เขตพระนคร ! หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร.( มีคลิป ​)​…

     วันเสาร์​ที่​ 17 สิงหาคม​ 2562 เวลา 10:00 น. นายสุริยชัย รวิวรรณ “ผู้อำนวยการเขตพระนคร” มอบหมายให้ นายเจษฎา ประภาสะวัต “หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ” สั่งการให้ นายคณิต ชุมช่วย “หัวหน้างานตรวจและบังคับการฝ่ายเทศกิจ” นำกำลัง จนท.ฝ่ายเทศกิจ​ฯ จนท.ฝ่ายรักษาฯ (เขตพระนคร) ร่วมกับ จนท.ทหาร จนท.ตำรวจ ร่วมทำกิจกรรม​จิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างพื้นผิวถนน และ ทางเดินบนฟุตบาท บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า ( ฝั่งพระนคร ) ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร กทม.

    ทั้งนี้ กิจกรรมจิตอาสาพระราชทานดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงได้พระราชทานโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่ามีความปรองดอง สามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อีกทั้ง เพื่อให้มีความรัก ความผูกพัน ใน 4 สถาบันของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ และ ประชาชน

     เบื้องต้นกิจกรรมในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ดังกล่าว ทรงได้พระราชทานตามแนวพระราชดำริ ( ศอญ. ) ถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์อำนวยการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือทำงานระหว่าง หน่วยงานราชการในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชน ทุกหมู่เหล่า เพื่อให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานของชาติ และ ให้ประชาชนคนในชาติ ในชุมชน ได้มีความสุขอย่างยั่งยืน เพื่อได้สนองปณิธานพระราชทานที่ว่าให้ “รักษา สืบสาน ต่อยอด” เพื่อทำประโยชน์ให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจ ทำความดีในหมู่ ประชาชน ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึง นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยในวันนี้หน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ กทม. ได้ร่วมกันปรับปรุง​ภูมิ​ทัศน์​ เก็บกวาดขยะยกสิ่งของที่วางกีดขวางทางเดินบนทางเท้าออก และ ใช้น้ำฉีดล้างพื้นผิวถนน โดยกิจกรรมวันนี้เพื่อได้สนองในปณิภานตามแนวทางพระราชดำริในโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อแสดงออกซึ่งความรักเทิดทูนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ…

#เพจข่าวสารบ้านเรา_HomeNews3 #สำนักงานเขตพระนคร # ทำกิจกรรมจิตอาสา #บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า #ฝั่งพระนคร #ถนนพระอาทิตย์ #เขตพระนคร ​#เราทำความดีด้วยหัวใจ #ทหาร #ตำรวจ #เทศกิจ #ปรับปรุงภูมิทัศน์ #ทำความสะอาด #สนองปณิธานพระราชทานรักษาสืบสานต่อยอด


ภาพ​/เนื้อ​ข่าว
ธีรพล ปลื้มถนอม​ รายงาน

พะยูนมาเรียม “ทะเลไทย” ต้อง​ “ไร้ขยะ” การแก้ปัญหาต้องครบวงจร เบ็ดเสร็จ ร่วมกัน บนงานวิจัยสร้างสรรค์เชิงรุก วช. ชู 5 ประเด็นหลัก

     วันนี้​ วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ชั้น 2 อาคาร วช.1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม​ พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ,ศาสตราจารย์​ ดร. นายแพทย์​ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ ผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ทะเลไทยไร้ขยะ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม วช. ร่วมกันแถลงข่าว​ การสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติกที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่า​จะเป็น “มาเรียม” พะยูนน้อย เต่า หรือวาฬ แสดงให้เห็นว่า ขยะพลาสติกสร้างผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลและสภาพแวดล้อม ดังนั้นการแก้ปัญหาขยะพลาสติกเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขอย่างครบวงจร  ตรงประเด็นและเบ็ดเสร็จทั้งในเชิงนโยบายและปฏิบัติ บนฐานการวิจัยที่พร้อมใช้งาน และสามารถปรับไปตามสภาพปัญหาและพื้นที่ โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงใจของทุกภาคส่วน

     ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศและส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน จึงเป็นหน่วยงานกลางที่ประสาน เชื่อมโยงทุกภาคส่วนมาทำงานร่วมกันบนฐานงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์และปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการลดปัญหาการตกค้างของขยะพลาสติกในทะเล จากปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น วช. ได้ชูประเด็นในการแก้ปัญหาดังกล่าวผ่านการวิจัยและพัฒนาซึ่งต้องดำเนินการใน 5 ประเด็นหลักคือ

1.ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกต้องผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ง่ายต่อการจัดการขยะและการนำกลับไปใช้ใหม่ สามารถตรวจสอบเส้นทางวงจรผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตถึงวาระสุดท้ายของพลาสติก โดยร่วมมือกับภาคเอกชนที่ผลิตเม็ดพลาสติก ในปีนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ศึกษาแล้วมากกว่า 15 ผลิตภัณฑ์ รวมถึง บรรจุภัณฑ์ หลอด วัสดุก่อสร้าง วัสดุประกอบอาคาร และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

2.ชุมชนในพื้นที่ทุกจังหวัดที่ติดทะเล จะต้องรู้วิธีจัดการขยะพลาสติกได้ด้วยตนเองและเบ็ดเสร็จในพื้นที่ ได้ดำเนินการใน 23 จังหวัดในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน อาทิ ชายหาดบางแสน แสมสาร เกาะหลีเป๊ะ และเกาะภูเก็ต

3.ต้องมีกระบวนการเก็บและจัดการขยะในทะเลอย่างเป็นระบบในทุกพื้นที่ โดยการมีส่วนร่วมและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่และชุมชน และรู้ตัวเลขขยะพลาสติกในทะเลที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายลดปริมาณขยะในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ภายในปีที่หนึ่ง และเพิ่มขึ้นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปีถัดไป

4.นำขยะพลาสติกมารีไซเคิลโดยไม่เกิดผลกระทบต่อเนื่องต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ โดยเฉพาะการตกค้างในสัตว์ทะเลและสิ่งมีชีวิต​

5.ลดการตกค้างของไมโครพลาสติกที่ตกค้างในทะเลและสิ่งมีชีวิตบนฐานจากการวิจัยที่สามารถเทียบมาตรฐานกับนานาชาติได้

     โดย 5 ประเด็นดังกล่าวได้บรรจุไว้ในโครงการ ทะเลไทยไร้ขยะ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สัญญา สิริวิทยาปกรณ์ สังกัดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้บริหารจัดการโครงการวิจัย ซึ่งได้เริ่มการวิจัยมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการวิจัยท้าทายไทยที่เน้นการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ มีการประยุกต์องค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้แก้ปัญหาจริงอย่างครบวงจรและยั่งยืน

ทั้งนี้ วช.​ เป็นผู้กำหนดหัวข้อวิจัยและให้การสนับสนุนทุนวิจัย ซึ่งมีแผนงานในภาพรวมประกอบด้วย

1.การจัดการพลาสติกอย่างครบวงจรตั้งแต่การผลิตในระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตในภาคเอกชนในการวางระบบติดตามผลิตภัณฑ์ตั้งแต่การผลิตเม็ดพลาสติกจนถึงปลายทาง เพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตผลิตภัณฑ์ การนำไปใช้ และการกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง เพื่อกำจัดปัญหาขยะที่ทิ้งสู่ทะเลจากบนบกในระยะยาวและเป็นการกำจัดปัญหาขยะทะเลจากต้นทาง

2.องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวตามมาในภายหลัง โดยการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและภาคประชาสังคมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึง การสร้างผลิตภัณฑ์จากขยะพลาสติก และรีไซเคิลพลาสติกที่ การกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของขยะพลาสติกหรือผลิตภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิลเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการนำมาใช้งานและกำจัด การสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักรวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาผ่านระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

3.การวิจัยเพื่อจัดการขยะทะเลตกค้างที่มีขนาดใหญ่จนถึงไมโครพลาสติก โดยการทำงานร่วมกับ ภาคประชาสังคมในพื้นที่และหน่วยงานระดับท้องถิ่นเพื่อลดและป้องกันปัญหาขยะตกค้างอย่างยั่งยืน โดยใช้นวัตกรรมเชิงเทคโนโลยีและเชิงสังคม รวมถึงการสร้างเครือข่าย “นักรักทะเลไทย” เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมผ่านสื่อหลากหลายรวมถึงสื่อสังคมออนไลน์และกิจกรรมต่าง ๆ การนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อช่วยในการเก็บรวบรวมขยะตกค้าง การกำหนดมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ไมโครพลาสติก เป็นต้น เพื่อลดผลกระทบของขยะพลาสติกตกค้างในทะเลในระยะยาวอย่างยั่งยืน​ “ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม สามารถลดการสูญเสียชีวิตของสัตว์ทะเลจากขยะพลาสติก และสัตว์ทะเลจะได้รับการป้องกันจากอันตรายและผลกระทบจากขยะทะเลในที่สุด”

     ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือและตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในทุกภาคส่วน วช. จึงจัดการแถลงข่าว เรื่อง “พะยูนมาเรียม” “ทะเลไทย” ต้อง “ไร้ขยะ” ที่ได้ร่วมกันงานขึ้นในครั้งนี้

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ชลบุรี-ทัพเรือสเปนเยือนและร่วมฝึกกับทัพเรือไทย

     ในวันนี้ 18 ส.ค.62 พลเรือโท ชุมศักดิ์ นาควิจิตร ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ มอบหมายให้ พลเรือตรี สุทิน หลายเจริญ ผู้อำนวยการท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ให้การต้อนรับ Commander Antonio Gonzalez del Tanago de la Lastra ผู้บังคับการเรือ MENDEZ NUNEZ (F-104) และกำลังพลประจำเรือ กองทัพเรือสเปน เนื่องในโอกาสเดินทางเข้าเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมฝึกผสม ระหว่างกองทัพเรือสเปนกับกองทัพเรือไทย และรับการส่งกำลังบำรุง ณ ท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี-มูลนิธิธรรมกายถวายมหาสังฆทาน 50 วัด ทั่วประเทศกัมพูชา

     เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พระเดชพระคุณพระวิเทศธรรมาภรณ์ ประธานมูลนิธิธรรมกาย ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพระมหาสุรัตน์ อคฺครตโน นำคณะศิษยานุศิษย์จากวัดพระธรรมกายประกอบพิธีถวายพระบรมสารีริกธาตุ,เทียนพรรษา และจตุปัจจัยไทยธรรมเป็นสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 50 วัด ในประเทศกัมพูชา

     โดยได้รับความเมตตาจาก สมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี กิตติบัณทิต นน แงด สังฆนายกฝ่ายมหานิกายแห่งประเทศกัมพูชา เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วยเจ้าคณะพระสังฆาธิการในจังหวัดพนมเปญ และจังหวัดใกล้เคียงกว่า 50 วัด

     การถวายมหาสังฆทานในครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของวัดพระธรรมกายและมูลนิธิธรรมกายที่จะถวายกำลังใจให้แด่คณะสงฆ์ทั้ง 50 วัด ที่ได้อยู่รักษาพื้นที่ สืบทอดอายุพระพุทธศาสนาอยู่ในภูมิภาคต่างๆของกัมพูชา

CR. ภาพ-ข่าว พี่อนันต์ ปทุมธานี

ผอ.รมน. กำชับส่วนราชการ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

     วันนี้ (๑๗ ส.ค. ๖๒ ) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. ได้เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีความห่วงใย และเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด ทันท่วงที รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ พร้อมติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง

     กอ.รมน. ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และได้นำมาตรการต่างๆ ของคณะรัฐมนตรีมาปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง รวมทั้งจัดการอบรมเพื่อติดอาวุธทางปัญญา และเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ประยุกต์ เป็นการคืนระบบนิเวศสู่ธรรมชาติ มีน้ำอุปโภคและบริโภคที่พอเพียง สามารถทำให้มีแหล่งน้ำอยู่ใต้ดินที่สร้างความชุ่มชื้นให้กับพืชผลทางการเกษตร รวมถึงสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันได้มีเกษตรกรในหลายจังหวัดได้ดำเนินการและได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมเป็นจำนวนมาก

     นอกจากนี้ยังได้ใช้กลไกจิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔วปร. ร่วมแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยได้บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมหารือร่วมกับภาคประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วม ทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว เพื่อแก้ไขบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนทุกจังหวัดที่มีสถานการณ์น้ำแล้ง หากพื้นที่ใดได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง สามารถแจ้งไปที่สายด่วน กอ.รมน. โทร ๑๓๗๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

“บิ๊กอู๊ด” ผบช.สตม. ลงพื้นที่สนามบิน เร่งแก้ปัญหาแถวยาว

https://youtu.be/lg2emmtQtGk

https://youtu.be/MT2tW1eUukc

     ตามนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยเน้นขับเคลื่อนการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อันจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว จากเหตุการณ์ประท้วงในสนามบินฮ่องกง ในวันที่ 12 ส.ค.62 จนมีการยกเลิกเที่ยวบิน ก่อให้เกิดปัญหาผู้โดยสารตกค้าง ณ ท่าอากาศยานในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และปัญหาผู้โดยสารแถวยาวที่ช่องตรวจซึ่งได้ถูกนำเสนอผ่านทางสื่อโซเชียลเมื่อเร็วๆนี้นั้น

     อีกทั้งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ​ และมีนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้มีการใช้จ่ายในระบบกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวและถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข โดยวันนี้ ผบช.สตม. จึงได้เดินทางไปตรวจการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจในสังกัดกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผบช.สตม. ได้ให้ความสำคัญเรื่องภาพลักษณ์การอำนวยความสะดวกการตรวจหนังสือเดินทาง

    โดยไม่กระทบต่อหลักความมั่นคง เน้นย้ำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอื่นๆทั่วประเทศ ปฏิบัติตามแผนรองรับสถานการณ์ผู้โดยสารในช่วงเที่ยวบินหนาแน่น และเที่ยวบินล่าช้า และยังสั่งการให้ใช้กำลังพลที่มีอยู่อย่างเต็มอัตรา เพิ่มเจ้าหน้าที่มาเสริมเวรนอกเวลาเพื่อให้เต็มทุกช่องตรวจ จัดเจ้าหน้าที่เกลี่ยผู้โดยสารไปโซนที่มีปริมาณน้อยกว่า และจัดช่องทางสำหรับกลุ่ม priority เช่น คนพิการ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ คนชรา เพื่อไม่ให้แถวยาวสะสม ส่วนคนไทย สามารถใช้ช่องตรวจอัตโนมัติ (Automatic Channel) ซึ่งใช้เวลาเพียง 20 วินาทีได้เลย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก อีกทั้งการนำระบบ Biometrics มาใช้ก็ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการตรวจผู้โดยสารได้มากขึ้น รวมถึงการเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น เช่น การรองรับเหตุการณ์ระงับเที่ยวบินชั่วคราวจากสภาพอากาศ และกำหนดให้มีการประเมินผลหลังจากเกิดเหตุ เพื่อนำข้อบกพร่องมาปรับปรุง และพัฒนาไปสู่การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     จากการที่ สตม.ได้มีการรับกำลังพลจากข้าราชการตำรวจและบุคคลภายนอก มาปฏิบัติงานเพิ่มที่สนามบิน หลังจากได้รับการอนุมัติกรอบอัตรากำลังเพิ่ม ขณะนี้ สตม.มีกำลังพลเพิ่มขึ้นกว่าช่องตรวจ 30% ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

     ทั้งนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์ฯ ได้สั่งการให้ตำรวจระดับผู้บังคับการ รองผู้บังคับการ ลงไปควบคุมดูแลการปฏิบัติและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นโดยใกล้ชิด นอกจากนั้นจะมีการประชุมหัวหน้าหน่วยระดับสารวัตรขึ้นไปที่รับผิดชอบดูแลการปฏิบัติงานในสนามบินทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและการปฏิบัติร่วมกัน ในวันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562 ณ สตม.(สวนพลู) ต่อไป

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ตราด/โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดกิจกรรมโครงการอนามัยเจริญพันธ์และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น

    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมโสตทัศนศึกษาโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม โดยมี นายมนัส ถึกสุวรรณ อาจารย์โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธาน ในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการอนามัยเจริญพันธ์และการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น ของโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม พร้อมด้วย นายพัทธพล สมศรี นักเรียน ม.5 โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม กล่าวรายงานถึงโครงการวัตถุประสงค์ และกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชุมชน อย.น้อย จากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม ได้จัดนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จํานวน 80 คน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด

     สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างสุขภาพ (สสส) และวิทยากรจากโรงพยาบาลคลองใหญ่ โดยมี นส.จุฑามาศ ยอดพรหม เจ้าพนักงานสถิติ โรงพยาบาลคลองใหญ่ เป็นวิทยากรการอบรมและจัดกิจกรรม เนื่องจากนักเรียนซึ่งเป็นวัยรุ่นที่มีสิ่งล่อตาล่อใจเป็นอย่างมาก ในแต่ละปีจะมีเด็กและเยาวชนออกเรียนกลางคัน เนื่องจากปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น ปัญหาเพศสัมพันธ์ชู้สาว นักเรียน นักเรียนยังเป็นวัยที่พ่อแม่ผู้ปกครองและครู คาดหวังให้ทําหน้าที่ศึกษาเล่าเรียน พ่อแม่ไม่คุยกับลูกเรื่องเพศ เพราะอายและเชื่อว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ทําให้มีปัญหาเรื่องหรือข้อข้องใจเกี่ยวกับเพศ วัยรุ่นจึงจึงไม่กล้าปรึกษา ไม่กล้าเล่า กลัวถูกตําหนิ จึงหันไปอินเตอร์เน็ตและแลกเปลี่ยนความเห็นกันเอง

     สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดตราด จึงได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดโครงการสร้างเสริมสุขภาพภาวะทางเพศขึ้น เป็น 2 โครงการ ในวันที่ 17 และ วันที่ 18 สิงหาคม 2562 ซึ่งโครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ เพศสัมพันธ์ปลอดภัยสําหรับวัยรุ่น ซึ่งทางโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม การแก้ปัญหาดังกล่าวจึงต้องมีการขับเคลื่อนงานโดยเด็กและเยาวชน แกนนําวัยรุ่นเป็นคําตอบ ไม่มีใครเข้าใจวัยรุ่นได้เท่าไรกับวัยรุ่น โรงเรียนมีแกนนําวัยรุ่นที่จะขับเคลื่อนงานสร้างสุขภาวะทางเพศและเพศสัมพันธ์ปลอดภัยจะเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งแกนนําเยาวชนในโรงเรียนก็มีความสามารถและการมีที่ปรึกษาในการทํางานเรื่องสุขภาวะทางเพศและเพศสัมพันธ์ปลอดภัยช่วยสร้างกิจกรรมสร้างสรรค์ให้วัยรุ่นได้มีความตระหนัก มีความรู้และทักษะสามารถเป็นแกนนําวัยรุ่นมีความเข้มแข็งสามารถทํากิจกรรมสร้างสรรค์สุขภาวะทางเพศต่อเนื่อง และติดตามผลสัมพันธ์ได้ก่อเกิดความสุขและการเห็นคุณค่าในตนเองสร้างภูมิคุ้มกันให้สุขภาวะทางเพศปลอดภัย

     ทางโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จึงเล็งเห็นความสําคัญและปัญหาดังกล่าว โรงเรียนจะเน้นผลสําฤทธิ์ทางการศึกษาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ การดําเนินการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและเพศสัมพันธ์ปลอดภัยสําหรับนักเรียนโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคมจึงมีความสําคัญไม่น้อยไปกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

     ดังนั้นจึงได้จัดทําโครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศและเพศสัมพันธ์ปลอดภัยสําหรับวัยรุ่นขึ้น โดนเน้นที่การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างความรู้ ความตระหนักให้นัดเรียนเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาวะทางเพศและเพศสัมพันธ์ปลอดภัย และส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยใช้สื่อสร้างสรรค์ สื่อปลอดภัย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ค่านิยม และสิ่งที่สําคัญคือการมีคุณค่าในตนเองซึ่งจะเป็นภูมิคุ้มกันในเรื่องสุขภาวะที่ถูกต้องและเพศสัมพันธ์ปลอดภัย ตลอดจนมีสุขภาวะทางเพศที่มีความสุขเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสุขภาพที่ดีของนักเรียนต่อไป..

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สมาคมตัวแทนประกันชีวิตรวมกับ คปภ. และธุรกิจการประกันภัยในจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 20

     ที่หน้าหอโบราณคดีเพชรบูรณ์อินทราชัย อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ นายนราวุฒิ กุนาคำ รองนายกเทศมนตรี เมืองเพชรบูรณ์ เป็นประธาน เปิดงาน วันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 20 โดยมี นางสาวกรชพร พูลเขตรกรณ์ ในนามประธานสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นางสาวเพชรรัตน์ อินทร์ผล ผู้ชำนาญงานอาวุโส รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดเพชรบูรณ์ ตัวแทน ธุรกิจการประกันภัยในจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชน เข้าร่วม

     นางสาวกรชพร พูลเขตรกรณ์ ในนามประธานสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน กล่าวว่า การที่จะทำให้ธุรกิจประกันภัยของประเทศมีการเจริญเติบโตอย่างมั่นคงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการดำเนินการเพื่อให้ประชาชนยอมรับต่อความจำเป็นที่ต้องเข้าถึงระบบประกันภัย ดังนั้นผู้บริหารของบริษัทประกันชีวิตรวมถึงตัวแทนประกัน นายหน้าประกันชีวิต เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาท สำคัญที่จะเป็นสื่อกลางในการนำความรู้ไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้ทราบเกิดความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการเอาประกันภัยรู้จักนำระบบประกันภัยมาบริหารความเสี่ยงของชีวิตร่างกายบุคคลในครอบครัวอันจะนำไปสู่การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

     ซึ่งในธุรกิจประกันภัยยังมีหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ให้การดูแลทั้งภาคธุรกิจประกันภัยและภาคเอกชน ประชาชน และ ตัวแทนประกันชีวิตถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่งของกระบวนการพิจารณารับประกันภัยเพราะเป็นผู้ที่จะนำข้อมูลของผู้เอาประกันภัย มายังบริษัทตัวแทนประกันชีวิต ต้องทำงานชี้แจงให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึงสิทธิและหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย ให้เกิดความเชื่อมั่นในธุรกิจประกันภัย

    สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมงานวันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 20 ประจำปี 2562 ในครั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีของภาคธุรกิจประกันชีวิต และประชาชนมีโอกาสเข้าถึงระบบประกันภัยรับทราบข้อมูลรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถจัดทำประกันภัยได้อย่างเหมาะสม ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการ เดินขบวนแห่วงดุริยางค์ร่วมกับบริษัทประกันชีวิตในจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์แก่ธุรกิจประกันชีวิต และการทำกิจกรรมวิชาการ กิจกรรมสันทนาการ และการตอบคำถามชิงรางวัล

     ทั้งนี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2472 ในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นวันที่กระทรวงพาณิชย์ และคมนาคม ในสมัยนั้นได้ประกาศให้มีการจดทะเบียนเพื่อประกอบธุรกิจประกันชีวิตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จึงได้เสนอให้วันนี้เป็นวันประกันชีวิตแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ถือเป็นวันสำคัญอย่างยิ่งของภาคธุรกิจประกันภัย

มนสิชา คล้ายแก้ว

ตราด/โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึ่งประสงค์ในสถานศึกษา ประจําปีการศึกษา 2562

    ที่หอประชุมโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17-18 สิงหาคม 2562 นายมนัส ถึกสุวรรณ อาจารย์โรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึ่งประสงค์ในสถานศึกษา พร้อมด้วย นายศุภกิตติ์ ศรีบุตร ผู้รับผิดชอบโครงการ ได้กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมของโครงการวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน มีความเจริญก้าวหน้าในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา อาทิเช่น ผู้คนไม่เคารพต่อศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณี ขาดระเบียบวินัย มีค่านิยมในทางฟุ่มเฟือย เห็นแก่ตัว กล่าวคือ พัฒนาทางด้านวัตถุแต่ไม่พัฒนาทางด้านจิตใจ จึงส่งผลให้สภาพสังคมทั่วไปเกิดความวุ่นวาย และสังคมขาดความสงบสุข

    ด้วยเหตุนี้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม จึงได้จัดตามโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึ่งประสงค์ในสถานศึกษาขึ้น เพื่อให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม อันดีงาม ให้นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการทํางาน รู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ตามหลักการปรัชญาของเศราฐกิจพอเพียง และสามารถนําหลักธรรมทางศาสนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้ และเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในการจัดทําโครงการคุณธรรม และสามารถนําไปขยายผลแก่ผู้อื่นได้ต่อไป…

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ ราย

ชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสาย สัตหีบ จิตอาสา ขอเชิญร่วมกิจกรรมการกุศลฯ

    ในวันนี้ 17 ส.ค.62 นางธนภร เผือกน้อย ประธานชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา ได้ประชุมคณะกรรมการชมรมฯ จัดงานการกุศล เพื่อหารายได้สมทบกองทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

    โดยภายในงานประกอบด้วย การประกวดร้องเพลงไทยสากล ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัล การเดินแบบกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การร้องเพลงกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การจำหน่ายบัตรร่วมงานพร้อมหางบัตรชิงรางวัล ผู้มีเกียรติที่สนใจจะร่วมทำบุญ และร่วมกิจกรรมรื่นเริง สนุกสนานในงานการกุศลครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์และสำรองที่นั่งได้ ณ ที่ทำการชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เลขที่ 38/194 หมู่ 5 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 20180 หรือโอนเงินผ่านบัญชีชมรมฯ ในนาม น.ส.ลลิตา เผือกน้อย ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาห้างเทสโกโลตัสสัตหีบ หมายเลขบัญชี 341-4-19656-2 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายสามารถ เมฆใจดี เลขานุการชมรมฯ หมายเลขโทรศัพท์ 092-2585383 ได้ทุกวัน

    คุณธนภร เผือกน้อย กล่าวว่า ชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้มีจิตอาสาที่ต้องการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงกิจกรรมการกุศลต่างๆ การจัดกิจกรรมการกุศลในครั้งนี้เพื่อหารายได้สมทบกองทุน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยมอบให้กับ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 เพื่อดูแลผู้ป่วยได้อย่างดีและมีคุณภาพ จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้มีจิตอันเป็นกุศลได้ร่วมการกิจกรรมในครั้งนี้ ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก