ชมรมวรรณศิลป์ฯ ขอเชิญร่วมงานการกุศล หารายได้สมทบกองทุนสมเด็จพระเทพฯ เพื่อผู้ป่วยยากไร้

          นางธนภร เผือกน้อย ประธานชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา ได้ประชุมคณะกรรมการชมรมฯ จัดงานการกุศลเพื่อหารายได้สมทบกองทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อย ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
     

          โดยภายในงานประกอบด้วย การประกวดร้องเพลงไทยสากล ชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัล การเดินแบบกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การร้องเพลงกิตติมศักดิ์เพื่อการกุศล การจำหน่ายบัตรร่วมงานพร้อมหางบัตรชิงรางวัล ผู้มีเกียรติที่สนใจจะร่วมทำบุญ และร่วมกิจกรรมรื่นเริง สนุกสนานในงานการกุศลครั้งนี้ สามารถแจ้งความประสงค์และสำรองที่นั่งได้ ณ ที่ทำการชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เลขที่ 38/194   หมู่ 5  ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี  20180 หรือโอนเงินผ่านบัญชีชมรมฯ ในนาม น.ส.
ลลิตา เผือกน้อย ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาห้างเทสโกโลตัสสัตหีบ หมายเลขบัญชี 341-4-19656-2 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ นายสามารถ เมฆใจดี เลขานุการชมรมฯ หมายเลขโทรศัพท์ 092-2585383  ได้ทุกวัน
   

         คุณธนภร เผือกน้อย กล่าวว่า ชมรมวรรณศิลป์ไม่สิ้นสายสัตหีบ จิตอาสา เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้มีจิตอาสาที่ต้องการช่วยเหลือสังคม โดยเฉพาะผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงกิจกรรมการกุศลต่างๆ การจัดกิจกรรมการกุศลในครั้งนี้เพื่อหารายได้สมทบกองทุน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อผู้ป่วยยากไร้ ในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยพิการ และผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยมอบให้กับ โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 เพื่อดูแลผู้ป่วยได้อย่างดีและมีคุณภาพ จึงใคร่ขอเรียนเชิญผู้มีจิตอันเป็นกุศลได้ร่วมการกิจกรรมในครั้งนี้ ณ หอประชุมโรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2562 เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ-นาวิกโยธิน จัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดให้ครอบครัวกำลังพล

         วันนี้ 23 ส.ค.62 พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มาเป็นประธานในพิธีเปิดการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ให้แก่กำลังพล ของ ทร. ณ ลานวาสิตฐี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นางสุภาวดี สิทธินันทน์ ประธานชมรมภริยานาวิกโยธิน พร้อมคณะ ข้าราชการ ทหาร ประชาชน เข้าร่วมในพิธีเปิด

         ตามที่สมาคมภริยาทหารเรืออนุมัติ บริษัทชวกร จำกัด จำหน่วยสินค้าราคาประหยัด ในนามร้านค้าสมาคมภริยาทหารเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการแบ่งเบาภารระค่าครองชีพครอบครัวของกำลังพลทหารเรือ โดยจำหน่ายสินค้าชุดละ 350 บาท แต่ละชุดประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ น้ำมันพืช ปลากระป๋อง ผงซักฟอก และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จำนวน 800 ชุด ในพื้นที่ค่ายกรมหลวงชุมพร หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และรายได้จาการจำหน่วยสินค้าครั้งนี้ จำนำไปเป็นประโยชน์สำหรับกิจกรรมที่เป็นสวัสดิการของกำลังพลและกิจกรรมสาธารณะกุศลของกองทัพเรือต่อไป

          พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ กล่าวว่า สำหรับการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ในวันนี้ เพื่อลดค่าครองชีพของกำลังพล ซึ่งสินค้าที่นำมานั้นเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น ในชีวิตประจำวัน หากในโอกาสต่อไปหากมีกิจกรรมเช่นนี้ จะสนับสนุนให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645

จันทบุรี-ผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหล ร่วมบริจาคสมทบทุนการศึกษา กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อีก 133 ทุน รวม 1,733 ทุน

จันทบุรี-ผู้มีจิตศรัทธาหลั่งไหล ร่วมบริจาคสมทบทุนการศึกษา กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง อีก 133 ทุน รวม 1,733 ทุน ให้โอกาสเด็ก เยาวชน ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าถึงโอกาสทางการศึกษา กำหนดมอบทุน 27 ก.ย.62

         พระครูประดิษฐ์ศาสนการ หรือหลวงปู่นงค์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งตาอินท์ ประธานที่ปรึกษากองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 – 27 กันยายน 2562 ที่พุทธมณฑล จังหวัดจันทบุรี ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี กองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดจันทบุรี และหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดจันทบุรี จะจัดโครงการมอบทุนการศึกษาเพื่อเยาวชน ครั้งที่ 2 ให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ใฝ่ดี ใส่ใจการศึกษา มีจิตสาธารณะในจังหวัดจันทบุรี ทั้ง 10 อำเภอ รวม 1,600 ทุน เป็นเงิน 2,300,000 บาท พร้อมทั้งจัดแข่งขันทักษะทางวิชาการ, แข่งขันคัดลายมือ, ประกวดเรียงความ, ตอบปัญหาธรรมะ, แข่งขันทักษะทางดนตรีไทยวงเครื่องสายวงเล็กผสมขิม, วงปี่พาทย์ไม้แข็งเครื่องคู่, วงปี่พาทย์ไม้นวมผสมเครื่องสายเครื่องเดี่ยวและ รำวงกลองยาว ชิงทุนการศึกษารวม 469,800 บาท เป็นการส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนในจังหวัดจันทบุรี สร้างขวัญ กำลังใจแก่เด็ก แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

         รวมทั้ง เป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่ประพฤติดี มีความกตัญญู ใฝ่ศึกษา ได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนที่ดีงามตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อปรับใช้ในการดำเนินชีวิตเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดรับสมัครและคัดเลือกเด็กที่จะได้รับสิทธิ์เข้ารับทุนการศึกษาปรากฏว่ามีผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้ง พระภิกษุสงฆ์หลายรูปได้ร่วมบริจาคเงินสมทบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและ เยาวชนระดับชั้น ประถมศึกษา 1 – 6 ทุนทุนละ 1,000 บาท เพิ่มเติมอีก 133 ทุน เป็นเงิน 133,000 บาท ถ้ารวมกับทุนของกองทุนนิธิพระพุทธบาทพลวง 2,300,000 บาท จะรวมเป็น 2,433,000 บาท จึงทำให้เด็ก เยาวชน มีโอกาสได้เข้าถึงทุนการศึกษาเพิ่มมากขึ้น

ส่วนผู้สนใจร่วมเป็นเจ้าภาพโรงทานในวันจัดงานสามารถติดต่อได้ที่วัดพลวง หรือวัดทุ่งตาอินทร์ หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 08 2507 4974 ( ภาพจากแฟ้ม )

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด พัฒนาศักยภาพ เจ้าหน้าที่ปกครอง สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

         วันที่ 23 สิงหาคม 2562 นายประเสริฐ ลือชาธนานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิด โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ที่ทำการปกครองจังหวัดตราด สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ซึ่งที่ทำการปกครองจังหวัดตราด จัดขึ้น โดยมีบุคลากรของที่ทำการปกครองจังหวัดและที่ทำการปกครองอำเภอจากอำเภอต่าง ๆ ในจังหวัดตราดรวม 80 คน เข้าร่วมโครงการที่ห้องประชุม พบทะเล โฮเทล & รีสอร์ท ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ให้เกียรติเข้าร่วมในฐานะบทบาทข้าราชการฝ่ายปกครองในการขับเคลื่อนและการดําเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษ

         นายพิชัย ศิลปผดุง จ่าจังหวัดตราด กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้เลือกพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศไทย โดยใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนตามข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียนและข้อตกลงภายใต้กรอบเศรษฐกิจอื่นและจากการค้าบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ยังได้มอบนโยบายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานสนับสนุนการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างความไว้วางใจ ความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมือในด้านต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำการปกครองจังหวัดตราด ในฐานะหน่วยงานในสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ การอำนวยความเป็นธรรม การปกครองท้องที่ การอาสารักษาดินแดน และการทะเบียน อีกทั้งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้ชิดกับประชาชน และมีกลไกเครือข่ายในระดับพื้นที่ในการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน และดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดการด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การจัดระบบทะเบียนแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ การพัฒนาประสิทธิภาพการผ่านแดน ภารกิจของศูนย์ดำรงธรรมและการเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และการสร้างการยอมรับและสนับสนุนจากประชาชน

          จึงได้จัดโครงการในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเติมเต็มความรู้ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปกครอง โดยมีเนื้อหาในหลายเรื่อง อาทิ สถานการณ์ของจังหวัดในปัจจุบัน แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาในอนาคต บทบาทของข้าราชการฝ่ายปกครองในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานเขตเศรษฐกิจพิเศษการจัดการด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน แนวโน้มการพัฒนาด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชาที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย การส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศไทยไปยังประเทศต่างๆ ภายในภูมิภาคอาเซียน และการจัดระเบียบการผ่านแดน การควบคุมแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด และการค้ามนุษย์ รวมถึงข้อดี/ข้อเสียของการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

SACICT ชวนช้อปงานคราฟต์ร่วมสมัย ในงาน​ “SACICT Craft Fair 2019” ครั้งที่ 4

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT คัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนเมือง กว่า 50 ร้านค้า ในงาน SACICT Craft Fair 2019 เริ่ม 22-26 สิงหาคมนี้ ที่ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น 1 เดอะมอลล์ ท่าพระ

          นางสาวแสงระวี  สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า งาน SACICT Craft Fair 2019 ในปีนี้ SACICT ได้กำหนดจัดขึ้นทั้งหมด 4 ครั้ง ในศูนย์การค้าชื่อดังของไทย ได้แก่ ครั้งที่ 1 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางแค ครั้งที่ 2 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ จ.นครราชสีมา ครั้งที่ 3 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม และครั้งที่ 4 นี้ จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ท่าพระ ระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคม 2562 ณ อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น B ซึ่งตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมาก

          SACICT CRAFT FAIR เป็นกิจกรรมที่ SACICT จัดขึ้นทุกปี เพื่อขยายช่องทางและสร้างโอกาสให้กับบุคคลที่ทำงานหัตถศิลป์ เช่น ครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT ได้มีโอกาสพบปะผู้ซื้อและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทักษะการทำงานระหว่างผู้ผลิตด้วยกันเอง

          ภายในงาน SACICT ได้มีการคัดสรรผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ไทยหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์กับไลฟสไตล์ของการใช้ชีวิตปัจจุบัน และกลุ่มผู้รักงานคราฟต์ได้เป็นอย่างดี อาทิ งานผ้า เครื่องจักสาน เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหนัง เครื่องใช้ของตกแต่งบ้าน นำมาจัดแสดงและจัดจำหน่าย กว่า 50 ร้าน

          นอกจากนี้ ตลอดการจัดงาน 4 วัน ยังมีศิลปินมาร่วมสร้างความบันเทิง และแบ่งปันประสบการณ์ด้านงานคราฟต์อีกมากมาย อาทิ ไม้ วฤษฎิ์,หนุ่ย เดอะ ว๊อยส์,จอย ชลธิชา,เขต ธาราเขต และ อั๋น ชัยพล  ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านงานคราฟต์

          ผู้สนใจสามารถมาชมและช้อปงานคราฟต์ ได้ที่งาน SACICT Craft Fair 2019 ครั้งที่ 4 ตั้งแต่วันที่ 22–26 สิงหาคม 2562 ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น B ศูนย์การค้า เดอะมอลล์ท่าพระ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1289 หรือ facebook.com/sacict

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ผู้ว่ากทม.”อัศวิน​ ขวัญเมือง” เปิดป้ายที่พักสงฆ์ศาลาธรรม

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 23 ส.ค.62 เวลา 09.19 น.​ : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด​กรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดป้าย “ที่พักสงฆ์ศาลาธรรม” สาขาวัดสังฆทาน ถนนบรมราชชนนี 105 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ต่อมาเวลา 09.30​ น. พล.ต.อ.อัศวิน​ ขวัญ​เมือง​ ผู้​ว่าราชการ​จังหวัด​กรุงเทพมหานคร​ ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.ปลูกต้นจามจุรีย์ และ​ นายสมเกียรติ ธงศรี รองผอ.สำนักพุทธศ่าสนาแห่งชาติ​ ปลูกต้นลีลาวดีพันธุ์อเมซอนพิ้ง จากบราซิล

          ภายในพี่พักสงฆ์ศาลาธรรม พระสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง” 12 สิงหาคม 2562 โดยมี พระราชปริยัติยาภรณ์ เจ้าคณะเขตทวีวัฒนา​ เป็นประธานสงฆ์ พระครูสุธรรมมานุศาสกเจ้าคณะแขวงฯ พระมหาเมธิน ธมฺมวีโร ผู้นำสงฆ์ที่พักสงฆ์ศาลาธรรม​ แสดงสัมโมนียกถา​ และฉันภัตตาหาร ผู้มาร่วมงานอาทิ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.,นายสมเกียรติ ธงศรี รอง ผอ.สำนักพุทธศ่าสนาแห่งชาติ,นางสมรรัตน์ อรรถนิตย์ ผอ.เขตทวีวัฒนา,พ.ต.อ.พิรัตน์ นาสมวาส รอง ผบก.น.7,นายมนัส อยู่นาน ผช.ผอ.เขตทวีวัฒนา,พ.ต.ต.พิมพิศาร ธำรงค์ เลาหพัน์ สว.จร.สน.ธรรมศาลา และผู้นำชุมชนประชาชน เขตทวีวัฒนา ฯลฯ

          สถานที่แห่งนี้ทางตระกูล “ยิ้มถิ่น” นำโดย พันจ่าอากาศเอก โปรย ยิ้มถิ่น และญาติบริจาคที่ดินครั้งแรกเมื่อ วันที่​ 21 พฤษภาคม​ 2537 จำนวน 2 ไร่เศษปัจจุบันมี​ 4​ ไร่เศษ ล่าสุดพระมหาเมธินสร้างป้ายเสร็จเมื่อต้นสิงหาคมที่ผ่านมา

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กระทรวงแรงงาน- กอ.รมน. ร่วมกันบรรยายพิเศษหัวข้อ “ภัยคุกคามความมั่นคงที่ต้องตระหนักรู้”

         วันศุกร์ที่ 23 สค. 62 กระทรวงแรงงาน ร่วมกับกอ.รมน. โดยมี รองปลัดกระทรวงแรงงาน (นายวิวัฒน์ จิระพันธ์วานิช ) เป็นประธานเปิดงาน และบรรยายพิเศษหัวข้อ “ภัยคุกคามความมั่นคงที่ต้องตระหนักรุ้” โดย พอ.ปริทัศน์ ตรีกานนท์ ผู้อำนวยการส่วนประสานงานข่าวร่วมสำนักข่าวกอ.รมน. จัดโครงการสัมมนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านแรงงาน โดยการสร้างเครือข่ายข่าวและติดตามสถานการ์ณที่ส่งผลกระทบต่อกระทรวงแรงงาน ณ.ห้องวิภาวดี v.2 โรงแรงปริ้นตั้น ดินแดง กรุงเทพ ฯ

         โดยมีผู้เข้าร่วมสัมนา ว่าที่ พ.ต.กิติเฉลิม โครงกาพย์ เลขาธิการสช.มน.กอ.รมน. และประธานชมรมกองกำลังสำรองแห่งประเทศไทย (ชสท.) พร้อมด้วย พ.ท.บันเทิง แสงดอกไม้ อุปนายก สช.มน.กอ.รมน. และรอง หน.คณะที่ 9, ผกท.ชัยพฤกษ์ มหาชัย ที่ปรึกษา ชสท., นักวิชาการคณะที่ 6, นาย ธนาวุฒิ อยู่สุภาพ นักวิชาการ สช.มน.กอ.รมน.คณะที่ 9 และว่าที่เรือโท เฉลิมนนท์ ถมยาศิริวงศ์ ประธาน ชสท.จ.สป. และ ผช.เลขานุการ สช.มน.ฯ และข้าการแรงงานและเครือข่ายกลุ่มต่างๆ


ก.พ.ร. ชูความสำเร็จในการพัฒนาระบบราชการ-บูรณาการทำงานของทุกภาคส่วน

         สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) มุ่งพัฒนาระบบราชการและสร้างความร่วมมือในการเผยแพร่ความสำเร็จในพัฒนาระบบราชการไทยและรูปแบบการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 22-23 สิงหาคม 2562 เพื่อดูงานการดำเนินการระบบสารสนเทศในการออกใบอนุญาตให้ทำการงานในเรือประมงตามมาตรา 285 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 (ระบบ Single Window 4 Fishing Fleet)  รวมทั้งการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก เรือประมง (PIPO) และนวัตกรรมชุมชนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบพึ่งพาตนเอง (Self-reliant Solar Energy Community) องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม ที่คว้ารางวัล United Nations Public Service Awards 2019 รางวัลชนะเลิศในสาขา Developing effective and responsible public institutions

         นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบราชการ ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนการบริหารจัดการภาครัฐ สนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชน จึงได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือสื่อมวลชนขึ้น เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จในพัฒนาระบบราชการไทยและรูปแบบการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ดีให้แก่หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน เกิดการสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการบริหารราชการ

         ทั้งนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ได้พาสื่อมวลชนศึกษาดูงาน การดำเนินการระบบสารสนเทศในการออกใบอนุญาตให้ทำการงานในเรือประมงตามมาตรา 285 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 (ระบบ Single Window 4 Fishing Fleet) ของกรมเจ้าท่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการบริหารจัดการและการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการ ส่งผลให้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จากนั้นนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อชมการสาธิตระบบการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลโดยการตรวจจับใบหน้า (Face Recognition) และการตรวจสอบลูกเรือเข้าออก ณ องค์การสะพานปลา จังหวัดสมุทรสาคร
          ระบบ Single Window 4 Fishing Fleet นี้ ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการดำเนินงานของกรมเจ้าท่า จนทำให้สหภาพยุโรปได้ประกาศปลดใบเหลืองภาคประมงไทย พร้อมกันนี้กรมเจ้าท่าได้นำผลงานจากการนำระบบดังกล่าวสมัครขอรับรางวัลเลิศรัฐ สาขาบริการภาครัฐ ประเภทบูรณาการข้อมูลเพื่อการบริการ จากสำนักงาน ก.พ.ร. โดยจะมีการประกาศผลรางวัลขึ้นในเดือนกันยายน 2562

          จากนั้นนำคณะสื่อมวลชนรับฟังการบรรยาย สรุปการดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก เรือประมง (PIPO) พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานการตรวจเรือหน้าท่าของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออก เรือประมง (PIPO) ณ องค์การสะพานปลา จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งการดำเนินการของศูนย์ ฯ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการบูรณาการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เพื่อร่วมกันปฏิบัติงานในการตรวจสอบเรือประมงที่แจ้งเข้า – ออก รวมทั้งการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพในการตรวจสอบและการเฝ้าระวัง
การทำประมงผิดกฏหมาย

         นอกจากนี้กิจกรรมต่อไปนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานนวัตกรรมชุมชนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบพึ่งพาตนเอง (Self-reliant Solar Energy Community) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชุมชน โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน ภาครัฐ ภาคราชการ ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จนได้รับรางวัลรางวัล United Nations Public Service Awards 2019 รางวัลชนะเลิศในสาขา Developing effective and responsible public institutions

          การพัฒนาการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐเหล่านี้ ช่วยยกระดับคุณภาพมาตรฐานการให้บริการประชาชนให้มีคุณภาพการและประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นที่พึงพอใจ

เลขาธิการคณะกรรมการ อาชีวศึกษา มอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ ทั่วประเทศที่สุโขทัย

          สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐทั่วประเทศ ที่สุโขทัย เพื่อนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยและทีมอาชีวสุโขทัยให้การต้อนรับ

         วันที่ 23 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น.นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบายให้ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ณ ณ โรงแรมสุโขทัย เทรเชอร์ รีสอร์ต แอนด์ สปา จังหวัดสุโขทัย

          โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา ประกอบด้วย ผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการสำนัก / หน่วย / ศูนย์ รวมทั้งสิ้น 480 คน เพื่อนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการสถานศึกษาสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรม การขับเคลื่อนสะพานความเชื่อมโยงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานกับการอาชีวศึกษา การดำเนินงานด้านงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 การขับเคลื่อนงานวิชาการและการประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาใช้เป็นกลไกลหลักในการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษาให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงไปของกระแสโลกาภิวัฒน์ในโลกศตวรรษที่ 21 และการปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานใหม่ตามนโยบายการเปลี่ยนแปลงโดยการนำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการบริหารงานเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน พร้อมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษารวมถึงโครงการโรงเรียนคุณธรรมอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562

นายพงศ์เทพ สาคร รายงานจากจังหวัดสุโขทัย

พัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี จัดประชุมสัญจรขับเคลื่อนแผนงานสตรี ระดับท้องถิ่น จ.ว.ประจำเดือน ส.ค.2562

          ที่ เทศบาลเมืองหนองปรือ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง นางสติล คุณปลื้ม ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการสตรีสันจร ประจำเดือน สิงหาคม 2562 โดยมีวาระ สำคัญ คือ สรุปผลการดำเนินงานของ กพ.สจ.(จังหวัดชลบุรี) ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มสตรีจังหวัดชลบุรี ซึ่งมี ดร.มาย ไชยนิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือและนางจำเนียร ไชยนิตย์ประธานคณะกรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีอำเภอบางละมุง นำคณะกลุ่มพัฒนาสตรีฯร่วมให้การต้อนรับ

          โดยในที่ประชุม ชี้แจงในเรื่องการคัดเลือกครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด อำเภอ ๆ ละ 1 ครัวเรือน เพื่อเข้าคัดเลือกเป็นครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด จาก 7 อำเภอ ซึ่งที่ประชุมได้รับคัดเลือกนางสาวภัณญารัตน์ หนองใหญ่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง เป็นตัวแทนครัวเรือนสัมมาชีพชุมชนตัวอย่างระดับจังหวัด แข่งระดับภาค

          จากนั้นเป็นการรายงานการกิจกรรมเพื่อหารายได้ให้กับ กพ.สจ.ที่ประชุมได้เสนอ 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมงานเลี้ยงสรรค์ การจัดกิจกรรมการโยนโบลิ่ง รวมทั้งให้แต่ละอำเภอร่วมสมทบเงินเข้าบัญชี กพ.สจ.อำเภอละ 5,000 บาท จากนั้นได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการสตรีสันจรครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน 2562

พัทยา จ.ชลบุรี / โยธิน พรมแตง -คัมภีร์ อาบสุวรรณ์ -วิรัตน์ ขำแตร -ทนงค์ ปรีเปรม *086-1499878