กรมการค้าภายในส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ช่วยชาติ เน้นเทรนด์สุขภาพให้ประชาชนมุ่งสู่ภูมิภาค

          นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมรักษาสุขภาพดี ร่วมช็อปสินค้าออแกนิคมากมายที่เหมาะกับ Life Style ของตัวคุณ พบการแสดงโชว์จากนักแสดงที่มีชื่อเสียงและกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย ที่งานแสดงและจำหน่ายสินค้า Green Life eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายภูมิภาค และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ที่เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 9-12 สิงหาคม 2562

         จากการจัดงานที่ผ่านมามีเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเน้นเทรนด์การบริโภคที่ใส่ใจกับสุขภาพ ทำให้ตลาดออร์แกนิคในไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยมีธุรกิจสินค้าเกษตรอินทรีย์ในไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ดี ประเมินว่าในปี 2562 มูลค่าตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทยจะอยู่ที่ 2,700 – 2,900 ล้านบาท ผู้บริโภคชาวไทยจะค่อยๆ ปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น

          กระทรวงพาณิชย์ จึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ของกระทรวงพาณิชย์ ปี​ 2560–2564 โดยยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนา​ และขยายตลาดสินค้าอินทรีย์ กำหนดให้มีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในมีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนาตลาดสินค้าอินทรีย์ตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

          งาน Green Life eat Organic จะเป็นการนำเสนอความสดใหม่ของสินค้าเกษตรอินทรีย์ มีสินค้าเกษตรอินทรีย์จากเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรงส่งถึงมือผู้บริโภค ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพดีในระยะยาว รวมถึงราคาสินค้าราคาพิเศษไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง ภายในงานจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม โดยมี Mood & Tone ที่ดูมีสีสัน เพื่อตอกย้ำถึงความ Green Life Eat Organic สุขภาพดี ไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Green Life Eat Organic งาน Green Life eat Organic

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สน.ชนะสงคราม​ จับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ บริเวณลานจอดรถกองสลากเก่า

         วันนี้​ วัน​เสาร์​ที่​ 10 ส.ค.62 เวลา 10.00 น.ณ​ ลานแถลงข่าว​ ชั้น​1​ อาคาร​บช.น.​: พล.ต.ตร.​เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ, พ.ต.อ.นครินทร์, พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย​ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.2​ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.พีระศักดิ์ จิโรจน์สกุล รองผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.ไตรรัตน์ เพ็งนู รองผกก.สส.สน.ชนะคราม, พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.กก.สส.บก.น.1, พ.ต.ต.ยุทธนา รัตนแพทย์ สว.สส.สน.ชนะสงคราม​ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 และกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ร่วมแถลงข่าว​การจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ ซึ่งได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอย​ ชกที่ปากของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ และได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท แล้ววิ่งหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถ.ราชดำเนินกลาง

          สืบเนื่องมาจาก​เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 เวลาประมาณ 00.02 น. นางอัมพรพรรณ แดงอุไร อายุ 53 ปี ผู้เสียหายได้เดินจากถนนข้าวสารเพื่อจะมาเอารถยนต์ที่จอดไว้ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่า ถนนราชดำเนินกลาง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ได้มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 50 ปีเศษ รูปร่างผอม สวมเสื้อชุดซาฟารีสีน้ำเงิน ได้ใช้ค้อนตีที่บริเวณท้ายทอยและชกที่ปากได้รับบาดเจ็บ โดยได้ชิงทรัพย์เป็นเงินสดประมาณ 30,000 บาท วิ่งหลบหนีไป จากนั้นผู้เสียหายได้ไปรักษาตัวที่ รพ.หัวเฉียว และร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่ สน.ชนะสงคราม ตามคดีอาญาที่ 557/2562

          เจ้าหน้าที่​ชุดจับกุม​ได้ร่วมกันสืบสวนจนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นคือ นายศักดิ์สิทธิ์ เอี่ยมฉวี อายุ 52 ปี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน​ และขออนุมัติต่อศาลอาญาเพื่อออกหมายจับ ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติตามหมายจับที่ 1270/2562 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ซึ่งต้องหากระทำความผิดฐาน “ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”

          จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนปรากฎว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าว และรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริงยังไม่เคยถูกจับกุมตามตามหมายจับ ดังกล่าวมาก่อน ซึ่งนายศักดิ์สิทธิ์ฯ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ นางอัมพรพรรณฯ ที่บริเวณลานจอดรถกองสลากฯเก่าจริง​ โดยนำเงินที่ได้จากการชิงทรัพย์ไปเที่ยวกลางคืน​ และดื่มสุรา​ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัวผู้ต้องหา​นำส่งพนักงานสอบสวน​ สน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ อีกทั้งผู้ต้องหายังมีหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ จ.264/2562 ในความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเคยก่อเหตุอีกหลายท้องที่

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายศักดิ์สิทธิ์ฯ ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่​ หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปเฝ้าสังเกตุ​การณ์ที่บริเวณดังกล่าว จนกระทั่ง เวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม 2562 ได้พบ นายศักดิ์สิทธิ์ฯ อยู่บริเวณปากซอยหมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค 11 หมู่บ้านสวีทโฮม ปาร์ค ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

          ทั้งนี้ได้ฝากถึงผู้สื่อข่าว​ และประชาชน ท่านใดสงสัยว่าเคยถูกผู้ต้องหาดังกล่าวลักทรัพย์ สามารถติดต่อที่สน.ชนะสงคราม เพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน และฝากถึงประชาชนควรระมัดระวังตัวตลอดเวลา ไม่พาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่สวมใส่เครื่องประดับราคาแพงติดตัว และไม่ควรจอดรถไว้ในที่ลับตาคน หรือหากพบเหตุการณ์หรือบุคคลต้องสงสัยว่าจะกระทำความผิดสามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จังหวัดยะลา ดำเนินกิจกรรม “พบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทาน”

    ชุดควบคุมทักษิณสัมพันธ์ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข (ชุด ทสพ.๓๑๑/สทสพ.๓๐๓) ร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ ๓๓๐๙ และอาสาสมัครอำเภอบันนังสตา เข้าพบปะเยี่ยมเยียน และมอบสิ่งของพระราชทานให้กับนายเล๊าะแม โมงยาเด็ง ผู้ป่วยติดเตียง พร้อมสอบถามสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว และให้กำลังใจกับผู้ป่วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ณ บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลจาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

กอ.รมน.จังหวัดจันทบุรี สนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “บวร ร่วมใจ สร้างชุมชนคุณธรรม”

         ในวันนี้ 10 ส.ค.62 เวลา 09.30 น.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี จัดโครงการ “บวร ร่วมใจ สร้างชุมชนคุณธรรม” ณ วัดคมบาง อ.เมืองจันทบุรี โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี (ผอ.กอ.รมน.) เป็นประธานในพิธีเปิด มีพระปลัดนิวัติ พลธมโม เจ้าอาวาสวัดคมบาง พลเรือตรี วีระชาติ ชั้นประเสริฐ รองฯ.กอ.รมน.จว.จันทบุรี รวมทั้งนายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วมพิธีเปิด

          ทั้งนี้มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 100 คน กิจกรรมประกอบด้วย การทำบุญตักบาตร รักษาศีล สวดมนต์ นั่งสมาธิเจริญจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิม
พระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว ปชส.กอ.รมน.จังหวัดจันทบุรี

สุดคึกคัก นักวิ่งกว่า 7,000 คน ร่วมกิจกรรมการกุศล มินิ – ฮาล์ฟ มาราธอน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ

          พล.ร.ต.ธนรักษ์ เอี่ยวสานุรักษ์ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม เดิน – วิ่ง การกุศล มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 ของมูลนิธิ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ รพ.สมเด็จพระ
นางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

          โดยมี พล.ร.ต.สุรสิงห์ ประไพพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในฐานะประธานจัดงาน นำคณะร่วมให้การต้อนรับ ณ สวนสุขภาพ รพ.
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
    

          พลเรือตรี สุรสิงห์ ประไพพานิช กล่าวว่า มูลนิธิ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ จัดกิจกรรมเดิน วิ่ง การกุศล มินิ-ฮาล์ฟ มาราธอน ครั้งที่ 14 ประจำปี 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2562 นำรายได้จากการแข่งขันขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย พร้อมจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ และยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพประชาชนให้มีส่วนร่วมในการออกกำลังกาย ด้วยการเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมีนักวิ่งจากชมรมต่างๆ และประชาชนโดยทั่วไป เข้าร่วมการแข่งขัน กว่า 7,000 คน

         กองทัพเรือโดย กรมแพทย์ทหารเรือ รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานนามให้กับ โรงพยาบาลแห่งนี้ว่า “โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” และขอให้คำสัตย์ปฏิญาณต่อใต้เบื้องพระยุคลบาทว่า จะนำข้าราชการและลูกจ้างโรงพยา
บาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีและให้การดูแลสุขภาพแก่เหล่าพสกนิกรในพระองค์ ให้มีสุขภาพดีทั้งกาย ใจ และอีกทั้งจะสร้างชื่อเสียงที่ดีงามให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้ ให้ขจรขจายไปไกลสมกับที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานนามนี้ให้กับโรงพยาบาล ในสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือ ในอดีตที่ผ่านมา

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ ประชาชนกว่า 2000 คนแห่รับข้าวสารอาหารแห้งในงานทิ้งกระจาดมหากุศล

          วันนี้ 10 ส.ค.62 นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ จ.ชลบุรี ในฐานะประธานมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ ชลบุรี พร้อมคณะกรรมการ จัดประเพณีทิ้งกระจาดแจกข้าวสาร อาหารแห้ง ให้ทานแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และผู้ยากไร้กว่า 2,500 ชีวิต และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณไร้ญาติ ที่ไม่มีผู้ใดทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ อีกทั้งเป็นการล้างหนี้กรรมตามความเชื่อกันว่า มนุษย์เมื่อเสียชีวิตละสังขารไปแล้ว ก็จะอยู่ในโลกของวิญญาณ ต้องกินอาหารทิพย์ หรือต้องได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่มีผู้ทำบุญส่งมาให้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็จะอดด้วยความทุกข์ทรมาน

          ซึ่งมีประชาชนทุกเพศทุกวัย เช่น คนพิการ คนชรา เด็ก และแม่ลูกอ่อน ที่หอบลูกออกจากบ้านมาตั้งหน้าตั้งตารอรับข้าวสารถุงน้ำหนัก 5 กิโลกรัม อาหารแห้ง ขนม จึงทำให้ บรรยากาศภายในเซียนซือเต็มไปด้วยผู้คนแน่นขนัด แต่ได้มีการคัดให้คนพิการ คนชรา คนท้อง แม่ลูกอ่อน และเด็กได้รับทานก่อน ซึ่งสร้างวามดีใจ แก่ผู้ที่มารับทานเป็นอย่างมาก

          นายณรงค์ กล่าวว่า ประเพณีทิ้งกระจาดถือเป็นพิธีกรรมจีนอย่างหนึ่ง ที่นิยมจัดขึ้นในเทศกาลต่างๆ ของชาวจีน เป็นการให้ทานแก่ดวงวิญญาณไร้ญาติ เป็นที่นิยมของประชาชน มีการประกอบพิธีทั่วไปในประเทศจีน แม้แต่ในลัทธิเต๋า ก็รับแนวคิดนี้จากพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ ยังเป็นประเพณีนิยมในประเทศที่รับพระพุทธศาสนาจากจีน เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ในส่วนของประชาชนจีนทั่วไป เมื่อถึงวันที่กำหนดก็จะจัดมณฑลพิธี และนิมนต์พระสงฆ์ไปสวดพุทธมนต์อุทิศแก่วิญญาณ ส่วนชาวจีนที่อยู่ตามถิ่นห่างไกล นิมนต์พระสงฆ์ลำบาก ก็จะจัดเพียงเครื่องบูชาเซ่นไหว้ด้วยอาหารแก่วิญญาณเร่ร่อน และบรรพบุรุษแทน

          สำหรับประเพณีทิ้งกระจาด ที่มูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ จัดขึ้นในปีนี้ มีประชาชนใน อ.สัตหีบ มาขอรับข้าวสารอาหารแห้งกว่า 2,500 คน ถือว่ามีจำนวนมากกว่าทุกปี ส่งผลให้เห็นว่าปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจกำลังถดถอย ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน เมื่อมีโอกาสได้รับของฟรีก็ต้องพากันมาขอรับ จึงขอแนะนำให้ประชาชนที่รับข้าวสารไปแล้ว ได้ร่วมกันอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณไร้ญาติ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเพื่อการมีจิตสาธารณะด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก (กล้องหน้ารถจับภาพได้) จยย.เสียหลักพุ่งออกถนนรถพ่วงผ่านมาทับร่างเละ

https://youtu.be/9l6Pwa-jWTE

          หนุ่มใหญ่ขับรถจักรยานยนต์มาถ่ายน้ำมันเครื่อง จากนั้นเข็นมาจอดข้างถนนสตาร์ทเครื่องแล้วใส่เกียร์รถเกิดหน้าลอยพุ่งออกถนน จังหวะรถพ่วงผ่านมาทับร่างเละ

         เมื่อเวลา 13.00 น.ของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 พ.ต.ท.ชำนาญ วงศ์ศรีเผือก สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนา ได้รับแจ้งเหตุ มีรถบรรทุกพ่วงชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนสุวรรณศร ฝั่งถนนสายบ้านนาขาเข้าตัวเมืองนครนายก หมู่ที่ 3 หน้าปากทางเข้าวัดหนองรี ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก บริเวณหน้าร้านซ่อมรถอานนท์ เจริญยนต์ จึงได้ไปยังที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวรและกู้ภัยสว่างอริยะ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าสีขาวทะเบียน 1กช หนองบัวลำภู 433 ล้มลงอยู่ข้างถนนใกล้รถจักรยานยนต์พบศพนายประเสริฐ ลานอก อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ สภาพศพถูกล้อรถพ่วงทับร่างช่วงหน้าอกถึงศรีษะเละ ถัดมาประมาณ50 เมตรพบรถยนต์บรรทุกพ่วงนิสสัน ยูดี สีบรอนเทา ทะเบียน 70-3912 สระบุรี จอดรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ข้างถนน ทราบชื่อนายฝ้าย ขันทอง อายุ 48 ปี เป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนนั้นขับรถบรรทุกพ่วงบรรทุกปูนมาจากแก่งคอยจะนำปูนไปส่งที่ปอยเปต อรัญประเทศ พอขับมาถึงจุดเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ได้เสียหลักพุ่งออกมาข้าง ตนจึงหักหัวรถพ่วงหลบได้แต่ตัวลูกพ่วงได้ทับร่างนายประเสริฐ เสียชีวิตดังกล่าว

         จากการสอบนายอานนท์ ชื่นวงศ์ เจ้าของร้านซ่อมรถอานนท์เจริญยนต์เล่าว่า นายประเสริฐได้ขับรถจักยานยนต์เข้ามาที่ร้านเพื่อจะถ่ายน้ำมันเครื่อง หลังจากถ่ายน้ำมันเแล้ว นายประเสริฐได้เข็นรถจักยานยนต์ขึ้นไปข้างบนถนนแล้วสตาร์ทรถเครื่องเข้าเกียร์ ทำให้รถจักยานยนต์เสียหลักล้อหน้าลอยพุ่งออกมาบนถนนและเป็นจังหวะที่รถยนต์บรรทุกพ่วงขับมาพอดีจึงได้เกิดทับร่างนายประเสริฐเสียชีวิตดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ถนนริมน้ำยม ต.ยางซ้าย จ.สุโขทัย ทรุด น้ำยมไหลเข้าบ้านประชาชน

จังหวัดสุโขทัย เร่งช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจาก เหตุคันดินริมแม่น้ำยมทรุด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เกษตร และ ชุมชน

          วันนี้ (10ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ใน ต.ยางซ้าย อ.เมืองสุโขทัย เข้าตรวจสอบคันดินริมแม่น้ำยม บริเวณบ้านหมู่ 5 ที่เกิดการทรุดตัว หลังแม่น้ำยมเพิ่มระดับสูงขึ้น และ ไหลกัดเซาะจุดวางท่อผันน้ำเพื่อการเกษตร ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตร และ ชุมชน ใน ต.ยางซ้าย เจ้าหน้าที่ อปท. เตรียมเร่งนำเครื่องจักรเข้าซ่อมคันดิน เพื่อลดผลกระทบ

          ขณะที่ชลประทานจังหวัดสุโขทัย ได้เร่งผันน้ำในแม่น้ำยมไปเก็บกักไว้ที่โครงการแก้มลิงทะเลหลวง เพื่อใช้ในการเกษตร และ การอุปโภคบริโภค ส่วนระดับน้ำที่ตัวเมืองสุโขทับบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย วัดได้ 5.54 เมตร จากจุดวิกฤตที่น้ำจะล้นตลิ่งประมาณ 7 เมตร

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

ชลบุรี – บ.ยูนิไทย ร่วมกับ บ.ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ มอบทุ่นลอยน้ำ และมอบเงินสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธ์ปูม้า ให้กับชุมชนแหลมฉบัง

          เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 ที่ชุมชนบ้านแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด และ บริษัท ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จํากัด ได้มอบทุ่นลอยน้ํา ขนาดความยาว 400 เมตร และมอบเงินสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธ์ปูม้า ให้กับชุมชนบ้านแหลมฉบัง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2562 ที่กําลังจะมาถึงนี้

         ผู้บริหารบริษัทฯ นําโดยนายสมชัย เปลี่ยนใจสุข ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายอาชีวอนามัย ความปลอดภัย รักษาความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม รับรองคุณภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้แทนบริษัทฯ ได้มอบทุ่นลอยน้ํา ขนาดความ ยาว 400 เมตร มูลค่า 27,000บาท ให้กับประธานชุมชนบ้านแหลมฉบัง เพื่อเป็นแนวกั้นเขตน้ําลึกในท้อง ทะเล เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและชุมชน โดยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากนักท่องเที่ยว ที่มาจากถิ่นอื่น พร้อมทั้งได้มอบเงินจํานวน 30,000 บาท ให้กับประธานชมรมตกปลา อาสาพัฒนา สิ่งแวดล้อมแหลมฉบัง เพื่อสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พันธ์ปูม้า บริเวณชายทะเลของชุมชนบ้านแหลมฉบัง

          ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ร่วมมือกับชมชนบ้านแหลมฉบัง เทศบาลนครแหลมฉบัง และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เพื่อฟื้นฟูจํานวนปูม้าให้เพิ่มมากขึ้นในท้องทะเลของชุมชน บ้านแหลมฉบัง และเพื่อสร้างรายได้อาชีพให้กับชุมชนบ้านแหลมฉบังได้อย่างยั่งยืน บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จํากัด และ บริษัท ยูไนเต็ด เวสท์ แมเนจเม้นท์ จํากัด จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความเจริญทั้งทางด้านชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับความเจริญทางธุรกิจขององค์กร อย่างต่อเนื่อง เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุขระหว่างชุมชนกับบริษัทฯ ตามพันธกิจของบริษัทฯสืบไป

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับชุมชนรอบโรงกลั่น จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

          กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับชุมชนรอบโรงกลั่น จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ปล่อยพันธุ์กุ้ง ปู ปลา ลงในทะเลอ่าวอุดม พร้อมปลูกต้นไม้ และเก็บขยะ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

          เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 62 นายธานี เกียรติพิพัฒนกุล รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธี “รณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม น้อมเกล้าถวายพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ณ สะพานสั้นของบริษัทฯ(ชายทะเลชุมชนบ้านอ่าวอุดม) โดยมีพนักงานบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ประธานชุมชน ตัวแทนชุมชนในพื้นที่รอบโรงกลั่นน้ำมันไทยออยล์ และเด็กนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวนมาก ซึ่งมี นายสาวิตร จิตรประวัติ ผู้จัดการ บริหารงานชุมชน กลุ่มไทยออยล์ และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ

          นายสาวิตร จิตรประวัติ ผู้จัดการ ผู้บริหารงานชุมชน กลุ่มไทยออยล์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ทางบริษัทฯ ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ร่วมทำกิจกรรมดังกล่าวมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งในช่วงแรกๆ เป็นเพียงกิจกรรมเล็กๆ ที่ทำความสะอาดบริเวณชายหาด หลังจากนั้น ก็เริ่มมีชุมชน และประชาชน และเทศบาลนครแหลมฉบัง เข้ามาร่วม จึงทำให้ทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว

          โดยกิจกรรมครั้งนี้เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดีทั้งบนบก และในทะเล ที่สำคัญเพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ในโอกาสวันแม่แห่งชาติด้วย นอกจากนั้น เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกต่อพี่น้องประชาชน ในเรื่องการดูแล และรักษาสิ่งแวดล้อมให้สวยงามตลอดไป

          นายสาวิตร กล่าวต่อไปว่า โดยในวันนี้มีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกุ้ง ปู ปลา ลงในทะเลอ่าวอุดม เพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำบริเวณดังกล่าว นอกจากนั้น ยังมีการปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างร่มเงาให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาพักผ่อนบริเวณดังกล่าว และพร้อมทำความสะอาดชายหาด จากน้ำทะเลที่พัดพาเข้ามาสู่ชายฝั่ง และบนฝั่ง

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก