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน เพื่อเทิดพระเกียรติเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้แม่ได้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยทั้งทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ และส่งผลต่อการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ทําให้มีความฉลาดทั้งทางด้านสติปัญญา มีความฉลาดทางด้านอารมณ์และสังคม เติบโตเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีสุขภาพกาย สุจภาพจิตที่ดี ไม่ก่อปัญหาสังคมต่อไป

          และในการจัดงานในวันนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 ที่พระองค์ท่าน ได้ทรงให้ความสําคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การพัฒนาศักยภาพของเด็กปฐมวัย เพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลสําเร็จที่เป็นรูปธรรม จึงได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดกิจกรรม เพื่อสร้างความตระหนักในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างเดียวถึง 6 เดือน จึงได้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การแข่งขันการคานเร็ว วิ่ง เต้น จากนั้นได้ประกวดหนูน้อยสุขภาพดีและมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่มารดาที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน พร้อมด้วย นส.ลภัสปภา วงค์อยู่ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 31 หมู่ 7 ต.คลองใหญ่ ได้กล่าวว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มันก็ดีไปอย่างไม่ค่อยจะเจ็บป่วย เพราะว่ามีลูกมาถึง 2 คนแล้ว เจริญเติบโตดีสุขภาพก็ดีฉลาดดี และกินอาหารคบทุกหมู่เพราะว่ากินนมแม่มาโดยตลอดจนว่าเติบโตก็ยังกินอยู่

…………………………………………………………

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร# ทหารพราน 2110 ปฏิบัติการจู่โจม ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเครือข่ายค้ายานรก

          มุกดาหาร กองร้อยทหารพรานที่ 2110 สนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย แหล่งมั่วสุมเสพยา และจำหน่ายยาเสพติด จำนวน 2 เป้าหมาย

          เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.สุภัททร ชูตินันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทหารพราน 2110 ประสารฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ นำกำลังปฏิบัติการจู่โจม เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย แหล่งมั่วสุมยาเสพติด และจำหน่ายยาเสพติด จำนวน 2 เป้าหมาย หลังได้รับทราบจากแหล่งข่าว

          เวลา 09.30 น.ร้อย ทพ.2110 จัดกำลังพลเข้าปิดล้อมตรวจค้น กระท่อมไม่มีเลขที่ พิกัด VD 725100 บ้านโคกตระแบง ม.5 ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มุกดาหาร ตรวจพบชาย 2 คน กำลังมั่วสุมเสพยาเสพติด (ยาบ้า) อยู่บริเวณกระท่อมหลังดังกล่าว จึงได้เข้าตรวจค้นภายใน พบยาบ้า จำนวน 1 เม็ด ทราบชื่อภายหลัง นายสมฉา คนยืน อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 70 ม.5 บ้านโคกตระแบง อ.เมือง จว.มุกดาหาร (ซึ่งได้ยอมรับว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตน) และนายอานนท์ บุตธิจักร อายุ 23 ปี ไม่มีบ้านเลขที่ เจ้าหน้าที่ทำการตรวจปัสสาวะ หาสารเสพติดในร่างกาย ผลเป็นบวก

          ต่อมาเวลา 10.00 น.ร้อย.ทพ.2110 นำกำลังพลเข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเลขที่ 49 ม.12 บ้านนาทอง ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มมุกดาหาร พิกัด VD 675119 ตรวจพบชาย 1 คน เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจค้นตัว พบยาบ้าบรรจุอยู่ในขวดพลาสติกใสเล็ก จำนวน 5 เม็ด ซึ่งชายดังกล่าวได้นั่งทับไว้ และเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาบ้า บรรจุอยู่ในขวดสเปย์ระงับกลิ่นกาย จำนวน 15 เม็ด วางอยู่บนตู้เสื้อผ้า ทราบชื่อภายหลังคือนายบันเทิง ชินวงศ์ อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 49 ม.12 บ้านนาทอง ต.ดงเย็น อ.เมือง จว.มุกดาหาร ( มียาบ้าไว้ในครอบครอง จำนวน 20เม็ด ซึ่งเจ้าตัวได้ยอมรับว่ายาบ้าเป็นของตน ) เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องพร้อมของกลาง นำส่ง ปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป.


ธานินทร์, ฐานิตา, สมเกียรติ /ผู้สื่อข่าวมุกดาหาร

เดวิด มุกดาหาร หัวหน้าศูนย์ข่าว สำนักข่าวความมั่นคง มุกดาหาร รายงาน

เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จัดอบรมการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อให้นักเรียนในสถานศึกษา

          วันนี้ 7ส.ค.62 นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มอบหมายให้ นาย ประสงค์ เอี่ยมสุข รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อประจำท้องถิ่น ณ โรงเรียนสัตหีบเขตกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ คณะครูอาจารย์ ตลอดจนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 50 คน เข้าร่วมรับการอบรม และในวันนี้ยังมีวิทยากรจาก สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ มาบรรยายให้ความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้เข้ารับการอบรมอีกด้วย

          สำหรับโรคติดต่อ เป็นโรคที่เกิดจากการมีเชื้อโรคเข้าไปเพิ่มจำนวนในร่างกายจนทำให้เกิดอาการปวย และสามารถถ่ายทอดจากผู้ป่วยโดยตรง หรือโดยอ้อมไปสู่คนปกตีได้ บางครั้งเรียกว่า “โรคติดเชื้อ” แทนคำว่า โรคติดต่อ ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน อากาศร้อนจนถึงร้อนจัดตลอดปี เป็นผลให้เชื้อโรคเจริญได้ดี เช่น โรคบิด จะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายอุจจาระบ่อย ปวดท้องป็นพัก ๆหากได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิตได้ ซึ่งในปัจจุบัน พบว่ามีรายงานผู้ป่วยโรคบิดในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศ เนื่องจากมีการสุขาภิบาลค้นอาหารและน้ำตีมที่ไม่ดีพอ จึงถือว่า โรคบิดเป็นโรคติดต่อประจำถิ่น รวมทั้งโรคไข้เลือดออก โรคมือ เท้า ปากเมื่อเกิดโรคขึ้น และไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง โรคก็จะติดต่อไปยังผู้อื่น กิดการแพร่ระบาดของโรค จนเกิดเป็นโรคระบาด ดังนั้น จึงต้องมีมาตรการควบคุม ที่ถูกต้อง มีมาตรฐานกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรค

          นาย ประสงค์ เอี่ยมสุข กล่าวว่า เมื่อเกิดโรคติดเชื้อ หรือโรคติดต่อแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง โรคก็จะติดต่อยังผู้อื่นได้ เกิดการแพร่ระบาดของโรค จนเกิดเป็นโรคระบาด การเพิ่มองค์ความรู้ เพิ่มศักยภาพ และเพิ่มความตระหนักให้กับแกนนำของโรงเรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ เข้าใจบทบาทหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียนสามารถป้องกันโรคเบื้องต้นได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดทำโครงการครั้งนี้ขึ้นเพื่อให้มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำโรงเรียน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในระดับพื้นที่ ระดับอำกอ และจังหวัดต่อไป

*****************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ-เสี่ยปูใจบุญลงพื้นที่มอบเครื่องอุปโภคบริโภค พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วยผู้สูงวัยผู้พิการ

          วันนี้ 7 ส.ค.62 นาย กิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล เจ้าของบริษัทดงลานศิลาขอนแก่น และเหรัญญิกกลุ่มไปด้วยกันไปได้ไกลสัตหีบพร้อมด้วย นาย สุรินทร์ เกิดภาคี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 พลูตาหลวง คุณ สมนึก ทองลอย สมาชิก อบต.หมู่ที่5 คุณ ณัชปภา คุณากรณ์ประทีป คุณ สุนิษา สนามชัย สมาชิกอบต.หมู่ที่7 ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผุ้พิการ ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมกับมอบเครื่องอุปโภค บริโภค ข้าวสาร พัดลม เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขในเบื้องต้น

          นาย กิตติ วุฒิปัญญารัตนกุล กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านและผู้ใจบุญในวันนี้นั้น เป็นการไปบริจาคข้าวสารอาหารแห้งและเครื่องใช้ประเภท พัดลม ให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ หมู่ที่ 5 ตำบลพลูตาหลวง จำนวนทั้งหมด 5 ครัวเรือน ซึ่งในแต่บ้านจะผ่านการตรวจสอบจากผู้ใหญ่บ้าน ว่ามีลูกบ้านที่เป็นเป็น สูงวัย ผู้พิการ และเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งอยากจะทำให้ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นในแต่ละหมู่บ้าน ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และยังกล่าวต่อว่า ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หลายรายในสังคมมีโรคประจำตัวหรือต้องเป็นผู้ติดเตียง ไม่มีโอกาสออกมาทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มหรือชมรมต่าง ๆ บางรายอาจเกิดความน้อยใจหรือหมดกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป จึงได้ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ในตำบลพลูตาหลวง เพื่อให้เกิดการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยจะมีการลงพื้นที่ ออกเยี่ยมบ้านเมื่อมีโอกาส พร้อมทั้งมีการพูดคุยถามไถ่ปัญหา ในเบื้องต้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยติดเตียงผู้สูงอายุ และผู้พิการ ต่อไป

***************************

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก